ตอนที่13 วันๆ ในทัพของหลี่อ้ายซิน
“น่ารักเนอะ”เบียร์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบขณะที่วางหมากบนกระดาน
“อะไร”เอสถามอย่างขอไปที ั์ตาจับจ้องหมากของตนที่กำลังจะถูกล้อม
“ตามมาเฝ้าภรรยาในทัพเลย”คลี่ยิ้มกว้างแต่อีกฝ่ายแยกเขี้ยวที่พร้อมจะเข้าขย้ำทุกเมื่อ
“มาวางแผนการรบกับพวกท่านพี่ต่างหาก”เอสกระแทกเสียง คนตัวเล็กกว่าดูจะชอบใจที่ได้แหย่ผู้เป็พี่เสียเหลือเกิน
“แต่แบบนี้พี่ก็ต้องทำตัวสงบเจี๋ยมเจี้ยมสินะ”เบียร์ล้อมหมากที่เอสเฝ้าระวังไว้อย่างง่ายดายทำเอาคนถูกล้อมโอดครวญ
“ดูน่าสนุกจังนะ”
เสียงขอหม่าเฉาเรียกความสนใจของคนทั้งคู่ให้หันไปมองเขาส่งยิ้มกว้างพร้อมกับเดินตรงเข้ามาหาเอส
“คนปกติ”เบียร์กระซิบเสียงแ่ เอสพยักหน้ารับน้อยๆ
“สนใจเล่นด้วยกันมั้ยคะ”ฮุ่ยหลิงพูดเสียงหวานทำเอาอ้ายแอบอาเจียนในใจ
“ข้าไม่สันทัดเท่าไหร่คิดว่าคงไม่อาจเอาชนะใครได้”เขาตอบกลับอย่างสุภาพทำเอาฮุ่ยหลิงยิ่งประหลาดใจกับความเป็คนปกติในทัพที่ไม่ปกติ
ก่อนหน้านี้ฮุ่ยหลิงได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมค่ายของหวนฉีมันช่างแตกต่างจากของถิงเซียวราวหน้ามือกับหลังบาทาด้วยความที่ในอดีตหวนฉีเคยเป็โจรป่าโเี้และชั่วร้ายขนาดที่เด็กได้ยินชื่อยังร้องไห้ทำให้บรรดาทหารในทัพของเขาถ้าไม่ใช่โจร ก็เป็คนโฉดชั่วช้า หรือชนเผ่าป่าเถื่อนอีกทั้งยังมีเหล่านางโลมและเชลยผู้หญิงที่ถูกจับมาเป็ทาสกามารมณ์ให้กับเหล่าทหารส่วนตัวแม่ทัพก็จะมีนางโลมชั้นสูงคอยปรนนิบัติ(มันควรจะเป็หน้าที่ของท่านพี่มั้ยคะ ฮุ่ยหลิงได้แต่คิดในใจ)
“ข้าลืมแนะนำตัวไปเลยข้าชื่อฮุ่ยหลิงค่ะ” ฮุ่ยหลิงค้อมศีรษะให้อย่างสุภาพ
“ข้าหม่าเฉายินดีที่ได้พบเ้านะ อ้ายเล่าเื่ของเ้าให้ข้าฟังบ่อยๆ”ประโยคจากชายหนุ่มทำให้คนอายุน้อยเปรยมองคนสูงวัยกว่าซึ่งกำลังเบือนหน้าหนีอย่างช้าๆ“นางเล่าให้ฟังว่าเ้าเป็น้องสาวที่น่ารัก เฉลียวฉลาด และเก่งหมากล้อมมาก”คำชี้แจงจากหม่าเฉาทำเอาคนฟังยิ้มแป้นแต่แววตากำลังส่งคำพูดให้เ้าของคำชมเป็เชิงว่า‘รอดตัวไปนะ’
“ท่านพี่เองก็เล่าให้ฟังเหมือนกันว่าท่านนายกองหม่าเฉาเป็เพื่อนคุยที่ดีของท่านพี่มากเลยค่ะ”
