วันเวลาผันผ่านไปจนเกือบครึ่งปีบ้านสกุลตู้ก็มิเคยได้มีโอกาสเปิดต้อนรับแม่สื่อจากที่ใดเลย ความกลุ้มใจบังเกิดแก่บุพการีของตู้ฟางซิน
“ทำเช่นไรดีเล่าท่านพี่” แม่ใหญ่กับแม่รองพากันนั่งหน้าเครียด
“จะให้ทำเช่นใดเล่าหรือพวกเ้าจะให้ข้าเป็ฝ่ายส่งแม่สื่อไปทาบทามบุรุษแทนเื่มันจะได้จบง่ายขึ้น” ด้วยความที่ฟางซินเป็บุตรีคนโตอีกทั้งยังเป็บุตรที่เกิดจากฮูหยินเอกจะให้ทำเื่งามหน้าเช่นนี้ได้อย่างไร “สุดท้ายแล้วถ้าหากนางยังมิได้ออกเรือนภายในสองปีนี้พวกเ้าก็คงต้องทำใจไว้ครึ่งหนึ่งว่านางคงจะเป็สาวเทื้อ” ถอนใจยาว “เฮ่อออ..หากเป็เช่นนั้นข้าก็หาได้สนใจผู้ใดไม่ นางเป็บุตรีของข้าทั้งยังเก่งกาจเื่ค้าขายในวันข้างหน้านางก็จะเป็สาวเทื้อผู้ร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวง”
ตู้ฟางซินกับจินเมี่ยวที่ยืนอยู่หน้าห้องโถงได้ยินทุกสิ่งที่บิดามารดาของนางกล่าวก็ให้สะท้อนใจหลังจากนี้นางคงต้องเอาใจไป่เยว่ชิงเพิ่มขึ้นอีกนิดเพื่อให้นางช่วยเหลือเื่องค์ชายสามแม้สุดท้ายแล้วนางจะต้องเป็หนึ่งในพระสนมก็คงมิเป็ไรอย่างน้อยก็คงพอที่จะที่ทำให้สกุลนางมิขายหน้ากระมัง
เดินออกจากหน้าประตูห้องโถงเสียงสาวใช้คนสนิทก็กล่าวขึ้นมา
“คุณหนูอย่ากังวลไปเลยเ้าค่ะ…ข้าในยามนี้ใกล้จะ18หนาวแล้วยังมิมีชายในดวงใจเลยนะเ้าคะ” จินเมี่ยวเดินตามพร้อมกล่าวปลอบ
“ข้าเป็บุตรสาวคนโตนะจินเมี่ยวอีกไม่กี่เดือนก็ย่างเข้าสิบหกหนาว จนแล้วจนรอดก็มิมีสกุลใดส่งแม่สื่อมาสักคน” หันกลับมามองสาวใช้ “หากข้าเป็สาวเทื้อเ้าจะอยู่เคียงข้างข้ามั้ย?”
“อยู่สิเ้าคะ..หากคุณหนูยังมิออกเรือนบ่าวก็จะอยู่กับคุณหนูไม่ออกเรือนเช่นกันเ้าค่ะ!!” จินเมี่ยวเอ่ยเสียงหนักแน่นแล้วสองคนก็พากันหัวเราะเดินต่อไปยังหน้าบ้านที่มีรถม้าจอดรออยู่
“ไปโรงเตี๊ยมเงาพระจันทร์นะ ข้านัดกับคุณหนูไป่ที่นั่น” ตู้ฟางซินบอกกับอาเฉาบ่าวชายที่ขับรถม้าให้กับนาง
“ขอรับคุณหนู” อาเฉาขึ้นนั่งด้านหน้ารอจนจินเมี่ยวขึ้นมานั่งเคียงคู่แล้วมั้งหมดก็ ออกเดินทาง
--------++++++++-----------++++++
โรงเตี๊ยมเงาพระจันทร์
“เมื่อวานคุณชายหลินส่งแม่สื่อมาบ้านข้า..ช่างน่าขบขันยิ่งนักข้าพันวันปักปิ่นมาเพียงสองเดือนแต่ก็มีบุรุษมากมายรอมาสู่ขอมิได้ว่างเว้น ข้าทำได้เพียงบอกกล่าวปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวลเพราะคงต้องรอตบแต่งเข้าไปเป็พระชายา” ไป่เยว่ชิงจิบชาและลอบยิ้ม
“เ้าเป็สตรีที่บุรุษใดต่างก็้า ทั้งกิริยา มารยาทและเป็ถึงบุตรีท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายใครๆ ก็ต่างพากันเข้าหา มิใช่สตรีที่เป็บุตรสาวพ่อค้าเช่นข้า” ฟางซินขี้คร้านจะใส่ใจกับคำพูดเยาะเย้ยถากถางของนางจึงทำได้แค่ป้อยอนางไปวันๆ ซึ่งอีกฝ่ายก็ชอบ
