หลังจากจัดการกับฝั่งศพของเหล่าคนชุดดำ เด็กหนุ่มเสมือนเจอของมีค่ากระเป๋ามิติเจ็ดใบที่ฉวยชิงมาจากร่างอันไร้ิญญาของพวกมัน เด็กหนุ่มคอยเปิดดูสิ่งของล้ำค่าในกระเป๋าเเต่ละใบออกมา ์ คนพวกนี้มีของลำ่ค่ามากมายจริงๆ ทั้งคัมภีร์ยุทธ์ ยาเม็ด ของวิเศษ ที่ทำให้เด็กหนุ่มตื่นเต้นก็คือคัมภีร์ยุทธ์เล่มหนึ่งที่ประจวบเหมาะกับอีกธาตุในร่างของเขาพอดี คาดว่าของพวกนี้คงได้มาจากการปล้นชิง ก่อนจากยังยกมือไหว้หลุมศพพวกมัน กลัวิญญาจะมาอาฆาตเเค้น
ยามเฉิน
เด็กหนุ่มรีบออกเดินทางเเต่เช้าตรู่ใคร่ไม่พ้นไปขออาศัยเดินทางด้วยกับรถขบวนต่างๆเเต่กลับถูกปฎิเสธกลับมาหมด มารดามันเถอะ คงต้องเดินทางเท้า หลังจากตัดสินใจก็เดินเท้ามุ่งหน้าเดินทาง
อีกไม่กี่สิบลี่ก็ถึงเมืองหลวงอีกสองวันก็ถึงวันที่ผู้าุโเอ่ยไว้วันรับสมัครศิษย์เดินเท้ามาร่วมครึ่งเดือนหากเป็ปุถุชนธรรมดาคงเหนื่อยตายตั้งเเต่สิบลี้เเรก เเต่สำหรับผู้บ่มเพาะพลัง นี้ถือเป็การฝึกพลังกาย เด็กหนุ่มได้เเต่เพียงปลอบใจตัวเองอยู่เเบบนั้น ถึงเเม้จะมีเรี่ยวเเรงมากกว่า อึดกว่า เเต่ก็ยังมีใช่เทพเซียน ย่อมมีอาการเหนื่อยล้า ย่อมต้องกินต้องดื่ม เด็กหนุ่มเจอเเม่นำ้สายหนึ่งระหว่างทางจึงเเวะพักดื่มน้ำเพื่อเเก้กระหาย กระเป๋ามิติช่างสะดวกสะบายยิ่งเด็กหนุ่มนำมันมาใช้ใบหนึ่งส่วนอีกหกใบปล่อยถอดตลาด กระเป๋ามิติมีค่าอย่างตำ่ก็หลายตำลึงทอง สะดวกต่อการเก็บของพกพาของอย่างยิ่ง ปุถุชนธรรมดา ที่มีฐานะหน่อยก็สามารถซื้อไปใช้ประโยชน์ได้
เดินเท้ามาค่อนวันเริ่มหิวจึงนำหมั่นโถวออกมาจากกระเป๋ามิติ เพื่อดับความหิว ในขณะที่กำลังลงมือกัดกินหมั่นโถวในมืออยู่นั้น พื้นก็เกิดสนั่นหวั่นไหวเบาๆอันเนื่องจากมีรถม้าคันหนึ่งกำลังเเล่นผ่าน เด็กหนุ่มซึ่งเดิมทีก็ เกียจคลานจะเดินเท้าอยู่เเล้วจึงทะลึ่งตัวขึ้นพรวดเดินไปโบกไม้โบกมือดักทางรถม้าวิ่งเบื้องหน้า สารถีรถม้าเห็นเด็กหนุ่มยืนโบกไม้โบกมือเบื้องหน้าจึงหันหน้าไปเอ่ยวาจากับบุคคลในห้องโดยสาร ก่อนพยักหน้าหนึ่งครา สะบัดเชือกหยุดรถม้า หยุดตรงเบื้องหน้าเด็กหนุ่ม มือขาวนวลดุจหิมะปัดเลิกผ้าม่านที่หน้าต่างห้องโดยสารออก ใบหน้าที่คุ้นตาโผล่ออกมาจากตู้โดยสาร ทั้งสองสบตากันหนึ่งคร่าพร้อมเอ่ยว่าจาพร้อมกัน "เป็เ้า?" ที่เเท้คนผู้นั้นคือ คนงามในชุดขาว เด็กหนุ่มเห็นว่าไม่ใช่ใครอื่นเช่นนั้นจึงเอ่ยวาจาออกไปหนึ่งประโยค "ในเมื่อไปทางเดียวกัน รบกวนขอติดรถม้าไปด้วยได้หรือไหม" คนงามในชุดขาวสีหน้าเรียบเฉยชายตามองไปที่เด็กหนุ่ม เอ่ยสองคำ"ขึ้นรถ"
