บนใบหน้าของสตรีผู้นี้เต็มไปด้วยความโลภ อันเยว่ไหนเลยจะปล่อยให้อีกฝ่ายทำเช่นนั้น นางรีบก้าวไปข้างหน้าสองก้าวแล้วจับแขนอีกฝ่าย จากนั้นเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “พี่ชุย เหตุใดวันนี้ถึงมีเวลามาที่บ้านอันซอมซ่อของข้าได้?”
คำว่าบ้านอันซอมซ่อนี้ใช่ว่าจะไม่มีมูลเสียเลย ชุยต้าเหนียนผู้นี้เป็บุตรีคนเดียวของบ้าน สืบทอดทรัพย์สินมากมายของครอบครัว และดูแลการค้าของตระกูลชุย นับว่าเป็ผู้ร่ำรวยอันดับต้น ๆ ในครอบครัวของนางมีสามีสามคน นายสนองแปดคน และอนุชายอีกสิบสองคน ถือได้ว่าเป็บุปผาแข่งกันผลิบานทีเดียว
ก่อนหน้านี้เ้าของร่างเดิมก็เคยกอดขาชุยต้าเหนียน ถึงได้ระยำจนมีสภาพเหมือนสุนัขข้างนอกอย่างไรอย่างนั้น
อันเยว่รู้สึกอยากตบบ้องหูร่างนี้เสียเดี๋ยวนี้ เมื่อไม่กี่วันก่อนตอนที่เ้าของร่างเดิมขโมยสมุนไพรของหยูยวน ก็เพื่อนำไปดื่มสุรากับชุยต้าเหนียนผู้นี้ เมื่อสุราลงท้องนางได้บอกอีกฝ่ายว่าจะส่งซูจือฉือไปให้เล่นสักสองวัน
ยามนี้ผู้มาใหม่มาร้าย หนำซ้ำยังเป็บุคคลที่ยุแหย่ไม่ได้
“นายหน้าหลินกำเงินหนึ่งร้อยตำลึงและพูดสามว่าสี่ ไปทั่วว่าเ้าคุกเข่าให้สามี ช่างผิดกฎ์จริง ๆ! ใครมีหน้าที่รับผิดชอบในบ้าน ไม่รู้อยู่แก่ใจหรือ?”
ชุยต้าเหนียนะโโหวกเหวก ราวกับกลัวว่าผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมานอกประตูจะไม่ได้ยิน
ท่าทางของนางเหมือน้าแก้แค้นแทนอันเยว่ แต่มันกลับกระตุ้นให้ผู้คนพากันวิพากษ์วิจารณ์ยิ่งกว่าเดิม
“น่าขายหน้าเหลือเกิน เ้าบ้านคุกเข่าให้สามี จุ๊ ๆ ๆ”
“ภรรยาที่แต่งไปที่เมืองตะวันตกคนนั้นยังจิตใจเข้มแข็งมากกว่านางเสียอีก”
“ศักดิ์ศรีผู้หญิงอย่างเราสูญสิ้นจนไม่เหลือแล้ว!”
……
เกียรติของสตรียิ่งใหญ่คับฟ้า หากเื่เช่นนี้เกิดขึ้นกับบ้านไหนก็ตาม ปิดประตูและเฆี่ยนด้วยแส้สักยกถึงจะสามารถหยุดได้ แต่อันเยว่กลับหัวเราะ
“บุรุษต้องกล่อมถึงจะปรนนิบัติเราอย่างมีความสุขมิใช่หรือ?”
กล่าวจบอันเยว่ก็มองซูจือฉือ ทว่าเขากลับกลอกตามองบนแล้วหมุนตัวจากไป
“เพราะมีผู้ชายแบบนี้ถึงทำให้น้องสาวขายหน้า เ้าหยุดเดี๋ยวนี้นะ! เ้าไปถามข้างนอกดูว่าสามีบ้านไหนทำแบบเ้าบ้าง? แม้แต่ภรรยาก็ไม่เห็นอยู่ในสายตา มีแขกมาบ้านก็ไม่ยกชามาให้ สมควรหย่า!”
ชุยต้าเหนียนเดินไปข้างหน้าสองก้าว ยกมือผลักซูจือฉือเล็กน้อย และเกือบผลักเขาล้มลงกับพื้น
อันเยว่รีบก้าวเท้าไปอยู่ระหว่างทั้งสองคน นางยังคงยิ้มแย้ม แต่เจือความมืดครึ้มเล็กน้อย
“พี่ชุย นี่พี่้าดูแลงานบ้านแทนข้าหรือ?”
