ที่บ้านสกุลหยุนเวลานี้ แม่หยุนเดินวนไปมาอยู่หน้าบ้านพร้อมกับมองไปที่ประตูรั้วอย่างกระวนกระวาย หลายวันแล้วที่ลูกสาวเดินทางออกไปนอกหมู่บ้าน นางกังวลมากเพราะกลัวว่าลูกสาวจะได้รับอันตราย แต่สิ่งที่นางกลัวที่สุดคือนางกลัวว่าลูกสาวจะไปแล้วไม่กลับมาอีกต่างหาก นางเคยทำผิดกับลูกสาวไว้มากและยังไม่มีโอกาสทำดีกับลูกสาวเลยด้วยซ้ำ แม่หยุนยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้มใจจนแทบจะร้องไห้
หม่าหลงก็ยืนมองแม่สามีอยู่อย่างไม่สบายใจเช่นกัน นางรู้สึกว่าเวลานี้หยุนหนิงเอ๋อกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนในบ้าน ต่างจากเมื่อก่อนที่นางจะได้รับการเอาใจใส่มากที่สุด ดูอย่างหลายวันที่ผ่านมา งานในบ้านทุกอย่างแม่สามีก็โยนมาให้นางทำทั้งหมด แม้นางจะยกข้ออ้างเรื่องการตั้งครรภ์ขึ้นมา แต่แม่สามีก็ไม่สนใจ ทั้งยังยกเหตุผลมาเสียดิบดีว่าบางทีการที่นางไม่มีข่าวดีคงเพราะนางไม่ได้ออกแรงทำงานเหมือนภรรยาบ้านอื่น ร่างกายจึงไม่แข็งแรงทำให้ตั้งครรภ์ไม่ได้ แต่หม่าหลงรู้ดีว่านั่นมันเป็นเพียงแค่ข้ออ้างที่แม่สามีจะเริ่มให้นางทำงานเท่านั้น
พ่อสามียิ่งไม่ต้องพูดถึง ขอแค่แม่สามีพูดคำไหนขึ้นมา เขาก็แค่ต้องก้มหน้าทำตามคำสั่งของภรรยาโดยไม่มีปากไม่มีเสียง ไม่แม้แต่จะกล้าทำเสียงดังใส่ภรรยา ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่แม่สามีมักจะเชื่อฟังคำของพ่อสามีอยู่เสมอ
และการเปลี่ยนแปลงที่น่าแปลกใจที่สุดคือหยุนไป๋ สามีของนางเวลานี้ไม่ได้หวาดกลัวนางเหมือนเมื่อก่อน แม้นางจะยกเอาพี่ชายและน้องชาย หรือแม้แต่ครอบครัวขึ้นมาอ้างว่าหากหยุนไป๋ทำให้นางไม่พอใจ นางจะกลับไปฟ้องคนที่บ้านให้มาเอาเรื่อง แต่ผลลัพธ์ที่ได้นอกจากหยุนไป๋จะไม่สนใจแล้ว เขายังยกเอาเรื่องหย่าขึ้นมาพูดได้อย่างหน้าตาเฉย ข้อเสียที่นางมีสารพัดเขาล้วนยกขึ้นมาพูดได้ทั้งหมด
หม่าหลงแม้จะเป็นคนร้ายกาจ แต่หากพูดถึงเรื่องหย่าขึ้นมา นางก็ไม่กล้าตอบโต้สามีคืนแล้ว เพราะถึงอย่างไรนางก็เป็นสตรีที่เกิดในยุคโบราณ หากนางถูกสามีหย่า นางยังจะมีหน้าใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกหรือ อีกทั้งคนหน้าตาเช่นนางและสภาพร่างกายที่ไม่อาจมีบุตรได้แล้วตลอดชีวิต หากมีคนรู้ความลับนี้ขึ้นมา นางคงกลายเป็นคนไร้ค่า แม้แต่เศษใบไม้ยังเทียบไม่ได้เลยกระมัง
