หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 10

    “ยัยส้ม.... เหลือข้าวมันไก่ กับพะแนง แกจะกินอันไหน” เจนถามออกมา เพราะมันเหลือเพียงแค่สองกล่องเท่านั้น“ฉันเอาข้าวมันไก่ ไม่ค่อยอยากกินเผ็ดตอนเช้า” ส้มตอบกลับ“โอเค.... เท่าไหร่ค่ะพ่อค้า” เธอตอบกลับเพื่อนของเธอ แล้วเอ่ยถามกับสิน“45 บาทครับผม” สินเองก็ตอบกลับไป“หมดแล้วครับ... ร้านเปิดอีกทีช่วงเที่ยงนะครับ” สินเอ่ยต่อหลังจากที่ยื่นข้าวกล่องให้กับลูกค้าคนสุดท้ายของเช้าวันนี้เสร็จ หลังจากที่สองสาวเดินออกมาแล้วสักพักหนึ่ง“นี่ยัยเจน.. ร้านนี้ที่ขายดีๆ เพราะเขาขายถูกหรือเปล่า?.. ฉันก็เข้าใจนะว่าปริมานอาหารขนาดนี้ ร้านอื่นๆ ถูกสุดๆนี้ก็ 35 บาทเข้าไปแล้ว” ส้มเอ่ยถามออกมา“มันก็ส่วนหนึ่ง แต่ต่อให้ราคามันแพงกว่านี้ พวกลูกค้าเหล่านั้นก็ยินดีที่จะซื้อ รวมฉันด้วยคนหนึ่งเลย พ่อค้าคนนั้นน่าจะขายหมดอยู่ดี” เจนเอ่ยตอบออกมา“ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะเธอ ‘งก’ หรือยังไง ห๊ะ!!” ส้มที่รู้จักเพื่อนของเธอดีก็กล่าวตอบ“หึ!! เดี๋ยวเธอลองชิม ก็จะรู้เองว่าสิ่งที่ฉันพูด มันไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย” เจนกล่าว“จ้า ๆๆ แม่คนขี้งก” ส้มกล่าวออกมาแบบเซ้งๆ ณ บริษัทแห่งหนึ่งที่ทำงานของเจน และส้ม“นั้นมันยัยเจนกับยัยส้มนี่... มาๆ มานั่งทานข้าวเช้าด้วยกันซิ” พนักงานบริษัทสาวคนที่ 3 กล่าว“เอาซิ.. นี่เธอรู้มั้ย.. ว่ายัยเจนลากฉันไปซื้อข้าวกล่องร้านหนึ่งที่ชุมชนหนองหอยมา แถวยาวเวอร์เลยเธอ” มาถึงส้มก็นั่งเมาส์กันกับเพื่อนๆในบริษัททันที“ร้านนั้นอ่ะเหรอ.. ใช่ร้านที่ออกข่าวเมื่อวานหรือป่าวแก... คงจ่ายเงินค่าโฆษณาเยอะน่าดู กว่าจะได้เป็นข่าวแบบนั้นนะ” พนักงานบริษัทสาวคนที่ 3 กล่าว“นั้นซิ.. ร้านนั้นก็แค่น่าจะขายถูกเท่านั้นแหละ.. ยัยเจนเธอมันขี้งก” ส้มก็ยังไม่วาย หันไปจิกกัดเจนเล็กน้อย“ก็แล้วแต่เธอเลยยัยส้ม.. ฉันไปนั่งตรงนู้นดีกว่า” ว่าแล้วเจนก็เดินออกจากสองสาวเพื่อนร่วมงานของเธอไป นั่งแกะกล่องทานคนเดียวอย่างเงียบๆ“อะไรของยัยนั้นกัน.. ว่าแต่ยัยส้มฉันขอชิมหน่อยได้มั้ย? อยากจะรู้จริงๆว่ามันจะอร่อยสักแค่ไหนกันเชียว” เพื่อนร่วมงานกล่าวออกมา“ได้ซิยัยก้อย มาทานไปพร้อมๆกันเลยนะ อ่า1.. 2… 3..อ้ำ” พวกเธอตักข้าวมันไก่ขึ้นมาคนละคำ ก่อนที่จะทานเข้าไป บรรยากาศอันแสนสงบสุขก็หายไปในทันที แล้วสงครามขนาดเล็กๆก็เกิดขึ้นมาภายในบริษัท เจนที่เห็นว่าท่าไม่ดีก็รีบตักเข้าปากอย่างรวดเร็วในทันที“ส้ม!! ก้อยขอซื้อต่อ 100 บาท” ก้อยที่ได้ชิมก็อยากจะทานมันอีก จึงเอ่ยขอซื้อต่อจากส้ม“ไม่นะ ไม่ๆๆ ฉันไปยืนซื้ออยู่ตั้งนาน มันต้องเป็นของฉัน ออกไปห่างๆเลยนะยัยก้อย” ส้มที่ดึงข้าวมันไก่กลับมาที่ตัวของเธอ เธอพยายามที่จะปกป้องมันอย่างสุดชีวิต“โถ่...