ย้อนเวลาสู่ยุค 80 : สาวอวบผงาดฟ้า เปลี่ยนชะตามหาเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 73 จักรเย็บผ้าใหม่เอี่ยม

            เมื่อเห็นว่าการขายข้าวโพดต้มได้กำไรดีขนาดนี้ จ้าวหงเหมยก็เหลือบมองหน้าสามีอย่างอดไม่ได้ "นี่พ่อ พรุ่งนี้ตามลูกๆ เข้าเมืองไปขายข้าวโพดด้วยกันดีไหม"

            "เยวี่ยเยวี่ย ถ้าพวกเราเอาข้าวโพดไปเยอะเกิน แล้วขายไม่ออกจะทำยังไงล่ะ?" หูฉางหมินยังเป็นกังวล "ถ้าข้าวโพดขายไม่ออก ก็เสียของเปล่าๆ น่ะสิ"

            หูหลันเยวี่ยหัวเราะ "พ่อคะ...พรุ่งนี้เป็นวันตลาดนัดในอำเภอพอดี พ่อก็ไปขายที่ตลาดสิคะ ส่วนหนูกับถิงถิงจะไปขายแถวบ้านพักพนักงาน หนูรับรองว่าพวกเราต้องขายข้าวโพดหมดได้แน่ค่ะ"

            จ้าวหงเหมยเห็นสามีเอาแต่คิดมาก ก็อดไม่ได้ที่จะตำหนิ "ถ้าพวกเราฟังเยวี่ยเยวี่ยก็ไม่ผิดพลาดหรอก ถ้าฉันไม่ต้องอยู่บ้านเลี้ยงยายา ป่านนี้ฉันคงตามเยวี่ยเยวี่ยไปขายข้าวโพดในตัวอำเภอแล้ว"

            พูดจบจ้าวหงเหมยก็ถอนหายใจเบาๆ แล้วพึมพำกับตัวเอง "ฉันไม่ได้เข้าตัวอำเภอมาหลายปีแล้วด้วยสิ จะจำทางเข้าตัวอำเภอได้ไหมเนี่ย"

            ตั้งแต่แต่งงานกับหูฉางหมิน จ้าวหงเหมยก็เอาแต่ทำงานบ้านงานเรือน สถานที่ไกลสุดก็แค่ไปตลาดในตำบล

            สมัยเป็นสาวๆ จ้าวหงเหมยใช้ชีวิตสบายกว่าตอนนี้เยอะ

            ความตั้งใจของหูหลันเยวี่ยคือตื่นเช้ามาต้มข้าวโพดให้เสร็จ แล้วรีบไปตัวอำเภอตั้งแต่พระอาทิตย์เพิ่งขึ้น

            จึงต้องออกไปเก็บข้าวโพดกันในตอนเย็น

            พอกินอาหารเย็นเสร็จ หูหลันเยวี่ยกับถิงถิงก็ไปเก็บข้าวโพดในไร่กับหูฉางหมิน

            แสงดาวเลือนราง พวกเขาใช้ไฟฉายสองกระบอกส่องนำทาง

            เก็บข้าวโพดกลับบ้านได้ทั้งหมดสองร้อยกว่าฝัก

            ข้าวโพดแต่ละฝักห่อหุ้มด้วยเปลือกหลายชั้น ก่อนต้มจึงต้องปอกเปลือกข้าวโพดออกให้หมด เหลือไว้หุ้มเมล็ดข้าวโพดแค่ชั้นสองชั้น

            พอกลับถึงบ้าน ทั้งสี่คนก็มานั่งปอกเปลือกข้าวโพดกันที่ลานบ้าน พวกเขาแทบไม่ได้คุยอะไรกัน ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเอง

            ไม่นานนักข้าวโพดสองร้อยกว่าฝักก็ปอกเสร็จจนหมด

            ชีวิตที่ครอบครัวร่วมแรงร่วมใจกันทำงาน ชีวิตที่แสนยุ่งเหยิงแต่ก็เต็มไปด้วยความสุข ทำให้หูหลันเยวี่ยรู้สึกถึงความสุขที่เรียบง่ายและน่าพึงพอใจ

            ชาติที่แล้ว เธอคิดว่าการได้กินดีอยู่ดี แต่งตัวสวยๆ อยู่ในเมืองคือความสุข

            หลังจากผ่านพ้นการเวียนว่ายตายเกิดมา หูหลันเยวี่ยถึงได้เข้าใจอย่างแท้จริงว่าความสุขคืออะไร

            ยังไม่ทันที่ฟ้าจะสาง หูฉางหมินกับจ้าวหงเหมยก็ตื่นนอนแล้ว คนหนึ่งต้มข้าวโพด อีกคนทำอาหารเช้า