หม่าเฉามองอ้ายด้วยรอยยิ้มน้อยๆฉายประกายความเอ็นดูทำเอาเ้าตัวดีรู้สึกเก้อกระดาก
พี่สาวเราชู้รักเรือล่มปะเนี่ย...คือความคิดชั่วเป็วูบๆ ที่ผุดขึ้นในหัวของฮุ่ยหลิงทว่าเ้าหล่อนกลับชะงักแววตาเลิ่กลักเล็กน้อย พยายามส่งสัญญาณให้กับคนตรงหน้า
“ข้าขอร่วมวงด้วยได้มั้ย”เสียงทุ้มเย็นเอ่ยขึ้นจากด้านหลังทำเอาอ้ายซินสะท้านเธอไม่คิดจะหันกลับไปมองแม้แต่น้อย
“สวัสดีค่ะท่านแม่ทัพหวนฉี”ฮุ่ยหลิงปรุงสรรปั้นแต่งยิ้มหวานอย่างเป็มิตร
หวนฉีและเกาชุนเหลือบสายตามองกระดานหมากล้อมที่การต่อสู้ระหว่างเม็ดขาวดำกำลังดุเดือดพวกเขาค่อนข้างประหลาดใจกับ 2 สาวเบื้องหน้าเพราะสิ่งบันเทิงสำหรับโลกยุคโบราณมีเพียงไม่กี่อย่าง หมากล้อมก็คือ 1 ในนั้นทว่าคนส่วนมากที่จะเล่นหมากล้อมมักจะเป็ครอบครัวมีฐานะ ขุนนางหรือเหล่าแม่ทัพเพื่อใช้วางกลยุทธ์ในการรบสำหรับผู้หญิงยิ่งเป็เื่ที่หาได้ยากยิ่งจะมีก็เพียงนางโลมชั้นสูงที่ต้องฝึกทั้งการอ่านเขียน ขับกลอน ร่ายรำ เล่นดนตรีหรือหมากกระดานต่างๆเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับแขกเงินหนาหรือหรือขุนนางที่มาใช้บริการเท่านั้น
“ดูเหมือนนายหญิงกำลังจะแพ้เลยนะครับ”เกาชุนวิเคราะห์โดยละเอียดแต่โดนสายตาไม่เป็มิตรส่งให้
“ให้ข้าช่วยมั้ย” หวนฉีเปรย
“ขอบคุณในความหวังดีที่ข้าหมางเมินค่ะ”อ้ายตอบเสียงแข็งทื่อ ฮุ่ยหลิงเกือบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่ปฏิกิริยาของพี่สาวยามนี้ช่างเป็สิ่งบันเทิงของเธอเสียเหลือเกิน
“เ้ามาทำอะไรตรงนี้หม่าเฉา”หันไปมองคนที่นิ่งมานานซึ่งใบหน้าเปื้อนยิ้มจางๆ
“ข้าแค่มาเดินเล่นเฉยๆเดี๋ยวก็จะไปแล้ว” จบคำพูด หม่าเฉาก็หันไปหาอ้ายซินและฮุ่ยหลิง “ข้าขอตัวก่อนนะ”
“อือ แล้วเจอกัน”อ้ายซินตอบ ฮุ่ยหลิงเหลือบมองหวนฉีแต่เขาไม่มีท่าทีใดๆนี่เธอคงหวังไปเองสินะว่าจะได้เห็นชายหนุ่มเสียอาการแน่ล่ะ...ในเมื่อความสัมพันธ์ของเขากับพี่สาวนั้นไม่รู้ควรจะเรียกว่าอะไรดีสามีภรรยา—เพื่อนร่วมบ้าน—(เฮ้อ ฮุ่ยหลิงปวดหัวจริงๆ)
หวนฉีมองเด็กสาวซึ่งยังคงเดินหมากต่อไปอย่างไม่สนใจเขาราวกับว่าชายหนุ่มไร้ซึ่งตัวตนเกาชุนรู้สึกร้อนวูบวาบที่หลังคอแม้จะอ่านไม่ได้ว่าผู้เป็นายกำลังคิดอะไรแต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจคือเขาอยากจะหายออกจากตรงนี้เสียเหลือเกิน
