"ชีวิตะช่างเงียบเหงาดุจหิมะโปรย..."
เด็กหนุ่มผู้หนึ่งนอนเอกเขนกอยู่บนเนินเขาลูกย่อม ในปากคาบหญ้าหางสุนัข สายตาทอดมองออกไปไกลโพ้น สายลมพัดโชยมา หมู่มวลพฤกษาลู่ลมเอนไหว
ทว่าเมื่อฟังจากน้ำเสียงของเขา ดูเหมือนมิใช่การทอดถอนใจ หากแต่แฝงแววปีติยินดีอย่างปิดไม่มิด
มอ~ มอ~
ข้างกายเขามีวัวดำเขากุดตัวหนึ่งนั่งอยู่... ถูกแล้ว มันมิได้ยืนสี่ขา แต่กำลังนั่งด้วยสองขาหลัง แผ่นหลังสีดำทมึนเหยียดตรงประหนึ่งมนุษย์
เด็กหนุ่มผู้นี้มีนามว่า เฉินสวิน เขาข้ามมิติมายังโลกใบนี้ได้หนึ่งปีแล้ว โลกแห่งนี้กว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขต ทั้งยังมีผู้บำเพ็ญเพียรนับไม่ถ้วนที่สามารถพลิกสมุทรเคลื่อนขุนเขา นั่งตระหง่านอยู่บนม่านเมฆมองดูโลกมนุษย์เบื้องล่าง
ทว่าตอนที่เขาข้ามมิติมาและพบว่าตนเองมี 'ระบบ' ติดตัวมาด้วย เฉินสวินรู้สึกขอบคุณ์ยิ่งนัก เื่ราวของพระเอกนิยายดาษดื่นไหลผ่านสมองเขาไปฉากแล้วฉากเล่า
แต่ทว่า...
ระบบของเฉินสวินกลับมิใช่ระบบจำพวกมอบกายาไร้เทียมทาน หรือสุดยอดวิชาที่ทำให้เป็เทพทรูแต่อย่างใด
สิ่งที่เขาได้รับคือ 'ชีวิตะ'... กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินไม่อาจจำกัดอายุขัยของเขาได้อีกต่อไป ทว่าในแต่ละปี เขาจะสามารถเพิ่มค่าสถานะได้เพียง 1 แต้มเท่านั้น
พลกำลัง, ความเร็ว, การป้องกัน, พลังเวท, แก่นแท้สรรพสิ่ง
พลกำลัง ความเร็ว การป้องกัน และพลังเวทนั้นเขาพอเข้าใจได้ แต่ไอ้เ้า 'แก่นแท้สรรพสิ่ง' นี้ เฉินสวินขบคิดเท่าไหร่ก็ยังไม่บรรลุ สุดท้ายจึงโยนมันทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะการมีชีวิตรอดต่างหากคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ก็นับว่าใส่ใจผู้ใช้งานไม่น้อย หนทางแห่งความเป็ะนั้นยาวนานนัก มันจึงส่งสัตว์ิญญาะมาอยู่เป็เพื่อนเขาอีกหนึ่งตัว
แม้เ้าวัวดำตัวนี้จะพูดภาษามนุษย์ไม่ได้ แต่มันก็ฟังเขาเข้าใจ และในแต่ละปีเขายังสามารถเพิ่มค่าสถานะให้มันได้อีกด้วย โดยไม่กระทบกับแต้มส่วนตัวของเขา
"พวกเราน่ะนะ ถึงจะเป็ะ แต่ก็ถูกฆ่าตายได้ เพราะฉะนั้นวันข้างหน้าต้องรู้จักเก็บเนื้อเก็บตัวให้ดี เข้าใจไหม"
เฉินสวินถอนหายใจยาว เมื่อครึ่งปีก่อน เขาและเ้าวัวดำช่วยกันปลูกข้าวในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ทั้งยังเลี้ยงลูกไก่ไว้อีกหลายตัว ใครจะไปคิดว่าในคืนเดือนมืดคืนหนึ่ง เหล่าหวัง จากหมู่บ้านข้างๆ จะพาพรรคพวกมายกเค้าไปจนเกลี้ยง
ตอนที่เฉินสวินรู้เื่ เขาโกรธจนเืขึ้นหน้า โลกใบนี้ยังมีขื่อมีแปอยู่หรือไม่?! ยังมีกฎหมายบ้านเมืองอยู่ไหม?!