“ขอบใจเ้า ที่เ้าพูดมาล้วนถูกต้องทุกสิ่ง เช่นนี้แล้วหากองค์ชายรองเสด็จกลับมาคราวใดข้าจะต้องพาเ้าเข้าวังไปลอบมององค์ชายสามด้วยเป็แน่” ทำสีหน้าเคลิ้มฝัน
‘นางพูดอย่างไร? เหตุใดต้องไปลอบมองด้วยเล่ามิใช่ว่านางรู้จักคุ้นเคยกับองค์หญิงองค์ชายในวังหลวงแล้วหรอกหรือ’ ฟางซินมองเยว่ชิงด้วยสายตาโง่งมแต่ก็คร้านจะใส่ใจ
“หกวันก่อนหน้านี้ข้าพบกับ ‘จูเหม่ยเซียน’ สตรีหน้าตาธรรมดาแต่กลับเป็ถึงพระสหายขององค์ชายรองและองค์ชายสาม ข้ามิชอบหน้านางเท่าใดนักหากวันนี้นางมาลอบมองเราสองคนอีกข้าจะมิยอมนางแล้ว”
จูเหม่ยเซียนที่ไป่เยว่ชิงพูดถึงนั้นตู้ฟางซินเคยพบเจอมาหลายคราแต่มิเคยได้พบปะพูดคุยเพราะอีกฝ่ายเป็บุตรสาวของท่านเสนาบดีจูขนาดมองแค่ไกลๆ ตู้ฟางซินยังรับรู้ได้ว่านางงดงามมาก งามจนผู้พบเห็นต่างจะต้องพากันเหลียวมองอีกทั้งนางยังเย่อหยิ่ง มิสนใจผู้ใดนัก ‘น่าแปลกที่นางเป็บุตรีเสนาบดีเช่นเดียวกันเหตุใดจึงมิคบหากันเป็สหาย’ เื่นี้ฟางซินก็คร้านจะใส่ใจ
“อีกเพียงสามวันจะถึงวันประชันบุปผางามข้ารู้ว่านางจะต้องขึ้นประชันกับข้าแน่ เ้ามีของประดับใดมาใหม่บ้างหรือไม่ฟางซิน” ไป่เยว่ชิงมองสหายอย่างคาดหวัง
“มีสิ..ไว้ข้าจะดูให้”
ตึ่งๆๆ ตั่งๆๆ!! เสียงเอะอะโวยวายด้านนอกประตูดังขึ้น "โจร!!!! จับโจรเร็วเข้า!!!!!! " ตุบๆๆๆ ตับ ตึ่งๆๆๆๆ เสียงฝีเท้าวิ่งกันเต็มไปหมด ตู้ฟางซินเปิดประตูออกไปดูด้านนอก ความชุลมุนพาดผ่านสายตาจนเสียงกรีดร้องดังขึ้นตรงบันได
“ว๊ายย!!!!! คุณหนู!!!”
ตู้ฟางซินมองเห็นบุรุษผู้หนึ่งวิ่งลนลานลงจากบันไดและชนเข้ากับสตรีที่กำลังเดินขึ้นมาอย่างแรง ร่างเล็กอ้อนแอ้นผงะหงายหลังตกลงจากบันไดไปหลายขั้นฟางซินได้แต่ยกมือขึ้นกุมหน้าอกด้วยความใ
“นั่นมันจูเหม่ยเซียนนี่นา” ไป่เยว่ชิงที่เดินมายืนทางด้านหลังเอ่ยขึ้น “ฮะๆๆ สมน้ำหน้า”
ตู้ฟางซินขมวดคิ้วหันมองหน้าสหาย ‘เห็นผู้อื่นเจ็บตัวนางยังจะหัวเราะอีก’ มองลงไปด้านล่างผู้คนต่างเดินกันขวักไขว่ เสี่ยวเอ้อที่เป็หญิงต่างเข้ามาช่วยกันอุ้มคุณหนูจูเหม่ยเซียนขึ้นรถม้าแล้วจากไป
“นางคงมิเป็อะไรมากกระมัง” ฟางซินเอ่ยขึ้นมาลอยๆ
“หึ..เป็มากๆ ก็ดีข้าจะได้มิมีคู่แข่งในวันประชันบุพผางาม” ไป่เยว่ชิงหัวเราะสะใจ
ฟางซินส่ายหัวให้กับท่าทางนั้น บุคคลที่มิได้สนิทสนมกับนางคงจะถูกภาพลักษณ์กิริยาเรียบร้อยอ่อนหวานบังตาแท้จริงแล้วนางมีจิตใจคับแคบริษยา มิน่าคบหาสักนิด
เพียงสองเค่อ (30นาที) เื่ราวที่คุณหนูจูเหม่ยเซียนตกบันไดโด่งดังไปทั่วเมืองหลวง หลายคนสงสาร ห่วงใยแต่อีกหลายคนก็สมน้ำหน้า แต่นั่นก็ไม่ใช่เื่ที่นางจะต้องใส่ใจ
---+++---------+--+++++-------
วันต่อมา:ร้านผ้าจินหง
“เ้าว่าข้าควรเอาชุดคลุมสีใดดีนะ?” ไป่เยว่ชิงเอ่ยถามสหายรักที่ยืนอยู่ข้างๆ กัน