เห็นชัดเจนว่ากำลังยิ้ม แต่กลับทำให้ผู้คนรู้สึกหนาวเหน็บในหัวใจเสียอย่างนั้น
ชุยต้าเหนียนยิ้มแล้วเก็บมือกลับมา “น้องสาว นิสัยของเ้าอ่อนโยนมากเหลือเกิน ปล่อยให้คนต่ำต้อยเหล่านี้รังแกเ้า อย่างแรกเพื่อทำให้เ้าต้องอับอายขายหน้า แต่เกรงว่า…”
ชุยต้าเหนียนขยับเข้าใกล้ข้างหูอันเยว่แล้วหัวเราะคิกคัก ในลมหายใจของนางมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวน้อย ๆ “จะเป็การแย่งทรัพย์สินบรรพบุรุษของเ้าน่ะสิ”
“พี่สาวมีประสบการณ์มาก่อน บุรุษนั้นไม่ตีไม่ได้ หากน้องสาวเป็กังวล มิสู้ส่งสามีไปที่จวนข้า ไม่เกินสามวันข้ารับรองว่าจะส่งสามีที่เชื่อฟังกลับมาให้เ้าอย่างแน่นอน”
พูดจบชุยต้าเหนียนยังขยิบตาให้อันเยว่ นางยกมือขึ้นอวดแหวนหยกสามวงบนนิ้วน้อย ๆ แล้วเอื้อมมือออกไปหวังจะกระชากแขนเสื้อซูจือฉือ
ทว่าซูจือฉือกลับยืนอยู่หน้าประตูราวกับต้นหลิวที่เอนไปตามลม ใบหน้าเล็กขาวซีดชวนให้ผู้คนนึกสงสารอย่างน่าประหลาด
ในรอยยิ้มสั่นะเืที่เหมือนจะยิ้มก็ไม่ยิ้มของอันเยว่ปนกับกระแสสังหารเล็กน้อย
“ข้าคิดว่าพี่ชุยไม่รู้หรอกว่าเขาคือสามีของข้า ถึงได้คิดจะแย่งเขาไป!”
“น้องสาว นี่เ้าหมายความเช่นไร? เมื่อไม่กี่วันก่อนเ้ารับปากข้าว่าจะส่งซูจือฉือไปที่จวนของข้า ตอนนี้กลับไม่ยอมรับเสียแล้ว?”
“คำหยอกล้อบนโต๊ะสุราจะคิดจริงจังได้อย่างไร พี่ชุยยังบอกด้วยว่าจะยกโรงบ่อนสามแห่งที่พี่ดูแลให้กับข้า ก็ไม่เห็นพี่ถือสัญญา กลับจะมาพาตัวคนไปเพราะคำหยอกล้อของข้าน่ะหรือ?”
“เ้า…”
ชุยต้าเหนียนใบหน้าแดงก่ำ นางเคยพูดเื่โรงบ่อนจริง ๆ มูลค่าของโรงบ่อนสามแห่งนั้นไม่น้อย และนางก็ไม่ได้โง่ จะมอบให้อีกฝ่ายเพื่อบุรุษเพียงคนเดียวได้อย่างไร?
“หน็อย อันเยว่ กล้าหลอกข้ารึ ได้ ฝากไว้ก่อนเถอะ!”
ชุยต้าเหนียนทิ้งท้ายด้วยคำพูดที่เกรี้ยวกราดแล้วหมุนตัวจากไป ทุกย่างก้าวรับรู้ได้ว่าพื้นดินกำลังสั่นะเืเล็กน้อย ด้วยน้ำหนักนี้ไม่ต้องบอกว่ามาหาใคร แค่นางออกแรงกระแทก ด้วยโครงกระดูกของอันเยว่ เกรงว่าคงรับไม่ไหวอย่างแน่นอน
หลังจากส่งแขกที่ไม่ได้รับเชิญแล้วอันเยว่ก็ปิดประตูใหญ่ นางเพิ่งหมุนตัวกลับไปก็ไม่รู้ว่าซูจือฉือมายืนอยู่ด้านหลังนางั้แ่เมื่อใด สายตาของเขาปนความงุนงง หนำซ้ำยังเริ่มสำรวจนาง
“ข้าจะไม่ให้ใครหน้าไหนมารังแกเ้า รวมถึงตัวข้าด้วย”
เค้าหน้าที่หล่อเหลาของซูจือฉือถูกย้อมด้วยความสงสัย ริมฝีปากบางของเขาเม้มเข้าหากันเล็กน้อย จากนั้นเขาก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว
บุรุษผู้สง่างามเช่นนี้ คนที่สามารถถูกลมพัดปลิวอย่างเขากลับสร้างความรู้สึกกดดันในยามนี้ อันเยว่ถอยหลังหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัวจนร่างของนางไปกระแทกกับประตูไม้อย่างแรง และเกิดเป็เสียงอู้อี้
“เ้าเป็ใคร?”