เขาคว้าขวานลับมีดจนคมกริบ พาเ้าวัวดำบุกไปทวงความยุติธรรมถึงหมู่บ้านข้างเคียง
ผลปรากฏว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เฉินสวินถูกรุมซ้อมจนน่วม ส่วนเขาของเ้าวัวดำก็ถูกหักไปข้างหนึ่ง ทั้งคนทั้งวัวต้องหนีตายหัวซุกหัวซุนกลับมานอนหยอดน้ำข้าวต้มรักษาตัวอยู่หลายวัน
มอ!
เ้าวัวดำพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง ดวงตาฉายแววเคียดแค้น คนกลุ่มนั้นช่างชั่วช้าสารเลวนัก
เหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างปมในใจให้เฉินสวินอย่างใหญ่หลวง และส่งผลกระทบสืบเนื่องมาจนถึงบัดนี้
[ติ๊ง! โฮสต์สามารถเพิ่มค่าสถานะได้แล้ว]
เฉินสวินยิ้มมุมปาก ครบกำหนดหนึ่งปีแล้วสินะ จัดไป!
เขาไม่ลังเลเลยที่จะเทคะแนนลงไปที่ [พลกำลัง] ตอนที่โดนรุมซ้อม สาเหตุหลักก็เพราะแรงน้อยเกินไป ดันพวกที่ล็อคตัวเขาไม่ออก
"เชี่ย..."
ใบหน้าของเฉินสวินเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำดั่งตับหมู พลังขุมหนึ่งปะทุขึ้นทั่วร่าง เส้นเืปูดโปนตามท่อนแขน เขาซัดหมัดลงไปที่พื้นดินอย่างดุดัน จนเ้าวัวดำใะโตัวลอย
"ข้าลิขิตชะตาฟ้ามิอาจกำหนด!"
เปรี้ยง—!
กฎของนิวตันกล่าวไว้ว่า แรงกิริยาเท่ากับแรงปฏิกิริยา... กระดูกมือของเฉินสวินหักสะบั้น ต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มพร้อมเ้าวัวดำไปอีกหลายวัน
เขายังถือโอกาสเพิ่มค่าพลกำลังให้เ้าวัวดำไปหนึ่งแต้ม แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่หลังจากที่เห็นสภาพของเฉินสวิน มันก็แค่ลองทดสอบกำลังเบาๆ ซึ่งผลลัพธ์ก็นับว่าน่าพอใจทีเดียว
พวกเขาอาศัยอยู่ในกระท่อมมุงจาก ณ หมู่บ้านชายเขาอันห่างไกล ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายไม่แก่งแย่งชิงดี แต่กฎแห่งโลกใบนี้ดูเหมือนจะฝังรากลึกอยู่ในกระดูกของผู้คน
คนธรรมดาเมื่อพบผู้บำเพ็ญเพียรต้องแสดงความเคารพ นอบน้อม และห้ามล่วงเกินเด็ดขาด แม้แต่ชาวบ้านในหลืบเขาเช่นนี้ก็ยังรู้ซึ้งดี
"พี่สวิน"
เสียงเด็กชายดังมาจากหน้ากระท่อม เป็เ้า 'เสี่ยวเฮยจื่อ' (เ้าดำน้อย) เด็กในหมู่บ้าน สาเหตุที่ได้ชื่อนี้เพราะตอนเกิดมาตัวดำเมี่ยม พ่อแม่จึงตั้งชื่อแก้เคล็ดแบบขอไปที
"ว่าไง เสี่ยวเฮยจื่อ" เฉินสวินที่อาการาเ็หายดีแล้วเดินเนิบนาบมาเปิดประตู
"ผู้ใหญ่บ้านวานให้ข้าเอาข้าวสารมาให้ท่านขอรับ" เสี่ยวเฮยจื่ออุ้มถุงข้าวสารพลางยิ้มแฉ่ง แววตาไร้เดียงสา
"ฝากขอบคุณผู้ใหญ่บ้านด้วยนะ"
เฉินสวินรับข้าวสารมาด้วยความซาบซึ้งใจ เขาและเ้าวัวดำต้องกินผักป่าประทังชีวิตมาหลายวันแล้ว
ผู้มีชีวิตะผู้ยิ่งใหญ่กลับต้องมาอดตายรอมร่อ ช่างน่าขันสิ้นดี!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ความแค้นในใจเฉินสวินก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ลูกผู้ชายแก้แค้น สิบปีไม่สาย แต่สำหรับข้า... พวกล้างคอรอให้ข้าไปขุดหลุมศพบรรพชนพวกเ้าได้เลย!
