พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    เล่ม 2 บทที่ 54 คุณหนูแห่งสกุลสวี่

            สกุลฉินและสกุลอวี้พร้อมใจเข้าเมืองหลวงมาด้วยกันในครานี้แท้จริงแล้วสาเหตุหลักมาจากสกุลฉิน คนสกุลอวี้ที่ตามมาด้วยมีเพียงนายท่านใหญ่นางเฉินซื่อผู้เป็นภรรยาและบุตรสาวคนโตอวี้ซือหรง ท้ายขบวนรถม้าของสกุลฉินมีรถม้าของสกุลอวี้ตามมาเพียงสองคันญาติพี่น้องคนอื่นๆ ในสกุลอวี้มิได้ตามมาด้วย

            หลังจากมาถึงเมืองหลวงแล้วก็มิได้ส่งคนติดต่อมาทันทีดังที่ฟางอี๋เหนียงกล่าวไว้

            โม่เสวี่ยหมิ่นป่วยหนักราวกับภูผาถล่มลุกจากเตียงไม่ขึ้น โม่ฮว่าเหวินจึงจำเป็นต้องปล่อยตัวฟางอี๋เหนียงออกมาให้นางมาดูแลโม่เสวี่ยหมิ่นที่ป่วยหนักอยู่ที่เรือนฝูฉิง

            ข่าวลือที่เริ่มแรกยังมีคนพูดถึงไม่มากเริ่มแพร่ขยายไปเป็นวงกว้างซุบซิบกันทุกตรอกซอกซอย แม้แต่เหล่านายหญิงในสกุลผู้ดีมีเงินพบหน้ากันยังหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาคุย  

            จากเรื่องคุณหนูใหญ่ที่เกิดจากอนุภรรยาของจวนโม่คิดจะเกาะกิ่งสูงไปจนถึงเรื่องนัดพบเป็นการส่วนตัวกับซือหม่าหลิงอวิ๋นทายาทเจิ้นกั๋วโหวลือกันไปว่าคุณหนูใหญ่ไร้ยางอายปีนขึ้นพระแท่นบรรทมของฉู่อ๋องแต่ถูกฉู่อ๋องโยนออกมา...

            ยิ่งเล่าลือกันไปก็ยิ่งฟังไม่ได้โม่ฮว่าเหวินได้ยินแล้วก็โกรธจนหน้ามืด แต่กลับไม่อาจทำอะไรได้ได้เพียงสั่งกักบริเวณโม่เสวี่ยหมิ่น ขังนางไว้ในเรือนชั้นในคิดรอให้ข่าวลือซาไปก่อนค่อยว่ากันภายหลัง ทว่าเสียงซุบซิบไม่ลดลงและกลับยิ่งหนักขึ้นอีกสองสามีภรรยาผู้ดูแลจวนมาร้องไห้โวยวายกับโม่ฮว่าเหวินไม่เว้นแต่ละวันว่าต้องการไปเรียกร้องความเป็นธรรมให้บุตรสาวของตนเอง

            โม่เสวี่ยหมิ่นเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ชัดเจนโม่ฮว่าเหวินก็ระอาสองผัวเมียคู่นั้นเต็มทน ในที่สุดจึงสิ้นสุดปัญหาลงง่ายๆด้วยการจ่ายเงินชดเชยให้ เรื่องราวของโม่จิ่นภายในจวนโม่จึงสงบลง

            …

            จวนฝู่กั๋วกงส่งจดหมายมาเร่งให้โม่เสวี่ยถงไปหาโม่ฮว่าเหวินจึงพาโม่เสวี่ยถงไปส่งด้วยตนเอง

            ครั้งนี้โม่ฮว่าเหวินเข้าประตูมาอย่างเป็นทางการทั้งยังโขกศีรษะคำนับสวี่เหล่าไท่จวินพร้อมกับโม่เสวี่ยถงและเดินไปยังเรือนที่พักของนาง นำสิ่งของต่างๆ ออกมาจัดวางให้เหมาะสมต่อไปโม่เสวี่ยถงต้องมาอยู่ที่สกุลลั่วระยะหนึ่ง โม่ฮว่าเหวินไม่วางใจกลัวว่านางจะไม่คุ้นเคย จึงสั่งให้คนนำเครื่องเรือนของประดับที่นางชื่นชอบมาด้วย

