กลับมาทางฝั่งของไป๋ชิงและเพื่อนๆ
หลังจากที่ทุกคนได้ตื่นนอนกันเรียบร้อยแล้วในตอนเช้าก็ได้เริ่มออกเดินทางทันที
" นี่ก็วันที่ 2 แล้วเ้าคิดว่าเราจะไปกันทันหรือไม่ " เป็จินหวงที่ถามขึ้นมา
" ทันสิข้าว่าทันพวกเรารีบเดินทางกันเถอะ " ผมพูดขึ้น
จากนั้นพวกเราก็ได้เร่งฝีเท้าออกเดินทางทันทีในระหว่างทางนั้นพวกเราเจอสัตว์อสูรบ้างประปรายแต่ก็ระดับไม่สูงจึงไม่ใช่ปัญหากับพวกเรานักและทั้งในระหว่างทางนั้นผมก็ยังได้เจอผลไม้ต่างๆ มากมายเรียงรายกันอยู่ชนิดที่ว่าเหมือนมีคนมาปลูกไว้ยังไงยังงั้น และเมื่อพวกเราเดินมาสักพักบรรยากาศรอบข้างของพวกเราก็เปลี่ยนไป ก่อนที่จะมีคนของพรรคมาระโเข้ามาล้อมพวกเราทั้ง 4 คนเอาไว้พร้อมปลดปล่อยแรงกดดันออกมา
" คนของพรรคมาร " พวกเราอุทานขึ้นพร้อมกันพร้อมกับเรียกอาวุธออกมาเตรียมตัวทันที
" เป็พวกเ้า 4 คนเองสินะที่ฆ่าคนของข้า " คนที่น่าจะเป็หัวหน้าของกลุ่มพูดขึ้น
" เป็พวกเ้า้าที่จะฆ่าพวกข้าก่อน ข้าก็แค่ทำการป้องกันตัวเองเท่านั้น " ผมพูดออกไป
" จะยังไงก็ช่างวันนี้พวกเ้าทุกคนต้องตาย " หัวหน้าของกลุ่มคนพรรคพูดขึ้น
แต่อยู่ๆ ก็มีเสียงเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นก้องไปทั่วบริเวณ
" ถ้าเ้าคิดว่าเ้าทำได้ก็ลองดู "
ก่อนจะปรากฏเป็ชายชรา 2 คนลอยอยู่บนอากาศตรงกลางระหว่างกลุ่มของพวกผมและกลุ่มของพวกพรรคมารที่นั่นก็คือผู้าุโ 7และผู้าุโ 8 ของสำนักเทพกระบี่นั่นเอง และชายชราทั้งสองคนนั้นก็ได้ปลดปล่อยพลังระดับเซียนราชันย์ขั้น 8 ออกมาด้วย
" ระดับเซียนราชันย์ขั้น 8 ถึง 2 คน "
พวกพรรคมาระโขึ้นด้วยความใแต่ก่อนที่พวกมันจะได้ทำอะไรไปมากกว่านี้ก็ถูกผู้าุโทั้งสองจัดการในทันที
ฟิ้วว ตูมมม ตูมม
" อ้าากก อ่ะ พวกเราถอยก่อน " ผู้เป็หัวหน้าะโขึ้นพากันหนีไปทันที
" คิดมาสังหารศิษย์ใหม่ของสำนักข้าแล้วคิดว่าจะออกไปได้ง่ายๆ งั้นหรอ "
เสียงผู้าุโ 8 พูดขึ้นเสียงเข้มก่อนจะทะยานตามออกไป ส่วนผู้าุโ 7 ได้หันมาพูดกับพวกเราว่า
" พวกเ้าทำได้ดีมากแต่จงไปให้ถึงสำนักเทพกระบี่ภายใน 3 วันไม่อย่างนั้นพวกเ้าจะไม่มีสิทธิ์ได้เป็ลูกศิษย์ของสำนักเทพกระบี่ "
ว่าแล้วก็ทะยานตามผู้าุโ 8 แล้วพวกพรรคมารออกไป
เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วพวกเรา 4 คนจนได้ออกเดินทางต่อไปทันทีและในระหว่างทางนั้นทำให้พวกเราสังเกตเห็นได้ว่ายิ่งเดินเข้าไปในเท่าไหร่ระดับของสัตว์อสูรก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้นจนตอนนี้พวกเราเห็นแต่สัตว์อสูรระดับนภาขึ้นไปเป็จำนวนมากจึงทำให้การเดินทางมีอุปสรรคขึ้นมาเล็กน้อย
