“ขอแนะนำให้รู้จัก คุณ ยู อินแจ ฮันเตอร์หน้าใหม่ที่แข็งแกร่งที่สุด” เลขาที่เห็นการมาถึงของอินแจ กล่าวขึ้นแนะนำอินแจกับทุกคน
“ห๊ะ !!”
อินแจนิ่งค้าง
“ผมคือ เลขาจาง คุณอินแจ เชิญไปนั่งประจำที่นั่งได้แล้ว” เลขาจางเดินมาหาอินแจและพาอินแจไปนั่งประจำที่
อินแจทำตัวไม่ถูก เขากลืนอาหารที่ยังเคี้ยวไม่ละเอียดลงท้องไป เพราะไม่กล้าที่จะเคี้ยวต่อ จากนั้นเขาก็เก็บแซนวิสที่เหลือเข้าคลังเก็บของทันที
หลังจากนั่งประจำที่แล้ว อินแจััได้ถึงความไม่พอใจ และสายตาที่จ้องมองเหมือน้าสำรวจทุกซอกมุมของร่างกาย เพ่งมาที่เขามากกว่า 20 คน
“งั้นผมจะขอเริ่มการประชุมเลยนะครับ” เลขาจางเดินไปหยิบรีโมทและเปิดจอภาพโฮโลแกรมขนาดใหญ่ขึ้นตรงกลางของโต๊ะรูปตัว U มันลอยอยู่ในอากาศ ภาพ ๆ นี้คือ โลก
“เหตุการดันเจี้ยนที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เป็เหตุการณ์ที่แปลกใหม่สำหรับเรา ไม่สิสำหรับโลกเลย เพราะเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่เกาหลีเพียงที่เดียว เท่านั้น มันเกิดขึ้นทุกที่ ที่ประเทศทั่วโลก”
ภาพโฮโลแกรม โลกค่อย ๆเกิดสีดำพลังเวทขึ้นเป็จุด ๆ ในแต่ละประเทศจนเต็มไปทั่วโลกเวลาที่เกิดขึ้นนั้นใกล้เคียงกันจนน่าใ
“ด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้สหรัฐ ได้เรียกประชุม สมาคมฮันเตอร์ทั่วโลกและจัดตั้ง สมาคมฮันเตอร์สากลขึ้น ซึ่งจะเป็องกรค์ที่จะคอยช่วยเหลือจับมือกัน ทั้งแชร์ข้อมูลต่าง ๆ ผ่านสมาคมนี้และยื่นมือช่วยเหลือกันเมื่อเกิดเหตุในพื้นที่ต่าง ๆทั่วโลก”
“ด้วยเหตุนี้ สมาคมฮันเตอร์ทั่วโลกจะต้องหยุดให้เดินทางข้ามไปยังดินแดนมรณะชั่วคราว ก่อนจะได้ข้อสรุปของเหตุการณ์นี้”
“แล้วงานของพวกเราคืออะไร” ชายคนหนึ่งที่รอไม่ไหว ยก มือขึ้นถาม
“งานของพวกคุณคือการตรวจสอบ รอยแตกของมิติคู่ขนาน ในดินแดนมรณะ”
“ตรวจสอบอย่างนั้นหรอ ตรวจสอบยังไง”
“พวกคุณจะต้องส่งรองหัวหน้าและทีมอีก 5 คนเดินทางไปยังดินแดนมรณะ จะได้ 32 ทีม และ อีกหนึ่งทีมของคุณ ยู อินแจ รวมเป็ 33 ทีม จากนั้นให้ใช้เครื่องมือนี้ในการตรวจสอบพลังเวทด้านหน้าของทางเข้าดันเจี้ยนระดับทองคำ เช็คพลังเวทมิติว่ามีความผิดปกติหรือไม่” เลขาจาง พูดพร้อมกับหยิบอุปกรณ์สี่เหลี่ยมขนาดเท่าโน๊ตบุ๊คเครื่องพกพา แต่มันมีความใหญ่และหนากว่าหลายเท่า
