"เฮ้ ไอ้น้อง... ออกมาซ่าคนเดียวแบบนี้ มันขัดกฎปาร์ตี้ห้าคนนะเว้ย" เสียงทุ้มต่ำสำเนียงฝรั่งดังมาจากเสียงซู่ซ่าของน้ำตก มาร์โกในชุดคลุมหนังหมาป่าสีเทาเข้ม โดยมีผ้าขนหนูสีขาวผืนเดิมพาดอยู่บนไหล่กว้าง เดินตามนัทออกมาติดๆ แววตาหนุ่มอิตาลีฉายความห่วงใยตามประสาพี่ใหญ่
วันนี้มาร์โกไม่ได้นำเงินเหรียญทองแดงไปจ่ายค่าน้ำชาเพื่อเปิดพลังจิตหรือลมปราณแบบคนอื่นๆ ทว่าเขาเลือกที่จะนำเงินกองกลางส่วนตัวเดินเข้าร้านอาวุธในเมืองเริ่มต้น เพื่อซื้อ [มีดสั้นเหล็กกล้า] มาเพิ่มอีกหนึ่งเล่ม! ปัจจุบันมาร์โกจึงกลายเป็นักสู้ "สายมีดคู่" อย่างเต็มตัว
"พวกอสูรก็อบลินเลเวลแรกๆ แถวนี้ไม่ได้มีเกล็ดหินหนาเหมือนงูเพลิง" มาร์โกควงมีดสั้นสองเล่มในมือวับๆ "ความทนทานิัมันค่อนข้างต่ำ การใช้มีดคู่ะเิความเร็วเข้ากระหน่ำแทงรัวๆ ดึงแรงควายคูณสามออกมาใช้ ข้าว่านี่แหละคือวิธีสังหารพวกมันที่เร็วและมีประสิทธิภาพที่สุดในตอนนี้"
ไม่ทันขาดคำ พุ่มไม้แห้งหน้าน้ำตกก็แหวกออก ร่างผอมแกร็นผิวสีเขียวซีดของ [ก็อบลินป่ามนตรา] ตัวหนึ่งกระโจนพุ่งพรวดออกมา มันถือกระบองไม้หนามแยกเขี้ยวคำรามลั่นจ้องตรงมาที่นัท
"พี่มาร์โก! ตัวนี้ผมขอเทสต์พลังหน่อย พี่คุมเชิงให้ทีนะ!"
นัทะโบอกพลางตั้งท่าเตรียมบวก เขาสูดหายใจเข้าลึกพยายาม "โคจรลมปราณ" ที่สะสมเพิ่มขึ้นมาเป็ 7 แต้ม ชักนำกระแสความร้อนอุ่นๆ ใต้ิัให้ไหลทะลักไปรวมอยู่ที่หมัดขวาจนรู้สึกตึงเปรี๊ยะ พร้อมกับเปิดสวิตช์พลังจิต 20 แต้มสร้างเกราะโปร่งแสงหุ้มปลายนิ้วมือหนาแน่น
"ย้ากกกกก!" นัทะเิแรงขาความเร็ว 57 แต้ม กดใช้สกิลพุ่งตัว (Dash) ทะยานร่างไปข้างหน้า 1 เมตรอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ หมัดขวาที่อัดลมปราณซัดเปรี้ยงเข้าใส่กลางอกของก็อบลินเต็มเหนี่ยว!
เปรี้ยง!!!!
