ปกป้องข้าที ข้าอ่อนแอ!
06 บ้านนี้อยู่แล้วรวย
เมื่อคิดล้มเลิกการเพิ่มระดับปราณของตนเองไปแล้ว ลู่เว่ยหลงก็เกิดอาการเบื่อหน่ายจนสุดบรรยาย
วันทั้งวันหมดไปกันการรอกินกับรอนอน ทำได้เพียงแค่มองโน่นมองนี่ เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกิน ชีวิตใหม่นี้ไม่มีจุดมุ่งหมายเอาเสียเลย เสียเวลาหายใจทิ้งไปวันๆ
เมื่อครั้งเขายังเป็มนุษย์เงินเดือนแสนขยัน เขาทำงานตัวเป็เกลียว แบกงานจากออฟฟิศกลับมาทำที่บ้าน แฟนรึก็ไม่มี ชีวิตนี้จึงมีแต่งาน เวลาว่างทีไรก็พาน้องสาวไปทานข้าวนั่งฟังมันบ่นนิดหน่อยก็เป็อันหมดวัน
ลู่เว่ยหลงทอดถอนใจขณะนั่งปอกลูกผิวกั่วที่ชานเรือน
อากาศเริ่มเย็นแต่เสื้อผ้าสองหีบที่ได้คืนมาก็ทำให้เขาอุ่นสบายดีขึ้นนิดหน่อย จิ้นฝานเสนอตัวจะปอกลูกผิงกั่วให้แต่คุณชายปฏิเสธ ถ้าแค่นี้ยังจะมาแย่งทำเดี๋ยวก็คงเป็ง่อยกันพอดี
เขาหั่นลูกผิงกั่วเป็รูปกระต่ายเหมือนที่ทำใหน้องสาวด้วยความเคยชิน ด้วยความว่างจัด เขาจึงมีเวลาประณีตในทุกรายละเอียด เขาเติมลูกตาลงไปให้พวกมันด้วย
ลู่เว่ยหลงมองผลงานฝูงกระต่ายที่วางแผ่บนจานด้วยความปลาบปลื้ม เขายัดกระต่ายน้อยเข้าปากไปคำหนึ่ง ตาก็เหลือบไปยังมีดปอกผลไม้ที่วางอยู่ในจาน
ลู่เว่ยหลง “...”
ร่างบางเบิกตากว้างเมื่อคิดอะไรดีๆได้ เขาหยิบมีดปอกผลไม้ขึ้นมามอง พลิกกลับไปกลับมา เหมือนกับว่าในหีบของเขา...
ชายหนุ่มดีดตัวผึงเดินเข้าเรือน เปิดหีบผ้าออกแล้วลงมือคุ้ย มือบางััอะไรได้บางอย่างจึงหยิบขึ้นมาดู โอ้ววว นี่เลย เ้านี่แหละ!
มีดสั้นพกพาที่เขาเองก็ไม่รู้ว่ามาอยู่ในหีบของเขาได้อย่างไร อาจจะติดมาั้แ่่ที่เขาเก็บเสื้อผ้าอย่างเร่งรีบมาจากสกุลลู่ ในขณะนั้นเหตุการณ์วุ่นวายมาก และเขาก็แค่จับทุกอย่างยัดๆลงมาไว้ในหีบเท่านั้น มันอาจจะเป็มีดของใครสักคนในตระกูลลู่ก็ได้
มือขาวผ่องลูบััปลอกมีดและด้ามจับที่ทำจากไม้เนื้อดีอย่างแ่เบา
มีดรวมด้ามจับยาวประมาณสิบเอ็ดชุ่น มีดนี้มีอายุการใช้งานมานาน ลวดลายที่ออกจะ... ประหลาด? ก็ดูลบเลือนไปจนมองแทบไม่ออก สีที่เคลือบเงาไว้ถลอกปอกเปิก ลู่เว่ยหลงดึงมีดออกจากฝักแล้วพลิกดูรอบๆ เหล็กส่องประกายแวววับ ตัวมีดด้านในยังมีสภาพที่ดีมาก ความเบื่อของเขามีที่ให้ระบายแล้ว!