            แม้สวี่เหล่าไท่จวินจะไม่ค่อยพึงพอใจบุตรเขยผู้นี้แต่ก็ทราบว่าเขารักถงเอ๋อร์มาก ในใจจึงรู้สึกเปรมปรีดิ์ ดังนั้นจึงหลับตาข้างหนึ่งและลืมตาข้างหนึ่งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ลืมความขุ่นเคืองใจในอดีตลงเสีย

            โม่ฮว่าเหวินเห็นภายในเรือนก็จัดตกแต่งไปไม่น้อยแล้วและยังรับปากโม่เสวี่ยถงไปแล้วว่าจะมาเยี่ยมนางบ่อยๆหลังจากนั้นก็เดินออกไปยังห้องรับรองแขกด้านหน้าที่โม่เสวี่ยถงวนเวียนสายตามองไปไม่หยุดนายท่านใหญ่ฝู่กั๋วกงไม่อยู่เมืองหลวง อยู่แต่นายท่านรอง ยามนี้กำลังรอเขาอยู่ที่ห้องรับรองแขก

            เมื่อก่อนโม่ฮว่าเหวินก็เคยมาบ้านสกุลลั่วแต่หลังจากพาลั่วเสียย้ายไปอยู่เมืองอวิ๋นเฉิงก็ไม่ได้มาอีก พอกลับมาเมืองหลวง เนื่องจากทั้งสองตระกูลมีเรื่องหมางใจกัน...ก็ยิ่งไม่อาจมาได้ ยามนี้ย่อมไม่คุ้นทางนัก โม่หลันนำพาเขาออกจากเรือนพักมาด้านนอก

            พอเดินพ้นจากเรือนของโม่เสวี่ยถงพลันได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของสตรีลอยมาจากหลังภูเขาหินจำลองทราบได้ว่าคงเป็นสมาชิกในครอบครัวของสกุลลั่ว แม้ทั้งสองตระกูลจะเกี่ยวดองกันแต่หากพบหน้าโดยไม่ผ่านการแนะนำตัวให้รู้จักกันมาก่อนย่อมไม่ถูกธรรมเนียมจึงหยุดยืนด้านข้างของภูเขาจำลอง สั่งให้โม่หลันเดินช้าลงหน่อย แต่จู่ๆ ก็มีร่างคนโผล่พรวดออกมาจากด้านข้างจนชนเขาเข้าเต็มๆ

            โม่ฮว่าเหวินเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นย่อมไม่ทันจับสังเกตอะไรได้ เมื่อมีเงาร่างพุ่งเข้ามาชนก็ไม่ทันมองให้ชัดเจนทั้งสองต่างเซถลาจิตใต้สำนึกสั่งให้เขากระหวัดร่างของคนผู้นั้นเข้ามาไว้ในอ้อมกอดแล้วล้มลงที่พื้นไปด้วยกัน

            “ว้าย...เจ้าเป็นใคร ปล่อยคุณหนูของพวกเราเดี๋ยวนี้นะ” เสียงสาวใช้ร้องลั่นโม่ฮว่าเหวินรีบปล่อยมือออกทันที โม่หลันซึ่งอยู่ด้านข้างตกใจจนแทบกระโดดรีบเข้ามาประคองโม่ฮว่าเหวินให้ลุกขึ้น สาวใช้สองสามคนที่อยู่อีกด้านก็เข้ามาประคองหญิงงามในอาภรณ์หรูหราคนหนึ่งเช่นเดียวกันโม่ฮว่าเหวินมองผ่านๆ เห็นเป็นสตรีอายุประมาณยี่สิบปีแต่ไม่กล้าพิศมองให้ละเอียดนัก รีบชักเท้าถอยห่างออกมาสองก้าวแล้วประสานมือคำนับอย่างสุภาพ กล่าวขอโทษที่ล่วงเกิน จากนั้นก็หมุนตัวจากไป

            ไม่รู้ว่านางเป็นใครคิดได้ว่าสกุลลั่วดูเหมือนจะมีบุตรสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานอายุประมาณยี่สิบปี ยังดีที่เรื่องนี้เขาไม่ได้ใส่ใจนัก

            สวี่เยียนถูกประคองให้ลุกขึ้นสายตามองตามบุรุษผู้องอาจและสุภาพอ่อนโยนที่เดินจากไปด้วยใบหน้าแดงปลั่งแล้วเอ่ยถามสาวใช้ที่อยู่ข้างๆ “เขาเป็นใคร”