เดินทางร่วมกันมาหลายชั่วยามบรรยากาศในรถม้าช่างเงียบงัน พานอึดอัด คนผู้นี้วาจาดุจทองคำ เอาเเต่ก้มหน้าอ่านคัมภีร์ฝึกยุทธ์ ทางเด็กหนุ่มก็เอาเเต่จ้องมองใบหน้าเเสนงดงามนั้น คนในชุดขาวชายตาเห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยวาจาหนึ่งออกไป "มีอันใดน่ามองกัน ข้าเป็บุรุษ" วาจาดั่งทองคำคำโตถูกเอ่ยออกมาจากปาก เด็กหนุ่มยิ้มหน้าเจื่อนตอบ นึกเสียดายคนงามล่มเมืองเช่นนี้ ไฉนเกิดเป็บุรุษกันเล่า บรรยากาศในรถยิ่งผ่านไปยิ่งดูอึดอัดเด็กหนุ่มจึงพยายามชวนพูดคุย "เอ่อพบกันสองคราถือว่ามีชะตาต้องกัน ยังไม่ทราบนามของพี่ชายท่านนี้เลยข้ามีนามว่า ซีห่าว ไม่ทราบท่านจะไปที่ใด" คนงามในชุดขาวคิ้วขมวดหนึ่งคราก่อนเอ่ยวาจาหนึ่งประโยค "ไปเมืองหลวง" ตอบเพียงเเค่จุดหมายเเต่ไม่เอ่ยชื่อเเซ่ จากนั้นตีสีหน้าเรียบเฉยพลิกคัมภีร์อ่านต่อไป เด็กหนุ่มเห็นท่าทีไม่อยากสนทนากับตนเช่นนั้นจึงไปนั่งอีกมุมนั่งขัดสมาธิปรับลมปราณ
เดินทางมาวันเต็มๆฟ้าเริ่มมืดเเสดงอาทิตย์ลาลับจากขอบฟ้า สารถีขับรถม้าเอ่ยหนึ่งประโยค "นายท่านฟ้าเริ่มมืดเเล้วเดินทางยากลำบาก ข้างหน้ามีเเสดงไฟคาดว่าจะเป็บ้านคนเดียวข้าขอไปสอบถามดูก่อนว่าพอจะมีที่พักไหม" คนชุดขาวไม่เอ่ยวาจาเพียงเเต่พยักหน้าตอบรับ เมื่อเห็นเช่นนั้นสารถีจึงลงจากรถม้าไปเพื่อสอบถามไม่นานก็เดินกลับมาพร้อมเอ่ยว่ามีที่พัก
ทั้งสามได้ลงจากรถม้าเดินตรงเข้าไปในบ้านไม้เก่าๆโทรมๆหลังหนึ่งภายในไม่กว้างมากนักภายในบ้านมีเพียงหญิงชราหลังค่อมเเก่ๆคนหนึ่งอาศัยอยู่
หญิงชราหลังค่อม เอ่ยออกมาหนึ่งวาจา “พวกท่านเดินทางไกลคงหิวเดียวข้าจะไปยกของกินมาให้”
หญิงชราหลังค่อมหายจากไปสักพักก่อนกับมาพร้อมกับอาหารบ้านๆหนึ่งชุดพร้อมเอ่ยวาจา“บ้านข้าไม่มีสิ่งใดต้อนรับขออภัยในความไม่เพรียงพร้อม”
เด็กหนุ่มเห็นหญิงชราหลังค่อมเอ่ยเช่นนั้นจึงรีบ ประสานมือขอบคุณเป็พิธี