นี่มันรสชาติอะไรกัน เกิดมายังไม่เคยทานรสชาติแบบนี้มาก่อน.. ร้านเปิดอีกทีตอนเที่ยงซินะ.. ฉันไม่พลาดแน่รอบนี้” ก้อยกล่าวออกมาอย่างมุมานะ กลับมาทางด้านนายสิน หลังจากที่เขาเก็บของทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว เขาก็หันไปถามอร“เป็นอย่างไงบ้างครับอร ทำงานวันแรก เหนื่อยมากมั้ยครับ” สินเอ่ยถาม“ไหวอยู่จ้าสิน... แต่ว่าลูกค้าเยอะมากจริงๆเลย” อรกล่าวตอบ พร้อมกับบิดตัวเล็กน้อย“นั้นซิค่ะอาสิน.. หนูเหนื่อยมากเลย.. ทำงานไม่ได้หยุดพัก แต่ว่าอาหารของอาสินก็อร่อยจริงๆนั้นแหละค่ะ” หนูไอซ์กล่าวบ่นตามประสาเด็กเล็กของเธอไป“เอาล่ะ เราต้องเตรียมตัวไปโรงเรียนไม่ใช่เหรอ ..เดี๋ยวคุณอากับคุณแม่จะส่งนะ” สินกล่าวเตือนกับหนูไอซ์เล็กน้อย  “ค้าาาา” หนูไอซ์ร้องอย่างร่าเริง เธอตื่นเต้นมากที่จะได้รู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า โรงเรียน เพราะที่ผ่านมาไม่เคยได้รู้จักกับมันเลยสักครั้ง เธอจึงเดินเข้าไปในห้อง เพื่อเปลี่ยนชุด และจัดการเก็บกระเป๋าในทันที เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาทั้งหมดก็ซ้อนรถมอเตอร์ไซค์คันใหม่ เพื่อไปสงหนูไอซ์ที่โรงเรียน ณ โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง“ผอ.ค่ะ วันนี้มีเด็กคนหนึ่งที่ต้องการจะขอเข้าเรียนเป็นกรณีพิเศษค่ะ จะให้เข้าไปเลยไหมค่ะ” เลขาของผอ.ท่านนี้เข้ามารายงาน“เชิญให้เข้ามาได้เลย” หลังจากที่ผอ.พูดจบ สินก็เดินเข้ามาพร้อมกับอร และหนูไอซ์ เมื่อผอ.เห็นว่าทุกคนมากันพร้อมแล้ว เขาจึงเอ่ยพูดต่อไปว่า“เชิญนั่งก่อนครับ”“ขอบคุณมากครับ ... เออ.. สวัสดีครับ ผมชื่อสินสมุคร สุดสาคร แล้วนี่คุณแม่ของหนูไอซ์ ชื่ออรนภา ประกายแสง แล้วนี่คือหนูไอซ์ หรือ ไอยรา ประกายแสงครับ” สินเอ่ยกล่าวออกไปกับผอ. เขาไม่ใช่เด็กแล้วที่จะทำอะไรโดยกล้าๆกลัวๆ และอีกอย่างเขาเป็นผู้ชายจึงเอ่ยจั่วนำไปก่อน“สวัสดีทุกท่านครับ ไม่ทราบว่าใช่ ด.ญ.ไอยราคนนี้หรือป่าวที่จะเข้ารับการศึกษาของเรา.. ไม่ทราบว่าอายุเท่าไหร่แล้วล่ะครับ” ผอ.กล่าวถามออกมา“ตอนนี้หนูไอซ์อายุเจ็ดขวบค่ะผอ. พอจะให้แกเข้าเรียนชั้นไหนได้บ้างคะ” อรกล่าวตอบ แล้วถามออกไปกับกับผอ.“ดูจากอายุแล้ว ผมคิดว่าจะให้เข้าที่ระดับชั้น ป.2 เลยก็แล้วกัน... หนูไอยรา เราจะไหวมั้ยเอ่ย” ผอ.ที่พูดจบก็หันมายิ้มให้กับหนูไอซ์ก่อนจะพูดออกมาอย่างคนรักเด็ก“ไหวค่ะผอ. หนูจะตั้งใจเรียนค่ะ” หนูไอซ์กล่าวออกมา“อย่างนั้นเหรอจ๊ะ งั้นผอ.จะให้หนูไปแนะนำตัวกับเพื่อนๆก่อนเลย พร้อมหรือป่าวเอ่ย” พูดจบผอ.