“เจ้าจะมายืนอยู่ที่นี่ทำไม งานบ้านทำเสร็จแล้วหรือยัง เสื้อผ้าของเจ้าใหญ่ก็ขาดไปหลายตัว ว่างมากทำไมไม่เอาผ้าออกมาปะมาเย็บ” แม่หยุนต่อว่าหม่าหลงที่เห็นอีกฝ่ายมายืนทำลับๆ ล่อๆ
“ข้าทำงานบ้านเสร็จหมดแล้วเจ้าค่ะท่านแม่ ส่วนเสื้อผ้าคงต้องรอให้แห้งก่อนถึงจะเอามาซ่อมได้” หม่าหลงถือถ้วยน้ำชาเดินเข้ามา “ท่านแม่ดื่มชาให้ชื่นใจก่อนเจ้าค่ะ ชานี้ข้าเอามาจากบ้านเดิม หากท่านแม่ชอบ ข้าจะกลับไปขอมาให้อีก”
“ของดีขนาดนี้เจ้าเก็บไว้กินเองเถอะ ข้ากลัวว่าพอกินของที่มาจากครอบครัวเจ้า วันหน้าข้าต้องหากลับไปคืนอีกเป็นร้อยเท่า” แม่หยุนปฏิเสธอย่างไม่สนใจ
“พูดอะไรเช่นนั้นเจ้าคะท่านแม่ ยังไงเราทั้งสองครอบครัวก็ถือเป็นญาติสนิทกันแล้ว ครอบครัวข้าจะกล้ามาทำเรื่องน่าอายแบบนั้นได้ยังไง”
แม่หยุนยิ้มเยาะ “มีอะไรที่พวกเขาไม่กล้าทำบ้าง และที่เจ้าขโมยธัญพืชกลับไปให้บ้านเดิมก็อย่านึกว่าข้าไม่รู้”
หม่าหลงพยายามกลั้นความโกรธไว้และเปลี่ยนเรื่อง “ท่านแม่กำลังรอหนิงเอ๋ออยู่หรือเจ้าคะ นางหายไปทำอะไรกับคุณชายมู่หรงตั้งหลายวัน ปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ดีนะเจ้าคะ เกิดตาเฒ่าหม่ารู้เข้า เงินสินสอดเก้าตำลึงที่เราควรจะได้มันจะหายไป”
“ใครบอกว่าข้าจะให้หนิงเอ๋อแต่งกับตาเฒ่าแซ่หม่า ข้าไม่ยอมให้นางแต่งไปกับตาแก่นั่นหรอก”
“ท่านแม่ไม่เสียดายเงินสินสอดแล้วหรือเจ้าคะ”
“ข้าไม่เสียดาย” แม่หยุนหันไปมองหม่าหลงอย่างไม่พอใจ “เจ้าไม่ต้องมายุ่งเรื่องของลูกสาวข้า ถ้ายังอยากเป็นสะใภ้บ้านข้าอยู่ก็หัดทำตัวให้มีประโยชน์ ในเมื่อตอนนี้เจ้าว่างนักก็ไปรื้อแปลงผักหลังบ้านให้เสร็จ แล้วก็ขุดร่องยกแปลงผักให้ดีด้วย ประเดี๋ยวข้าจะไปตรวจงานทีหลัง จำไว้นะ...ถ้าทำงานไม่เสร็จ วันนี้ก็ไม่ต้องกินข้าว”
“ท่านแม่! ข้าทำงานมาทั้งวันแล้วจะไม่ให้ข้ากินข้าวได้ยังไง ท่านจะรังแกข้าเกินไปแล้ว” หม่าหลงทนไม่ไหวจึงเถียงแม่สามีกลับ
“เมื่อก่อนข้าก็เลยทำโทษหนิงเอ๋ออย่างนี้ ทำไม...พอเป็นเจ้าบ้างก็จะขัดคำสั่งข้าหรือ ตอนหนิงเอ๋อถูกสั่งให้อดข้าวก็เห็นยิ้มดีใจ พอมาถึงคราวของตัวเองบ้างกลับต่อต้าน เอาสิ...ถ้าเจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าทำก็ลองดู” แม่หยุนพูดเสียงเข้ม
“มีอะไรเจ้าคะท่านแม่ เสียงดังไปถึงข้างนอกเชียว” หยุนหนิงเอ๋อเดินเข้ามาถาม ความจริงแล้วนางยืนฟังมารดาและพี่สะใภ้พูดกันตั้งแต่ต้น และรู้สึกพอใจมากกับการเปลี่ยนแปลงของมารดา