            โม่ฮว่าเหวินอายุสามสิบกว่าปีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลา ทั้งยังมีกิริยาวาจาสุภาพอ่อนโยนยามนี้ถือว่าอยู่ช่วงวัยที่สง่างามเป็นที่สุดชนคนล้มก็ไม่ฉวยโอกาสเอาเปรียบแบบพวกบุรุษเจ้าชู้ประตูดินทั้งหลายสายตาไม่มีล่อกแล่ก ท่าทางสุขุมมีมารยาท ทำให้คนเกิดความรู้สึกดีด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีที่เคร่งครัดในธรรมเนียมเช่นสวี่เยียน พอเห็นแล้วก็ย่อมรู้สึกชมชอบบัดนั้นก็ลืมสิ้นว่าต้องไว้ท่าเหนียมอาย สอบถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

            “ผู้นี้น่าจะเป็นเขยของท่านฝู่กั๋วกงกระมัง”สาวใช้ที่อยู่ข้างกายตอบอย่างไม่แน่ใจนักเช้าวันนี้ได้ยินคนในจวนพูดกันว่าท่านเขยกับคุณหนูจะมาที่จวน บุรุษผู้นี้เข้ามาถึงเรือนชั้นในได้ย่อมต้องเป็นญาติสนิท

            “ท่านเขยผู้เป็นสามีของพี่ลั่วเสียน่ะหรือ”สวี่เยียนกะพริบตาปริบๆ ถามต่อด้วยใบหน้าแดงเรื่อนางเคยได้ยินมานานแล้วว่าสามีของพี่ลั่วเสียเป็นบุรุษมากความสามารถหน้าตาหล่อเหลาเมื่อครองคู่กับพี่ลั่วเสียแล้วดูสมกันยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยก มีแต่ถ้อยคำชื่นชมข้างนอกลือกันว่าพี่เขยผู้นี้มีพรสวรรค์สูงมากตอนนี้เรือนที่สวี่เยียนพักอาศัยก็อยู่ติดกับเรือนของลั่วเสียยามรู้สึกเบื่อนางมักจะไปหาหนังสืออ่านที่ห้องของพี่สาวลูกพี่ลูกน้องผู้นี้เสมอ

            ในห้องของพี่สาวมีม้วนกระดาษลายพู่กันที่พี่เขยเป็นผู้เขียนทิ้งไว้หลายแผ่นตัวอักษรงดงามนัก กวีนิพนธ์ก็ไพเราะจับใจ แม้ว่าจะไม่เคยเห็นพี่เขยผู้นี้มาก่อนแต่ในใจกลับนึกปรารถนาว่าหากตนเองได้สามีที่มีความสามารถโดดเด่นเช่นเดียวกับพี่เขยผู้นี้มาขับขานบทกลอนให้ฟังก็นับว่าไม่เสียทีที่ได้เกิดมา พอคิดมาถึงตรงนี้ แก้มสองข้างก็ยิ่งแดงปลั่ง

            “ก็น่าจะใช่นะเจ้าคะ”เห็นท่าทางของสวี่เยียนแล้ว สาวใช้ประจำกายมีหรือจะไม่รู้ใจของนายตนจึงชี้ไปที่โม่หลันแล้วเสนอความคิดขึ้นมา “ดูนั่นสาวใช้ที่เดินออกไปส่งท่านเขย ดูเหมือนจะไม่ใช่สาวใช้ในจวน คุณหนูโปรดรอสักครู่บ่าวจะไปสอบถามให้รู้ความเจ้าค่ะ”

            “อืม...จะดีหรือ” สวี่เยียนเขินอายยืนบิดผ้าเช็ดหน้าไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปชั่วขณะ พอคิดถึงว่าตนเองเป็นสตรีที่ยังไม่ได้แต่งงานแต่กลับไปสอบถามเรื่องของบุรุษก็รู้สึกว่าไม่เหมาะสม

            “ไม่เป็นไรบ่าวไม่บอกใครว่าคุณหนูอยากรู้หรอกเจ้าค่ะ” สาวใช้ก็ช่างหยอกเย้าหลังจากนั้นก็เดินออกไปอย่างอาจหาญ ดึงมือโม่หลันเข้ามาคุยอย่างสนิทสนม