            ตอนที่หูหลันเยวี่ยกับถิงถิงตื่นนอน ข้าวโพดก็เกือบสุกแล้ว และอาหารเช้าก็พร้อมยกขึ้นโต๊ะ

            ตอนที่พ่อลูกสามคนเตรียมออกเดินทาง พระอาทิตย์ก็เพิ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเท่านั้น

            พอถึงตัวอำเภอ หูฉางหมินก็ไปตลาด หูหลันเยวี่ยกับถิงถิงก็ไปที่ที่เคยขายข้าวโพดเมื่อวาน

            สวี่เส้าหวาที่ชอบกินข้าวโพดต้ม พอได้ยินเสียงร้องขายที่ไพเราะอยู่ข้างนอก ก็รีบคว้าเงินเตรียมออกมาซื้อ

            เขาชวนเพื่อนๆ ในบ้านพักพนักงานออกมาด้วย

            "หลันเยวี่ย ทำไมมากันแค่เธอกับถิงถิงล่ะ แล้วองครักษ์พิทักษ์ดอกไม้ของพวกเธอหายไปไหน?" สวี่เส้าหวาอดไม่ได้ที่จะมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นคนที่เขาพูดถึง

            หูหลันเยวี่ยส่งข้าวโพดให้สวี่เส้าหวาพลางตอบด้วยรอยยิ้ม "พี่หวาจื่อพูดอะไรตลกจัง พวกเราสองคนพี่น้องจะมีองครักษ์พิทักษ์ดอกไม้ได้ยังไง"

            สวี่เส้าหวากัดข้าวโพดไปสองสามคำ แล้วหัวเราะ "แต่ไอ้หนุ่มซื่อบื้อคนนั้นมันคิดไปเองแล้วว่าตัวเองเป็นองครักษ์พิทักษ์ดอกไม้น่ะสิ"

            "พี่หวาจื่อเป็นคนตลกจริงๆ" ถึงหูหลันเยวี่ยจะเข้าใจความหมายของสวี่เส้าหวา แต่เธอก็แกล้งทำเป็นไม่รู้

            สวี่เส้าหวาหยิบข้าวโพดมาสองสามฝักแล้วนั่งยองๆ อยู่ข้างๆ เขาต้องช่วยดูแลแทนเพื่อน

            พวกหนุ่มๆ ที่ออกมาจากบ้านพักพนักงานกับสวี่เส้าหวา พอเห็นสองพี่น้องที่มาขายข้าวโพด ต่างก็ตาลุกวาว เหมือนหมาป่าหิวโซเจอแกะอ้วน

            สองพี่น้องเอาข้าวโพดมาทั้งหมดร้อยกว่าฝัก แค่ภายในช่วงเช้าก็ขายหมดแล้ว

            พอขายข้าวโพดเสร็จ หูหลันเยวี่ยกับถิงถิงก็ไปหาหูฉางหมินที่ตลาด

            หูหลันเยวี่ยคิดว่าในตลาดมีคนเยอะ ข้าวโพดน่าจะขายดี แต่ปรากฏว่าช่วงเช้าหูฉางหมินขายข้าวโพดได้แค่สิบกว่าฝักเท่านั้น

            ในตลาดมีคนขายข้าวโพดต้มหลายเจ้า นี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ข้าวโพดของหูฉางหมินขายไม่ออก อีกเหตุผลหนึ่งก็คือหูฉางหมินไม่กล้าตะโกนเรียกลูกค้าเหมือนคนอื่นๆ

            หูฉางหมินยืนนิ่งเหมือนท่อนซุง ใครไม่รู้ก็คิดว่าเขายืนเข้าเวรอยู่

            เพื่อที่จะขายข้าวโพดให้หมดเร็วๆ หูหลันเยวี่ยจึงถือข้าวโพดเดินไปมาในตลาดที่คึกคัก พลางตะโกนเรียกลูกค้า

            ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา ข้าวโพดก็ขายจนเกือบหมด

            พอขายข้าวโพดหมดแล้ว พ่อกับลูกสาวทั้งสองก็หาร้านอาหารเล็กๆ เพื่อกินข้าวเที่ยง

            พอกินข้าวเสร็จ และพักผ่อนสักหน่อย ทั้งสามคนก็เตรียมตัวเดินทางกลับบ้าน

            ข้าวโพดสองร้อยกว่าฝัก ขายได้เงินเกือบๆ เจ็ดสิบหยวน

            จ้าวหงเหมยนับเงินในมือด้วยความดีใจจนน้ำตาคลอ

            พอจ้าวหงเหมยอุ่นใจกับเงินในมือแล้ว หูหลันเยวี่ยก็พูดขึ้นพร้อมกับมีรอยยิ้ม "ถ้าหนูจำไม่ผิด รวมกับเงินที่ขายของป่าครั้งก่อน พวกเราน่าจะซื้อจักรเย็บผ้าได้แล้วใช่ไหมคะแม่"