ลู่เว่ยหลงก้าวอย่างอารมณ์ดีไปทางลิ้นชักหนึ่งในมุมห้อง มันเป็ลิ้นชักที่รวมของจำพวกอุปกรณ์งานฝีมือเอาไว้ ทั้งเข็ม ด้าย พู่กัน หมึก กระดาษ แผ่นรองเขียน มีดคว้าน มีดแกะสลัก และอื่นๆที่ทางเรือนใหญ่คงจัดมาเผื่อให้
คุณชายถือทุกอย่างที่้าแล้วกลับไปนั่งที่ชานเรือนข้างจานฝูงกระต่ายน้อยก่อนเผยยิ้มกว้าง
เมื่อครั้งที่เขาเรียนมหาวิทยาลัย เขาเคยเข้าไปลองปั้นไห แกะสลักดินปั้น และแกะสลักไม้กับเพื่อนๆต่างเอกของเขา ทั้งหมดนั้นก็เพราะเขาชื่นชอบการทำงานฝีมือ ถึงแม้ว่าฝีมือการแกะของเขาจะไม่ได้ดีมากแต่ก็ไม่ได้แย่ เสียดายที่เขาเลือกเอกเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ สิ่งนี้จึงเป็งานอดิเรกไว้ทำสนุกๆเท่านั้น พอคิดถึงพวกเพื่อนๆเ่าั้ขึ้นมาก็เกิดสะท้อนใจ
“ดูเหมือนกูจะตายคนแรกเลยว่ะเพื่อน ตายเมืองจีนด้วย โคตรเท่เลยอะ”
ลู่เว่ยหลงพูดยิ้มๆแล้วตั้งท่าจับมีดเตรียมแกะสลัก สมองพลันนึกอะไรสนุกๆขึ้นมาได้อีกอย่าง... ถ้าเขาลองถ่ายปราณลงไปขณะแกะสลักจะเป็ยังไงนะ? ปราณน้อยๆนี่แหละวะ ถ้าเกิดของมันใช้ได้ขึ้นมานี่จะเทพแค่ไหนกัน?
ลองดูก็ไม่เสียหลาย ไหนๆก็ว่างแล้วนี่!
คุณชายลู่หัวเราะกับตัวเองคิกคัก ก่อนจะค่อยๆนิ่งเงียบลง เขาทำสมาธิสักพัก แล้วจรดปลายมีดแกะสลักลงบนปลอกมีดอย่างช้าๆ
เมื่อท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี ผลงานของเขาก็เสร็จพอดี ลู่เว่ยหลงขยับคอดังกร๊อบแกร๊บไล่ความเมื่อยขบ อย่างน้อยฝีมือทำงานรวดเร็วของเขาก็ยังไม่ทำให้ผิดหวัง
“แหม ฝีมือของเรานี่เฉียบจริมๆ”
คุณชายลู่พูดกับตัวเอง เขาเป่าแรงๆไล่เศษไม้อีกครั้งแล้วลูบไล้ไม้ปลอกมีดอย่างปลาบปลื้ม
รูปที่เขาแกะลงไปแทนลวดลายเดิมคือเ้าบรูโน่ แมวพันธ์สก๊อตติชโฟล์ดของน้องสาวของเขา ทั้งปลอกทั้งด้ามมีลายเ้าบรูโน่ในอิริยาบถต่างๆมากมาย ดูน่ารักนุ่มฟูสมจริง เขาใส่ลูกบอล และหมีเน่าลงไปในลายนั้นด้วย
มีดพกนี้กลายเป็มีดของทาสแมวไปเสียแล้ว
“คิดถึงจริงจรี๊งง เ้าโน่”
ลู่เว่ยหลงพึมพำ ที่เหลือคงเป็การเคลือบไม้ให้เงางาม ว่าแต่ที่เขาใส่ปราณไปทั้งหมดนี่มันได้ผลหรือเปล่านะ? จะตรวจสอบยังไงล่ะนี่?
“คุณชาย สำรับมื้อเย็นขอรับ”
จิ้นฝานอ้อมมุมเรือนถือสำรับเข้ามาหาเขา
“คุณชายจะทานด้านนอกหรือด้านในเรือนขอรับ?”
“ด้านในๆ ข้ามีอะไรให้เ้าดูด้วย”
เมื่อเข้ามาในเรือนและวางถาดสำรับเรียบร้อย ลู่เว่ยหลงจึงยื่นมีดสั้นพกพาเล่มนั้นให้เด็กน้อยดู
จิ้นฝานใระคนทึ่ง เมื่อเห็นว่าลวดลายบนปลอกน่ารักและไม่เหมือนเคยเห็นที่ใด
“อะแฮ่ม! ข้าแกะลายเอง ฝีมือเป็อย่างไรบ้าง”
“สวยงามมากขอรับคุณชาย ออกจะแปลกเกินลายมีดอยู่บ้าง แต่งดงามมากขอรับ”
จิ้นฝานระล่ำระลักบอก เด็กหนุ่มพลิกมีดไปมาเพื่อดูลวดลาย คุณชายลู่มีฝีมือที่ดีมาก การวางองค์ประกอบต่างๆอยู่ในจุดที่ดีเยี่ยม อีกทั้งรูปต่างๆก็เหมือนมากจริงๆ ทำให้คนที่ได้เห็นหลงรักแมวตัวนี้เข้าอย่างจัง ลู่เว่ยหลงเห็นดังนั้นก็ยืดยกภาคภูมิใจ
แต่แล้วเด็กหนุ่มก็ขมวดคิ้ว ตาดวงเล็กมีแววงุนงง หรี่มองปลอกมีดด้วยความตั้งใจ
“คุณชายขอรับ มีดเล่มนี้นำมาจากในหีบของคุณชายใช่หรือไม่ขอรับ?”