แกก็ต่อสายไปหาใครสักคน โดยที่ไม่ได้ถามสุขภาพของใครสักคน แน่นอนไม่ได้ติดใจอะไร เพราะเขารู้ดีอยู่แล้วว่าโรงเรียนเก่าของเขาเป็นอย่างไร แต่สำหรับอร มันไม่ใช่           ตู๊ดๆๆ!! “สวัสดีค่ะ ผอ.” คุณครูคนหนึ่งกล่าวออกมาทางโทรศัพท์“ครูนิด... วันนี้มีเด็กเข้ามาเรียนใหม่หนึ่งคน.. ยังไงช่วยมารับตัวเด็กไปเข้าเรียนที่ห้องของเธอด้วยนะ” ผอ. พูดออกมาอย่างรวบรัดที่สุด“ทราบแล้วค่ะ”ท่านผอ.ก็ถาม และพูดคุยกับสิน และอรไปจนเรื่อยเปื่อย ตั้งแต่วิธีการเรียน ตารางเรียน พัฒนาการของเด็ก จนไปถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยเลยทีเดียว จนมีเสียงก๊อกๆเกิดขึ้นที่ประตู“ขออนุญาตค่ะท่านผอ.” เป็นครูนิดที่เดินเข้ามา เพื่อรับตัวหนูไอซ์“เหมือนว่าครูประจำชั้นของหนูไอซ์ จะมาถึงแล้วนะครับ” ผอ.เอ่ยกล่าวกับสิน และอร พร้อมกับหันหน้าไปทางครูนิด และกล่าวต่อ“ยังไงครูนิด ช่วยแนะนำตัวเองกับผู้ปกครองหน่อยนะครับ”“ค่ะท่านผอ. สวัสดีค่ะ.. ดิฉันชื่อนิตยาค่ะ ฉันทำหน้าที่เป็นครูประจำชั้นห้อง ป.2/1ค่ะ” นิตยาแนะนำตัวนิดหน่อยให้ผู้ปกครองของเด็กได้รับทราบ หน้าตาของเธอดูแล้วเหมือนจะอายุพอๆกับอร หรือก็คือน่าจะพึ่งจบใหม่นั้นเอง“สวัสดีค่ะครูนิด ยังไงอรก็ต้องขอฝากหนูไอซ์ด้วยนะคะ” อรกล่าวแล้วยกมือไหว้“ไว้ใจได้เลยค่ะคุณแม่” เธอพูดพร้อมกับยกมือไว้เช่นกัน จากนั้นเธอก็เรียกหนูไอซ์ให้เดินตามเธอไป เพื่อจะได้ให้หนูไอซ์ไปเข้าเรียน และแนะนำตัวเองกับเพื่อนร่วมห้อง หลังจากที่ครูนิตยา และหนูไอซ์ออกจากห้องของผอ. เขาก็เปิดประเด็นเรื่องค่าใช้จ่ายทันที“ผอ. ครับไม่ทราบว่าค่าเทอมของโรงเรียนเท่าไหร่ครับ” สินเอ่ยถาม“เทอมละ 25,000 บาทครับคุณสิน.. เป็นแบบเหมาจ่าย.. เรามีอาหารกลางวันให้เด็กทานฟรีอีกด้วย” ผอ.กล่าวออกมา“แพงขนาดนั้นเลยเหรอค่ะผอ. สิน อรเกรงใจสินมากเลย” อรที่ได้ยินก็แอบตกใจ ถึงเธอจะรู้ว่ามันแพง แต่มันเกินจากที่เธอคาดการณ์ไว้ไปมาก เธอคิดว่าถ้าสัก 15,000 บาทเธอก็น่าจะไหว เก็บเดือนละ 5,000 บาทยังพอได้อยู่ แล้วไหนจะค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆอีก “ไม่เป็นไรครับอร ยังไงอรก็เหมือนคนในครอบครัวของผมแล้วคนหนึ่ง... อย่าคิดมากเลยครับ... นี่ครับผอ. 30,000 บาท ที่เหลือผมขอบริจาคให้กับโรงเรียนนะครับ” สินที่รู้ธรรมเนียมดี เพราะเขาเคยเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ มันจะต้องทีค่าน้ำชากันบ้างเป็นเรื่องปกติ “ขอบคุณมากครับคุณสินสุมทร... ยังไงก่อนจะกลับ ช่วยรอรับใบเสร็จที่เลขาของผมด้านหน้าห้องได้เลยครับ.. ส่วนเรื่องหนูไอยราไม่ต้องเป็นห่วงไปนะครับ ครูที่นี่ทุกคน ผมรับเองกับมือ แต่ละคนดีกรีระดับเกียรตินิยมอันดับ 1 กันทั้งนั้น... โปรดไว้วางใจ” ผอ.