"พี่สวิน งั้นข้าไปก่อนนะ ท่านแม่เรียกกินข้าวแล้ว"
"ได้เลย รีบกลับเถอะ"
เฉินสวินยิ้มตอบ มองดูข้าวสารในมือ น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มแทบจะไหลออกมาทางมุมปาก โลกนี้ยังคงมีคนดีอยู่จริงๆ
มอ!
เ้าวัวดำส่งเสียงร้องอย่างร้อนรนอยู่ในกระท่อม มันไม่ชอบกินหญ้า แต่มันชอบกินข้าวสวยเหมือนคน
ไม่นานนัก ควันไฟก็ลอยโขมง ข้าวสวยร้อนๆ หอมฉุยถูกยกออกจากเตา หนึ่งคนหนึ่งวัวนั่งล้อมวงกับพื้น เริ่มสวาปามอย่างตะกละตะกลาม ั์ตาฉายแวววาดฝันถึงอนาคต
"เหล่าหนิว... เราต้องมีชีวิตรอดต่อไปนะ อย่าได้วู่วามเด็ดขาด"
เฉินสวินเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ ก่อนจะกลืนลงคออึกใหญ่ "โลกใบนี้กว้างใหญ่นัก รอวันหน้าพวกเราร่ำรวยเมื่อไหร่ ข้าจะหาแม่วัวแจ่มๆ ให้เ้าสักหลายๆ ตัว"
มอ! กุ้กๆ
เ้าวัวแก่ส่งสายตารังเกียจออกมา ราวกับจะบอกว่า 'ทีตอนนั้นใครกันที่ถือขวานวิ่งไปหมู่บ้านข้างๆ หน้าตาตื่น'
"ฝ่ายตรงข้ามคนเยอะกว่า จะจัดการคนพรรค์นั้นต้องใช้สมอง" เฉินสวินทำท่าทางลึกลับ
เ้าวัวดำดวงตาเป็ประกาย รีบขยับเข้าไปใกล้เฉินสวินทันที
"รอจนพวกมันแก่ชราไม้ใกล้ฝั่งเมื่อไหร่ เราค่อยไปเลาะฟันพวกมัน แล้วขุดหลุมศพบรรพชนมันขึ้นมา! มารดามันเถอะ... กล้ามาแหยมกับผู้มีชีวิตะรึ?"
เฉินสวินประกาศก้องด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาฉายประกายอำมหิต ดูองอาจห้าวหาญยิ่งนัก
มอ! มอ!
ดวงตาขนาดเท่าระฆังทองแดงของเ้าวัวดำทอประกายวาววับ มันพยักหน้าหงึกๆ 'แผนนี้เยี่ยม แผนนี้ประเสริฐ'
"เอ๊ะ... ทำไมมีกลิ่นไหม้?"
เฉินสวินทำจมูกฟุดฟิด ก่อนจะหันขวับไปทางห้องครัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "กระท่อมเรา!!"
มอ~~ เ้าวัวดำก็ส่งเสียงร้องลั่นด้วยความใ
"ไฟไหม้!"
"บ้านเฉินสวินไฟไหม้แล้ว! เร็วเข้า รีบไปช่วยดับไฟ!"
...