“เดียวข้าจะไปเตรียมที่พักให้พวกท่านทานให้อิ่ม” หญิงชราหลังค่อมหมุนตัวจากไปเงียบๆ
ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังจับตะเกียบจะคีบอาหารจากจานนั้นเอง คนชุดขาวก็เอ่ยออกมาหนึ่งวาจา “อย่ากิน” พร้อมกับชักกะบี่ออกมาปาดคอสารถีที่นั่งอยู่ตกข้ามทันที เด็กหนุ่มที่เห็นเช่นนั้นถึงกลับตกตะลึงในการกระทำของคนชุดขาวจึงคว้าคอเสื้อของเขาพร้อมเอ่ยออกไปหนึ่งประโยค “เ้าบ้าไปเเล้ว” คนชุดขาวปัดมือของซีห่าวออกพร้อมกับชี้ไปที่สารถีที่เขาพึ่งปาดคอไปต่อหน้าต่อตาพร้อมเอ่ยประโยคหนึ่ง “นั้นไม่ใช่สารถี” ร่างของสารถีที่ถูกปาดคอไม่มีเืสักหยดพลันร่างกายยังคอยๆเหือดเเห้งจนเหลือเพียงหนังติดกระดูก เด็กหนุ่มเห็นเช่นนั้นเกิดอาการใอย่างยิ่ง คนชุดขาวไม่รีรอรีบเอ่ยให้รีบหนีออกจากบ้านหลังนี้ ทันใดนั้นตัวบ้านก็เกิดการสั่นไหว ทั้งสองติดยันต์บินไว้ที่ตัวก่อนจะพุ่งพร่วดออกมาจากตัวบ้าน ตัวบ้านคอยๆยกขึ้นปรากฏให้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างใต้ คนชุดขาวเห็นรูปร่างที่ปรากฏเบื้องหน้าจึงเอ่ยออกมาหนึ่งประโยค “ที่เเท้เป็ พฤษาปีศาจ”
พฤษาปีศาจสัตว์อสูรประเภทพืชชนิดหนึ่งมีรูปร่างไม่ต่างจากต้นไม้ทั่วไปมีดวงตาเเละปากรูปร่างน่ากลัวกลวงโบ๋อยู่กลางลำตนชอบดื่มกินเืจากสิ่งมีชีวิต สามารถบังคับซากศพได้จากการฝั่งเมล็ดพันธ์ลงไปบนศพ คาดว่ามันสร้างบ้านไว้บนหัวเพื่อหลอกล่อนักเดินทาง สารถีกับหญิงชราหลังค่อมคงถูกมันสูบเืจนตายเเล้วใช้เป็หุ่นเชิด
ซีห่าวเห็นพฤษาปีศาจก็เอ่ยวาจาออกมาด้วยสีหน้าหงุดหงิด “จะซวยอะไรเเบบนี้”
คนชุดขาวไม่มีท่าทีอะไรคงไว้ด้วยสีหน้าเรียบเฉยกล่าวออกมาหนึ่ง “พร้อมหรือไม่”
หนึ่งคนชักดาบหนึ่งคนชักกระบี่เตรียมพร้อมเข้าสู่การต่อสู้ทะยานบินขึ้นไปขนาบโจมตีจากทั้งสองฝั่ง พฤษาปีศาจเเตกกิ่งก้านออกเพื่อป้องกันเเละโจมตีท่าร่างคนชุดขาวปราดเปรียวรุกรับอย่างชำนาญ ออกกระบวนท่ากระบี่หนักเเน่นเเละสวยงาม ซีห่าวยังไม่ชำนาญยังมีโดนกิ่งไม่ทิ่มเเทงอยู่บ้างเเต่สายตากลับจ้องมองไปยังคนชุดขาวที่ออกกระบวนท่ากระบี่อย่างสวยงามประสบกับเเสงจัทร์ที่สาดส่อง คนงามกับเเสงจันทร์ ช่างเข้ากันเสียจริง เเต่นี้ไม่ใช่เวลาชมมองเด็กหนุ่มดึงสติกลับมา “นี้ข้าเป็พวกนิยมตัดเเขนเสื้อไปเเล้วงั้นเหรอ”