" นี่เรายิ่งเดินลึกเข้ามาในป่ามากแค่ไหนก็ยิ่งเจอแต่สัตว์อสูรระดับสูงทั้งนั้นเลย " เป็จินหวงที่บ่นออกมา
" เ้าจะบ่นให้มันได้อะไรขึ้นมาห่ะเ้าอ้วน "
ผมหันไปบ่นจินหวงเพราะว่าตลอดทางมานี้ก็มีแต่ที่บ่นออกมาไม่หยุดเจอสัตว์อสูรระดับไหนก็บ่นบ่นั้แ่สัตว์อสูรระดับก่อกำเนิดจนตอนนี้เจอสัตว์อสูรระดับนภามันก็ยังบ่นเหมือนเดิม
" ก็ข้ากลัวนี่ยิ่งเราเดินลึกเท่าไหร่เราก็ยิ่งเจอสัตว์อสูรระดับสูงมากขึ้นเท่านั้นนี่ถ้าเราเดินต่อไปเราจะไม่ได้เจอกับสัตว์อสูรระดับราชันเลยหรือยังไงกัน " จินหวงบ่นออกมา
แต่ดูเหมือนว่าเ้าอ้วนนี่จะมีวาจาสิทธิ์เพราะหลังจากที่เ้าอ้วนพูดจบก็ปรากฏเป็เสียงคำรามดังก้องสะท้านไปทั่วทั้งผืนป่าแล้วก็ปรากฏเป็ร่างใหญ่มหึมามาปรากฏขึ้นตรงหน้าใช่ครับมันคือสัตว์อสูรและแถมยังเป็สัตว์อสูรประเภทงูและเป็สัตว์อสูรระดับราชันย์อีกด้วยซึ่งสัตว์อสูรระดับราชันนั้นเทียบได้กับผู้ฝึกตนมนุษย์ระดับจักรพรรดิขึ้นไปจนถึงระดับเทวะเลยก็ว่าได้
และการปรากฏตัวของเ้าสัตว์อสูรตัวนี้มันมาปรากฏตัวแบบกะทันหันและเสียงร้องที่ดังกึกก้องของมันนั้นทำให้ผมถึงกับสะดุดล้มหัวคะมำลงพื้นทันทีสร้างความเจ็บใจและความอับอายให้ผมเป็อย่างมาก
ผมจึงได้รีบลุกขึ้นแล้วยืนเอามือเท้าสะเอวแล้วอีกมือหนึ่งก็ชี้ไปทางสัตว์อสูรระดับราชันย์นั้นทันที
" จะไปจะมาหัดให้ซุ่มให้เสียงหน่อยเซ้ แล้วนี้อะไรมาถึงก็แหกปากเลยแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน เ้าสัตว์อสูรตัวนี้นี่ จะไปจะมาหัดมีมารยาทซะบ้าง ประเดี๋ยวเถอะเดี๋ยวพ่อจับถลกหนังไปทำรองเท้าเสียหรอก "
เสียงะโแว๊ดๆ ของไป๋ชิงสร้างความตกตะลึงให้กับสหายทั้ง 3 คนที่ยืนอยู่ไกลๆ ั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้เป็อย่างมากและยังได้สร้างความใให้กับอสูรงูที่ะโเข้ามาขวางทางอีกด้วย
" ฟ่ออ ฟ่ออ ฟ่ออ "
เสียงของอสูรงูร้องคำรามขึ้นขัดทันทีคล้ายกับว่ามันพยายามเถียงกลับไป๋ชิง ว่ามันเองก็เป็งูมีมารยาทนะมันก็เลื้อยมาเสียงออกจะดังแต่พวกไป๋ชิงไม่ได้ยินเองนี้นา
" ฟ่อ ฟ่อ ฟ่อ ฟ่อออ "
" อะไรข้าไม่รู้เื่ วาจาพิกลพิการฟังไม่รู้ความ "
" ฟ่อ ฟ่อ ฟ่อออ "
" ไม่ต้องมา ฟ่อ ฟ่อ ข้าฟังไม่รู้เื่ "
และแล้วมหกรรมการโต้วาทะระหว่างอสูรงูระดับราชันย์กับไป๋ชิงก็ได้เริ่มขึ้น จนกระทั่งงูตัวนั้นเหมือนมันจะทนไม่ได้จึงได้เลื้อยหนีไปในที่สุดส่วนไป๋ชิงที่เป็ฝ่ายชนะก็ได้ะโโลดเต้นอย่างมีความสุข
