“จิงจือ หนูบอกแม่มาตามตรง ก่อนหน้านี้หนูเคยไปขู่อะไรเด็กคนนั้นไว้ เธอถึงกล้ายกเื่นี้มาต่อรองกับลูก” แม่หลินถามอย่างรู้ทันลูกสาว
หลินจิงจือไม่กล้าสบตาแม่หลินโดยตรง ได้แต่ก้มหน้าเล่าบทสนทนาของเธอกับซูเจินให้แม่หลินฟังทั้งหมดอย่างไม่ปิดบัง แม่หลินฟังจบก็ได้แต่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะพูดกับลูกสาวของตัวเอง
“จิงจือ ลูกคงคิดว่าเื่ทุนการศึกษาเป็เื่ที่ซูเจินให้ความสำคัญ พอลูกยกเื่นี้ขึ้นมาขู่เธอแล้วจะทำให้เธอกลัวจนไม่กล้าจะมีเื่กับลูก แต่ลูกคงลืมคิดไปว่าเพราะความกลัวของเด็กคนนั้นนั่นล่ะ เธอถึงกล้าตอบโต้ลูกด้วยวิธีรุนแรงอย่างนี้ ลูกลองนึกดูว่าถ้าเธอปล่อยภาพพร้อมกับข่าวลือของลูกออกไปจริงๆ มันจะมีปัญหาอะไรตามมา ลูกอาจจะมองว่ามันไม่ใช่เื่ใหญ่ พอมีข่าวลือเกิดขึ้น เดี๋ยวอีกสักพักข่าวก็จะซาไป แต่ลูกรู้ไหมในสายตาของคุณย่า ภาพลักษณ์ของบริษัทสำคัญกับท่านขนาดไหน เอาล่ะ...ในเมื่อเื่มาถึงขั้นนี้แล้ว แม่จะลองคุยกับคุณย่าให้ ระหว่างนี้ลูกก็อย่าสร้างปัญหาให้แม่เพิ่มอีกก็แล้วกัน อยู่บ้านเงียบๆ สักพัก ส่วน...” แม่หลินหันไปมองที่กัวจิ้งหยวนก่อนจะพูดต่อ “ส่วนเพื่อนชายของลูกตอนนี้ก็ยังไม่ต้องทำอะไรเหมือนกัน รอให้แม่แก้ปัญหาพวกนี้เสร็จก่อน หลังจากนั้นเราค่อยมาปรึกษากันอีกที”
“ขอบคุณค่ะแม่ แต่แม่คะ จิ้งหยวนเป็คนดีจริงๆ นะคะ ถึงแม้ว่าฐานะที่บ้านของเขาจะไม่ดีเท่าเรา แต่ครอบครัวของเขาก็ทำงานสุจริตกันทั้งหมดนะคะ” หลินจิงจือรีบพูดให้แฟนหนุ่ม
“มันก็จริงที่ลูกบอกว่าเป็คนดีมันไม่เกี่ยวกับฐานะ ลูกยังไม่ต้องรีบออกหน้าขนาดนั้นหรอก เพียงแต่เื่ครอบครัวหรือพื้นฐานทั่วไปเราก็ละเลยไม่ได้ ถ้าแม่จะให้คนไปสืบข้อมูลสักหน่อยลูกคงไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม” แม่หลินพูดกับลูกสาวแต่ตามองไปทางกัวจิ้งหยวนโดยไม่กระพริบ
กัวจิ้งหยวนสบตากับแม่หลินก่อนที่จะก้มหน้ารับอย่างสุภาพ เขาไม่กลัวอยู่แล้วหากแม่หลินจะให้คนไปสืบประวัติเขา เพราะที่ผ่านมาเขาทำตัวดีหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการทำงานพิเศษ แถมเรียนเก่งถึงขนาดได้ทุนการศึกษาตลอดหลักสูตร อีกทั้งเขายังช่วยเหลือคนในชุมชนอยู่ตลอด