            โม่หลันเห็นสวี่เยียนยืนอยู่ไม่ไกลก็รู้ว่าไม่ใช่คนแปลกหน้าจึงคุยกับสาวใช้ของนางอย่างเป็นมิตรและเล่าเรื่องของโม่ฮว่าเหวินให้ฟังชื่นชมยกย่องเจ้านายของตนจนลอยไปถึงบนสวรรค์ ว่าเป็นบุรษที่มีความเที่ยงธรรมมีพรสวรรค์ความสามารถล้ำเลิศ มีความรักและอาลัยต่อฮูหยินอย่างลึกซึ้งรักบุตรสาวสุดหัวใจ ทั้งยังสุขุมคัมภีรภาพ สูงส่งสง่างามเป็นสุภาพบุรุษที่เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบ

            สวี่เยียนที่รออยู่ด้านข้างได้ยินเช่นนี้ก็ยิ่งบีบผ้าเช็ดหน้าแน่นก้มหน้างุด รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว หัวใจเต้นระรัว

            ขณะที่โม่หลันกลับมาถึงเรือนก็พบลั่วหมิงจูกำลังคุยเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวานกับโม่เสวี่ยถงอยู่จึงยังมิได้เข้าไปรายงาน ปล่อยม่านลงเดินกลับออกมา แล้วหมุนตัวเดินออกไปนอกเรือนไปกล่าวขอบคุณเหล่าไท่จวินแทนคุณหนูของตน

            “น้องหญิงหลังงานเลี้ยงเจ้าหายไปไหน ว่าจะกลับพร้อมกับเจ้าเสียหน่อยหันมาอีกทีก็ไม่เห็นเงาคนแล้ว” ลั่วหมิงจูยังติดใจเรื่องงานเลี้ยงชมบุปผา

            “พี่หญิงรองมิได้ร่วมงานเลี้ยงตอนค่ำหรือเจ้าคะ”เห็นลั่วหมิงจูมีท่าทางเป็นกังวล โม่เสวี่ยถงจึงคลี่ยิ้มอ่อนโยนแล้วเอ่ยถามตามที่นางรู้มา การคัดเลือกชายาเอกขององค์ชายคุณหนูจวนกั๋วกงทั้งสี่สกุลต้องอยู่ร่วมงานด้วยสกุลลั่วมีเพียงคุณหนูลั่วหมิงจูผู้นี้ แล้วนางจะกลับก่อนได้อย่างไร

            “ก็ต้องอยู่ร่วมน่ะสิเดิมทีคิดว่าเจ้าจะไปด้วยกัน พอไม่เห็นเจ้าจึงคิดว่าจะกลับแต่ได้รับพระราชเสาวนีย์ของฮองเฮาเสียก่อน ทีนี้อยากจะกลับก็กลับไม่ได้แล้วหากรู้ล่วงหน้าล่ะก็ ข้าหนีกลับมานานแล้ว” สีหน้าของลั่วหมิงจูเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้มหาได้รู้สึกยินดีที่ได้เข้าร่วมคัดเลือกเป็นชายาองค์ชายแม้แต่น้อย

            “งานเลี้ยงช่วงค่ำไม่สนุกหรือได้ยินว่ามีการแสดงความสามารถของเหล่าคุณหนูด้วย พี่หญิงรองแสดงอะไรล่ะ” โม่เสวี่ยถงกวาดมองท่าทางของลั่วหมิงจูปราดหนึ่งก็รู้ได้ว่านางไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดพี่สาวจึงดูโมโหโทโสเช่นนี้การคัดเลือกชายาองค์ชายเป็นสิ่งที่ทุกตระกูลต่างรู้อยู่แก่ใจการได้เข้าร่วมงานเลี้ยงช่วงค่ำ ถือเป็นการได้รับเกียรติสูงสุดไฉนลั่วหมิงจูจึงดูไม่พอใจเช่นนี้

            “สนุกกับผีน่ะสิ”ลั่วหมิงจูกล่าวอย่างหงุดหงิด แล้วก็ทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ใบหน้าพลันแดงก่ำ หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาออกแรงบิด เบ้ปากด้วยความโมโห “ข้าก็ดีดพิณ แต่พี่สาวเจ้ากลับทำตัวโดดเด่นเพลงพิณของนางเพลงเดียวดึงดูดความสนใจขององค์ชายทุกพระองค์ไปหมดเลย”

            โม่เสวี่ยหมิ่นย่อมไม่ปล่อยโอกาสแสดงความสามารถของตนเองอยู่แล้วเพียงแต่ความปรารถนายิ่งมากเท่าไร ความผิดหวังก็ยิ่งใหญ่เท่านั้นชาติก่อนเรื่องนี้ถูกท่านพ่อวางอุบายบังคับให้ปิดข่าวโม่เสวี่ยหมิ่นทำตัวเงียบหายไปแค่ไม่กี่วัน ต่อมาจึงยังคงรักษาชื่อเสียงของยอดพธูผู้มีชื่อเสียงดีงามเอาไว้ได้ชาตินี้โม่เสวี่ยหมิ่นพยายามเกาะเกี่ยวใช้นางเพื่อแสวงหาโอกาสทุกอย่างแต่ว่าชาตินี้คงไม่ได้ราบรื่นเช่นนั้นอีกต่อไป นางจะทำให้โม่เสวี่ยหมิ่นค่อยๆร่วงลงมาจากยอดเขาทีละน้อย... ทีละน้อย...

