“เอาตอนนี้ไม่มีให้หรอก” อานนท์ยักไหล่แล้วทิ้งตัวนั่งบนโซฟา
“อะไรนะ!” สาริศาอยากจะกรีดร้องออกมา “แล้วคุณเอาสร้อยฉันไปไหน เอาไปทำอะไร”
“ก็เอาไปลงทุนนิดหน่อย”
“ลงทุนในบ่อนนะซิ”หญิงสาวหัวเสีย “คราวนี้เท่าไหร่ล่ะ”
“ก็ไม่เท่าไหร่หรอกแค่ห้าหมื่นเอง”
“ห้าหมื่น!” สาริศาอยากจะเป็ลม “เอาสร้อยฉันไปจำนำห้าหมื่นเนี้ยนะ”
“อย่าทำเป็เสียงดังน่า”อานนท์โบกมือไปมา “คนที่เขารับจำนำไม่อยากได้เงินหรอกเขาอยากให้หนูริต้าไปดินเนอร์กับเขาหน่อย แล้วหนี้ก็จะหายกัน”
“จะบ้าเหรอ! เห็นฉันเป็อะไรถึงจะได้ให้ไปกินข้าวกับใครเมื่อไหร่ก็ได้”
“ช่วยหน่อยน่ะถ้าไม่เห็นแก่หน้าพ่อเลี้ยงอย่างฉันก็นึกถึงแม่ของแกหน่อยซิ”
สาริศาถอนหายใจเฮือกใหญ่เงินห้าหมื่นเธอพอหาได้แต่การที่ต้องไปกินข้าวรอบดึกกับคนที่พ่อเลี้ยงนัดไว้นี่ซิอันตรายมากกว่า เธอหันไปทางกวินที่มองมาอย่างกังวลไม่แพ้กันเธอส่ายหน้าไปมาเป็สัญญาให้รู้ว่าเธอไม่้าให้กวินบอกเื่นี้กับแม่ เธอต้องจัดการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง
“ที่ไหนเมื่อไหร่!”
“เยี่ยมมาก! ลูกริต้าที่น่ารัก! มันต้องอย่างนี้ซิ!”
“หยุดเลย ฉันไมได้ทำอะไรเพื่อแกทั้งนั้นฉันแค่จะไปเอาสร้อยคืนแล้วจะไม่มีเื่ราวแบบนี้เกิดขึ้นอีกและต้องไม่ให้แม่รู้เื่นี้เด็ดขาด”
“ได้ๆฉันจะรีบจัดการนัดให้เลย”
สาริศามองด้วยแววตาขยะแขยงส่วนกวินได้แต่ทำหน้าเสียที่ไม่อาจช่วยเหลืออะไรพี่สาวต่างสายเืได้เลย หญิงสาวแตะไหล่เขาเบาๆ
“ไม่เป็ไรหรอกพี่ดูแลตัวเองได้ ฝากกวินดูแลแม่แทนพี่ด้วยละกัน”
“ครับพี่ริต้า”
นับจากเหตุการณ์นั้นราวสัปดาห์เศษอานนท์ก็โทรมานัดหมายเวลาและสถานที่ สาริศาถอนหายใจหนักๆ ่นี้เธอไม่มีงานอะไรจึงไม่จำเป็ต้องเลื่อนนัดหญิงสาวจึงตอบตกลงอย่างไม่มีทางเลี่ยง เพราะไม่ว่าอย่างไรเธอก็ต้องเอาสร้อยคอของตนกลับมาให้ได้
หญิงสาวเติมลิปสติกบนเรียวปากแล้วเม้มปากแน่นจนเป็เส้นตรงแววตาที่เจือเศร้ามีร่องรอยความไม่พอใจฉายอยู่เด่นชัด สาริศาเอนหลังพิงเบาะรถแล้วถอนหายใจหนักๆไม่อยากก้าวเท้าลงจากรถของตนเองเลย สาริศาสำรวจชุดราตรีสั้นสีดำยาวเหนือเข่าเล็กน้อยของตนเองแล้วก็สูดลมหายใจลึกๆเธอตั้งใจมาเจรจาต่อรองคนที่พ่อเลี้ยงเอาสร้อยคอเส้นสำคัญของเธอไปจำนำในบ่อน เงินสดห้าหมื่นบาทที่เธอเบิกมาใส่กระเป๋าสตางค์นั้นเตรียมพร้อมเผื่อไถ่สร้อยคอของเธอคืนมันไม่ใช่ครั้งแรกที่พ่อเลี้ยงทำแบบนี้ และบ่อยครั้งที่คนที่ปล่อยเงินให้พ่อเลี้ยงกู้มักจะเสนอให้เธอกินข้าวด้วยและตบท้ายด้วยการชวนเธอไปหลับนอน! เมื่อไหร่มันจะถึงตอนจบเสียที ทำไมชีวิตต้องมาเผชิญเื่แบบนี้ด้วย !!
“ไปจัดการให้มันจบๆเลยดีกว่า” สาริศาบอกกับตัวเองแล้วพาเรือนร่างอิ่มเอิบของตนออกจากรถเก๋งคันเล็กแล้วเดินเข้าไปในโรงแรมที่นัดหมายไว้
เพียงก้าวผ่านบานประตู พนักงานต้อนรับก็ปราดเข้ามายกมือไหว้และเอ่ยเชิญอย่างรู้หน้าที่และราวกับว่าทุกอย่างได้เตรียมพร้อมสำหรับการมาเยือนของเธอแล้ว นางแบบสาวผู้มีแผลเป็กลางหลังเดินตัวตรงตามหลังพนักงานหญิงสาวเคยมาถ่ายแบบที่โรงแรมแห่งนี้ซึ่งตบแต่งสไตล์หรูหราแต่นั่นก็ไม่ใช่แบบที่เธอชื่นชอบนักยกเว้นแต่อาหารที่แสนอร่อยในห้องอาหารของโรงแรมที่ยังอยู่ในความทรงจำ
“ห้องสวีท?”