" ชิ~ เป็แค่งูตัวแค่นี้คิดจะมาเถียงกับข้า กล้าดียังไงมาทำให้ข้าใ เห๊อะ~ " ผมพูดออกมาอย่างสะใจ
แต่สหาย 3 คนที่ยืนอยู่ด้านหลังไกลๆ ต่างก็คิดตรงกันว่า
แต่อสูรงูตัวเมื่อกี้ตัวมันใหญ่จนจะสามารถกินเ้าเข้าไปได้ทั้งตัวเลยนะนั้น
" น่ะนี้ไป๋ชิง เ้าไม่กลัวเลยรึยังไงนั้นมันสัตว์อสูรรับดับราชันย์เชียวนะ " จินหวงเอ่ยถามขึ้นมา
" ห้ะ เ้าว่าอะไรนะสัตว์อสูร ระ ระดับราชันย์งั้นหรอ "
ผมร้องถามอย่างใเพราะเมื่อกี้กำลังโมโหเลยไม่ได้สังเกตุอะไรมากนัก
" นี้เ้าไม่รู้หรอ " เป็เย่หลิงที่ถามออกมา
" หึ ไม่รู้อะแฮ่ะๆ ข้ามัวแต่โมโหเลยไม่ทันสังเกต " ผมตอบออกไปพร้อมกับส่งยิ้มเเห้งๆ ไปให้ทั้งสาม
และเมื่อผมเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วผมจึงได้หันไปชวนเพื่อนๆ ที่ยืนมองผมเงียบๆ มาตั้งนานแล้วออกเดินทางต่อ แต่ในขณะที่พวกเรากำลังจะออกเดินทางก็ได้มีพลังสายหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเรา ผมที่ััได้ถึงความมุ่งร้ายจากพลังสายนั้นจึงได้ะโบอกเพื่อนๆ ว่า
" ทุกคนหาที่หลบเร็วเข้า "
ตู้มมมมมม
เสียงะเิดังสนั่นไปทั่วบริเวณ
" พวกเ้าเป็ยังไงบ้างาเ็ตรงไหนหรือไม่ "
ผมร้องถามทุกคนทันทีที่ตั้งหลักได้ก่อนจะมองกลับไปดูจุดที่พวกเราเคยยืนกันอยู่ก็ปรากฏว่าตรงนั้นมีหลุมลึกและมีขนาดใหญ่เกิดขึ้นมาแทน
" พวกข้าไม่เป็ไร แล้วนั้นมันตัวอะไรน่ะ " เป็จินหวงที่ถามออกมา
" มันคือจิ้งจอกมายาทมิฬ เป็อสูรประเภทจิ้งจอก มันมีความสามารถในการซุ้มโจมตีและยังสามารถสร้างภาพมายาได้อีกด้วย ยิ่งมันมีระดับสูงมากเท่าไหร่ความเเข็งแกร่งของมันยิ่งมากขึ้นเท่านั้น "
" ดูจากลักษณะของมันแล้วน่าจะเป็สัตว์อสูรระดับราชันย์เช่นกันกับตัวเมื่อกี้ แต่น่าจะแข็งแกร่งกว่ามากพวกเ้าระวังตัวไว้ด้วย "
เป็อี้เซียวที่พูดออกมาอย่างยืดยาวพร้อมกับเรียกดาบออกมาตั้งท่าป้องกันทันที พวกเราที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้เรียกอาวุธออกมาเช่นกัน
" ไป๋ชิงเ้าไม่มีพลังธาตุและระดับการบ่มเพาะ เ้ามาอยู่ด้านหลังพวกข้าจะดีกว่า "
จินหวงพูดขึ้นอย่างเป็ห่วงพร้อมปลดปล่อยพลังระดับ์ออกมา ทั้งสองคนนั้นก็เช่นกันแล้วพากันมายื่นอยู่ข้างหน้าของไป๋ชิง
" นี้พวกเ้าทำอะไรเนี้ย ข้าไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นนะ "