            “ไม่ว่าอย่างไรพี่หญิงใหญ่ก็ไม่อาจแย่งชิงความสนใจขององค์ชายทุกพระองค์ได้อยู่แล้วเอ... หรือว่าพี่หญิงรองหมายตาองค์ชายพระองค์ไหนไว้แล้วถูกพี่หญิงใหญ่มาแย่งชิงความโดดเด่นไปหนอ...”

            เห็นลั่วหมิงจูท่าทางอึดอัดใจโม่เสวี่ยถงจึงกล่าวหยอกเย้าเมื่อชาติก่อนพี่สาวลูกพี่ลูกน้องของนางผู้นี้ดูเหมือนว่าจะไม่ได้สมรสกับองค์ชายพระองค์ไหนคงไม่มีวาสนากับราชวงศ์กระมัง แต่ดูจากปฏิกิริยาของลั่วหมิงจูเห็นชัดว่ามีเป้าหมายเป็นของตนเองแล้ว

            “มีที่ไหนกันเล่าเจ้าอย่ามาพูดซี้ซั้วนะ นี่แหนะๆ” ลั่วหมิงจูถูกโม่เสวี่ยถงพูดจี้ใจดำหน้าแดงเถือกลุกขึ้นแล้วเข้ามาหยิกแก้มของน้องสาว

            ขณะที่กำลังหัวเราะกันอยู่โม่หลันเลิกม่านขึ้นเดินเข้ามาบอกว่าเหล่าไท่จวินเชิญคุณหนูทั้งสองคนออกไปทางวังหลวงส่งรางวัลพระราชทานมาให้คุณหนูทั้งสองออกไปรับ

            “มีของข้าด้วยหรือ”โม่เสวี่ยถงชี้ที่ตนเองด้วยสีหน้างุนงง แม้ใบหน้าจะแย้มยิ้มแต่ในใจเกิดความหวาดระแวง แม้แต่พระพักตร์ของฮองเฮานางยังไม่เคยเห็น ไฉนจึงมีของขวัญส่งมาให้นอกจากนี้พฤติกรรมของฮองเฮาในวันนั้นเห็นชัดว่าผิดปรกติแต่เวลาผ่านไปกลับไม่มีข่าวคราวใดออกมาเลย หรือตนเองจะคาดเดาผิดพลาด

            “กงกงผู้เป็นตัวแทนมอบของรางวัลพระราชทานกล่าวว่าเดิมทีจะส่งไปที่จวนโม่ แต่ได้ยินว่าคุณหนูอยู่ที่นี่ ก็ไม่ต้องเปลืองแรงไปอีกรอบจึงส่งมอบของรางวัลไว้ที่จวนฝู่กั๋วกงเลยครั้งที่แล้วแม้ผู้ที่ออกงานคือคุณหนูใหญ่แต่คุณหนูต่างหากที่เป็นธิดาภรรยาเอกของจวนโม่ดังนั้นของรางวัลพระราชทานจึงมอบให้แก่คุณหนู หน้าตาเกียรติยศถือเป็นของจวนโม่ไม่ว่าอย่างไรบุตรอนุภรรยาก็ไม่อาจเกินหน้าเกินตาบุตรภรรยาเอกได้ตอนนี้เหล่าไท่จวินกำลังต้อนรับขับสู้กงกงที่รับใช้ใกล้ชิดฮองเฮาผู้นั้นอย่างอบอุ่นอยู่ที่ห้องรับแขกและให้คุณหนูทั้งสองรีบออกไปขอบคุณในพระมหากรุณาธิคุณเจ้าค่ะ” โม่หลันอธิบายยาวเหยียดชัดเจนครบถ้วนกระบวนความ