หนึ่งดาบหนึ่งกระบี่สะบั้นออกไปตัดกิ่งก้านของมันออกไปไม่น้อย เเต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นในขนาดที่โคจรเดินลมปราณคนในชุดขสวก็มีท่าทีเเปลกๆ ใบหน้าซีดเผือดลงทันที พลาดพลั่งไม่ทันระวังถูกกิ้งไม้ฟาดเข้าอย่างจังร่วงหล่นสู่พื้นดิน กะอักเืออกมาสายหนึ่ง พฤษาปีศาจไม่รีรอรีบโจมตีต่อเนื่องฟาดกิ้งก้านลงมาหลายเส้น เด็กหนุ่มพลันกลับมามองจึงรีบทะยานร่างบินพุ่งตัวออกไปปัดป้องการโจมตีของมัน พร้อมเอ่ยวาจาออกมา“นี้เ้าเป็อันใดกัน” รีบประคองร่างของเขาขึ้นทะยานบินออกรอบนอกเพื่อหลบการโจมตี ััได้ถึงความเย็นะเืภายในร่างกาย “ตัวของเขาเย็นมาก” ทะยานบินออกมารอบนอกวางร่างของคนชุดขาวลง จึงรีบนึกคิดหาทางจบศึกโดยเร็วประหวันนึกถึงสิ่งของวิเศษที่ฉวยฉกมาจากพวกคนชุดดำก่อนหน้านี้ว่ามีของวิเศษอยู่ชนิดหนึ่งน่าจะได้ผล จึงทะยานบินออกไปอีกครั้ง คนชุดขาวประคองร่างขึ้นนั่งปรับลมปราณ ทะยานร่างบินวนรอบๆตัวของพฤษาปีศาจเพื่อเเปะยันต์ชนิดหนึ่งที่กำกับคำว่า ะเิไว้ทั่วร่างของมัน ถ้าหากร่างของมันคือไม้ฉะนั้นต้องไม่ถูกกับไฟ หวังว่ายันต์ะเิพวกนี้จะเพิ่มอนุภาพของ หนึ่งดาบอัคคีสะบั้นฟ้าได้ ซีห่าวเดินพลังลมปราณเต็มกำลังไหลเวียนสู่ดาบที่กำเเน่นในมือผสมพลังธาตุอััคคีลงไปพร้อมที่จะใช้หนึ่งดาบสะบั้น พฤษาปีศาจเห็นท่าไม่ดีรีบเเตกกิ่งก้านปกป้อง หนึ่งดาบสะบั้นถูกฟาดออกมา ปราณอัคคีสายหนึ่งพุ่งโจมตีใส่ เดิมทีด้วยพลังตอนนี้ของเด็กหนุ่มคงไม่มีอนุภาพมากพอจะสังหารมันได้เเต่ถ้าเพิ่มอนุภาพของยันต์ะเิเข้าไปอนุภาพยิ่งมากล้น ร่างของมันะเิเเหลกสลายไปกับเปลวเพลิง เหลือไว้เพียงเเก่นิญญาที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศธาตุ
เด็กหนุ่มรีบวกกลับไปดูอากาศของสหายร่วมรบเมื่อไปถึงเห็นเขานั่งขัดสมาธิปรับลมปราณ ใบหน้าพลัดกลับมาสีเืเป็สัญญาณบ่งบอกว่าอากาศน่าจะดีขึ้นเเล้วจึงไม่รบกวน ชั่วเวลาจิบชา คนชุดขาวก็ลืมตาขึ้นมองไปรอบๆเอ่ยหนึ่งวาจา “จบเเล้วงั้นเหรอ” เด็กหนุ่มไม่เอ่ยวาจาเพียงพยักหน้าตบ ก่อนเดินไปยื่นขวดยาเม็ดให้กับเขามอบให้หนึ่งขวด คนชุดขาวเห็นนำ้ใจนั้นจึงรับไว้พลันลุกขึ้นยืนหันหลังพร้อมเอ่ยหนึ่งวาจา
“ข้าชื่อ ไป๋ชูเสวี่ย”
…….