ทำมือทุบไปที่อกอย่างมั่นใจ“ขอบคุณมากครับ/ค่ะ” ทั้งสองกล่าวออกมา แล้วทั้งสองคนก็ซ้อนท้ายกันกลับ เพื่อที่จะไปหาเงินต่อในตอนเที่ยงของวันนี้ พวกเขาจะต้องไปตลาด เพื่อที่จะซื้อข้าวของที่จะเปิดร้านตอนเที่ยง โดยในตอนกลางวันนี้เขาตั้งขายข้าวกล่องเพียง 1,000 กล่องเท่านั้น แล้วมันก็หมดลงโดยเวลายังไม่ทันจะบ่ายเลยด้วยซ้ำ อรจัดแจงทำบัญชี และทำรายการซื้อของในตอนเย็นทั้งหมด จึงทำให้ในช่วงบ่ายสินเป็นคนว่างงานแทน และเขาจึงคิดที่จะอยากลองอ่านหนังสือมันอีกสักครั้ง... “เจ้าของต้องการเรียนรู้ตำราภาษาอังกฤษใช่หรือไม่”“เจ้าของต้องการเรียนรู้ตำราภาษา..... หนังสือที่เขาซื้อมานั้น เป็นหนังสือภาษาต่างๆ ประกอบไปด้วย ภาษาอังกฤษ, ภาษาฝรั่งเศส, ภาษาจีน, ภาษาญี่ปุ่น, ภาษาเกาหลี, ภาษาเยอรมัน, ภาษารัสเซีย, ภาษาสเปน , ภาษาโปรตุเกส และอย่างสุดท้ายคือภาษาอาหรับ“ใช่” สินกล่าวตอบไปคำเดียวเพียงเท่านั้น และแน่นอนว่า โอ๊ย!!.... แล้วก็เขาสลบไปอีกครั้ง และอีกครั้ง และก็อีกครั้ง สินตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายสามโมง อย่าถามว่าทำไมเขาไม่เรียนรู้ให้หมดๆไป เพราะว่าเขายังมีจิตใต้สำนึกของความเป็น มนุษย์อยู่ความเจ็บปวดที่เกินจะจินตนาการที่มนุษย์จะสามารถทนรับมันไว้ได้ ใครที่รับได้ หรือรู้สึกชอบกับความเจ็บปวดนี้ เขาเชื่อว่าคนๆนั้น คือ โรคจิตระดับรุนแรงเลย ซึ่งเขาไม่ได้พิศวาสขนาดนั้น เอาละนอกเรื่องอีกล่ะ เขาเปิดคอมพอวเตอร์โน็ตบุ๊คขึ้นมา เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่อยากจะทำ มันเป็นขนมไทยง่ายๆที่ใครๆก็สามารถทำได้ ความจริงแล้ว เขาก็มีความสามารถที่จะทำตามสูตรในหัวได้เลย แต่เขาไม่รู้ว่าวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ มันขายกันที่ไหน ดังนั้นสินก็จำเป็นต้องหาข้อมูลก่อน ‘เจอล่ะ.. ร้านยะอินเตอร์ ขายอุปกรณ์ทำขนมทุกชนิด ทุกประเภท’ สินไม่รอช้า คลิกดูโลเคชั่นทันที“ไกลเอาเรื่องอยู่ เลยสถานีรถไฟไปอีกตั้ง 2 กิโลเมตร แต่จะกลัวอะไรเรามีมอเตอร์ไซค์แล้วในตอนนี้...ไม่ได้แดกตรูหรอก” เขาพูดกับตัวเองตามลำพัง แต่ในระหว่างที่เขากำลังศึกษาเส้นทาง และหัวเราะคนเดียวอย่างบ้าคลั่งอยู่นั้นเอง------------------------------------------------------วันนั้นลืมลงรูปที่หนูไอซ์กับอรกินไปที่สถานีรถไฟ 555+error loaded

    ไรต์ : ตอนนี้ไม่ค่อยมีอะไร ทนไปอีกนิดนะ จะถึงตอนหลักจริงๆของมันละA : ไม่ทน พวกเราจะไม่ทนไรต์ : ทนหน่อยน่านะA : จะให้ทนได้อย่างไรละ ไรต์เล่นลงรูปซะขนาดนั้น รู้ไหมมัน.....หิว...