พวกเรามาหยุดอยู่หน้าประตูสีแดงสดกับป้ายบอกว่าห้องผู้อำนวยการ เวลาตอนนี้ก็คงประมาณ 16.50 น. ในเวลาแบบนี้ในตอนนี้ผมควรนอนเล่นกับคาราสที่หอพักพวกเราแล้ว อะ…ลืมบอกไปเลยว่าผมกับคาราสเป็รูมเมทในหอพักเดียวกันส่วนเื่ที่ว่าเป็ที่ไหนจะบอกอีกที
“สำรวมหน่อยละ” หัวหน้าห้องสั่งผมแต่ผมไม่ตอบพลางหลบสายตา “เ้าคนต่ำช้าเอ้ย” เธอส่งท้ายก่อนจะเมินผมและเคาะประตู 3 ครั้ง
“เข้ามาเลย” เสียงจากในห้องขานรับ
หัวหน้าห้องเปิดเข้าไป ภายในห้องชั่งหรูหราและสวยงาม พรมแดงปูไปทั่วห้อง โคมไฟสีเหลืองระย้า ผนังห้องสีเืสดมีจุดสีทองปะไปเป็จุด ๆ ซ้ายมือมีชั้นวางหนังสือที่มีหนังสือแน่นเอียด โต๊ะไม้ทาสีแดงอ่อนกับเอกสารกองพะเนินเทินทึกและป้ายตั้งโต๊ะบอกว่าเป็ผู้อำนวยการตั้งไว้มุมโต๊ะ
“สายัณห์สวัสดิ์” ชายชราปั้นหน้ายิ้มนั่งอยู่ที่โต๊ะตอนแรกผมสนใจแต่เอกสารจนไม่มองหน้าพวกเราเลย ให้เดาว่าดองงานไว้อีกแล้วแน่ ๆ ตาแก่จอมี้เีนี่ “พวกเธอมาถึงก่อนสินะ”
“มาถึงก่อน” ผมแปลกใจกับคำพูดนั้น ยังจะมีคนอื่นอีกหรอ โครงการนี้นะไม่ค่อยมีใครเข้าร่วมเลยเกือบทุกปีแทบไม่มีด้วยซ้ำ
“พวกเรามาแล้ว” เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นข้างหลังผมจนต้องชโงกหน้าไปมอง
ผมเหงื่อตกเมื่อหันหน้าไป “พวกแกมันว่าที่ 4 ผู้กล้านิ” ผมใอย่างมาก ต่อหน้าผมคือว่าที่สี่ผู้กล้าผู้ที่มีสิทธิ์ได้สืบทอดพลังและตำแหน่งของผู้กล้าจากทั้ง 4 สี
“มีพวกไก่อ่อนมาด้วยหรอ” เด็กชายสูง 140 พูดขึ้น ตัวเตี้ยตะมุตะมิแต่ฝีปากร้าย แก้มปุกปิกหน้าตาน่าเอ็นดู แต่นิสัยกวนบาทาคนนี้คือ เคเรสต้า เบโย เผ่าคนแคระว่าที่ผู้กล้าสีแดง
“คู่หมั้นฉันขอถอนตัวนะ” สาวเอลฟ์สุดสวยกระโปรงสั้น หูยาวแหลมพูดขึ้น
เธอคือ การัม อันมุน เผ่าเอลฟ์ ว่าที่ผู้กล้าสีเขียว มีนิสัยเ็า เธอสุขุมทุกสถานการณ์และพูดน้อย ความสวยของเธอนั้นคือที่สุดแห่งเผ่าเอลฟ์ ผมสีเงินมันวาวแสนสวยและจะสวยกว่านี้ยามแสงจันทร์สาดส่อง หน้าเรียวได้รูป ผิวขาวเรียบเนียน นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งเป็องค์หญิงแห่งอาณาจักรเอลฟ์ กลัสเทีย อีกด้วยแต่ช่างน่าเสียดายที่มีคู่หมั้นแล้ว
“ทั้งคู่ก็จะเข้าร่วมการออกหาประสบการณ์งั้นหรอ” ชายหน้าสาวผู้มีเขากวางพูดขึ้น
