ตอนที่19
ก็แค่...ประตู
ภายในจิตใต้สำนึกของหยางอี้ ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ หมุนวนเวียน ผ่านพ้นไปภาพแล้วภาพเล่าความทรงจำของสองชาติภพ ผสมผสานปนเปกันจนยุ่งเหยิง แรก ๆ ยังคงสับสนแต่เมื่อกาลผ่านซ้ำซาก ความทรงจำจึงค่อย ๆ ซึมซับ และเรียบเรียงสิ่งต่าง ๆขึ้นมาใหม่ ความคิด ความรู้สึก ความคับแค้น ความสามารถทุกสิ่งอย่างที่เคยมีในชาติภพก่อน ล้วนถ่ายทอดมายังร่างกายใหม่โดยสมบูรณ์เมื่อนั้นมิติแห่งความว่างเปล่าจึงค่อยเปิดขึ้นอีกครั้ง
“เสร็จสิ้นแล้วสินะ”เป่าซิงมองดูเด็กน้อยหยางอี้คนใหม่หากให้เปรียบเทียบกับวันวาน เพียงแววตาก็ดูจะมั่นใจ และเด็ดขาดกว่าเดิมหลายเท่าแต่นั้นกลับก็ต้องแลกมาด้วยความรู้สึกไร้เดียงสา ซึ่งจางหายไป
“เป่าซิง !!! เป็เพราะเ้า”คำกล่าวแรก หลังจากหยางอี้ได้ความทรงจำกลับคืน ก็ทำให้เป่าซิงหน้าเสียทันที
“ผายลมเ้าเถอะ กล้าเอ่ยออกมาว่าเป็เพราะข้ามิใช่เป็วิธีของข้าหรอกรึ ที่ช่วยเ้าหนีพ้นจากเงื้อมมือของมารร้าย”
“เื่นั้นข้ารู้ และขอบใจเ้า แต่เมื่อขึ้นมายังบนโลกแล้ว เหตุใด เ้าจึงมิคืนความทรงจำให้แก่ข้าในทันทีแถมยังใส่หมึกประหลาดนั่น ให้ไหลเข้ามาในตัวข้าอีกจนกายเนื้อใหม่ของข้ากลายเป็พิกลพิการ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่หาย” หยางอี้เอ่ย พลางนึกไปถึงเส้นชีพจรที่เปื่อยยุ่ยทั่วทั้งร่างด้วยเกิดจากเืเนื้อของมนุษย์ มิอาจทานทนรับพิษพลังของหมึกโลหิตวิเศษที่ผสมไหลเวียนเข้ามา
“เื่นั้นเ้าจะโทษข้าทั้งหมด มันก็ไม่ถูก”
“ทำไมข้าจะโทษเ้าไม่ได้ เป็เ้ามิใช่รึที่อวดอ้างว่าเป็สมบัติที่เลิศล้ำที่สุดในสามภพ และก็เป็เ้าอีกมิใช่รึ ที่บอกข้าว่า...เ้าคือผู้ที่มีคุณสมบัติครบตามที่นายท่านของข้ากำหนดไว้ ในรอบหลายแสนปีอะไรนั่น”
“เื่นั้นข้าก็มิได้พูดปด”
“ถ้าเช่นนั้นเ้าก็จงเล่าให้ข้าฟังหน่อยสิ ว่าเหตุใด เ้าถึงใส่หมึกบ้าบอนี่เข้ามาในร่างที่เกิดใหม่ของข้า แถมยังผนึกความทรงจำ ที่ควรจะคืนกลับมาให้ข้า ทันทีที่ข้าเกิดใหม่แล้วมิใช่รึ”
“เื่นั้นมันเป็เพราะความผิดพลาด”
“ความผิดพลาด ความผิดพลาด เ้าเอ่ยเป็อยู่คำเดียวรึไงกัน”หยางอี้จ้องเขม็งทวนคำ