“ทุกทีมจะได้เครื่องมือนี้คนละเครื่อง ส่วนการใช้งานนั้นจะอธิบายอีกที”
อินแจรู้ทันทีว่าตัวเขานั้นได้รับมอบหมายให้พาทีมของเขาเข้าไปในดินแดนมรณะ และ ตรวจสอบมิติดันเจี้ยน
หลังจากเลขาจางได้อธิบายวิธีใช้งานจนเสร็จนั้นการประชุมก็จบลง หัวหน้าหน่วยทั้ง 32 ก็แยกย้ายจากไป ในขณะที่อินแจกำลังจะเดินออกไปนั้น เลขาจางก็เดินเข้ามา
“คุณอินแจ ผมขอคุยอีกเื่ พอจะมีเวลาไหมครับ”
อินแจไม่ปฏิเสธเขาคุยกับเลขาจางกว่าสิบนาที ก่อนที่เลขาจางจะก้มโค้งตัวและจากไป อินแจนิ่งเงียบไปหลังได้สนทนากับเลขาจาง
อินแจกลับมาที่บ้านเหมือนคนไร้ิญญา เขาเข้าไปยังห้องพักและหยิบรูปใบหนึ่งขึ้นมา อินแจจ้องมองไปยังรูปถ่ายใบนั้น อยู่นานโดยไม่พูดอะไรออกมา น้ำตาค่อย ๆ หยดลงผ่านใบหน้าไปอย่างช้า ๆ
เช้าวันใหม่ อินแจดีดตัวขึ้นแล้วเริ่มโทรหาทุกคนในทีมของเขา ให้มารวมตัวกันที่สำนักงานสมาคมฮันเตอร์ หน้าสะพานเชื่อมดินแดนมรณะ อินแจได้โทรไปเล่ารายละเอียดให้ฟังแล้วเมื่อคืน ทำให้ทุกคนได้มีการเตรียมตัวบ้างแล้ว
“งานนี้ไม่ได้มีอันตรายก็จริงแต่ทุกคนอย่าประมาทเด็ดขาด” หลังจากมารวมตัวกันครบอินแจก็บอกกับทุกคน เพื่อให้ทุกคนระวังตัว
หลังจากรอไม่นาน ทีมทั้ง 32 ทีมก็มาครบ ทุกทีมจะมี 6 คน ผู้นำทีมของทั้ง 32 นั้นอยู่ระดับ าา ทั้งหมด ทีมที่ 33 คือ กิลด์จักรพรรดิของอินแจ อินแจนั้นยังเป็ฮันเตอร์ระดับทองคำขั้นปลาย เขายังห่างชั้นมากกับผู้นำทีมอื่น ๆ
“ตอนนี้ทุกคนก็มากันพร้อมแล้ว ทีมงานมอบเครื่องตรวจวัดด้วยครับ” เลขาจางหันไปออกคำสั่งกับ ทีมงานของเขา ให้ส่งเครื่องตรวจวัดกับทุกทีม
“ตามที่พวกเราได้ประชุมกัน เราจะทำการตรวจวัดความผิดปกติของดันเจี้ยนระดับทองคำให้มากที่สุด เครื่องจะบันทึกค่าต่าง ๆ เองอัตโนมัติ เพียงวางเครื่องไว้ 30 นาที ทุกทีมจะมีเวลา 3 วัน หากครบให้กลับออกมาและส่งเครื่องคืนที่แผนกตรวจสอบของสมาคมได้ทันที”
“งานนี้ทุกคนไม่เหนื่อยฟรีแน่นอน ทางสมาคมจะจ่ายเงิน 100,000 ดอลล่าร์สหรัฐ เป็ค่าเหนื่อยกับทุกคนหลังเสร็จภารกิจ” เลขาจางพูดกระตุ้นให้ทุกคนมีความตั้งใจในการทำงานมากขึ้น
หลังจากพูดแนะนำทุกอย่างเสร็จ ทุกทีมก็เริ่มเดินทางเข้าไปยังดินแดนมรณะลึกลับ ผ่านสะพานเชื่อม