ดังนั้นถึงแม้แม่หลินจะให้คนไปสืบเื่ของเขาในชุมชน คนในชุมชนก็จะต้องเอ่ยชมเขาอย่างไม่มีข้อสงสัย หรือแม้แต่ถ้าแม่หลินจะให้คนไปสืบเื่ของเขาที่มหาวิทยาลัย คนที่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ก็เห็นแต่ภาพลักษณ์ที่ดีของเขากันทั้งนั้น ‘อยากให้คนไปสืบก็ไปเลยครับ แล้วคุณนายหลินจะได้รู้ว่าผมเป็คนดีขนาดไหน’
หลังจากคิดทบทวนอยู่หลายวัน แม่หลินก็ขอเข้าพบแม่สามี โดยเธอแจ้งผ่านเลขาว่ามีเื่เกี่ยวกับหลินจิงจืออยากขอคำปรึกษา ถึงแม้คุณย่าหลินจะอยู่ในวัยที่ควรจะพักผ่อนแล้ว แต่นางก็ยังชอบทำงานอยู่ อีกอย่างหนึ่งหลินกรุ๊ปก็เป็บริษัทที่เธอและสามีช่วยกันสร้างขึ้นมาจากบริษัทเล็กๆ จนกลายเป็บริษัทชั้นนำของประเทศในขณะนี้ นางจึงชอบที่จะเข้ามานั่งเล่นในบริษัทอยู่เสมอ
“ลูกสะใภ้ เธอมีเื่อะไรอยากมาปรึกษาฉันอย่างนั้นหรือ” คุณย่าหลินมองหน้าลูกสะใภ้
แม่หลินเดินเข้าไปเปลี่ยนน้ำชาแก้วใหม่ให้แม่สามี ก่อนที่จะนั่งลง “คุณแม่จำเด็กที่เรารับอุปการะคนนั้นได้ไหมคะ คนที่เรารับอุปการะหลังจากอุบัติเหตุคราวนั้น”
“ซูเจินหรือ? จำได้สิ เด็กคนนั้นมีปัญหาอะไรหรือ”
“มันเป็เื่ความเข้าใจผิดของเด็กๆ น่ะค่ะ แต่เื่มันบานปลายขึ้นมา เด็กซูเจินคนนั้นก็เลยอยากจะให้เราทำหนังสือเป็ลายลักษณ์อักษรว่าทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายที่เราจะมอบให้จะต้องไม่มีภาระผูกพัน อีกทั้งเมื่อเธอเรียนจบกลับมา เธอก็ไม่อยากจะเข้าทำงานที่บริษัทของเรา”
“ฟังดูข้อเสนอของเธอแล้ว ฉันคิดว่ามันไม่น่าจะเป็เื่เข้าใจผิดเล็กๆ เท่านั้นหรอกนะ เพราะที่ผ่านมาเราก็ประชาสัมพันธ์ออกไปตลอดว่าทุนที่เรามอบให้เธอ มันไม่มีข้อผูกมัดอะไรอยู่แล้ว มันไม่มีเหตุผลเลยที่อยู่ดีๆ เธอจะ้าหลักฐานเป็ลายลักษณ์อักษร” คุณย่าหลินพูดเสียงต่ำ
แม่หลินใเล็กน้อย แต่ก็พยายามพูดแก้ไขสถานการณ์ “เป็เพราะจิงจือใจร้อนไปหน่อยน่ะค่ะ ก็เลยเผลอไปพูดขู่เด็กคนนั้นเข้า”
“ลูกสะใภ้ ฉันเป็คนยังไงเธอก็น่าจะรู้ เธอเล่าเื่ทั้งหมดให้ฉันอย่างละเอียดเท่านั้นก็พอแล้ว”
