ตอนที่หกสิบสอง Vigilante ผู้พิทักษ์
Vigilante ผู้พิทักษ์หรือฮีโร่ Heroนั้น
ทางเทคนิคคือการทำงานเองโดยไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐอยู่แล้วด้วยแนวคิดว่าอำนาจอยู่ในมือของประชาชน
แต่ยุคสมัยที่ผ่านมาทำให้มี Hero registration act กฎหมายจดทะเบียนฮีโร่ที่ต้องอาศัยกัปตันอเมริกาและไอร่อนแมนชกหน้ากันเกิดสงครามกลางเมืองCivil Wars ขึ้น
แต่สำหรับดินแดนญี่ปุ่นแล้วไซตามะหรือออลไมท์มองว่าการจดทะเบียนฮีโร่เป็นเรื่องธรรมดา
หากออลไมท์มาอยู่อเมริกาคงได้ชกหน้ากับกัปตันอเมริกาไปแล้ว
ด้วยแนวคิดว่า
“อำนาจในการป้องกันตนเองและปกป้องศีลธรรมอยู่ในมือประชาชนโว๊ยไม่ใช่สิ่งที่ได้มาจากกฎหมายของรัฐ”
แต่ยุคสมัยต่อมา
อเมริกาเองประชาชนก็เชื่อในเรื่องของการจดทะเบียนอาวุธปืนมากขึ้น
ทำให้แม้แต่คนเขียนคอมมิคเองก็เห็นด้วยกับการขึ้นทะเบียนฮีโร่ทำให้ฝ่ายกัปตันต้องพ่ายแพ้ไป
ทำเหมือนกับกัปตันเป็นคนผิดที่ต่อต้านการขึ้นทะเบียนฮีโร่
ทั้งที่โลกนั้นมีเซ็นทิแนลที่จะไล่ฆ่ามิวแทนต์หรือผู้มีพลังพิเศษต่างๆได้ทั่วโลก
การโดนขึ้นทะเบียนก็ไม่ต่างกับการโดนกำหนดล็อคเป้าหมายที่เซ็นทิแนลจะมาฆ่าเรานั่นเอง
คนอย่างไซตามะที่บอกว่าคนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนฮีโร่คือคนบ้าที่ใส่ชุดคอสเพลย์ไม่ได้เข้าใจความเป็นจริงของฮีโร่ในแง่นี้ว่าคุณน่ะ ไม่ต้องอาศัยการยอมรับจากรัฐบาลก็เป็นฮีโร่ได้
ความหมายของฮีโร่ไม่ได้มาจากรัฐแต่ประการใดแต่มาจากตัวคุณเอง
คือแนวความคิดที่คนที่เติบโตมามาแตกต่างกันคงไม่มีทางเข้าใจได้
แนวความคิดของแอนนาก็เหมือนกัน
ตามรากฐานของฮีโร่ที่ออกแนว
“เด็กสาวคนเดียวต่อสู้กับผู้มีอำนาจ”
ทั้งทางสภาว็อทเชอร์ที่ไม่เข้าใจเธอทั้งทางรัฐบาลที่มีปีศาจแฝงกายอยู่ในรัฐบาล องค์กรทางทหารต่างๆ
ที่เธอจะต่อสู้เพื่อคุณธรรมของเธอแต่คนเขียนกลับเป็นคนที่จงรักภักดีต่อรัฐบาลแบบแปลกๆ
ทั้งที่โครงเรื่องทั้งหมดของฮีโร่
หรือแนวคิด
“คนคนเดียวต่อสู้ในยามรัตติกาลเพื่อปกป้องเมืองจากแวมไพร์”น่ะ
มันมาจากการที่ไม่มีผู้มีอำนาจหนุนหลัง
อำนาจของเราไม่ได้มาจากรัฐบาลตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
ซึ่งผมงงมากว่าคุณโธมัสจะมาโมโหอะไรผมกันตอนนี้
ข้ออ้างในการปราบแวมไพร์ของแอนนามาตั้งแต่ต้นคือการอ้างว่ามีสายเลือดพลังพิเศษและองค์กรลึกลับโบราณ
ซึ่งผมว่าอธิบายพรรค์นั้นไปตามกฎหมายของสังคมปรกติก็คงได้โดนหาว่าเป็นองค์กรก่อการร้ายแน่ๆล่ะ
คุณโธมัสจับแว่นตาขณะที่กำลังถามพวกเรา
“พวกเธอสามคนมีอะไรจะแก้ตัวไหม?”
พวกเราสามคนมองหน้ากันไปมาอย่างงุนงง
“ไม่มีครับ”
ผมกับแอนดรูว์กล่าว
“ผมทำเพราะอยากทำครับ” แฮงก์กล่าวเสริมอย่างกระตือรือล้น