หลังจากเข้ามายังดินแดนมรณะแล้ว อินแจก็นำทีมแยกตัวออกจากทีมอื่นและเริ่มมุ่งหน้าออกจากเมืองไปยัง ดันเจี้ยนต่าง ๆ เขาได้รับแผนที่จากทีมสำรวจของสมาคมถึงที่ตั้งแล้ว ทุกทีมจะได้รับแผนที่ตั้งไม่เหมือนกัน
มุนมยอง เล่นมุกตลกตลอดทาง ทั้งสี่คนหัวเราะกันสนุกสนาน มีเพียงอินแจเท่านั้นที่ทำหน้าตึงเครียดตลอดเวลา
ทันทีที่มาถึงหน้ามิติดันเจี้ยนระดับทองคำแรก คังยองชิก ก็เปิดการทำงานของเครื่องทันที อลั รอคอยอย่างใจเย็น โดยการนั่งพัก และ พูดคุยถึงเหตุการณ์มิติดันเจี้ยนเปิด ที่พวกเขาได้ต่อสู้กับหมีตอบัส
หลังจากวัดค่าพลังเวทเสร็จเครื่องก็เเจ้งเตือนด้วยเสียงหนึ่งครั้ง พวกเขาก็เริ่มเดินทางต่อ หลังจากเดินมากว่าสองกิโลตอนนี้พวกเขาอยู่กลางป่า อีกเพียงครึ่งกิโลพวกเขาก็จะถึงจุดหมายแล้ว บริเวณโดยรอบนั้นรายล้อมไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ แต่ไม่มีแม้แต่เสียงใด ๆ เลย มีเพียงความเงียบ ทั้งห้าคนเดินไม่คุยอะไรมา 5 นาทีแล้ว เนื่องจากทุกคนสังเกตุเห็นว่าอินแจเงียบไม่พูดไม่จา พาพักใหญ่แล้ว พวกเขาจึงไม่รู้จะคุยอะไรกันดี คิมโกอึนรู้สึกเป็ห่วงจึงหยุดเดิน ทำให้ทุกคนหยุดเช่นกัน จากนั้นคิมโกอึน ก็ถามขึ้น
“อินแจ นายไม่สบายตรงไหนหรือป่าว บอกพวกเราได้นะ”
“ใช่ หน้านายซีดมากเลย รู้ตัวไหม”คังยองซิก ขมวดคิ้วและกล่าวเชิงตำหนิ
“ไม่มีอะไรหรอก เดินทางต่อกันได้แล้ว” อินแจฝืนยิ้มขึ้นและบอกปัดไป
ลียุนอาเดินเข้ามาใกล้อินแจและกระซิบถามเบา ๆ “มีอะไร ผิดปกติหรือป่าว”
ลียุนอาคุ้นเคยกับอินแจมากกว่าคนอื่นเธอจึงรู้ว่าตอนนี้อินแจกำลังไม่สบายใจอย่างมาก
ภาพโฮโลแกรมเด้งเเจ้งเตือนอินแจมาซักระยะแล้ว ว่าพวกเขาถูกสะกดรอยตาม แต่เขายังไม่ทำให้อีกฝั่งรู้ตัวว่าอินแจรับรู้แล้ว เพราะในระดับแจ้งว่าพบการสะกดรอยถึง หก คน จึงทำให้อินแจไม่กล้าบุ่มบ่าม
ในขณะที่อินแจกำลังจะตอบออกไปนั้น ความรู้สึกหนาวเย็นจนสะท้านไปถึงหัวใจจนร่างกายรู้สึกสั่นอินแจรู้ทันทีว่าตอนนี้ชีวิตของเขากำลังตกอยู่ในอันตรายแล้ว
เช้งงงงงง
อินแจบิดร่างหมุนตัวพร้อมเรียกดาบเขี้ยวัออกมาด้วยความเร็วดั่งสายฟ้า ใช้ปัดป้องมีดบิน ที่พุ่งเข้ามาหมายจะปลิดชีพเขาในการโจมตีเดียว