หนึ่งชั่วยามผ่านไป
เปลวเพลิงเริ่มมอดลง ทว่ากระท่อมทั้งหลังแทบจะถูกเผาจนวอดวาย หนึ่งคนหนึ่งวัวนั่งคุกเข่าอยู่หน้าซากปรักหักพัง แววตาไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิต หมดอาลัยตายอยากอย่างถึงที่สุด
เฉินสวินผู้นี้เดิมทีก็เป็เด็กกำพร้าในหมู่บ้าน เคราะห์ซ้ำกรรมซัดช่างน่าเวทนา ชาวบ้านต่างเข้ามาปลอบโยนคนละประโยคสองประโยค ก่อนจะแยกย้ายกันไป
"จบกัน... บ้านช่องไม่เหลือแล้ว"
เฉินสวินเอ่ยอย่างคนเสียสติ เขาปลูกบ้านไม่เป็เสียด้วย ช่างเป็ดั่งสำนวน 'หลังคารั่วในคืนฝนตก' ชีวิตคนเรามันจะรัดทดอะไรปานนี้
แต่์ยังไม่ไร้เมตตาเสียทีเดียว เ้าวัวดำใช้วิธีสำรอกอาหาร (เคี้ยวเอื้อง) เก็บรักษาข้าวสารเอาไว้ได้ ส่วนที่เหลือยังพอให้พวกเขายื้อชีวิตไปได้อีกไม่กี่วัน
"เหล่าหนิว ข้าเห็นตีนเขาทางทิศตะวันออกมีถ้ำอยู่หลายแห่ง เฮ้อ... ไปอยู่ที่นั่นกันเถอะ"
เฉินสวินส่ายหน้าด้วยความหดหู่ เห็นทีต้องไปฝากตัวเรียนรู้วิชาช่างในหมู่บ้านบ้างแล้ว ตอนมาถึงมัวแต่ทำนา ตอนนี้เลยทำอะไรไม่เป็สักอย่าง
มอ! เ้าวัวดำหาได้ใส่ใจไม่ เฉินสวินอยู่ที่ไหน ที่นั่นย่อมเป็บ้านของมัน
นอกหมู่บ้านชายเขา บนหลังวัวดำแบกหญ้าแห้งกองโต เฉินสวินเองก็เก็บฟืนแห้งหอบพะรุงพะรังมุ่งหน้าสู่ถ้ำ เพื่อใช้เป็ที่ซุกหัวนอนชั่วคราว
หนึ่งปีต่อมา เฉินสวินไปฝากตัวเป็ลูกมือช่างไม้ในหมู่บ้าน เ้าวัวดำก็ช่วยขนของอย่างแข็งขัน ชาวบ้านต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่ามันเป็วัวแสนรู้ มีจิติญญา บอกให้เฉินสวินอย่าได้ฆ่ามันกินเสียล่ะ
เฉินสวินได้ฟังก็แค่นหัวเราะ ต่อให้เขาต้องอดตาย หรือต้องะโหน้าผาลงไป เขาไม่มีวันทำเื่ขายเพื่อนกินเด็ดขาด
"หอมจริงๆ"
เฉินสวินหัวเราะร่าพลางกัดเนื้อวัวคำโต ่สิ้นปีเพื่อความเป็สิริมงคล ชาวบ้านจึงล้มวัวหลายตัวจัดงานเลี้ยงฉลองใหญ่โตทั้งหมู่บ้าน
เื่ดีๆ แบบนี้มีหรือเขาจะพลาด เพียงแต่เ้าวัวดำกลับมองด้วยรูม่านตาที่หดเกร็ง เนื้อวัวไม่กี่ชิ้นที่เฉินสวินยื่นให้ มันทำใจกินไม่ลงอยู่นาน
เมื่องานเลี้ยงเลิกรา อาหารย่อมต้องไม่ทิ้งขว้าง ของที่คนอื่นกินเหลือ เขาและเ้าวัวดำจึงห่อกลับมาเกลี้ยง การใช้ชีวิตจำต้องรู้จักมัธยัสถ์
ภายในถ้ำ เ้าวัวดำเคี้ยวเนื้อวัวอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนเฉินสวินก็จัดการฟาดเนื้อส่วนที่มันไม่ยอมกินจนเกลี้ยงไม่มีเหลือ