แรงควายคูณสามบวกโมเมนตัมส่งร่างก็อบลินปลิวละลิ่วลอยกระเด็นไปกระแทกต้นไม้หักโค่น แต่นัทกลับต้องเบิกตากว้างด้วยความเหวอ... เพราะดาเมจหรือร่องรอยาแที่เกิดบนอกของก็อบลินตัวนั้น มันแทบไม่ต่างอะไรกับตอนที่เขาใช้หมัดเปล่าๆ ต่อยธรรมดาเลยสักนิดเดียว! แถมกระแสความร้อนของลมปราณที่เขารวบรวมไว้ที่หมัดก็สลายตัวกระจายหายไปในอากาศอย่างไร้ทิศทางทันทีที่เกิดแรงปะทะ
"ชิพหายละ! ทำไมไม่แรงขึ้นเลยวะ?!" นัทสบถลั่น ขณะหลบกระบองหนามที่ก็อบลินลุกขึ้นมาหวดสวนกลับอย่างทุลักทุเล
จังหวะนั้น นัทถึงได้รู้ซึ้งถึงสัจธรรมอันโหดร้ายของระบบ... พลังปราณที่มีตอนนี้ มันทำอะไรในการโจมตีไม่ได้เลยสักนิดเดียว! นั่นเป็เพราะนัท "ยังใช้มันไม่เป็" เขาได้แต่วิชาทะลวงชีพจรขั้นต้นมา มีกระแสพลังงานไหลเวียนและช่วยฟื้นฟูเยียวยาร่างกายลดความเหนื่อยล้าได้อย่างช้าๆ เท่านั้น แต่เขายังไม่มี "เคล็ดวิชาโจมตี" หรือคัมภีร์ส่งพลังออกภายนอกเพื่อเปลี่ยนลมปราณให้กลายเป็พลังทำลายล้างที่หนาแน่นได้ การอัดลมปราณดื้อๆ ของนัทจึงเหมือนการสาดน้ำอุ่นใส่ศัตรูที่เปล่าประโยชน์สิ้นดี!
"กิ๊กๆๆๆๆ!"
เสียงร้องแหลมสูงดังระงมตามมาซ้ำเติม พุ่มไม้ด้านข้างแหวกออกพร้อมกันอย่างกะทันหัน ปรากฏกองทัพก็อบลินป่ามนตราโผล่มาสมทบเพิ่มอีก 3 ตัว ล้อมหน้าล้อมหลังเตรียมรุมสกรัมจับนัททำอาหารเย็น
"ไอ้น้อง! ถอยมาข้างหลังข้า! คอมโบของจริงมันต้องแบบนี้!"
มาร์โกเห็นท่าไม่ดี ะเิพละกำลังกายภาพคูณสามของโครงสร้างฝรั่งร่างั์ พุ่งทะยานร่างฝ่าอากาศเข้ามาขัดจังหวะทันที ผ้าขนหนูสีขาวบนไหล่พัดสะบัดไหว มาร์โกใช้ความมั่นใจเด็ดเดี่ยวควงมีดสั้นสองเล่มก้าวสามขุมเข้าหาฝูงก็อบลินอย่างช่ำชอง ดุดัน และไร้ความปราณี!
ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก!
ฉากต่อสู้ตรงหน้าน้ำตกกลายเป็ลานสังหารในพริบตา มาร์โกประยุกต์ใช้มีดคู่ได้อย่างเหนือชั้น มือซ้ายใช้มีดปัดป้องแทงสกัดเปิดแผล ส่วนมือขวากระหน่ำแทงซ้ำรัวๆ เข้าที่จุดตายตรงลำคอและหัวใจของพวกมันด้วยความเร็วและแรงเหวี่ยงที่หนักหน่วงปานเครื่องจักรบดเนื้อ แผลฉีกขาดพุพองลึก เืสีเขียวเข้มพุ่งฉีดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ เพียงไม่ถึงครึ่งนาที ก็อบลินป่าที่โผล่มาเพิ่มทั้งหมดรวมถึงตัวแรกก็ทนความเหี้ยมเกรียมและคมมีดคู่พิฆาตไม่ไหว ร่างของพวกมันกระตุกรัวก่อนจะสิ้นใจตาย และแตกสลายกลายเป็ละอองแสงสีฟ้าหายวับไปอย่างรวดเร็ว!
มาร์โกตวัดสะบัดเืยามเย็นออกจากใบมีดเหล็กกล้าทั้งสองเล่มอย่างเท่ ก่อนจะเก็บเข้าฝักที่เอวพลางหันมาตบบ่านัทเบาๆ "เป็ไงไอ้น้อง? ลมปราณของแกมันนวดไหล่ดีอยู่หรอก แต่ถ้าจะเอามาใช้เสียบไส้พวกมัน... ดูท่าแกคงต้องกลับไปนั่งเขียนสูตรคำนวณในหน้าต่าง ของแกใหม่ซะแล้วละมั้ง! 5555"
นัทได้แต่ยืนกุมขมับเกาหัวขำแห้ง มองดูเศษเหรียญทองแดงดรอปบนพื้นดิน ก้าวแรกของการล่าเดี่ยวทำให้รู้ว่า ทางลัดสู่ความเทพในโลกที่ 1 นี้... ยังคงมีอุปสรรคทางเทคนิคที่เขาต้องเอาชนะให้ได้อีกเยอะทีเดียว!