“ทุกคนนำอาวุธออกมา พวกเราถูกโจมตี” มุนมยอง มีสติเป็คนแรก เขาเรียกสติคนอื่นให้ตอบสนองต่อเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
พวกเขาทุกคนหันหลังชนกันอย่างอัตโนมัติ ตอนนี้ปรากฏชายหกคนปิดล้อมพวกเขาทุกทิศทาง
“อะไรกันพวกนายคือ เคฮันเตอร์ไม่ใช่หรอ ทำไมถึงต้องโจมตีพวกเรา”คังยองชิกถามด้วยเสียงที่ดุร้าย
“คุณ จุนจี ทำไมกัน” คิมโกอึนตกตะลึง เธอจ้องมองไปยังชายร่างสูง ตัดผมเปิดข้าง เธอรู้จักกับ ชายที่เป็ผู้นำของพวกที่เข้าปิดล้อม
“รองหัวหน้าหน่วยที่ 31 จุนจี”ลียุนอา จ้องมองไปยังชายคนนั้นพร้อมจิตสังหาร เพราะชายคนนี้คือคนที่ใช้มีดสั้นพุ่งใส่อินแจ
อินแจพูจ้องไปยังชายทั้งหกด้วยดวงตาประกายแสงสีส้ม เพราะอินแจกำลังใช้งานดวงตารู้แจ้ง. เขาตรวจสอบคนทั้งหกอย่างรวกเร็ว ตอนนี้กลุ่มคนที่ปิดล้อมพวกเขา 3 คนอยู่ในระดับทองคำ ขั้นกลาง
2 คน อยู่ระดับทองคำ ขั้นสูง ส่วนผู้นำของพวกมันนั้นอยู่ระดับ าา
ชื่อ จุนจี
ต้านทานทางกายภาพ 410
ต้านทางทางเวท 50
ทักษะ ไม่มี
อาวุธ มีดสั้น ระดับ 3 พลังโจมตี +30 สกิล มีดบิน
เลเวล 3
พลังโจมตี 380
ความเร็ว 350
พลังเวท 150
“อันตราย เสี่ยงต่อชีวิต แนะนำหลบหนี” ภาพโฮโลแกรมเด้งแจ้งเตือนขึ้นมา
อินแจประเมินความสามารถของทีมและรู้ว่าทั้งสี่คนสามารถรับมือกับ ระดับทองคำ ขั้นกลาง สามคนได้ แต่ให้ทั้งสี่รับมือระดับทองคำขั้นกลางสามคนและระดับทองคำขั้นสูง อีกสองคนไม่ไหวแน่ ๆ
อินแจรับรู้ถึงจิตสังหารอย่างชัดเจนจากทั้ง 6 คน พวกมัน้าฆ่าพวกเขาอย่างแท้จริง
อินแจพลันหน้าซีดเผือดเขาคว้าจับดาบเขี้ยวัไว้แน่น แม้นตัวเขาจะสามารถหลบหนีอันตรายเบื้องหน้าได้ แต่ทีมของเขาอีกสี่คน คงไม่สามารถหนีพ้นแน่
“ฆ่าพวกมันซะ” จุนจี ที่เป็รองหัวหน้าหน่วยที่ 31 พูดขึ้นอย่างเบื่อหน่าย
“ครับ”ทั้งห้าคนตอบรับพร้อมกัน และ พุ่งเข้าจู่โจมกลุ่มของอินแจจากห้าทิศทาง
“เขี้ยวั”
อินแจปลดปล่อยสกิลที่สองทันทีเพราะตอนนี้กลุ่มของพวกเขาตกอยู่ในวิกฤตแล้ว อินแจคาดหวังให้จุนจีไม่ลงมือเองเขา้าลดจำนวน เคฮันเตอร์ระดับทองคำลงให้ทีมของเขาสู้ได้ง่ายขึ้น เขาจึงใช้สกิลที่รุนแรงที่สุดออกไปทันที
บรึมมมมมม