“มะรืนนี้ข้าจะเดินทัพกลับเซียงหยาง”สิ้นคำกล่าวของหวนฉี หมากในมือของอ้ายก็ร่วงลงกลางกระดานทำเอาหมากบริเวณโดยรอบกระเด็นไปทับถมกัน
“ทำอะไรของท่านพี่เนี่ย”ฮุ่ยหลิงแหวใส่ด้วยความขุ่นเคือง เธอกำลังจะชนะอีกฝ่ายอยู่แล้วเชียว
การที่ทัพของหวนฉีจะเดินทางกลับเมืองหลวงนั่นหมายถึงว่าอ้ายซินจะต้องเดินทางไปด้วยกันกับเขาเธอหันไปมองชายหนุ่มด้วยแววตากึ่งเว้าวอนแต่เขากลับเมินเฉยและออกคำสั่งที่ราวกับฝ่าผ่ากลางหัว
“ไปเก็บของซะ”
อ้ายซินทำหน้าปั้นปึ่งอยากจะสบทคำด่าใส่เธอพึมพำประโยคมากมายด้วยปากที่แทบจะไม่เปิดอ้าเด็กสาวมองค้อนเขาเพียงชั่วครู่ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปแต่โดยดีสร้างความประหลาดใจให้ฮุ่ยหลิงไม่น้อยเธอมองพี่สาวที่ออกเดินไปอย่างครุ่นคิดแล้วก็ต้องชะงักเมื่อรู้สึกได้ว่ามีสายตาของสัตว์ร้ายเปรยมาจับจ้อง
“ว่างเล่นกับข้าสักตามั้ย”
หลังจากเก็บสัมภาระ(อันน้อยนิด)เพื่อเตรียมเดินทางกลับอ้ายซินพยายามขอร้องให้ถิงเซียวช่วยพูดกับหวนฉีเื่ที่ตนจะขอกลับพร้อมทัพถิงเซียวแต่กลับไม่เป็ผลแม้จะหันไปขอความช่วยเหลือจากซุนเซียนแต่ด้วยอำนาจทุกอย่างอยู่ในมือของผู้มีอำนาจสูงสุดจึงทำได้เพียงก้มหน้ารับชะตากรรม
“ข้าขออาฟงกลับไปด้วยได้มั้ย”อ้ายกระซิบถามเสียงแ่ราวกับไม่้าให้คนอื่นได้ยิน
“ไว้ข้าจะส่งตามหลังไปพร้อมกับของจำเป็ของเ้าบางส่วน”ถิงเซียวตอบเรียบๆ ผู้เป็น้องหน้างองุ้มเล็กน้อยผู้เป็พี่ถอดถอนใจก่อนจะยื่นมือไปลูบหัวด้วยความเอ็นดู “ช่วยทำตัวว่าง่ายและดื้อให้มันน้อยๆหน่อย ข้ายังอยากเห็นเ้าอยู่ในสภาพปกติสมบูรณ์นะ”
“ใครกันล่ะที่เลี้ยงข้ามาแบบนี้”
เด็กสาวยิ้มกว้างแต่รู้สึกใจหายเพราะเวลาแห่งความสุขกำลังจะหมดลงเธอกำลังจะกลับไปอยู่ตัวคนเดียวอีกครั้งในสถานที่ๆ ไม่รู้ว่าใครเป็มิตรหรือศัตรูดวงตาสีเข้มหมองลงอย่างชัดเจนทำเอาคนมองอดไม่ได้ที่จะสงสารอยู่ลึกๆ
“เ้าจะกลับไปเมื่อไหร่ก็ได้อย่างไรเสียที่นั่นก็เป็บ้านของเ้า”
“งั้นข้ากลับไปตอนนี้เลยได้มั้ย”
คำถามกึ่งเล่นกึ่งจริงที่ถิงเซียวหน้านิ่งจนอ้ายยิ้มแห้ง(ก็แค่พูดความจริงเท่านั้นเอง)
“ข้าหวังว่าจะได้เจอท่าพี่เร็วๆนี้นะคะ”
