ตอนที่ 5 ป่วยก็คอยเฝ้าไข้ (2)
เสียงเคาะมาจากประตูดัง หยวนจุนตอบว่า “เข้ามาได้” จากนั้นพ่อบ้านผมสีดอกเลาราวครึ่งศีรษะที่จัดทรงเสยไปด้านหลัง ก็นำคนคนหนึ่งเข้ามาในห้อง วางเสื้อผ้าพร้อมรองเท้าไว้ที่ตู้ข้างเตียง และวางน้ำสองแก้วไว้บนโต๊ะสี่เหลี่ยมสไตล์ยุโรป ก่อนจะค้อมกายเล็กน้อยแล้วเดินนำอีกคนออกจากห้องไป
หยวนจุนลงจากเตียงแล้วส่งน้ำให้แก้วหนึ่ง กู้ชิงรับมาดื่มหมดในรวดเดียว ในชั่วพริบตาคอหอยที่แห้งผากก็รู้สึกสบายคอไปได้มาก
หลังรับแก้วเปล่ามาวาง หยวนจุนก็วางเสื้อผ้าไว้บนเตียง ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าที่นำมาส่งไว้ ต่างคนต่างสวมเสื้อกันไป
เสื้อผ้าท่อนบนของกู้ชิงเป็นเสื้อเชิ้ตผ้าแจ็กคาร์ด[1]สีขาว ส่วนกระดุมเป็นกระดุมเปลือกหอยสีขาวที่เปล่งความแวววาว ต่อให้เป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาว แต่ก็ปกปิดรอยจูบตรงลำคอไม่มิด กางเกงท่อนล่างของเขาเป็นกางเกงสูททางการสีดำสไตล์ยุโรป เมื่อเข้าชุดกับเสื้อเชิ้ต จึงขับรัศมีราวกับเขาเป็นชนชั้นสูงอย่างไรอย่างนั้น
หยวนจุนสวมกางเกงสีกรมท่า เสื้อท่อนบนเป็นเสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนลายทาง สวมแล้วให้กลิ่นอายสงวนท่าที
สุดท้ายสวมรองเท้า กู้ชิงฝืนความปวดเมื่อยรางๆ ตามร่างกายแล้วเดินลงบันไดตามชายหนุ่มไป
หยวนเยี่ยนกำลังกินมื้อเช้ากับเสี่ยวเจวี๋ยที่ห้องกินข้าวชั้นล่าง
เด็กชายจับตะเกียบกินบะหมี่ แล้วถามอารองว่าจะเซอร์ไพรส์เรื่องอะไรกันแน่ คงไม่ใช่ว่าจะสั่งอะไรอร่อยๆ จากข้างนอกมาแกงเขาใช่ไหม
หยวนเยี่ยนเผยยิ้มบางพลางตอบว่าอีกเดี๋ยวก็รู้ สิ้นเสียง ก็พบว่าพี่รองกับนายกเทศมนตรีกู้เดินเข้ามาแล้ว ถึงได้เอ่ยขึ้น “มองข้างหลังสิ”
เสี่ยวเจวี๋ยที่ได้ยินเสียงฝีเท้า เหลียวศีรษะไปมองข้างหลังตามจิตใต้สำนึก มองแวบเดียวก็เห็นกู้ชิงแล้ว
“คุณอากู้มาหาเหรอ?!!” นี่ก็คือเซอร์ไพรส์ที่อารองพูดถึงใช่ไหม
เสี่ยวเจวี๋ยยิ้มแย้มจนโลกยิ้มไปด้วย เขากระเถิบลงมาจากเก้าอี้ วิ่งไปยังด้านหน้าของกู้ชิงแล้วกุมมือไว้ “คุณอากู้แวะมาหาผมใช่ไหม สุดยอดไปเลย!” ขณะพูดก็ดึงเขามานั่งที่เก้าอี้ พร้อมตะโกนขอถ้วยและตะเกียบกับคุณปู่ชิ่งจากในห้องครัว
เมื่อพ่อบ้านชิ่งได้ยินเสียงคุณชายน้อย ก็ยิ้มพลางยกชุดอาหารสำหรับเจ้าบ้านและแขกออกมา
กู้ชิงยังคงยิ้มแย้มกับเด็กชาย และกินมื้อเช้าร่วมกับเขา
พอฟังออกว่าเสียงของเขาแหบแห้งไปบ้าง เสี่ยวเจวี๋ยก็เป็นห่วงว่าเขาป่วยหรือเปล่า
กู้ชิงยิ้มเอ่ยว่า “เป็นหวัดนิดหน่อย ไม่เป็นอะไรหรอก” เป็นการกลบเกลื่อนไป