พลังเวทที่หนาแน่นก่อร่างเป็คมเขี้ยวอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งกระชากร่างของเคฮันเตอร์ระดับทองคำขั้นกลางออกไปสี่ท่อนจนสิ้นใจในการโจมตีเดียว จากนั้นอินแจก็พุ่งร่างไปช่วยคังยองชิกรับมือกับ เคฮันเตอร์ระดับทองคำขั้นสูง
ด้วยการช่วยเหลือของอินแจทำให้ เคฮันเตอร์ระดับสูงเสียเปรียบอย่างมาก และด้วยการประสานสกิลการโจมตีของคังยองและอินแจ ทำให้เคฮันเตอร์ระดับสูงก็จบชีวิตลงไปอีกคน
ตูมมมมม
ฉึบบบบ
อ๊าาา
ในขณะนั้นเสียงร้องด้วยความเ็ปก็ดังขึ้น ร่างของมุนมยองกระเด็นไปไกลด้วยการโจมตีของเคฮันเตอร์ระดับสูงอีกคน
“คลื่นัคู่”
อินแจหันไปและปลดปล่อยคลื่นัคู่พุ่งไปปะทะเข้าใส่ร่างของเคฮันเตอร์คนนั้นจากด้านหลังจนกระเด็นไปเช่นกันร่างของมันล้มลงพร้อมกระอักเืออกมาคำโต อินแจพุ่งร่างไปซ้ำ
คังยองชิกเข้าไปช่วยลียุนอา ต่อสู้เพราะเห็นว่าเธอเริ่มเสียเปรียบ ส่วนคิมโกอึนนั้นยังสามารถรับมือได้
“มุนมยองไหวหรือป่าว” อินแจที่สังหารฮันเตอร์ระดับทองคำขั้นสูงอีกคนได้แล้ว จึงเข้ามาดูอาการมุนมยอง
“ยังไหว”มุนมยองลุกขึ้นยืนและพยักหน้ารับ
“ดี”อินแจพยักหน้าและหันสบตากับจุนจี
“เหมือนมาสเตอร์บอกเลย ปล่อยพวกนี้ไว้ไม่ได้จริง ๆ พวกมันแข็งแกร่งกันได้เร็วเกินไป”จุนจียังคงไม่เคลื่อนไหว เขาเพียงยืนมองและยิ้มอย่างชั่วร้าย มือทั้งสองข้างของเขา ควงมีดสั้นอย่างชำนาญ พร้อมเลียริมฝีปากช้า ๆ สายตาจ้องมองไปยังหญิงสาวที่ต่อสู้อยู่
“เขี้ยวั”อินแจปลดปล่อยสกิลนี้อีกครั้ง คลื่นพลังเวทรูปแบบคล้ายคมเขี้ยวัขนาดใหญ่อันน่ากลัว พุ่งกระชากร่างของเคฮันเตอร์ที่สู้กับคิมโกอึน ออกเป็สี่ท่อน
“มีดสังหาร” ในชั่ววินาที ที่เขี้ยวัปะทะเข้ากับร่างของเคฮันเตอร์นั้น จุนจีก็ส่งมีดสั้นบินไปหา ลียุนอาเช่นกัน
“หลบเร็ว!!!! ยุนอา!!!!”
คิ้วของอินแจพลันขมวด แม้ว่าเขาจะต่อสู้อยู่แต่เขาก็เฝ้าสังเกตุจุนจีอยู่ตลอดเวลา และทันทีที่เห็นว่าจุนจีส่งมีดบินออกมาอินแจก็ตื่นตัวทันที ตอนนี้เขาทะยานร่างสุดกำลังเพื่อช่วยเหลือลียุนอา
ความเร็วของมีดนั้นรวดเร็วกว่าการเคลื่อนไหวของอินแจมาก ทำให้อินแจไม่สามารถไปได้ทันเวลา ขณะที่อินแจกำลังทะยานร่างไปหาลียุนอาอยู่นั้น สายตาของเขาก็เห็นมีดสั้นของจุนจีทะลุผ่านร่างของลียุนอาไปอย่างชัดเจน ไม่นานโลหิตไหลทะลักออกจากร่าง พร้อมร่างกายของลียุนอาที่ล้มลง
“ม่ายยยยยยยยยยยย”