ดูเหมือนว่าซูจือฉือจะเป็คนที่ตื่นตัวและมีสติอยู่เสมอ อันเยว่รู้สึกดีใจและกำลังจะพูดบางอย่าง ทว่ากลับได้ยินเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจากข้างนอก และตามมาด้วยเสียงเคาะประตูไม่หยุด
“จือฉือ? เปิดประตู!”
อันเยว่หุบยิ้มทันที ประตูใหญ่ถูกผลักเปิดออก นางเซแล้วล้มลงไปหาซูจือฉือ
เมื่อเห็นซูจือฉือรีบหลบ อันเยว่ก็รู้สึกวิตก แต่ก่อนที่นางจะล้มลงกับพื้น แขนข้างหนึ่งก็ดึงนางขึ้นมา
“จือฉือ…”
อันเยว่มองเขาอย่างขอบคุณ แต่กลับได้เห็นแววตาฉงน เขาชักแขนกลับ ทำให้อันเยว่เซไปสองก้าว ยังดีที่นางยืนได้อย่างมั่นคงแล้ว
จากนั้นมีเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างนอก เมื่อลองฟังดูพบว่าคงมีไม่ต่ำกว่ายี่สิบสามสิบคน หยูยวนกอดอกแล้วหัวเราะอย่างเ็าสองที “ก็ยังทำให้เป็ห่วงอยู่วันยังค่ำ”
ใบหน้าของเซียวสิงเยี่ยนถูกปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็ง เขากัดฟันแล้วเค้นออกมาหนึ่งคำ “เ้าไปก่อเื่อะไรอีก?”
อันเยว่มองซูจือฉือเล็กน้อยแล้วกล่าวด้วยใจจริง “ข้าจัดการเองได้”
“อันเยว่ เ้าไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้นะ! คนเลว นังคนขลาดที่อ่อนน้อมต่อบุรุษจนไร้ศักดิ์ศรี คุยกันดิบดีว่าจะส่งซูจือฉือมาที่จวนข้า เ้ามันคนต่ำทรามที่เอาแน่เอานอนไม่ได้!”
“อัน! เยว่!”
เสียงคำรามต่ำของเซียวสิงเยี่ยนคล้าย้ากินคนก็ไม่ปาน อันเยว่รีบโบกไม้โบกมือเป็พัลวัน “ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้แหละ”
เผชิญหน้ากับสตรีอ้วนข้างนอก ก็ยังปลอดภัยกว่าเผชิญหน้ากับเซียวสิงเยี่ยน
อันเยว่หันหน้าไปทางประตูใหญ่ นางสูดหายใจลึก ๆ แล้วเปิดประตู
ชุยต้าเหนียนผู้นี้พาเหล่าสตรีที่แต่งกายด้วยชุดผ้าป่านมาล้อมหน้าประตูเรือนของอันเยว่
อย่าว่าแต่เหตุการณ์นี้ขู่ขวัญคนได้เลย ยังมีมาดด่ากราดของสตรีปากคอเราะรายอีกด้วย!
“จะเอาอย่างไร? นี่้าจะแย่งกันอย่างโจ่งแจ้งใช่ไหม?”
อันเยว่ไม่นึกกลัว ร่างเล็กยืดตรง และกวาดตามองหน้าทุกคนจนไปหยุดที่หน้าของชุยต้าเหนียนอย่างเงียบ ๆ
“อันเยว่ ข้าอุตส่าห์ไว้หน้าเ้า แต่เ้ากลับไม่สนใจ! เมื่อครู่ยังอวดเก่งอยู่เลยไม่ใช่หรือ? ยังตวาดข้าอยู่เลย ข้าชุยต้าเหนียนยังไม่เคยถูกใครหยามเกียรติ!”
เมื่อนางพูดออกไปแบบนี้ ฝูงชนข้างนอกที่มาเฝ้าชมเื่สนุกก็พากันกระซิบกระซาบและวิพากษ์วิจารณ์ อีกทั้งยังมีผู้ก่อความวุ่นวายะโ “ลุยเลย!”
ท่าทางน่าเกรงขามนี้ไม่เลวเลยจริง ๆ หากเป็เ้าของร่างเดิม เกรงว่ายามนี้นางคงส่งตัวซูจือฉือให้อีกฝ่ายไปแล้ว แต่น่าเสียดายที่อันเยว่ในตอนนี้ไม่ใช่สตรีขี้ขลาดคนนั้น!
อันเยว่ปรบมือติด ๆ กันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ไม่เลวนี่ ทั้งเลือกแต่งานเบา ๆ ทั้งแอบสับเปลี่ยนแนวความคิดผู้อื่น”