            เมื่อรวมเงินที่ได้จากการขายของป่าสองครั้ง กับเงินที่ขายข้าวโพดได้ครั้งนี้ ก็มีรวมกันเกือบสองร้อยกว่าหยวนแล้ว ถึงจะใช้ไปบ้าง แต่ก็ยังเหลือพอซื้อจักรเย็บผ้าได้

            ถ้าซื้อจักรเย็บผ้าที่ผลิตจากโรงงานที่มีชื่อเสียง ราคาประมาณร้อยห้าสิบหยวนเท่านั้น

            จ้าวหงเหมยเอาเงินทั้งหมดออกมานับ "เงินพอซื้อจักรเย็บผ้าแล้ว ในที่สุดบ้านเราก็จะมีจักรเย็บผ้าแล้ว"

            หูหลันเยวี่ยพูด "พ่อคะ หนูอยากให้พ่อรีบเอาจักรเย็บผ้ากลับมา หนูต้องไปทำงาน ไม่มีเวลาไปซื้อ เรื่องนี้ฝากไว้กับพ่อด้วยนะคะ"

            หูฉางหมินรีบรับปาก "เยวี่ยเยวี่ย วางใจได้เลย พรุ่งนี้พ่อจะไปซื้อจักรเย็บผ้ามาให้"

            พอคิดว่าที่บ้านจะมีจักรเย็บผ้าในเร็วๆ นี้ จ้าวหงเหมยก็รู้สึกว่าทั้งยินดีและขมขื่นไปพร้อมกัน

            พอล้มตัวลงนอน จ้าวหงเหมยก็อดไม่ได้ที่จะรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ กับสามี "ไม่คิดเลยว่าฉันจะได้ใช้จักรเย็บผ้าก็เพราะลูกสาว ทั้งที่ลูกสาวคนนี้ไม่เคยกินนมฉันสักหยด เมื่อก่อนตอนที่ช่วยบ้านสามซื้อจักรเย็บผ้า ถิงถิงยังไม่ได้ไปโรงเรียนเลย ถ้าจักรเย็บผ้ายังอยู่ที่บ้านสกุลหู ฉันก็จะไม่ว่าอะไรหรอก แต่ซื้อมาได้ไม่กี่วัน บ้านสามก็เอาไปประเคนให้บ้านแม่ยายแล้ว"

            พอได้ยินภรรยารื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ หูฉางหมินก็ไม่ได้โกรธแต่อย่างใด "ผมรู้ว่าผมมันไม่มีน้ำยา ทำให้คุณกับลูกๆ ต้องลำบากไปด้วย"

            พูดจบหูฉางหมินก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

            พอได้ยินสามีตัดพ้อ จ้าวหงเหมยก็รู้สึกสงสาร "แค่คุณรู้ว่าฉันกับลูกๆ ลำบากก็พอ ต่อไปถ้าพวกเราทั้งครอบครัวร่วมแรงร่วมใจกัน ชีวิตจะต้องดีขึ้นแน่นอน จริงสิ ไว้ที่บ้านเรามีเงินเยอะกว่านี้ ค่อยเอาเงินที่ยืมมาไปคืนเยวี่ยเยวี่ยกันเถอะ"

            หูฉางหมินส่งเสียงอืมเบาๆ

            พริบตาเดียววันรุ่งขึ้นก็มาถึง หูหลันเยวี่ยกินอาหารเช้าเสร็จก็ไปทำงานที่โรงเรียนตามปกติ

            การทำงานหนึ่งวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว พอโรงเรียนเลิก หูหลันเยวี่ยก็รีบกลับ เพราะเธออยากไปดูจักรเย็บผ้าที่เพิ่งซื้อมาใหม่เต็มที

            ตอนที่หูหลันเยวี่ยกลับมาถึงบ้าน ที่บ้านก็คึกคักเอามากๆ

            แม่เฒ่าหู สะใภ้รอง สะใภ้สาม รวมถึงเพื่อนบ้านอีกหลายคนพากันมาเยี่ยมชมจักรเย็บผ้าที่หูฉางหมินเพิ่งซื้อมาหมาดๆ

            ทุกคนตาเบิกกว้าง เหมือนเพิ่งเคยเห็นจักรเย็บผ้ากันเป็นครั้งแรก

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาสู่ยุค 80 : สาวอวบผงาดฟ้า เปลี่ยนชะตามหาเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405