ลมบ่ายพัดเอื่อยผ่านลานฝึก
เสียงดาบกระทบกันดังเป็จังหวะ ทหารหนุ่มกำลังฝึกฝนอย่างตั้งใจ เหงื่อไหลอาบร่าง แต่ไม่มีใครหยุด
ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างลานนั้น…สงบกว่าที่อื่น
ภูผานั่งพิงลำต้นไม้ มองไปยังสนามฝึกเบื้องหน้า
“เ้าดูเปลี่ยนไป” เสียงนุ่มดังขึ้นข้างกาย
เรือนแก้วเดินเข้ามานั่งแคร่ไม้ไผ่ที่ตั้งอยู่ไม่ห่าง นางมองเขาอย่างพินิจ
ภูผาหัวเราะเบา ๆ
“ข้าควรจะเป็แบบเดิมหรือแม่หญิง”
“ไม่ใช่แบบนั้น…” นางส่ายหน้า “แต่ั้แ่เ้ากลับมา เ้าดู…ห่างเหินเกินก่อนนัก”
คำพูดนั้นทำให้ภูผานิ่งไปครู่หนึ่ง
สายตาของเขามองไกลออกไป…ไกลกว่าลานฝึก
“ข้าเห็นอะไรมาหลายอย่าง” เขาพูดช้า ๆ
“ศึกครั้งนี้…ไม่เหมือนครั้งก่อน”
เรือนแก้วเงียบ รอฟัง
“มันไม่ใช่แค่ศัตรูภายนอก” ภูผากำมือแน่น “แต่มีคนใน…ที่พร้อมจะหักหลัง”
ลมพัดใบไม้ไหวแ่
เรือนแก้วจ้องมองเขา อย่างลึกซึ้ง
“แล้วเ้าจะทำอย่างไร”
ภูผาหันมามองนาง
แววตาที่เคยแข็งกร้าว…อ่อนลงเล็กน้อย
“ข้าจะปกป้องทุกอย่าง…เท่าที่ข้าทำได้”
ความเงียบแผ่คลุมระหว่างคนทั้งสอง
เป็ความเงียบ…ที่ไม่อึดอัด
แต่เป็การ “เปิดใจ” ครั้งแรกโดยไม่ต้องเอ่ยคำมาก
“เ้าว่า บ้านเมืองของพวกซีหนานนั้น สวยงามน่าอยู่กระนั้นหรือ”..”ช่วยเล่าให้ข้าฟังหน่อย”
ภูผามองหน้านางอย่างจริงจัง
“บ้านของพวกเขา พื้นและกำแพงสร้างจากก้อนหิน หลังคามุงด้วยฟางหญ้า แม้อากาศข้างนอกจะหนาวเย็น แต่ข้างในอบอุ่น มีทุ่งหญ้ากว้างขวาง น้ำไหลตกลงมาจากยอดเขาสูง ลงในแอ่งน้ำใหญ่ แล้วไหลทอดยาวเป็สายน้ำ จนไปตกที่สุดหน้าผา ยามแดดส่องจะมีสีเจ็ดสีเรียงกันเป็เส้นโค้งสวยงาม พวกเขาเรียกมันว่า “สายรุ้ง”
“ภูผา ข้าให้เ้าสัญญา เ้าจะต้องพาข้าไปดูที่นั่น ได้ไหม”
ภูผามองนางกลับอย่างลึกซึ้ง
“ข้า ภูผา ขอสัญญา ขอรับ แม่หญิง”.
“ท่านพระยาเรียกประชุม!”
เสียงทหารดังแทรกขึ้น
ภูผาลุกขึ้นทันที
เกมใหญ่…กำลังเริ่ม
ห้องประชุม
แผนที่แผ่นใหญ่ถูกกางกลางห้อง
พระยาบวรยืนอยู่เบื้องหน้า สีหน้าจริงจัง
“ศึกครั้งนี้…หลีกเลี่ยงไม่ได้”
ทุกสายตาจับจ้อง
“หงสาวดีจะยกทัพใหญ่หลังฤดูฝน และจะไม่มาเพียงทางเดียว”
ไม้ชี้กระทบแผนที่
“แบ่งเป็สามทัพ”
เสียงเคร่งเครียดปกคลุมห้อง
“ทัพหลวงของหงสาวดี—จะรับมือโดยกองทัพหลวง ซึ่งเป็ทัพใหญ่ของอยุธยาเรา”
ไม้ชี้เลื่อนไปอีกจุด
“ทัพตองอู—ให้วังหลัง เรือนตะวันตก รับมือ”
และสุดท้าย—
“ทัพเมืองอังวะ—วังหน้า เรือนตะวันออกของข้า จะเป็ผู้รับผิดชอบ”
ขุนนางหลายคนพยักหน้า
“ทุกฝ่าย…ส่งแผนการศึกภายในหนึ่งเดือน”
แล้วพระยาบวรหันมาทางภูผา
สายตาคมกริบ
“ส่วนเ้า…มีหน้าที่สำคัญกว่านั้น”