             พอลั่วหมิงจูฟังโม่หลันเล่ายาวเหยียดก็หัวเราะคิกคักเมื่อนึกถึงว่าโม่เสวี่ยหมิ่นอุตส่าห์ลงแรงไปมากมายขนาดนั้นแต่สุดท้ายคนที่สบายกลับเป็นน้องสาวของนางก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันตาพูดกระเซ้าโม่เสวี่ยถง “น้องหญิง สาวใช้คนนี้ของเจ้าสุดยอดจริงๆเหมือนพูดถอดออกมาเปี๊ยบไม่มีตกหล่นแม้แต่คำเดียว”

            “พี่หญิงรองเข้าใจหยอกถงเอ๋อร์เล่นนะเจ้าคะแน่จริง... เอาสาวใช้ประจำตัวของพี่หญิงมาแลกกับโม่หลันไหมเล่า ดูๆไปสาวใช้คนนั้นก็ฉลาดไม่เบาตอนนี้เกรงว่าคงไปสืบถามเรื่องราวแทนพี่หญิงครบหมดแล้วกระมัง”

            ทันใดนั้นม่านประตูก็ถูกเลิกขึ้นอวี้เยี่ยนสาวใช้รุ่นใหญ่ของลั่วหมิงจูเดินหน้าบานเข้ามาอย่างกระตือรือร้นกำลังพูดถึง เจ้าตัวก็มา คนทั้งห้องจึงจับจ้องไปที่นางทำเอาเจ้าตัวหน้าแดงสีหน้างุนงง แต่ก็พยายามเก็บความรู้สึกไว้ในใจแล้วเดินเข้ามายืนอยู่ด้านหลังลั่วหมิงจูอย่างรวดเร็ว

            “ดูสิมีข่าวดีอะไรมารายงานคุณหนูรองแล้วใช่หรือไม่ ไม่คิดจะแบ่งปันให้พวกเรารู้บ้างหรือ”โม่เสวี่ยถงยิ้มตาหยีดึงโม่หลันมาช่วยกันจี้เอวให้ลั่วหมิงจูบอกสาวใช้ให้คายความลับออกมาลั่วหมิงจูหัวเราะจนหน้าแดง แต่ก็ไม่ยอมอ่อนข้อ หันไปจี้เอวโม่เสวี่ยถงบ้าง

            โม่เสวี่ยถงร่างเล็กบอบบางย่อมสู้แรงลั่วหมิงจูไม่ได้ประเดี๋ยวเดียวก็ทรุดฮวบในอ้อมแขนของลั่วหมิงจูยกธงขาวขอยอมแพ้ต่อไปไม่กล้าอีกแล้ว...

            เล่นสนุกกันอยู่ชั่วครู่แต่ก็รู้ว่าข้างนอกมีคนรออยู่ไม่อาจล่าช้า ต่างฝ่ายต่างก็ลุกขึ้นมาให้สาวใช้ปรนนิบัติจัดเสื้อผ้าที่ยับยุ่งให้เรียบร้อยแล้วพาสาวใช้ของตนเองไปยังเรือนของเหล่าไท่จวิน

            โม่เสวี่ยถงเดินตามอยู่ด้านหลังของลั่วหมิงจูสีหน้าของนางค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจัง ในใจรู้สึกกระสับกระส่ายเพราะเหตุใดฮองเฮาจึงนึกถึงนางที่เป็นเพียงบุตรสาวของขุนนางขั้นห้าและยังพระราชทานรางวัลมาให้ถึงจวนฝู่กั๋วกงในเวลาที่ผิดประหลาดเช่นนี้ผู้ที่ไปร่วมงานคือโม่เสวี่ยหมิ่น แต่ของขวัญกลับส่งมาให้นาง ทั้งสองคนคนหนึ่งบุตรภรรเอก คนหนึ่งบุตรอนุภรรยา ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ฮองเฮานำของรางวัลของบุตรอนุภรรยามาพระราชทานให้บุตรภรรยาเอกเยี่ยงนี้ได้

            นางย่อมไม่เชื่อว่าฮองเฮาทรงทำผิดพลาดหรือสับสนจึงมีพระราชเสาวนีย์เช่นนี้ในชาติภพที่แล้วชีวิตของนางไม่เคยมีส่วนใดทับซ้อน หรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับพระนางการที่ฮองเฮาผู้สูงศักดิ์ทรงคิดถึงนาง...

            หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับวันงานเลี้ยงชมบุปผาที่ฮองเฮาทรงเรียกเหล่าคุณหนูไปเข้าเฝ้า

            มือของนางค่อยๆหดกำลงหลวมๆ ภายใต้ชายเสื้อ

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828