“หนิงเอ๋อ! เจ้ากลับมาแล้ว” แม่หยุนเดินไปหาลูกสาวอย่างดีใจ แต่นางไม่กล้าจับมือเพราะกลัวว่าลูกสาวจะไม่พอใจ “เหนื่อยไหม หิวข้าวหรือเปล่า แม่เก็บหมั่นโถวไว้ให้เจ้าสองลูกเลยนะ”
“หมั่นโถวสองลูก! แล้วทำไมข้าได้กินแค่ครึ่งลูก ท่านแม่...ท่านจะลำเอียงเกินไปแล้วนะ” หม่าหลงตะโกนขึ้น
“ข้าลำเอียงเพราะหนิงเอ๋อเป็นลูกสาวของข้า เจ้าเป็นแค่สะใภ้จะมาเทียบกับนางได้หรือ” แม่หยุนตอบกลับอย่างไม่เกรงใจ “ถ้าขืนเจ้ายังมายืนเถียงข้าอยู่แบบนี้ มีหวังเย็นนี้เจ้าต้องได้อดข้าวจริงๆ แล้ว”
หม่าหลงมองแม่หยุนและหยุนหนิงเอ๋ออย่างโมโหก่อนที่จะหันหลังเดินไปหลังบ้าน แต่ไม่ใช่ที่แปลงผักเพราะนางจะไปที่อื่นก่อน
“ท่านแม่อย่าโมโหเลยเจ้าค่ะ กลับเข้าไปข้างในกันก่อนดีกว่า ข้าหิวข้าวแล้วจริงๆ”
“ถ้างั้นเจ้ากลับไปพักในห้องนอนของเจ้าก่อน แม่จะไปอุ่นหมั่นโถวให้เดี๋ยวนี้” แม่หยุนรีบเดินหันหลังเข้าห้องครัวไป
หยุนหนิงเอ๋อส่ายหน้าแล้วยิ้ม พอมาถึงห้องของตัวเองก็ยิ่งยิ้มกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าในห้องไม่มีฟืนมาวางเกะกะอีกแล้ว และข้าวของทุกอย่างที่เคยเก็บอยู่ในห้องนี้ก็ถูกเอาออกไปจนหมด เตียงนอนก็ถูกซ่อมจนอยู่ในสภาพดี ทั้งยังมีเครื่องนอนวางอยู่ครบชุดอย่างเป็นระเบียบ แม้ของเหล่านี้จะดูเก่าอยู่บ้าง แต่มันก็ถูกซักมาจนสะอาด ‘นี่ก็คงจะเป็นความรู้สึกของสายสัมพันธ์แม่ลูกสินะ ท่านแม่คงรู้สึกผิดกับเจ้ามากจริงๆ หยุนหนิงเอ๋อ เอาเถอะ...ในเมื่อทุกคนพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ข้าก็จะยอมลดทิฐิและลองให้โอกาสพวกท่านสักครั้ง’
เพียงแต่หยุนหนิงเอ๋อเร่งเดินทางมาตลอดทั้งวัน ทำให้ร่างกายเหน็ดเหนื่อยอยู่บ้าง นางจึงหลับไปทั้งที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า
แม่หยุนเดินถือหมั่นโถวร้อนๆ เข้ามาก็เห็นว่าลูกสาวนอนอยู่ นางไม่กล้าปลุกลูกสาว ได้แต่เดินไปนั่งข้างเตียงและลูบผมลูกสาวอย่างเบามือ ‘เมื่อก่อนแม่ทำผิดกับเจ้าไว้มาก ต่อไปแม่จะทำดีกับเจ้า แม้เจ้าจะไม่ให้อภัยก็ไม่เป็นไร หนิงเอ๋อ...แม่ขอโทษ’
“เจ้าบอกว่ายายแก่หยุนจะไม่ยอมยกน้องหนิงเอ๋อให้ข้าอย่างนั้นหรือ”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ นางยังว่าท่านอีกนะเจ้าคะว่าท่านเป็นเพียงตาแก่มักมากที่ไม่รู้ว่าจะ...เอ่อ...”
“จะอะไร!”