“จากในหีบโน่น ลายมันเลือนหมดแล้ว ข้าเลยนำมาสลักใหม่”
จิ้นฝานยังคงสงสัย ความรู้สึกแปลกๆต่อมีดเล่มนี้คืออะไรกัน? ลู่เว่ยหลงพูดต่อ
“ตอนที่แกะ ข้าลองใส่พลังปราณลงไปด้วย ลองทำดูน่ะ ไม่รู้ว่าได้ผลออกมาอย่างไรบ้าง”
เด็กหนุ่มได้ยินดังนั้นก็ใ ะโเสียงดัง ลู่เว่ยหลงสะดุ้งโหยง
“จริงหรือขอรับคุณชาย?”
“อะ.. เอ่อ ไม่ผิดแน่ แต่ปราณที่ใส่ลงไปดูจะใช้น้อยกว่าที่คิดนะ ทั้งๆที่แกะลายหลายชั่วยามเลยแท้ๆ”
“คุณชาย...”
เด็กน้อยเสียงสั่นเครือ มองหน้าคุณชายลู่สลับกับด้ามมีดไปมา ทำสีหน้าแปลกประหลาดใจมากมาย ลู่เว่ยหลงกลับกลายเป็คนงุงงง
“มันทำไมหรือ? เป็สิ่งที่ไม่ควรทำหรือไม่?”
ดวงหน้าขาวเริ่มฉายแววกังวล เอาแล้วไง อยู่ดีๆก็หาเื่แล้วไหมล่ะ จิ้นฝานส่ายหน้าหวือ
“กลับกันเลยขอรับคุณชาย! ช่างฝีมือพลังปราณมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย ทั้งกระบี่ปราณ ของวิเศษ ผ้ายันต์ต่างๆ ล้วนสร้างโดยช่างฝีมือพลังปราณ สิ่งของเหล่านี้ไม่เพียงพอต่อความ้าของผู้มีวรยุทธิ์ ดังนั้นราคาจึงสูงมากขอรับ!”
ลู่เว่ยหลงหัวใจเต้นตุ้บตั้บ แสงสว่างเรืองรองจากสรวง์ส่องให้เห็นรำไรบนหัวของเขา นี่แปลว่า... เขาไม่ได้เป็คนไร้ค่าแล้วใช่หรือไม่ โอ้ววว มายก๊อด! ในที่สุดข้าก็มีสกิลกับเขาบ้างเสียที!
“ไม่ใช่ว่าใครอยากเป็ช่างฝีมือพลังปราณก็เป็ได้ขอรับ เพราะการถ่ายพลังปราณให้แก่สิ่งไม่มีชีวิตนั้นจะต้องมีกระแสคลื่นพลังปราณที่พอเหมาะพอดี เรียกได้ว่าไม่ใช่สิ่งที่จะฝึกกันได้เลย แต่ต้องเป็สิ่งที่มีติดตัวมาั้แ่กำเนิดเท่านั้นขอรับ”
จิ้นฝานเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน เด็กน้อยหน้าแดงก่ำเพราะเืลมสูบฉีด มือเล็กยังกำด้ามมีดลายบรูโน่ไว้แน่น
“มีดเล่มนี้ข้าััได้ว่ามีพลังปราณอยู่อย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้ข้าน้อยเองก็เคยััมีดเล่มนี้ใบหีบมาก่อนแล้ว มันเป็เพียงมีดพกธรรมดาเท่านั้นขอรับ”
ภายในใจลู่เว่ยหลงมีแต่เสียงโห่ร้องด้วยความยินดี แต่เราต้องพิสูจน์เสียก่อนจะดีใจเก้อไม่ได้ ร่างบางบิดตัวพลิ้ววิ่งออกไปนอกเรือน จิ้นฝานมองตามคุณชายอย่างมึนงง ครู่เดียวคุณชายก็กลับมา ในมือมีใบสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีเหลืองนวลขนาดเท่าฝ่ามือติดมาด้วย
“คุณชาย นี่มัน.. กระดาษยันต์นี่ขอรับ”
ลู่เว่ยหลงหัวเราะหุหุในลำคอ เขาพลิกอีกด้านที่มีร่องรอยหมึกสีดำเขียนไว้แล้ว มันเขียนไว้ว่า ‘ร่ำรวย’
