การเดินทางเข้าสู่เทือกเขาตะวันตกนั้นโหดหินกว่าที่คิด เส้นทางที่เคยเป็เนินดินและทุ่งหญ้า แปรเปลี่ยนเป็ทางชันที่เต็มไปด้วยหินแหลมคมและหุบเหว อากาศเบาบางลงและหนาวเย็นขึ้น ลมูเาพัดกระโชกแรงจนร่างเล็กๆ แทบจะปลิว ต้นไม้เริ่มบางตาลง เหลือเพียงไม้พุ่มเตี้ยๆ และหญ้าที่แข็งกระด้างซึ่งขึ้นแซมอยู่ตามซอกหิน พวกเขาต้องปีนป่าย ใช้ทั้งมือและเท้าในการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างยากลำบาก เมล็ดนำทางในมือของเจยจื่อหลงส่องแสงอบอุ่นเข้มขึ้นเรื่อยๆ เป็สิ่งเดียวที่ยืนยันว่าความเหนื่อยยากนี้ไม่ได้สูญเปล่า
เสียงหมาป่าหอนโหยหวนที่ได้ยินเมื่อคืนก่อนยังคงก้องอยู่ในความทรงจำ และในเย็นวันหนึ่ง ขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ทิ้งแสงสีส้มแดงอาบไปทั่วหินผา ความกลัวนั้นก็กลายเป็ความจริง
พวกมันปรากฏตัวขึ้นจากเงื้อมเงาของชะง่อนหิน – ฝูงหมาป่าูเาร่างกำยำ ขนสีเทา ดวงตาเรืองแสงสีเหลืองในแสงสลัว พวกมันมีจำนวนห้าถึงหกตัว นำโดยจ่าฝูงตัวใหญ่ที่แยกเขี้ยวคำราม เผยให้เห็นฟันแหลมคม น้ำลายไหลยืด พวกมันค่อยๆ กระจายตัวออก ล้อมเด็กน้อยทั้งสองไว้ในวงแคบ ชัดเจนว่ามองพวกเขาเป็เหยื่ออันโอชะ
"แย่ล่ะสิ" วีอันอันพึมพำ ก้าวถอยหลังมายืนพิงเจยจื่อหลงโดยอัตโนมัติ แม้จะปากกล้า แต่การเผชิญหน้ากับสัตว์นักล่าที่หิวโหยในระยะประชิดก็ทำให้นางอดหวั่นใจไม่ได้
"ตั้งสติไว้ อันอัน" เจยจื่อหลงกระซิบ เสียงเรียบแต่หนักแน่น "อย่าแสดงความกลัว ใช้สิ่งที่เรียนมา... ป้องกันตัว"
ทั้งสองยืนหันหลังชนกัน สอดส่ายสายตามองหมาป่าที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
หมาป่าจ่าฝูงส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ เป็สัญญาณให้ตัวอื่นเริ่มจู่โจม หมาป่าตัวหนึ่งกระโจนเข้าใส่จากทางด้านข้าง!
"หลบ!" เจยจื่อหลงร้อง เขาใช้พลังธาตุดินกระทืบพื้นอย่างแรง! พื้นหินบริเวณนั้นสั่นะเืและยุบตัวลงเล็กน้อยอย่างกะทันหัน! หมาป่าตัวนั้นเสียหลัก กลิ้งคะมำไปด้านข้าง เปิดโอกาสให้เจยจื่อหลงใช้พลังลมสร้างเสียงดัง "ฟุ่บ!" คล้ายแส้ฟาดอากาศ ทำให้มันผงะถอยไป
ในขณะเดียวกัน หมาป่าอีกตัวก็พุ่งเข้าใส่วีอันอัน นางหลบทันอย่างฉิวเฉียด แล้วชี้นิ้วไปยังพุ่มไม้หนามใกล้ๆ "พันมัน!" นางะโสั่ง (ทั้งที่ไม่แน่ใจว่ามันจะได้ผลหรือไม่) พร้อมกับส่งพลังธาตุไม้ที่พอมีออกไป
น่าประหลาดใจ เถาวัลย์หนามนั้นขยับไหวราวกับมีชีวิต ยืดตัวออกไปพันขาหลังของหมาป่าตัวนั้นไว้ชั่วครู่! แม้จะแค่แป๊บเดียว แต่มันก็สร้างความรำคาญและทำให้หมาป่าชะงักงัน วีอันอันฉวยโอกาส ใช้พลังลมเป่าเศษดินเศษหินเข้าใส่มัน!
หมาป่าที่เหลือลังเล พวกมันไม่เคยเจอเหยื่อที่ต่อต้านด้วยวิธีประหลาดเช่นนี้ เด็กสองคนนี้ตัวเล็กก็จริง แต่กลับมีพลังแปลกๆ และไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้ง่ายๆ
จ่าฝูงคำรามอีกครั้ง คราวนี้มันเป็ฝ่ายกระโจนเข้าใส่เอง หมายจะจัดการหัวโจกให้สิ้นเื่!