สาริศาขมวดคิ้วยุ่งเมื่อหยุดยืนหน้าประตูไม้สักบานหรู หน้าบานประตูมีชายฉกรรจ์สองคนยืนอยู่ ทั้งชั้นเหมือนจะไม่มีใครนอกจากผู้อาศัยที่รอคอยเธออยู่หลังบานประตูนี้เธออดหวาดหวั่นไม่ได้ ไม่รู้ว่าพ่อเลี้ยงของเธอไปเหยียบตาปลาเ้าพ่อคนเข้าให้หรือเปล่าและหวังว่าเขาจะมีความปราณีที่จะเจรจาต่อรองกับเธอบ้าง แต่ถึงตอนนี้แล้วเธอเลี่ยงอีกไม่ได้แล้ว ยังไงซะ!เธอต้องเอาสร้อยคอเส้นสำคัญกลับมาให้ได้ และคราวนี้จะต้องเก็บรักษาให้ดีไม่ให้ใครมาพรากไปอีกเพราะนี่เป็สิ่งเดียวที่หลงเหลือจากความทรงจำที่เทซาเนีย
“เชิญครับ”บอดีการ์ดหนุ่มเปิดประตูให้ “ท่านชีครออยู่”
“ชีค?”สาริศาชะงักเท้าแต่เมื่อหันไปมองบอดี้การ์ดที่เปิดประตูให้ก็ดูท่าว่าเธอจะไมได้คำตอบอะไรเธอจึงทำใจแข็งเดินเข้าไปด้านใน
กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยทำให้เธอผ่อนคลายลงบ้าง แสงเทียนที่จุดไว้ให้แสงสว่างราวกับการเชื้อเชิญทำให้เออยากจะอ่อนโอนผ่อนตามแต่กระนั้นการเป็นางแบบที่เจอเสือสิงห์กระทิงเปลี่ยวมามากทำให้ระวังตัว
“ขอบคุณที่ให้เกียรติมาทานมื้อเย็นนะครับ...คุณสาริศา”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยด้วยภาษาอังกฤษน้ำเสียงที่แสนคุ้นเคยแต่เยือกเย็นทำให้สาริศาเย็บวาบไปทั่วร่างเธอจ้องเขม็งไปที่รางสูงใหญ่ที่ค่อยๆขยับเท้าออกมาจากเงามืด มือใหญ่ยื่นมือมาตรงหน้าเพื่อเชื้อเชิญให้เธอนั่งที่เก้าอี้ซึ่งจัดไว้ที่ระเบียงกว้าง หญิงสาวรู้สึกถึงอันตรายระคนความคุ้นเคยจนไม่กล้าที่จะวางมือลงบนฝ่ามือของอีกฝ่าย แต่เมื่อชายหนุ่มรู้สึกถึงความสับสนของหญิงสาวเขาก็กระตุกยิ้มที่มุมปากแล้วเป็ฝ่ายกระชากข้อมือเล็กๆมาอย่างแรงและรวดเร็วจนอีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน ส่งผลให้ร่างบางเซถลาเข้ามาในอ้อมกอดของชายหนุ่ม
“!!!” สาริศาอ้าปากจะต่อว่า ทว่าเมื่อแหงนหน้ามองอีกฝ่าย แม้จะอยู่ในแสงสลัวแต่เมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัดเจนเธอก็แทบลืมหายใจไปทันที
“วาคิม!”
ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปากแต่แววตาปวดร้าว“รู้สึกเป็เกียรติอย่างยิ่งที่นางแบบดังอย่างคุณจำผมได้!”
“นี่คุณเล่นตลกอะไรปล่อยฉันเดียวนี้นะ” สาริศาพยายามจะผลักเขาออกแต่อีกฝ่ายกลับรัดเธอแน่นยิ่งขึ้น เขาคือคนที่เธอคิดถึงมาตลอดสามปีที่ผ่านมาแต่ทำไม?ครั้งนี้ที่ได้พบกัน เขากลับดูเป็ผู้ชายที่น่ากลัวอย่างนี้
“มันคงไม่ตลกหรอกนะถ้าเกี่ยวกับสร้อยเส้นนี้” มือใหญ่หยิบสร้อยคอออกมาจากระเป๋าเสื้อเขาชูมันขึ้นให้เธอเห็นถนัดตาทำให้สาริศาอ้าปากค้าง
“ทำไมสร้อยของฉันไปอยู่ในมือของคุณได้”
“ผมน่าจะเป็คนถามมากกว่า”เขากระตุกยิ้ม “ผมไม่คิดว่าคุณจะทอดทิ้งสร้อยเส้นนี้อย่างไร้เยื่อใยอย่างนี้”
“คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดกับฉันแบบนี้”สาริศากัดฟันกรอดๆ แล้วพยายามเอื้อมมือไปคว้าสร้อยคืนมาอีกฝ่ายก็ไม่ยอมให้ ยิ่งพยายามยื้อยุดเอาสร้อยคอคืนมันกลับกลายเป็ว่าร่างบอบบางบดเบียดแนบชิดร่างใหญ่มากยิ่งขึ้น