“เ้าฟังข้าก่อน ข้าจะเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เ้าฟังช้า ๆ แล้วเ้าค่อยๆ คิดตาม ก่อนที่จะตัดสิน เมื่อนั้น เ้าก็จะรู้ว่าที่ข้าทำมันถูกต้องแล้ว”เป่าซิงร่ายยาว ก่อนขยับไปนั่งลงที่พื้นใกล้ ๆ กับหยางอี้ “เ้าจำตอนที่...ข้ายื้อเปิดประตูสังสารวัฏซึ่งใกล้จะพังทลาย เพื่อช่วยเ้าออกมาจากดินแดนนรกภูมิได้หรือไม่”
“อืม...ข้าจดจำได้”
“เพราะเ้าเชื่องช้าเกินไป และเวลาของการพังทลายเองก็บีบคั้นข้าจึงจำเป็ต้องใช้พลังต้องห้าม”
“พลังต้องห้าม”
“ใช่ พลังต้องห้ามของข้าสามารถเจาะผ่านมิติและภพภูมิได้เพียงแต่นายท่านเคยสั่งห้ามข้ากระทำเพราะทุกครั้งที่ใช้พลังที่อยู่นอกเหนือกฏเกณฑ์ของจักรวาลนี้ล้วนต้องแลกเปลี่ยนมาด้วยสิ่งของล้ำค่าที่เท่าเทียมกัน”
“แลกเปลี่ยน...”หยางอี้เอ่ย พลางคิดตาม “ในเมื่อเ้าบอกว่าเ้าใช้มันไปแล้วถ้าเช่นนั้นสิ่งใดกันที่เ้าใช้แลกเปลี่ยนไป”
“แฮะ แฮะ เรื่อราวบีบคั้นเร่งด่วน หากไม่ทำ ข้าก็คงช่วยเ้าออกมาไม่ได้ดังนั้นถ้าข้าบอกเ้าไปแล้ว เ้าสัญญาได้ไหม ว่าจะไม่ตำหนิข้า”
“เ้าบอกมาก่อน แล้วข้าจะให้คำตอบแก่เ้าเอง”
“ไม่...เ้าต้องสัญญาก่อน ว่าเ้าจะไม่ตำหนิข้า”
“ตกลง ข้าสัญญา ต่อให้เื่ที่เ้ากระทำผิดพลาดไป จะงี่เง่าเพียงใดข้าก็จะไม่ตำหนิเ้า”
“ดี เ้าอย่าได้ผิดคำพูดเสียละ” หยางอี้พยักหน้าตอบคำ เป่าซิงจึงค่อยๆ สาธยายต่อไป “ตอนนั้นฉุกละหุกมาก เพราะหากปล่อยให้เ้าถูกจับ ก็เท่ากับตัวข้า ที่ซุกซ่อนมานานแสนนานต้องถูกมารร้ายดึงิญญาออกไปยึดครอง ซึ่งเป็เื่ที่นายท่านสั่งเอาไว้เด็ดขาด ว่าอย่างไรก็ห้ามมิให้เกิดขึ้นหากข้าบังเอิญพลาดท่าเสียทีเช่นนั้น ก็ให้ข้าทำลายตนเอง พร้อมกับะเิทางเข้าออกของคลังสมบัติเวิ้งว้างไปเสียข้าก็เลยไม่มีทางเลือกอื่นอีก ได้แต่เสี่ยง ใช้พลังต้องห้ามนั้น เจาะทะลวงผ่านมิติของภพภูมิรวมถึงเขตแดนที่กั้นกลางระหว่างสองภพ แต่ก็อย่างที่บอก มันกระชั้นเกินไป ชนิดที่ไม่เหลือเวลาให้คิดทบทวนว่าควรจะใช้สิ่งใดแลกเปลี่ยน...” เป่าซิงเล่าจนถึงตอนนี้จึงได้หยุดเอ่ยคำหยางอี้เองก็รับฟังจนต้องกลั้นหายใจ รอลุ้น ว่าเ้าเป่าซิงใช้ของวิเศษสูงค่าอันใด แลกเปลี่ยนกับการช่วยเหลือตนเองออกมา“ข้าก็เลยเผลอ แลกมันไปกับประตูเก่า ๆ บานหนึ่ง”
“โธ่เอ๊ย ก็แค่ประตูเก่า ๆ บานเดียว ต่อให้มันเชื่อมต่อกับวังของเ้าแห่ง์แต่ในตัวเ้าก็ยังมีสมบัติวิเศษอีกมากมายนับไม่ถ้วนเก็บเอาไว้อยู่มิใช่รึ”