ทั้งห้องเงียบลง
“ข้าจะตั้ง ‘กองกำลังพิเศษ’ จำนวนหนึ่งร้อยนาย”
เสียงฮือฮาเบา ๆ
“ทุกคนเป็ทหารม้า เคลื่อนที่เร็ว ใช้สำหรับลอบโจมตี สอดแนม และตัดกำลังศัตรู”
ภูผานิ่ง…รอฟังคำต่อไป
“เ้าจะเป็ผู้คุมกองนี้”
พระยาบวรเอ่ยชัด
“ั้แ่บัดนี้…เ้าเป็ หลวงภูผา”
เสียงกระซิบดังขึ้นทันที
“ทองขาว เลื่อนเป็ ขุนทองขาว
พัน เลื่อนเป็ หมื่นพัน”
ทั้งสองสบตากัน—แต่ไม่มีคำพูด
“และจมื่นไกร…ที่เลื่อนยศจากขุนขึ้นมา จะเป็ที่ปรึกษาและควบคุมดูแลกองนี้ทั้งหมด”
พระยาบวรหยุดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยชื่อ
“กองนี้…จะเรียกว่า ‘กองเสือหมอบแมวเซา’”
ชื่อที่ฟังดูเงียบงัน…แต่แฝงอันตราย
“แยกย้ายได้”
คนในห้องทยอยออก
แต่—
“หลวงภูผา…อยู่ก่อน”
ภูผาหยุด
ประตูปิดลง
เหลือเพียงสองคน
พระยาบวรถอนหายใจช้า ๆ
“ศึกครั้งนี้…หนักหนานัก”
น้ำเสียงไม่ใช่คำสั่ง…แต่เป็ความจริง
“หากรับไม่อยู่…กรุงอาจตกอยู่ในอันตราย”
ภูผาไม่ตอบ
“ข้าต้องมีทางออกเผื่อไว้” พระยาบวรมองตรง “อีกสองเดือน กองเสือหมอบแมวเซา จะออกเดินทางไปหัวเมืองเหนือ”
ภูผาพยักหน้า
แต่ประโยคต่อไป…หนักกว่าเดิม
“ครอบครัวของข้า…ภรรยาและลูก…จะไปกับเ้า”
เงียบ
“ข้าฝากพวกเขาไว้กับเ้า”
ภูผาก้มศีรษะช้า ๆ
“ข้าจะดูแลอย่างดีที่สุด”
พระยาบวรพยักหน้าเบา ๆ
เกมนี้…เดิมพันด้วยทุกอย่าง.
บ่ายวันเดียวกัน
ท่าน้ำคึกคัก
พ่อค้าต่างชาติหลากภาษาเรียกลูกค้าไม่หยุด
ภูผา ทองขาว และพัน เดินฝ่าฝูงชน
“เ้าจะหาอะไร” พันถาม
“ของที่ฆ่าได้ไกลขึ้นและเร็วขึ้น” ภูผาตอบเรียบ
พวกเขาหยุดที่ร้านหนึ่ง
โลหะแปลกตา วัสดุไม่คุ้นเคยหลายอย่าง
พ่อค้าชาวต่างชาติยิ้ม
“ของดีจากแดนไกล”
ภูผาหยิบขึ้นมาพิจารณา
“เบา…แต่แข็ง”
“อันนี้เหนียวและยืดหยุ่น มีแรงดีดกลับที่รุนแรง”
ทองขาวหรี่ตา
“เหมาะกับอาวุธลับ”
ภูผายิ้มเล็กน้อย
“กองเสือหมอบ…ต้องไม่เหมือนทหารทั่วไป”.
กลางคืน
เรือนพักเงียบสงัด
แสงตะเกียงส่องแผนที่บนพื้น
ทั้งสามกำลังวางแผน
ทันใดนั้น—
ภูผาหยุด
สายตาเปลี่ยน
“มาแล้ว”
พันชะงัก
“กี่คน”
“ยี่สิบ”
ห้องเงียบกริบ
ทองขาวยิ้มบาง เขาััมันได้ แม้อาจไม่ไวเท่าภูผา
“ในนั้น…มีตัวจริงกี่คน”
ภูผาหลับตาเล็กน้อย เหมือนจับัับางอย่าง
“สอง”
ลมวูบผ่านหน้าต่าง
เงาดำเคลื่อนไหวบนหลังคา
เกมล่า…เริ่มอีกครั้ง
ภูผาลุกขึ้นช้า ๆ
“ที่เหลือ…ปล่อยให้พวกเ้าจัดการ”
ทองขาวหมุนมีดในมือ
“ส่วนตัวจริง…”
ภูผาก้าวไปที่ประตู
ดวงตาเย็นเฉียบ
“ข้าจะจัดการเอง”
นอกเรือน
เงามืดซ้อนทับกัน
นักล่าทั้งสองฝ่าย…เผชิญหน้า
โดยไม่มีใครยอมถอย
และคืนนี้—
“เสือที่หมอบอยู่”
กำลังจะ “ตะปบเหยื่อ”
อย่างแท้จริง.