รุ่งเช้าของ "วันที่ 4" ในโลกใบใหม่มาถึง แสงแดดอบอุ่นสาดส่องผ่านละอองน้ำตกสีขาว นัทและพี่กล้ายืนประจันหน้าคุยกันกลางค่ายพักแรมเพื่อตกลงแผนการใหญ่ วันนี้พวกเขาจะไม่ทนฟาร์มอยู่แค่รอบเมืองอีกต่อไป แต่มีแผนการเด็ดเดี่ยวที่จะ "เดินทัพบุกทะลวงเข้าสู่เขตแดน 10 กิโลเมตรถัดไป" เพื่อขยายแผนที่ลิงก์ิญญาและตามหาลู่ทางสู่อำนาจ
พี่กล้าส่งสัญญาณชวน มาร์โก สหายมีดคู่สะพายผ้าขนหนู และหญิงสาวนักธนูที่เคยร่วมปาร์ตี้ล่าอสรพิษเพลิงเมื่อวานให้มาร่วมทีมด้วย เธอเดินก้าวออกมากระชับคันไม้และยิ้มทักทายอย่างเป็กันเองพร้อมแนะนำตัว:
"ยินดีที่ได้ร่วมทางอีกครั้งค่ะทุกคน ฉันชื่อ 'จีฮยอน' (Ji-hyun) มาจากประเทศเกาหลีใต้" จีฮยอนลูบไล้คันธนูคู่ใจพลางเล่าความหลังขำๆ "ตอนอยู่โลกเดิมฉันเคยเป็นักกีฬายิงธนูของชมรมตอนเรียนมหาลัยค่ะ ส่วนคันธนูอันนี้... ฉันไม่ได้ไปแย่งใครมาหรอก โชคดีที่คว้ามันมาได้ตอนบททดสอบที่ 1 ด่านศูนย์ ตอนที่ทุกคนกำลังวิ่งหนีตายจากหมาป่ารถถังแล้วพระเ้านึกสนุกโยนอาวุธแจกของลงมาจากฟ้านั่นแหละ!"
และสมาชิกคนสุดท้ายที่เดินเข้ามาขอเข้าร่วมปาร์ตี้ด้วยแววตามุ่งมั่นคือ "โอม" ชายหนุ่มสายลุยที่เคยร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ช่วยสู้รบมาด้วยกันั้แ่ตอนด่านกระดานหมากรุกกลยุทธ์สุดโหด เมื่อวานนี้โอมนำเงินเหรียญทองแดงที่ฟาร์มมาได้ดิ่งไปใช้บริการวิหารสายเวทมนตร์เพื่อเปิดช่องทางโคจรมานาแรกเริ่มสำเร็จ พี่แกใช้ความอึดนั่งเพ่งสมาธิรวบรวมมวลพลังงานจากภายนอกเข้าสู่ร่างกายตลอดทั้งคืน เลียนแบบพล็อตพระเอกนิยายที่เคยอ่าน จนระบบประมวลผลเพิ่มแต้มมานาสูงสุดให้ขยับเพิ่มขึ้นมาแล้ว ทว่า... โอมกลับยังไม่มีสกิลโจมตีของตัวเองเลยสักกะสกิลเดียว มือสองข้างยังคงต้องถือ [ดาบเหล็กใบกว้าง และ โล่หินหนา] ที่แยกชิ้นส่วนถอดมาจากหุ่นทหารหมากรุกด่านก่อนหน้า
พี่กล้าเห็นท่าทางเก้ๆ กังๆ ของโอม จึงนึกขึ้นได้ว่าในกระเป๋าชุดคลุมหนังหมาป่าของเขายังมีคัมภีร์ [ศรเพลิงเบื้องต้น Lv.1] ที่สกัดมาจากคริสตัลไฟของงูั์เมื่อวานนี้อยู่พอดี คุณพ่อลูกอ่อนจึงล้วงม้วนกระดาษโบราณออกมายื่นส่งให้โอมทันที "เอ้าไอ้หนุ่ม! เอาไอ้คัมภีร์เวทไฟนี่ไปกดเรียนรู้ซะ จะได้มีอาวุธยิงระยะไกลช่วยสนับสนุนทีม!"