“แน่นอน ข้าใช้แค่ประตูบานนั้น บานเดียวเท่านั้น ของวิเศษอื่น ๆยังคงอยู่เช่นเดิม”
“ถ้าเช่นนั้นก็มิใช่เื่ใหญ่โต และข้าก็ไม่เห็นว่ามันจะจำเป็ให้เ้าต้องเก็บความทรงจำของข้าเอาไว้เลยแต่เอาเถอะข้าสัญญาเอาไว้แล้ว ว่าจะไม่ตำหนิเ้า แถมเื่ราวมันก็ผ่านเลยไปแล้วคงกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีก เอาอย่างนี้ดีไหม ตอนนี้เ้าก็ช่วยส่งข้ากลับออกไปแล้วก็มอบโอสถเทพ ๆ อะไรสักอย่างออกมาจากในตัวของเ้า มาให้ข้าซ่อมแซมร่างกายกลับคืนสภาพเดิมเมื่อบวกกับความรู้ความสามารถเดิมของข้า ข้าเชื่อว่าไม่นาน ข้าก็จะกลับไปยืนยังจุดเดิมในชาติก่อนได้เช่นนั้นข้าจะถือว่า เื่ราวที่เ้าทำผิดพลาดนั้นเจ๊ากันไป ดีหรือไม่”หยางอี้เอ่ยคำด้วยความยินดีอย่างออกรสออกชาติ
เป่าซิงยิ้มแหย ๆ ค่อย ๆ ถอยขยับตัวห่างออกจากหยางอี้
“หรือว่าเ้าไม่มีโอสถที่ว่านั่น” หยางอี้เสียงแข็ง“ไม่เป็ไร...ถ้าเช่นนั้นเอาเป็ยอดศาสตราระดับ์สักเล่มก็ไม่เลว”
“โอสถรักษา...มีนะมีแน่นอน คลังของนายท่าน ยอดเยี่ยมเสียยิ่งกว่าคลังของตำหนัก์หลายขุมนัก”
“ถ้าเช่นนั้นก็รีบเอาออกมาสิ”
“ตอนนี้ยังทำไม่ได้ ติดเงื่อนไขอยู่สองประการ”
“เงื่อนไขอะไรของเ้า”
“เงื่อนไขแรกแม้เ้าจะเป็ผู้ถูกเลือกของนายท่าน แต่มิใช่ผู้ เ้ายังต้องผ่านบททดสอบอีกหลายขั้นก่อนจะได้รับตราผนึกของนายท่าน เพื่อเข้าถึงคลังสมบัติที่แท้จริงเช่นนั้นเงื่อนไขนี้จึงทำไม่ได้”
“เฮ้ย แต่ตอนที่เ้าบอกข้า ให้นำเ้าออกมาจากดินแดนผีสางนั้น มันไม่มีเงื่อนไขเช่นนี้นี่นา”
“ก็ถ้าข้าไม่พูดเช่นนั้น เ้าจะยินยอมผูกิญญากับข้า และช่วยนำข้าติดตัวออกมาด้วยรึ”
“เ้าตัวโกหกบัดซบ แต่เอาเถอะ ในเมื่อมีหนทางอยู่ จะบททดสอบอะไรนั่นก็รีบๆ เรียกออกมาให้ข้าทดสอบได้เลย ข้าพร้อมแล้ว”
“คือจะพูดยังไงดี บททดสอบนั่น อยู่ในสถานที่ลึกลับ ซึ่งซุกซ่อนอยู่บนพื้นปฐีแห่งนี้สถานที่อันเป็เรือนพำนักดั้งเดิมของนายท่าน ข้าจึงมิอาจถือครองมันไว้ในตัวได้”
“งั้นเ้าสามารถพาข้าไปได้ใช่มั้ย”
“แน่นอน...กุญแจนิเวศสถานไร้กาล ที่จะสามารถส่งเ้าไปยังสถานที่นั้นได้ภายในพริบตานายท่านได้มอบมันไว้ให้ข้าถือครอง ก่อนจะลาจากไป”
“ถ้าเช่นนั้น เ้าก็นำกุญแจดอกนั้นออกมาให้ข้าสิ”
“ทำไม่ได้”
“เอะ เ้านี่ยังไงกัน ไอ้นั่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ได้แล้วเ้าทำอะไรได้บ้างเนี่ย” หยางอี้กล่าวออกมาอย่าง