ถึงแม้แม่หลินจะแต่งงานเข้าตระกูลหลินมาหลายสิบปี แต่กับแม่สามีคนนี้เธอไม่คิดที่จะงัดข้อ เพราะเธอรู้ว่าอำนาจการตัดสินใจเื่ในบ้านทุกอย่าง คุณย่าหลินจะเป็ผู้ดูแล ส่วนเื่เกี่ยวกับบริษัทจะเป็คุณปู่หลินและสามีของเธอเป็ผู้ดูแล แม่หลินเริ่มเล่าเื่ทุกอย่างตามที่ลูกสาวของเธอเล่าให้ฟังอย่างไม่มีตกหล่น ถึงจะรู้ว่าเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นเกิดจากการกระทำของลูกสาวตัวเอง แต่เพราะความรักลูก แม่หลินจึงเล่าเื่บิดเบือนไปจากความจริงเล็กน้อย แทนที่จะเล่าว่าหลินจิงจือเป็ฝ่ายไปแย่งแฟนของซูเจินก่อน เธอก็บอกว่าผู้ชายคนนั้นกับซูเจินเลิกกันไปแล้ว แต่ซูเจิน้าจะเรียกร้องผลประโยชน์จึงใช้เื่นี้มาต่อรอง
“ลูกสะใภ้ ฉันรู้ว่าเื่ไหนจริงเื่ไหนโกหก เธอไม่ต้องคิดที่จะปิดบังฉัน ฉันรู้ว่าเธอรักลูกสาวของเธอมาก ฉันก็รักหลานสาวของฉันเหมือนกัน ใครผิดใครถูกฉันจะไม่พูดถึง เดี๋ยวฉันจะให้เลขาของฉันทำหนังสือสัญญาขึ้นมาสักฉบับเพื่อให้เด็กคนนั้นสบายใจ และยังจะมอบเงินให้เพียงพอกับค่าเรียนและค่าใช้จ่ายจนเด็กคนนั้นสามารถเรียนจบจากต่างประเทศได้ ฉันหวังว่านี่จะเป็ครั้งสุดท้ายนะลูกสะใภ้”
เมื่อเห็นว่าคุณย่าหลินรับปากเื่นี้แล้ว แม่หลินก็รู้สึกโล่งใจ “ขอบคุณค่ะคุณแม่”
“ลูกสะใภ้ ฉันจะเตือนเธออย่างหนึ่ง บริษัทแห่งนี้พ่อสามีของเธอกับฉันสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก ขอเพียงบริษัทนี้ยังคงอยู่อย่างมั่นคง ฉันก็ไม่สนใจว่าจะตัดคนที่ไม่มีประโยชน์ออกจากตระกูลของเราทิ้ง”
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะคุณแม่ ต่อไปฉันจะกำชับจิงจือไม่ให้สร้างปัญหาขึ้นมาอีก” แม่หลินใกับคำพูดของแม่สามีมาก เธอรีบรับปากและขอตัวกลับบ้าน
เมื่อแม่หลินออกจากห้องไปแล้ว คุณย่าหลินจึงเรียกเลขามาสั่งการ “เลขาเกาไปจัดการตามที่ฉันบอกไปเมื่อครู่ให้เรียบร้อย อ้อ...เธอช่วยนัดเด็กคนนั้นมาพบฉันที”
“รับทราบค่ะคุณท่าน” เลขาเการับคำ
คุณย่าหลินได้แค่ถอนหายใจ ั้แ่หลานชายกลับจากต่างประเทศ นอกจากท่าทางสุภาพที่เขามีให้กับคนที่บ้านแล้ว เขายังแฝงความเ็าเอาไว้ด้วย คุณย่าหลินไม่สามารถเข้าใจความคิดของเขาได้เลย ส่วนหลานสาวที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างตามใจ ทำให้เธอกลายเป็คนเอาแต่ใจและมักจะก่อเื่ให้ที่บ้านต้องคอยแก้ปัญหาให้ไม่หยุดหย่อน