“ข้าเห็นอยู่บนคานทางเดินทีมุ่งไปเรือนใหญ่ หยิบยืมมาใช้ชั่วคราวคงไม่เกิดผลอันใดหรอก” คุณชายหัวเราะซุกซน เด็กหนุ่มอ้าปากค้าง คุณชายเขาคิดจะใช้แผ่นยันต์ด้านหลังหรือนี่
ลู่เว่ยหลงเดินไปคุ้ยหมึกและพู่กันในลิ้นชักเดิม จิ้นฝานวางมีดพกลงบนโต๊ะก่อนวิ่งไปช่วยคุณชายจัดเตรียมข้าวของ ร่างบางทิ้งตัวลงกับเก้าอี้เมื่ออุปกรณ์ทุกอย่างถูกจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว
คุณชายลู่หยิบพู่กันขึ้นมา เขาเงยหน้านึก จะเขียนว่าอะไรดีล่ะ เอาง่ายๆก็คงเป็พลังลมล่ะมั้ง? ให้ลมเป่าฟู่ๆก็ทดสอบง่ายดี คงต้องเขียนภาษาจีนสินะ ถ้างั้นก็ ‘เฟิง’
นิ้วเรียวจุ่มพู่กันลงบนหมึกดำที่ฝนไว้แล้ว ใบหน้าหวานนิ่งทำสมาธิแล้วจรดปลายพู่กันลงบนกระดาษช้าๆ จิ้นฝานกลั้นหายใจ นิ้วเรียวนิ่งชะงักลงเล็กน้อยให้รู้สึกตื่นเต้น ก่อนจะกลับมาขยับเขียนคำลงบนกระดาษสีเหลืองนวล เด็กหนุ่มยื่นหน้าไปมอง บนนั้นมีอักษรประหลาดที่เขาอ่านไม่ออกเขียนอยู่ รูปร่างของอักขระเ่าั้คือ
ลม
เมื่อเขียนเสร็จ ลู่เว่ยหลงก็ดูภาคภูมิใจเป็อย่างมาก ดวงตากลมโตสั่นระริกคล้ายกำลังหัวเราะอารมณ์ดี จิ้นฝานเอ่ยถาม
“สัญลักษณ์นี้คือสิ่งใดหรือขอรับคุณชาย?”
“วิธีใช้ยันต์ปราณคือต้องใส่ปราณลงไปใช่หรือไม่? เ้าลองดูสิจิ้นฝาน”
คุณชายไม่ตอบ ยื่นยันต์มาให้เด็กรับใช้ด้วยความตื่นเต้น จิ้นฝานรับมา กระพริบตาปริบ แล้วสัญลักษณ์นี้มันแปลว่าอะไรกันล่ะ? ร่างบางจ้องมองเด็กหนุ่มอย่างมีความหวัง เห็นแล้วจิ้นฝานจึงถอยออกห่างคุณชายไปสองสามก้าวเพื่อความปลอดภัย ถือยันต์ไว้แนบอกตั้งสมาธิและใส่ปราณลงไป
ไม่นานจิ้นฝานก็รู้สึกเหมือนผิวถูกแตะโดนแ่เบา ความรู้สึกนั้นค่อยๆขยายออกจนััได้ว่ามีลมหมุนวนอยู่รอบกายของเขา ลมหมุนนั้นเริ่มพัดแรงขึ้นจนกระดาษและสิ่งของน้ำหนักเบาปลิวว่อนไปทั่งเรือน ม่านต่างๆกระพือตามแรงที่ถูกยก จิ้นฝานหันกลับไปมองคุณชายด้วยความตื่นเต้น
ใบหน้าเผยยิ้มกว้างน่ามอง ดวงตาระริกด้วยแรงดีใจ ร่างบางหมุนตัวมองไปรอบๆก่อนหันมาทำสัญญาณมือให้จิ้นฝานหยุดปราณลง ลมหมุนวนนิ่งสงบลงทันที
“คุณชายขอรับ” จิ้นฝานยังคงตื่นเต้น
ลู่เว่ยหลงใช้นิ้วแตะคาง หัวเราะหึหึ ก่อนพูดเบาๆ
“ดูท่าจะมีอะไรน่าสนุกให้เราได้เล่นกันบ้างแล้วล่ะ จิ้นฝาน”
—————
เย้ๆ ในที่สุดน้องก็มีอะไรให้ทำบ้างแล้ว นั่งเบื่อเป็ผักต้มมาตั้งนาน 555
ตอนหน้าจะมีตัวละครใหม่มาเพิ่มแล้ว จะเป็ใครนั้น
คิกค้ากกกกกก