เมื่อหยวนเยี่ยนพบว่าทั้งสองคนสนิทกันดี จึงชวนเขาพักต่ออีกสองสามวัน
แน่นอนว่ากู้ชิงปฏิเสธ ต่อให้เสี่ยวเจวี๋ยอ้อนขอก็ไม่ตกลงอยู่ดี
“ผมกับพี่รองแค่กังวลว่า พวกคนจากเหตุการณ์เมื่อคืนจะมาเล่นคุณกลับ แล้วอีกอย่างเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับตระกูลหยวนของพวกเราอยู่ดี” หยวนเยี่ยนเอ่ยขึ้น
“ผมปกป้องคุณอากู้ได้นะครับ” เสี่ยวเจวี๋ยผู้ไม่รู้เรื่องนั้นเอ่ยบ้าง
“อารองของเราอยู่ด้วยทั้งคน ไม่ถึงมือเราหรอก” หยวนเยี่ยนยิ้มแซว
“ยังไงสักวันผมก็ต้องเก่งกว่าคุณอารองนั่นแหละ” เด็กชายแสดงสีหน้าดื้อดึงเช่นเดียวกับช่วงที่พบกันครั้งแรกในคืนฝนตก
“เด็กตระกูลหยวนของเรามันต้องเอาเรื่องอย่างนี้! เอ้า เอาหลีว์ต๋ากุ่น[2]หนึ่งชิ้นไปเป็นรางวัล” หยวนเยี่ยนยื่นตะเกียบให้ แต่กลับโดนพี่รองคีบไปไว้ในจานเล็กตรงหน้ากู้ชิง พร้อมบอกว่าพ่อบ้านประจำตระกูลมีฝีมือปลายจวักมากเลยทีเดียว
มือของเขาชะงักอยู่กลางอากาศ
เมื่อนึกถึงพายเนื้อเมื่อคราวก่อน กู้ชิงก็คีบหลีว์ต๋ากุ่นจากจานเล็กไปวางไหว้ตรงหน้าของเสี่ยวเจวี๋ยแทน
เสี่ยวเจวี๋ยกินอย่างเอร็ดอร่อยจนหมดเกลี้ยงด้วยความเบิกบานใจ
เมื่อเสร็จจากมื้อเช้า เสี่ยวเจวี๋ยก็วิ่งจู๊ดเข้าห้องครัว พลางแพ็กหลีว์ต๋ากุ่นหลายชิ้นที่เหลือให้กู้ชิง ส่วนผู้ใหญ่สามคนก็ดื่มชาพลางพูดคุยกันที่โซฟาห้องรับแขก หยวนเยี่ยนถามกู้ชิงว่า เห็นข่าวหรือยัง
ข่าวอะไรน่ะ
กู้ชิงคิดไปหนึ่งอึดใจ แล้วหยิบมือถือเข้า MicroBlog เสิร์ชหาคำว่า ‘เซี่ยเจี่ยนอี้’ ถึงได้รู้ว่าเรื่องเป็นอย่างไร
เช้ามืดวันนี้มีผู้พบชายเปลือยกายเป็นโขยงห้อยโหนกับเสาไฟข้างทาง เป็นภาพเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงและน่าแตกตื่นเป็นอย่างมาก โดยพบว่าหนึ่งในโขยงนั้นคือเซี่ยเจี่ยนอี้
สำหรับเหตุการณ์นี้ เซี่ยเจี่ยนอี้คงไม่ออกมายอมรับแน่นอน มีแต่จะใช้เงินฟาดหัวให้ทุกแพลตฟอร์มลบรูปถ่ายทิ้ง พร้อมทั้งอัปโหลดคำชี้แจงและหมายฟ้องไปหนึ่งโพสต์ ส่วนบรรดาแฟนคลับของเขาแห่กันโพสต์อย่างบ้าคลั่ง เรียกร้องให้โละแฮชแท็กและบทความ ซ้ำยังโจมตีด้วยการแฮ็กแอ็กเคานต์ของผู้โพสต์อีก
สรุปคือ MicroBlog ลุกเป็นไฟได้ก็เพราะเหตุการณ์นี้
เชิงอรรถ
^ ผ้าแจ็กคาร์ด (Jacquard Fabric) ผ้าที่มีลวดลายในตัว โดยสร้างลวดลายด้วยเทคนิคของเครื่องทอ หรือเครื่องถัก^ หลีว์ต๋ากุ่น ขนมท้องถิ่นขึ้นชื่อของปักกิ่ง เป็นขนมที่ทำจากแป้ง มักสอดไส้ถั่วแดง เนื้อสัมผัสเหนียวหยุ่น รูปร่างลักษณะคล้ายคลึงกับแยมโรลล์ ผิวขนมต้องโรยหรือคลุกด้วยผงแป้งถั่วเหลือง