เด็กสาวกอดพี่ชายหลวมๆ ก่อนจะผละไปร่ำลาซุนเซียน ฮุ่ยหลิงแหละเหล่าทหารที่คุ้นเคยซึ่งพวกเขาแทบจะพูดเป็ประโยคเดียวกันคือขอให้เ้าหล่อนโชคดี
อ้ายซินได้รับความสนใจจากทหารภายในทัพหวนฉีเพราะปกติแล้วเธอจะทำตัวให้ไม่เป็จุดเด่นและไม่อยู่ในครรลองสายตาของใครโดยเฉพาะแม่ทัพหนุ่มแต่ข่าวที่ว่าภรรยาของหวนฉีมีความสามารถในการรบก็ทำให้เธอกลายหัวข้อการสนทนาทันทีเมื่อเดินผ่าน
คืนแรกของการพักค้างคืนเ้าหล่อนแทบจะนอนไม่หลับเพราะกระโจมที่อยู่ใกล้กับหวนฉีเสียงครวญครางของหญิงสาวที่ดังแหวกความเงียบช่างหลอนโสดประสาทเสียเหลือเกินเธอคิดว่าควรจะบอกเขาแต่ก็ต้องปัดตกมันไปชายหนุ่มคงไม่สนใจเสียงประท้วงของเธอแน่นอน
“นอนด้วยได้มั้ยอะ”อ้ายมีสีหน้าราวกับคนจะร้องไห้ขณะที่ยืนอยู่หน้ากระโจมของหม่าเฉาเขาพอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายต้องพบเจอกับอะไร ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ที่กระโจมของหวนฉีเธอคิดว่าหน่วยของหม่าเฉาดูจะปกติสุขที่สุดในยามค่ำคืน (หรืออาจจะกลางวันด้วย)
“กระโจมของข้าคงไม่เหมาะเท่าไหร่”
“ข้านอนตรงไหนก็ได้กองฟาง พื้นดิน หรืออะไรก็ได้ แต่ขอไม่ใช่ตรงนั้น” เธอมีสีหน้าปุเลี่ยนๆทำให้หม่าเฉาขบขันน้อยๆ
หม่าเฉาช่างใจเพราะการที่หญิงสาวมานอนในกระโจมของเขาหากหวนฉีรู้เข้าก็คงจะไม่สบอารมณ์เป็แน่ทว่าคนที่เธอพอจะพึ่งได้ก็มีเพียงเขาเท่านั้น เขาจะใจดไม่ช่วยเหลือเธอที่กำลังเดือดร้อนได้เชียวหรือ
“เ้านอนในกระโจมข้าก็แล้วกันเดี๋ยวข้าจะนอนเฝ้าหน้ากระโจมเอง”
“ข้านอนข้างนอกก็ได้แค่จะมาหาพื้นที่สงบๆ เท่านั้น”
“เ้าเป็ภรรยาของหัวหน้านะถ้าทำแบบนั้นคนจะเอาหัวหน้าไปนินทาในทางที่ไม่ดีได้”ประโยคกึ่งปรามของหม่าเฉาที่อ้ายคิดในใจลึกๆว่าหวนฉียังมีเื่ในทางดีๆให้พูดถึงด้วยหรือทำได้แค่เพียงคิดอยู่ในหัวแต่เกรงที่จะพูดออกมาเพราะรู้สึกว่าอีกฝ่ายช่างเคารพแม่ทัพหนุ่มผิดกับคำพูดที่แฝงนัยยะเสมอ
“ข้าอาจจะต้องรบกวนท่านในอีกหลายๆคืน คงต้องขอบคุณล่วงหน้าไว้ก่อนเลย”
“เ้าควรจะบอกหัวหน้านะ”คำพูดของร่างสูงกว่าทำให้อ้ายแสยะยิ้มแห้งๆ
“ถ้ามันพูดกันง่ายข้าก็คงไม่ต้องมาขออาศัยที่นอนของคนอื่นแบบนี้หรอก”