"จื่อหลง!" วีอันอันร้องเตือน
เจยจื่อหลงยืนหยัดมั่นคง เขาโคจรพลังชี่อันน้อยนิดในร่าง ผสานกับพลังธาตุดิน ทำให้รู้สึกถึงความเชื่อมต่อกับพื้นหินใต้ฝ่าเท้า เขายกท่อนไม้ที่ใช้แทนไม้เท้าขึ้นมา ปักลงบนพื้นอย่างแรง! เกิดเสียงดัง "กึง!" พร้อมกับแรงสั่นะเืแผ่ออกไปรอบๆ เป็การแสดงพลังข่มขวัญ ขณะเดียวกัน วีอันอันก็รวบรวมพลังชี่ที่ปั่นป่วนของนาง ปลดปล่อยไอเย็นะเืจางๆ ออกมา ดวงตาของนางวาวโรจน์ขึ้นชั่วขณะ (โดยไม่ตั้งใจ) จ้องมองไปยังจ่าฝูงอย่างไม่เกรงกลัว
จ่าฝูงที่กำลังกระโจนเข้ามา ชะงักกลางอากาศเมื่อััได้ถึงพลังกดดันอันผิดธรรมชาติจากเด็กทั้งสอง มันลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สัญชาตญาณนักล่าบอกว่าเหยื่อคู่นี้ไม่ปกติ และอาจเป็อันตรายเกินกว่าจะเสี่ยงด้วย ในที่สุด มันก็ส่งเสียงคำรามเป็การยอมถอย แล้วหันหลังวิ่งหายกลับเข้าไปในเงาหิน พร้อมกับลูกฝูงที่รีบวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อหมาป่าฝูงนั้นจากไปแล้ว เด็กทั้งสองก็ทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง หัวใจเต้นระรัว เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว
"เกือบ... เกือบไปแล้ว" วีอันอันหอบหายใจ "ไอ้หมาบ้านั่น..."
"แต่เราก็ไล่มันไปได้" เจยจื่อหลงกล่าว แม้จะยังตื่นเต้นไม่หาย แต่ก็รู้สึกถึงความสำเร็จเล็กๆ "ดูเหมือน... วิชาของผู้เฒ่าซานจะพอใช้ได้ผลอยู่บ้าง"
พวกเขารีบหาที่พักสำหรับคืนนั้น โชคดีที่เจอถ้ำเล็กๆ ใต้ชะง่อนหินใหญ่พอจะกันลมกันฝนได้ การก่อไฟบนูเาสูงที่ลมแรงเป็เื่ยาก แต่สุดท้ายพวกเขาก็ทำสำเร็จ กองไฟเล็กๆ ช่วยขับไล่ความหนาวเย็นและความมืดมิดไปได้บ้าง เสบียงหมดเกลี้ยงแล้ว พรุ่งนี้พวกเขาต้องออกหาอาหารในสภาพแวดล้อมที่ดูไม่น่าจะมีอะไรให้กินมากนัก
ขณะที่กำลังนั่งพักพิงไออุ่นจากกองไฟ วีอันอันก็บ่นอุบ "ปีนเขาก็เหนื่อย เจอหมาป่าก็น่ากลัว แถมยังไม่มีอะไรกินอีก ป่าทิพย์อะไรนั่น มันจะคุ้มค่าเหนื่อยไหมเนี่ย"
เจยจื่อหลงหยิบเมล็ดนำทางออกมาดู มันยังคงส่องแสงอบอุ่น สม่ำเสมอ "ต้องคุ้มสิ อันอัน" เขากล่าว "นี่คือหนทางเดียวที่เราจะแข็งแกร่งพอที่จะทำตามปณิธานของเราได้ เราต้องไปให้ถึง"
วีอันอันมองแสงอุ่นๆ จากเมล็ดนำทาง แล้วถอนหายใจ "ก็ได้ๆ ข้าจะทนปีนต่อไปก็ได้ แต่ถ้าไปถึงแล้วเจอแต่ต้นไม้กับดอกไม้ ข้าจะเผาป่าทิ้งจริงๆ ด้วย"
เจยจื่อหลงส่ายหน้ากับคำขู่ของนาง แต่ก็อดอมยิ้มไม่ได้เล็กน้อย
ก่อนที่พวกเขาจะหลับไปในคืนนั้นเอง เจยจื่อหลงก็สังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติบริเวณปากถ้ำ มอสส์ชนิดหนึ่งที่เกาะอยู่บนผนังหิน กำลังเรืองแสงสีเขียวอ่อนๆ เป็จังหวะสม่ำเสมอ เหมือนกำลังหายใจ แสงนั้นนุ่มนวลและให้ความรู้สึกสงบอย่างประหลาด
"อันอัน ดูนั่นสิ" เขาชี้ให้ดู
วีอันอันหรี่ตามอง "มอสส์เรืองแสง? แปลกจัง ไม่เคยเห็นมาก่อน"
พวกเขาลองเดินเข้าไปดูใกล้ๆ อากาศบริเวณนั้นรู้สึกสดชื่นและบริสุทธิ์เป็พิเศษ มีพลังงานบางอย่างที่อ่อนโยนและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาแผ่ออกมาจากมอสส์เรืองแสงนั้น มันแตกต่างจากพลังงานที่เคยััมา
"หรือว่า..." เจยจื่อหลงนึกถึงคำพูดของผู้เฒ่าซาน "...เรากำลังเข้าใกล้เขตอิทธิพลของป่าทิพย์แล้ว?"
ความคิดนั้นจุดประกายความหวังขึ้นในใจของทั้งสอง แม้หนทางข้างหน้าจะยังสูงชันและเต็มไปด้วยอันตราย แต่สัญญาณเล็กๆ นี้ก็บอกให้รู้ว่า พวกเขามาถูกทางแล้ว จุดหมายปลายทางอาจอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม...