กล้าขอก็กล้าให้ ... อี้โยวส่งขนมมันปิ้งให้ผู้เฒ่าไปหลายชิ้น
“นังหนูสิบเจ็ดเ้าย้ายไปอยู่กับปู่ดีหรือไม่ อยู่คนเดียวเช่นนี้ดูจะลำบากไม่น้อย” ปู่สามเอ่ยด้วยสีหน้าอ่อนโยน ทว่ามือยังหยิบขนมเข้าปากไม่หยุด
จริง ๆ ก่อนนางจะโผล่มาโลกนี้ หลิวอี้โยวคนเดิมมีแม่นมดูแลมาโดยตลอด แต่เกิดเหตุอันใดขึ้นไม่รู้ แม่นมคนนั้นหายไป ครั้นนางตื่นขึ้นในร่างนี้ เด็กหญิงก็เหลือตัวคนเดียวแล้ว
ตระกูลหลิวในปัจจุบันมีด้วยกันสามรุ่นหลัก คือรุ่นปู่ รุ่นลูก รุ่นหลาน
อี้โยวเป็รุ่นหลาน ส่วนผู้าุโขึ้นไปกว่านั้น คือรุ่นทวด ที่ตอนนี้เหลือท่านเดียวและอยู่ในภาวะจำศีลตลอดเวลา ท่านทวดจะลืมตาต่อเมื่อตระกูลมีภัยเท่านั้น ส่วนรุ่นเหลนยังไม่มี
“ท่านปู่สาม สิบเจ็ดไม่ลำบากอะไรเ้าค่ะ เพียงแต่สิบเจ็ดอยากจะอ่านตำราให้มากหน่อย ปู่สามพอจะช่วยสิบเจ็ดได้หรือไม่เ้าคะ”
“เ้าอยากอ่านตำราจำพวกไหน” ผู้เฒ่ากินขนมชิ้นสุดท้ายหมดแล้วก็แสดงสีหน้าเสียดาย
“หาก...หากเป็ตำราเกี่ยวกับการหลอมโอสถพอจะได้ไหมเ้าคะ” เด็กหญิงเอียงคอพูดชวนให้ผู้มองอดเอ็นดูไม่ได้
“เ้าเอาตำราของปู่ไปอ่านแล้วกัน จดจำสมุนไพรให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาหาปู่”
ผู้เฒ่าสามแบมือปรากฏตำราสมุนไพรหลายเล่มขึ้นบนฝ่ามือนั้น แต่ละเล่มค่อนข้างหนา
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านปู่สาม” อี้โยวยิ้มั์ตาเป็ประกาย
ผู้เฒ่ามองเด็กหญิงตรงหน้าแล้วแอบถอนใจ นางเป็ถึงลูกสาวของอัจฉริยะประจำตระกูล ทว่าลมปราณทั้งร้อยแปดจุดไม่สามารถเปิดออกได้แม้จุดเดียว ขณะที่พี่น้องรุ่นเดียวกับนาง เปิดได้คนละสิบยี่สิบจุดทั้งนั้น
เด็กไร้ปราณเช่นนาง สุดท้ายก็แต่งเป็อนุได้เท่านั้น แม้จะหลอมโอสถหากไม่สามารถใช้พลังปราณก็ไม่อาจหลอมออกมาได้ ทว่าเมื่อเขาเห็นแววตาของเด็กน้อยแล้วก็ไม่อาจใจร้ายบอกนางได้ จึงเพียงทำตามคำขอของนาง ปล่อยให้นางเรียนรู้ว่าตนไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง น่าจะดีที่สุด
“งั้นปู่สามไปก่อน เ้าตั้งใจจดจำ” เมื่อลุกเดินจนถึงหน้าประตู ผู้เฒ่าสามก็หันกลับมากล่าวอีกครั้ง “ขนมนั่นเ้าทำให้ปู่อีกได้หรือไม่ เ้าต้องใช้อะไรบ้างปู่จะเอามาให้”
อี้โยวถึงกับพูดไม่ออก ท่านปู่สามก็ชอบกินขนมเช่นกันหรือ
มีข้อหนึ่งที่ปู่สามหลงลืม เด็กอายุห้าขวบที่ไหนจะอ่านหนังสือได้ ยิ่งกว่านั้นนางไม่เคยร่ำเรียนเขียนอ่าน ขนาดหลิวอี้หยาอายุเจ็ดขวบยังเพิ่งหัดเขียนอักษรได้ไม่กี่ตัว
แต่เื่นั้นไม่เป็ปัญหาสำหรับหลิวอี้โยวแม้แต่น้อย
เมื่อนางได้รับตำรามาแล้วก็ตั้งใจศึกษาอย่างจริงจัง
จริงจัง
จริงจังของนางคือเปิดผ่านทุกหน้าอย่างรวดเร็ว นางมีสมองที่ช่วยในการจดจำคล้าย ‘ความจำพริบตา’ ดังนั้นเพียงคืนเดียวตำราสมุนไพรเล่มหนาหลายเล่มที่ได้มา นางล้วนจำได้หมดทุกตัวอักษรแล้ว
เช้ารุ่งขึ้นอี้โยวเดินไปเบิกวัตถุดิบเพื่อจะทำขนมมันปิ้งอีกครั้ง แต่ข่าวร้ายคือ นางใช้ส่วนที่ควรจะได้รับไปหมดแล้ว ร่างเล็กจึงเดินกลับเรือนอย่างผิดหวัง
ครั้นถึงยามเฉิน อี้โยวลุกเดินไปห้องเล่าเรียนของลูกหลานในตระกูล สิ่งที่แน่นอนยิ่งกว่าแน่นอน คือนางถูกพี่เก้ามองด้วยสายตาไม่เป็มิตร ยังดีที่วันนี้ไม่ถูกล้อเลียนใด ๆ ร่างเล็กพาตัวเองไปนั่งอยู่มุมด้านในสุด นางไม่ได้หวังจะร่ำเรียนอะไรจากที่แห่งนี้ และพวกเขาเองก็ไม่สนใจจะสั่งสอนนางเช่นกัน
โดยปกติ เด็กั้แ่แรกเกิดจะสามารถเปิดจุดลมปราณได้ปีละหนึ่งถึงสองจุดในทุกปี พออายุสิบขวบก็จะสามารถเปิดลมปราณได้ราว ๆ ยี่สิบถึงสามสิบจุด หรือ่ห้าขวบอย่างน้อยควรเปิดได้สิบจุดเป็อย่างต่ำ นี่คือมาตรฐานขั้นต่ำสุดแล้ว
ทว่า อี้โยวไม่แม้แต่จะได้มาตรฐานขั้นต่ำสุด
สำหรับคนที่ไม่สามารถเปิดจุดลมปราณได้แม้แต่จุดเดียวอย่างนาง จึงสามารถเรียกว่า ‘ขยะในขยะ’ ได้เลย
แต่เอาเถอะ ขยะก็ขยะ ทำมาหากินได้ไม่อดตายก็พอแล้ว
“เ้าสิบเจ็ด ท่านปู่ใหญ่เรียกพบ” เป็ชายร่างไม่สูงไม่เตี้ย หุ่นท้วมเล็กน้อย หน้าตาหมดจด เดินมากวักมือเรียกนางอยู่หน้าเรือนเรียนรู้
คนผู้นี้คือ ลุงหก
ร่างเล็กหันไปตามเสียงก่อนพยักหน้ารับ แล้วลุกเดินตามลุงหกไปอย่างว่าง่าย เด็กหญิงถูกพาไปห้องเล็กห้องหนึ่ง ในนั้นมีตำราอยู่ไม่มาก
ดูเหมือนที่นี่จะเป็ห้องทำงานของปู่ใหญ่
“สิบเจ็ดเอ๊ย ชีวิตเ้าแสนอาภัพ เดิมทีข้าวของพวกนี้ปู่ใหญ่จะรอเ้าโตแล้วค่อยมอบให้” บนโต๊ะทำงานของปู่ใหญ่มีกล่องไม้ใบหนึ่ง เขายกมาวางตรงหน้าเด็กหญิง
“นี่อะไรหรือเ้าคะ” เด็กน้อยเอียงคอถามด้วยท่าทางที่ชวนให้ผู้ใหญ่เอ็นดูได้ไม่ยาก