หัวเสีย “ถ้าเช่นนั้นเงื่อนไขอีกข้อเล่า จงบอกออกมาไว ๆ”
“เออ เ้ายังจำประตูเก่า ๆ บานนั้นได้อยู่หรือไม่”
“ประตูเก่า ๆ บานนั้น หรือเป็ประตูที่เ้าใช้แลกเปลี่ยนกับ การใช้วิชาลับอะไรนั่น”
“เ้านี่จำแม่นดีนะ” เป่าซิงเอ่ย พลางถอยห่างหยางอี้ให้ไกลขึ้นไปอีก
“แน่นอนไม่ว่าภพนี้ หรือภพที่แล้ว ข้าก็ความจำดีอยู่แล้ว”
“เออ...คือไอ้ประตูที่ข้าใช้แลกนะมันคือประตูคลังสมบัติของนายท่านนะสิ...” บรรยากาศกลายเป็เงียบกริบ “ตอนนี้ แม้แต่ข้าเองยังเข้าไปภายในคลังสมบัติ ซึ่งอยู่ในร่างของตนเองไม่ได้เลย” เป่าซิงยิ่งเอ่ย ยิ่งถอยฉากห่างออกจากหยางอี้ ซึ่งตอนนี้ กลายเป็ตกตะลึงนิ่งงัน ราวกับรูปสลักไปแล้ว“เ้าอย่านิ่งไปสิ ข้าใจคอไม่ดีเลย”
ไอ้เวรรรรร !!!
หยางอี้สบถลั่น พร้อมกระโจนเข้าใส่เป่าซิงอย่างสุดแรง
“ไหนเ้าบอกว่าจะไม่ตำหนิข้าไง”เป่าซิงทวนคำสัญญาพร้อมกับเคลื่อนกายหลบหลีก
“ข้าไม่ตำหนิเ้าก็ได้ แต่ข้าจะไล่งับเ้าให้พรุนไปทั้งร่างเลย”
“งับข้า”
“ใช่สิ ไอ้เ้าหมูสีทองเอ๊ยยย !!! ข้าจะงับเ้าให้กลายเป็หมูบะช่อเลยคอยดูสิ”
การละเล่นวิ่งไล่จับ กินเวลายาวนานจนในที่สุดหยางอี้ก็คว้าถูกส่วนหางของเป่าซิงได้สำเร็จ แม้จะเจ็บตัวไปตาม ๆ กันแต่เพราะเื่ราวเพี้ยน ๆ นี้กลับทำให้ทั้งสองเข้าใจกันมากขึ้น
.
.
นายท่านหยางเฉิงนายท่านหยางเฉิง !!!
บ่าวรับใช้ของตระกูลหลิววิ่งโหวกเหวกหน้าตาตื่น ด้วยหลิวซีอิ๋งใช้ให้นางมาตามตัวหยางเฉิงให้รีบไปยังห้องเรือนพำนักของตนเอง
หยางเฉิงแตกตื่นด้วยเกรงว่าจะเกิดเื่ร้ายแรงจึงทิ้งทุกสิ่งตรงหน้าโดยไม่เอ่ยถามไถ่ใด ๆพริบตาก็ผลักประตูเข้าไปยังห้องนอนของหยางอี้ ภาพแรกที่เห็น คือแผ่นหลังของภรรยารักที่กำลังสั่นไหว...เวลานี้หลิวซีอิ๋งมิได้นั่งอยู่ข้างเตียงเช่นทุกคราจินตนาการเชิงลบก่อนหน้า ยิ่งทำเอาจิตใจของหยางเฉิงตกวูบแต่แล้วพลันได้ยินเสียงแว่ว ลอดออกมาจากที่ด้านในเตียง เป็เสียงอู้อี้ แหบแห้ง ของเด็กชายอันคุ้นหู
“ยอม...”
“จับบบบ”
“อย่าหนี”
“งัม งัม งัม..งับงับ”
แม้ถ้อยคำวนเวียน จนไม่สามารถปะติดปะต่อเป็ความหมาย แต่มันกลับต่อเติมกำลังใจของสองสามีภรรยาให้ชุ่มชื้นอย่างที่สุดเพราะว่าผ่านพ้นมาร่วมขวบปีแล้ว ในที่สุดหยางอี้ก็มีพัฒนาการตอบสนองที่ดีขึ้น...เด็กน้อยละเมอเป็คำออกมาได้แล้ว