“ที่ไม่รู้ว่าจะลงโลงไปเมื่อไหร่เจ้าค่ะ” หม่าหลงตอบ เรื่องใส่สีตีไข่นี้นางถนัดนัก
“หนอยแน่นังแก่หยุน กล้าแช่งให้ข้าตายเชียวหรือ ดีล่ะ...ในเมื่อข้าเตรียมเงินสินสอดไว้สู่ขอลูกสาวเจ้าดีๆ แต่เจ้าไม่ชอบ เช่นนั้นข้าก็จะเอาลูกสาวเจ้ามาทำเมียโดยที่ไม่ต้องเสียเงินสักอีแปะเลยก็แล้วกัน”
“ท่านอยากแต่งหนิงเอ๋อมาเป็นภรรยาถึงขนาดนั้นเลยหรือเจ้าคะ” หม่าหลงยิ้มประจบ “ท่านปู่หม่า ข้ามีวิธีการดีๆ ที่จะช่วยให้ท่านสมหวังอยู่เจ้าค่ะ”
“วิธีการอะไรเจ้าลองว่ามาซิ” ตาเฒ่าหม่าถามอย่างสนใจ แต่ก็ยังขู่อีกฝ่ายไว้ “เจ้าอย่าคิดที่จะมาโกหกเพื่อหลอกเงินข้าเชียวนะ คนที่มันเคยหลอกข้า ป่านนี้กลายเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ในป่าไปหมดแล้ว”
หม่าหลงขยับตัวไปใกล้ตาเฒ่าหม่าแล้วพูดกระซิบถึงแผนการของตัวเอง ตาเฒ่าหม่าฟังแผนการอย่างพอใจ แต่เพราะลมหายใจของสตรีที่เป่ารดใบหูทำให้อารมณ์ของเขาเริ่มกระเจิดกระเจิง แม้หม่าหลงจะมีใบหน้าอัปลักษณ์และรูปร่างอ้วนท้วนไปบ้าง แต่อย่างไรนางก็เป็นสตรีไม่ใช่หรือ ตาเฒ่าหม่าผลักหม่าหลงให้นอนหงายไปกับพื้น
“ท่านจะทำอะไรเจ้าคะท่านปู่” หม่าหลงนอนหงายลงไปอย่างไม่ทันตั้งตัว “อีกเดี๋ยวข้าต้องรีบกลับไปทำงานที่บ้านแล้ว ถ้าวันนี้ข้ายกแปลงผักไม่เสร็จ มีหวังแม่สามีต้องให้ข้าอดข้าวแน่”
“อดก็อดไปสิ บ้านข้ามีข้าวให้เจ้ากินเหลือเฟือ”
“แต่ทำอย่างนี้มันไม่ถูกนะเจ้าคะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า” หม่าหลงเริ่มเสียใจขึ้นมาบ้างแล้ว ตอนนั้นนางแค่อยากมาส่งข่าวให้ตาเฒ่าหม่ารู้ว่าหยุนหนิงเอ๋อกลับมาถึงบ้านแล้วเท่านั้น จนลืมนึกไปว่าตาเฒ่าหม่าเป็นคนแบบไหน
“ละแวกนี้มีบ้านของข้าตั้งอยู่แค่หลังเดียว เจ้าจะกลัวใครมาเห็น” ตาเฒ่าหม่าปลดเชือกกระโปรงของหม่าหลงออกอย่างไม่สนใจจะฟังต่อ ทั้งยังเอาผ้าบางๆ มาคลุมหน้าหม่าหลงเอาไว้ “อย่ามาทำเป็นไม่เคยไปหน่อยเลยน่า ก่อนที่เจ้าจะแต่งกับหยุนไป๋ เราก็เคยทำเรื่องอย่างนี้กันมานับครั้งไม่ถ้วน วันนี้ข้าอยากจะดูซิว่าผ่านไปหลายปี ฝีมือเจ้าจะพัฒนาขึ้นไหม”
หม่าหลงดิ้นรนต่อต้านไปได้สักพัก จากนั้นร่างกายของนางก็ควบคุมไม่ได้อีก และต้องยอมรับว่าแม้ตาเฒ่าหม่าจะดูแก่ชรา แต่ด้านประสบการณ์นั้นกลับถูกใจหม่าหลงยิ่งนัก ทั้งสองโต้ตอบกันอย่างดุเดือดอยู่ในบ้านโดยไม่รู้ว่าหยุนไป๋ยืนฟังเสียงพวกเขาอยู่ด้านนอกมาได้สักพักแล้ว