ผมพูดออกไปอย่างงอนๆ เ้าพวกนี้นี่ยังไงกันเห็นเราอ่อนเเอขนาดนั้นรึไงชิ
ทั้งสามคนไม่ได้สนใจท่าทางของไป๋ชิงและได้พุ่งเข้าไปจัดการอสูรจิ้งจอกนั้นทันที อสูรจิ้งจอกตนนั้นก็ไม่ได้น้อยหน้าะโเข้ามาจัดการทั้งสามคนนั้นเช่นกัน
และถึงแม้ทั้งสามคนจะอยู่ในระดับ์ก็ตามแต่อสูรจิ้งจอกมายาตัวนั้นเป็ถึงสัตว์อสูรระดับราชันย์ที่มีความแข็งแกร่งมาก ทั้ง 3 คนนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน และในขณะที่ทั้ง 3 คนเพลี่ยงพล้ำกำลังที่จะถูกจิ้งจอกมายาตนนั้นโจมตีผมจึงได้ใช้ทักษะของหอแก้ว 9 สมบัติทันที
" 9 สมบัติเลื่องชื่อหอแก้ว 9 สมบัติ เรียกป้องกัน เรียกเพิ่มพูน "
เมื่อผมพูดจบก็เกิดเป็โล่กำบังปรากฏขึ้นล้อมรอบตัวของทั้ง 3 คนไว้ทำให้การโจมตีของอสูรจิ้งจอกมายาไม่สามารถทำอะไรทั้ง 3 คนได้ และพละกำลังที่ทั้งสามคนได้เสียไปก็ได้กลับมาจนเหมือนยังไม่ได้ใช้พลังอะไรเลย
นั้นทำให้สามคนใเป็อย่างมากก่อนจะหันมามองที่ไป๋ชิงเป็ตาเดียว ก็เห็นภาพที่ไป๋ชิงกำลังถือหอคอย9 ชั้นอยู่ในมือ และด้วยรูปลักษณ์ของไป๋ชิงที่อยู่ในชุดอาภรณ์สีขาวแม้จะมีหน้ากากปิดบังใบหน้าแต่บรรยากาศรอบตัวของไป๋ชิงนั้นราวกับเทพเซียนไม่มีผิด
" ไป๋ชิง นะนี้เ้า " เย่หลิงพูดขึ้นอย่างติดๆ ขัดๆ
ก่อนที่เย่หลิงจะได้พูดอะไรต่อ ผมจึงพูดขัดขึ้นว่า
" อย่าเพิ่งหันกลับมามองข้ากลับไปจัดการสัตว์อสูรตัวนั้นก่อนเร็วเข้า "
เมื่อ ทั้งสามคนได้ยินอยู่ นั้นจึงได้หันกลับไปจัดการกับอสูร จิ้งจอกตรงหน้าทันที เมื่อทั้งสามคนลงมือโจมตีผมจึงได้ใช้ทักษะของหอแก้ว9สมบัติทันทีเช่นกัน
" 9 สมบัติเลื่องชื่อ เพิ่มการโจมตี "
เมื่อผมพูดจบแสง 9 สีขึ้นรอบตัวของทั้ง 3 คนและช่วยเสริมให้พลังการโจมตีของทั้ง 3 คนนั้นรุนแรงยิ่งขึ้นเป็เท่าตัวจนทำให้จิ้งจอกตัวนั้นกระเด็นออกไปชนกับต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลเสียงดังสนั่น เหตุการณ์นั้นสร้างความใให้กับทั้ง 3 คนเป็อย่างมาก
" นี้มันอะไรกันทำไมพลังการโจมตีของข้าถึงได้รุนแรงเช่นนี้ "
จินหวงอุทานออกมาเสียงดังอย่างใที่จะคิดขึ้นได้
" หรือว่าเป็เพราะ " พูดพร้อมหันไปมองทางไป๋ชิงที่ยืนอยู่
" รีบจัดการอสูรจิ้งจอกตอนนั้นซะเร็วเข้าก่อนที่มันจะฟื้นตัว"
เมื่อผมที่ยืนอยู่มองไปเห็นทั้ง 3 คนกำลังดูเหม่อลอยจึงได้ะโเตือนออกไป เมื่อทั้งสามคนได้สติจึงได้เข้าไปจัดการกับจิ้งจอกมายาตัวนั้นทันที
เมื่อจัดการเสร็จเรียบร้อยทุกคนจึงได้กลับมาทางที่ไป๋ชิงได้ยืนอยู่ พร้อมกับมองไปที่ไป๋ชิงด้วยสายตาที่แปลกแปลก