เขาคือลูกชายของเ้าเมืองโยนัชตาที่ซึ่งถูกเรียกว่าเมืองแห่งมนุษย์สัตว์มีใบหน้างดงามราวหญิงสาว โครงหน้ายาว แววตาดูอ่อนช้อย ผมหยักศกปล่อยยาวข้างหนึ่ง กับเขากวางทรงเสน่ห์(ไม่ใช่สำหรับผม) เขามีความงามเทียบเท่าเ้าหญิงเอลฟ์ชื่อของเขาคือ นาอิมร์ แอร์เดีย เผ่ามนุษย์สัตว์ ว่าที่ผู้กล้าสีฟ้า
ผมกวาดตาไปรอบ ๆ เพื่อหาคนสุดท้ายแต่หมอนั่นก็ไม่อยู่ “ดีแล้วละ” ผมเผลอพูดออกมา
“มีอะไรดีหรอ ไอ้ขยะไร้เวท” เสียงใครสักคนที่ผมรู้จักดีตอบกลับพร้อมกับการปรากฏกายของเ้าชายแห่งความเลวทรามที่ผมเกียจเข้ากระดูกดำกำลังก้าวเข้ามา
เขาคือ บาอุล นิมโรว เผ่ามนุษย์ ว่าที่ผู้กล้าสีดำ เ้าชายแห่งอาณาจักรนิมโรวที่พวกเราอยู่ หน้าตาถือว่าดีผิดกับนิสัยอันน่ารังเกียจนั้น หมอนี่เป็คนเอาแต่ใจ ไม่ฟังใครและเย่อหยิ่ง จอมเกรเรอันดับ 1 ของโรงเรียนชั้นสูงแห่งนี้
ผมนิ่วหน้าหนักพยายามเก็บตวามข่มขื่นไว้ในใจ หากหมอนั่นอยู่นี้งั้นเธอก็อยู่นี้ ผมสอดส่องผู้คนอย่างละเอียดอีกรอบแต่ไม่เห็นเธอแต่แบบนั้นดีแล้ว
“หาใครอยู่กันเ้าขยะไร้เวท” บาอุลถามแม้ตัวเองจะรู้คำตอบดีก็ตาม “อ่อ…หาเธออยู่งั้นหรอ” บาอุลยิ้มอย่างรู้ดี “มานี้สิ อาเรีย”
ผมใหน้าถอดสีเมื่อเห็นเธอที่ผมรัก อาเรีย โอเน็ต เดินเข้ามาในห้องด้วยสายตาเ็าใบหน้านิ่งสนิท เธอมองผมด้วยความนิ่งเฉยเหมือนไม่ได้รู้จักกัน บาอุลโอบไหล่เธอก่อนจะขยำหน้าอกเธอต่อหน้าผม อาเรียไม่ได้ต่อต้านสักนิด
“เธออยู่นี้แล้วไง เพื่อนสมัยเด็กของแกและเป็คู่หมั้นของฉัน”
ผมหน้านิ่วขิ้วขมวดจ้องมองเ้าชายด้วยความโมโห ผมทำได้แต่กัดฟันแแ่เพื่อเก็บกดความโกรธนี้ไว้ หัวหน้าห้องจ้องผมเหมือนดูจะสนใจเื่นี้มากทีเดียว
“ไร้ยางอายจังนะ” เคเรสต้าพูดเชิงเป็เื่สนุก ในขณะที่นาอิมร์และการัมทำหน้าสะอิดสะเอียนเชิงรังเกียจในตัวเ้าชาย
“มองฉันแบบนั้นหมายความว่าไง” บาอุลโมโหที่ผมจ้องด้วยความแค้นเขาปล่อยมือจากอาเรียแล้วเดินมาหาผม “ฉันถามว่ามองฉันแบบนั้นทำไม!!” บาอุลขึ้นเสียงพลางปล่อยแรงกดดันจากพลังเวทอันมหาศาล
มันมากพอที่จะทำให้ผมขาอ่อนจนเข่าทรุดและตัวสั่นระริก หัวหน้าห้องและอาเรียก็โดนไปด้วยแต่พวกเธอแค่รู้สึกอึดอัดเท่านั้น ผู้กล้า 3 คนที่เหลือนั้นยืนมองพวกเราแบบชิว ๆ
“เอาละ ๆ เมื่อมาครบแล้วฉันก็จะเล่าแล้วนะ” ผอ.พูดอย่างเกร็ง ๆ หน้าเขายิ้มฝืด ๆ ก่อนที่เ้าชอยเืร้อนจะลดออร่าพลังลงเขาเองก็โดนอัทธิพลของพลังไปด้วย
“เดี๋ยวสิอาเรียก็จะร่วมด้วยหรอ” ผมพยายามคัดค้านพลางดันตัวเองขึ้น
“ใช่แล้ว” ผอ.ตอบ
“แต่….”