โอมตาเป็ประกาย รีบกดเรียนรู้ผ่านระบบสากลทันที ข้อมูลรหัสเวทมนตร์ไหลเข้าหัว วินาทีกระนั้นโอมอยากลองเทสต์พลัง จึงก้าวเท้าออกไปหน้าน้ำตก ยกมือซ้ายที่ถือโล่ขึ้นขนานหน้าอก ส่วนมือขวาที่กำดาบชี้ตรงไปที่ต้นไม้ใหญ่หนาขนาดั์ริมตลิ่ง เขาเริ่มส่งเสียงท่องบทสวดคาถาสำเร็จรูปเสียงดังฟังชัดตามระบอบระบบ:
"โอ้ มวลอัคคีอันบ้าคลั่ง... จงสถิตและแผดเผาศัตรูเบื้องหน้า... ศรเพลิง!!"
วูบ... ตู้ม!!!!
สิ้นเสียงสวดอันสุดเบียว ประจุวงเวทสีส้มหมุนวาบกลางอากาศ ศรเพลิงสีฟ้าพุ่งทะยานออกจากหน้าโล่หินผ่าอากาศะเิตูมเข้าใส่ต้นไม้ั์ริมฝั่งจนหักโค่นล้มระเนระนาด สะเก็ดไฟกระจายว่อน ทุกคนในแคมป์ที่หันมามองเห็นถึงกับร้องว้าวตาโตในอานุภาพทำลายล้างของมหาเวทสำเร็จรูป!
ทว่า... อนุภาพเท่ๆ นั้นคงอยู่ได้เพียงชั่วครู่ ร่างของโอมถึงกับทรุดฮวบลงไปนั่งคุกเข่าหอบแฮกๆ กับพื้นดิน แววตาเหลือกสลับซีดเผือด หน้าต่างระบบแจ้งเตือนว่า ค่ามานา (MP) สีฟ้ากะพริบถี่จนเหลือ 0 แห้งเหือดคาหลอดทันทีหลังร่ายจบเพียงแค่ 1 นัด! เนื่องจากระบบสำเร็จรูปสูบพลังงานรุนแรงกว่าปกติ 3 เท่า โอมต้องนั่งนิ่งๆ รวบรวมมานาจากชั้นบรรยากาศกลับคืนมาอย่างยากลำบากถึง 3 นาทีเต็มๆ ถึงจะพร้อมยืนขึ้นมาท่องคาถาศรเพลิงดอกต่อไปได้!
"เอาวะ... อย่างน้อยก็มีปืนใหญ่เคลียร์ทาง" นัทหัวเราะขำพลางช่วยพยุงโอมลุกขึ้น
เมื่อเตรียมความพร้อมเสร็จสิ้น ขบวนปาร์ตี้เบญจภาคีเฉพาะกิจก็จัดแถวเดินหน้าก้าวขาพ้นม่านน้ำตกมุ่งหน้าสู่เขตป่าลึกทิศใต้ทันที นัทกวาดสายตามององค์ประกอบทีมแล้วได้แต่ส่ายหน้าขำแห้งในใจ:
ช่างเป็ส่วนผสมองค์ประกอบอาวุธกับสกิลที่ไม่เข้าแก๊ปและไม่เหมาะเจาะกันเลยสักนิดเดียว แต่ภายใต้สภาพจำยอมในต่างมิตินี้... ทั้ง 5 ชีวิตในชุดคลุมหนังหมาป่ารุ่นเดียวกันแป๊ะ ก็พร้อมที่จะะเิพละกำลังกายภาพคูณสาม บุกทะลวงป่าลึกค่ำคืนนี้ให้ะเืไปทั้งสิบโลกดารา!