" ไป๋ชิง จะเ้า เป็ใครกันแน่ ก็บอกว่าเ้าไม่มีพลังธาตุไม่ใช่หรอแล้วพลังที่เ้าใช้เมื่อกี้มันคืออะไรกัน "
เป็จินหวงที่ถามออกมา
" ใช่ที่ข้าเคยบอกว่าข้าไม่มีพลังธาตุ แต่ข้าก็ไม่บอกพวกเ้านี่ว่าข้าไม่ได้มีพลังอื่นด้วย " ผมตอบด้วยท่าทีที่ไม่จริงจังอะไร
" แล้วพลังของเ้าคือพลังอะไรกันทำไมถึงได้ช่วยเพิ่มกำลังให้กับพวกเราได้ถึงขนาดนี้ "
อี้เซียวได้ถามออกมาอย่างสงสัยพร้อมกับจ้องมองบุรุษร่างบางตรงหน้า
" หึหึ ข้าไม่บอกหรอก รู้ไว้แต่ว่าพลังของข้ามีประโยชน์ต่อพวกเ้าแล้วกัน ฮ่าๆๆ "
พูดจบผมก็หัวเราะออกมาส่วนว่าหัวเราะทำไมนั้นผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
" มีประโยชน์ยังไง " เป็อี้เซียวที่ถามขึ้นมาอีก
" ก็เหมือนอย่างกับเมื่อกี้ที่พวกเ้าหมดพลังข้าสามารถเพิ่มพลังให้พวกเ้ากลับมามีพลังเต็มเปี่ยมเหมือนเดิมได้โดยไม่ต้องเสียเวลาพัก และยังสามารถสร้างรูปแบบโล่ป้องกันเ้าได้เหมือนอย่างที่ข้าทำกับพวกเ้าเมื่อกี้ก็เช่นกัน และข้ายังสามารถเพิ่มพลังในด้านต่างๆ ให้พวกเ้าได้ ไม่ว่าจะด้านความเร็ว ความแข็งแกร่ง และการโจมตี ให้เพิ่มขึ้นได้ภายในพริบตา ถ้าจะให้พูดง่ายๆ คือข้าสามารถคอยสนับสนุนพวกเ้าได้ "
" และถ้าพวกเ้าโดนพิษหรือแขนขาส่วนใดของเ้าเสียหายหรือขาดออกไปข้าก็สามารถสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้หรือถ้าเ้าตายไปข้าก็สามารถคืนชีพให้เ้าได้แต่ต้องตายไม่เกิน 1 ชั่วยามเท่านั้นนะ "
" เ้าว่ายังไงนะ " ทั้งสามคนร้องขึ้นมาด้วยความใเมื่อได้ยินสิ่งที่ไป๋ชิงพูดนี้มันใช่ความสามารถของคนธรรมดาทั่วไปแล้วงั้นหรอ ต่อให้ผู้ฝึกตนขั้นเซียนเทวะยังยากที่จะทำเื่พวกนี้ได้ แต่ไป๋ชิงกลับ...
เมื่อผมเห็นว่าทั้ง 3 คนกำลังตั้งท่าจะถามขึ้นมาอีกผมจึงได้พูดตัดบทออกไปว่า
" เอาล่ะในเมื่อพวกเ้าจัดการสัตว์อสูรจิ้งจอกตัวนี้ได้แล้วข้าได้ยินมาว่าสัตว์อสูรระดับราชันมีแกนพลังิญญาสามารถเพิ่มระดับการฝึกฝนให้คนที่ดูดซับมันได้พวกเ้าก็ไปเก็บมาดูดซับเถอะ ส่วนข้านั้นไม่มีพลังธาตุจึงไม่สามารถดูดซับได้และของสิ่งนั้นไม่มีประโยชน์สำหรับข้า "
" เอาล่ะๆ พวกเ้ารีบไปจัดการได้แล้วว่าเราจะได้เดินทางต่อเหลือเวลาอีกแค่ 2 วันเท่านั้น "
ผมพูดจบก็เดินไปรออีกทางด้านหนึ่ง ส่วนทั้ง 3 คนเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงได้รีบเข้าไปจัดการกับซากของจิ้งจอกมายาตัวนั้นก่อนจะรีบพากันออกเดินทางทันที