“ฉันดูแลตัวเองได้” อาเรียพูดตัดผมด้วยน้ำเสียงโมโหนิด ๆ ผมจึงเงียบไม่พูดต่อ
“งั้นฟังนะ พรุ่งนี้จะให้พวกเธอเริ่มโครงการออกหาประสบการณ์ได้ พวกเธอจะต้องออกไปใช้ชีวิตที่นอกโรงเรียนเราและห้ามกลับมาจนกว่าจะครบ 1 ปี ทางเราจะเตรียมเงินไว้ให้จำนวนหนึ่ง” ผอ.พูดพลางมองมาที่ผม ให้เดาว่าไม่อยากเปิดเผยเพราะ้าให้เงินผมน้อยกว่าทุกคนสินะ “เมื่อกลับมาแล้วพวกเราจะออกใบรับรองให้เองว่าพวกเธอผ่านบททดสอบนี้ มีใครมีคำถามอะไรไหม”
เ้าหญิงการัมยกมือขึ้น “มันน่าจะอีกสักพักไม่ใช่หรอโครงการถึงจะเริ่ม”
“ในอนาคตพวกเราจะยุ่งนะ ฉันอธิบายไม่ได้บอกได้แค่เกี่ยวกับพวก…ดาร์กโกลเด้น” ผอ.พูดจบทั้งห้องเต็มไปด้วยบรรยากาศอึมครึมทันทีทุกคนเคร่งเครียดยิ่งกับผู้กล้าทั้ง 4 พวกเขาออกอาการกลัว วิตก กังวล ผสมปนเปกันไปส่วนผมไม่รู้จักพวกดาร์กโกลเด้นเลย ไว้ตอนกลับหอค่อยถามคาราสด้วยดีกว่า
“ไม่มีคำถามแล้วใช่ไหม” ผอ.ย้ำ “เธอไม่สงสัยใช่ไหมโนรัม”
“ผมรู้มาจากครูฝึกซาร์ดแล้ว” ผมตอบ
“โอเค พรุ่งนี้ทุกคนต้องเก็บข้าวของมาร่วมตัวที่หน้าประตูโรงเรียนก่อน 7.00 น. จากนี้ก็ขอให้ทุกคนโชคดี”
ทุกคนแยกย้ายกันไปผมก็เดินออกมานอกห้องแต่ก่อนผมที่ผมจะเดินไปไกลกว่านี้ผมหันกลับไปดูอาเรีย ผมเห็นเธอกำลังเดินอยู่ข้าง ๆ เ้าชายสารเลว เธอยังงดงามเหมือนที่ผ่านมาแต่โชคชะตาช่างโหดร้ายที่ทำให้เราต้องแยกจากกัน
จากนี้อาจเป็โอกาสสุดท้ายที่เราได้เห็นด้วยกันเพราะการปลุกพลังเวทของผมนั้นความหวังช่างริบหรี่ ผมอยากพูดกับเธอเป็ครั้งสุดท้าย
“อาเรีย!!!” ผมะโหาเธอคนเดียวแต่ทุกคนนั้นหันมาหมด “ฉันไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงเลือกทางนี้และไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงเกลียดฉัน ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอตั้งใจเลือกให้เป็แบบนี้ไหมแต่ฉันจะช่วยเธอ!!! จะช่วยแน่นอน!!”
เ้าชายบาอุลนั้นหัวเราะออกมาเหมือนกับว่าเป็เื่ตลกที่สะกิดต่อมฮาได้ดี “แกนี้มันน่าสนใจจริง ๆ งั้นก็ทำให้ได้ละเ้าขยะไร้เวท” เขาหันหน้ามาหาผมจ้องเขม็งเชิงรังเกียจมาทางผม
“ฟังนะ แกอ่อนแอไม่ใช่เพราะตัวแกเองหรอกแต่เป็เพราะโชคชะตาของแก ยอมรับตัวเองแล้วอยู่ในที่ของตัวเองดีกว่า” เ้าชายบาอุลหัวเราะทิ้งท้ายค่อยเดินหนี สายตาที่ทุกคนมองมานั้นดูไม่เชื่อในคำพูดผมเลยยกเว้น เ้าหญิงเอลฟ์การัม
“ฉันเป็กำลังใจให้นะ” เธอพูดด้วยใบหน้าเรียบ ๆ แต่น้ำเสียงป่นความหวังดีและเป็กำลังใจให้จริง ๆ นั้นทำให้ผมได้กำลังใจมาก แม้ความหวังจะริบหรี่ก็ต้องทำให้ได้
หัวหน้าห้องสะกิดผม “นายเองก็ดูเป็ลูกผู้ชายดีนิ”
“......” ผมมองหัวหน้าห้องอย่างประหลาดใจ
“ช่างมันเถอะ” หัวหน้าห้องเขินก่อนจะเดินนำไปก่อน
ผมหันกลับไปเป็รอบสุดท้ายผมเห็นสายตาของอาเรียที่มองผมด้วยสายตาที่แฝงป่นความคิดถึงก่อนจะหันกลับไปอย่างเร็วรี่
“อาเรีย” ผมพร่ำเพ้อก่อนจะตบหน้าตัวเองเบา ๆ เพื่อดึงสติกลับมา
“รอด้วยซิหัวหน้า” ผมวิ่งตามหัวหน้าห้อง