“นี่เป็ของของพ่อแม่เ้า เ้าเอาไปเก็บไว้เองเถอะ” ปู่ใหญ่พูดพลางลูบหัวร่างเล็ก สายตาที่มองมีทั้งความเอ็นดู สงสารเวทนา และสุดท้ายคือเสียดาย
“ขอบพระคุณเ้าค่ะท่านปู่ใหญ่” ร่างเล็กย่อตัวทีหนึ่ง กิริยาน่ารักจนปู่ใหญ่เริ่มรู้สึกคล้ายจะรักใคร่นางขึ้นมาบ้างแล้ว
“แม่นมของเ้าหายตัวไปเช่นนี้ ตระกูลเราไม่สามารถหาใครมาดูแลเ้าได้อีก ต่อจากนี้เ้าต้องดูแลตัวเองให้ดี” เขาพูดพลางถอนใจเฮือกหนึ่ง
ตอนนี้ทรัพยากรของตระกูลมีไม่มาก ด้วยกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤติ หากยังเป็่ที่รุ่งเรืองอยู่ การหาสาวใช้มาดูแลเด็กคนหนึ่งไยจะทำไม่ได้ แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว เขาทำได้ดีที่สุดเพียงเท่านี้
“เ้าค่ะปู่ใหญ่ สิบเจ็ดจะดูแลตัวเองดี ๆ” เด็กหญิงรับคำอย่างว่าง่าย ไม่ได้ใส่ใจว่าจะมีสาวใช้หรือไม่มี แค่ที่นางมีตอนนี้ถือว่าดีมากแล้ว
“ไปเถอะ” ผู้เฒ่าหันกลับไปทรุดนั่งบนเก้าอี้ โบกมือทีหนึ่ง เป็สัญญาณให้นางออกไปได้
“เอ่อ ท่านปู่ใหญ่เ้าคะ สิบเจ็ดว่าง สิบเจ็ดไปทำความสะอาดในห้องตำราได้ไหมเ้าคะ" ร่างเล็กเอ่ยอย่างลังเล
ผู้เฒ่าได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นสูง
จริง ๆ แม่นมของเด็กหญิงไม่ได้หายไปอย่างที่เ้าตัวเข้าใจ แต่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้น เด็กคนนี้ั้แ่ประสบเหตุเฉียดตายที่คร่าชีวิตแม่นมไปครานั้นก็ดูจะเปลี่ยนไปมาก นอกจากนางจะจำอะไรไม่ได้แล้วยังดูเติบโตขึ้นในชั่วข้ามคืนด้วย
ผู้เฒ่าหรี่ตามองร่างเล็กอย่างจริงจังครู่หนึ่ง แอบคิดว่า หรือนี่ไม่ใช่ว่าตัวนางจริง ๆ ถูกจับไปแล้วส่งสายลับปลอมตัวมาในตระกูลหรอกนะ แต่พอคิดอีกที เด็กเล็กขนาดนี้จะปลอมมาเพื่ออะไร ตระกูลเขาไม่ใช่ตระกูลใหญ่โต เป็เพียงตระกูลเล็ก ๆ ที่มีทรัพยากรน้อยนิดจนน่าสงสาร
ผู้เฒ่าส่ายหัวเบา ๆ คิดมากไปแล้ว
“เ้ายังเด็กเกินไป หอตำรามีตำราสำคัญอยู่มาก หากเสียหายไม่อาจหามาคืนได้ รอให้เ้าโตอีกหน่อย ปู่ใหญ่จะให้เ้าไปทำ เช่นนี้ดีหรือไม่” ผู้เฒ่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
พลั่ก!
ตอนนั้นเองประตูห้องก็ถูกผลักออกทันที
“ปู่ใหญ่ ท่านจะเก็บนังเด็กสวะเช่นนี้ไว้อีกหรือ ท่านควรจะขายนางออกไปได้แล้ว!"