นิยายแห่งการรำลึกถึงรักแท้ เพราะรักของฉัน.. คือเธอ เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๘
รู้ใจตน
วันนี้ เตโชมาเรียนตามปกติ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะนิ่งเงียบกว่าทุกวัน เตโชแทบไม่คุยหรือไม่ยิ้มแย้มกับเพื่อนคนใดเลย จนแนนที่นั่งเรียนข้างๆ กันก็แทบไม่กล้าชวนคุย แต่ถึงไม่ชวนคุย แนนก็ยังสดใสร่าเริงตามประสาคนมีความสุขที่ได้นั่งข้างๆคนที่เขาแอบชอบ
และวันนี้ ป้องก็ดูจะอยู่เงียบๆ และในมุมของตนมากกว่าทุกวัน เขาคงสำนึกผิดกระมัง หรือไม่ก็กลัวเพื่อนๆ จะด่าว่าเขาเื่ที่เขาเปลี่ยนแบบพาน ป้องจึงเลือกอยู่เงียบๆ ไปอย่างนี้ดีกว่า
จนพักเที่ยง สามเพื่อนรักก็ทะยอยไปโรงอาหารในเวลาที่เคยไป เวลาที่ผู้คนเริ่มบางตาอย่างที่เคยเป็ ที่นั่งก็เริ่มโล่งสบาย
แต่.. ไม่มีคนจองที่ไว้ให้!!
อย่างที่เคยเป็ เตโชรู้สึกแปลกๆ ในอก .. ก็หลายวันที่ผ่านมาไม้จะมานั่งจองที่รอเขาเสมอ ..
โชลงนั่งและบอกให้ทีกับแบงไปซื้ออาหารก่อนแล้วค่อยมาสลับสับเปลี่ยนกัน พอสองเพื่อนรักเดินไปซื้อข้าวเที่ยงแล้ว
โชก็นั่งมองพื้นที่ต่างๆ รอบตัวอยู่คนเดียว ..ทำไมวันนี้จึงรู้สึกเดียวดาย และแปลบๆ ในอกอย่างนี้ แล้วสายตาเตโชก็มองมาที่นั่งข้างตัวเขา ..ที่ที่ไม้เคยนั่งเคียงข้างๆ เขาตั้งหลายวัน
แต่วันนี้.. ที่ที่ไม้เคยนั่งมันว่างเปล่า!!
โชไม่เคยรู้สึกเลยว่า .. ที่นั่งข้างๆตนเองที่ว่างเปล่า .. จะทำให้เขารู้สึกเหงาได้ถึงขนาดนี้ .. จนถึงวันนี้
.. ในใจโชคิดถึงไม้ ..
หรือ.. ไม้จะเป็ ‘เพื่อน’กับเขาไม่ได้
นอกจากจะเป็...
แล้วโชก็ไม่กล้าคิดต่อว่าจะ.. อย่างไรดี?
..
เมื่อทีกับแบงถือจานอาหารและน้ำกลับมา โชก็ได้ไปซื้ออาหารของตนบ้าง แล้วทั้งสามก็ลงมือกินอาหารด้วยกัน
“ทีนี่เราต้องรีบกลับหอไปหาข้าวให้ไม้กินหรือเปล่าวะ มันจะได้กินยา” แบงถามเพื่อน
“ไม่ต้องหรอก มันบอกว่าวันนี้พี่มันจะมารับกลับบ้านั้แ่สายๆ ไม่ใช่เหรอ” ทีตอบแบงไป เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
“เออว่ะ” แบงตอบเพื่อน
“ป่านนี้.. คงกลับบ้านไปแล้วมั้ง?” ทีก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดี
“ไม้เป็ไรเหรอ?” เตโชถามขึ้น
“เป็ไข้นิดหน่อยน่ะ” ทีบอกเตโช
“ก็เมื่อวานน่ะสิ ไอ้ไม้มันไปนั่งตากฝนที่ม้าหินข้างที่จอดรถจักรยาน ไมรู้ทำไม? คง.. รอเจอมึงมั้ง” แบงก็พูดไปเรื่อย
แต่เตโชรู้สึกจริง!!
“ไม่ใช่หรอก” ทีตอบแบง แล้วหันมาหาโช “วันนี้มันมีไข้ตัวร้อน เลยมาเรียนไม่ได้ แค่นั้นเอง”
เตโชรู้สึกแน่นๆ ในอก .. จริงเหรอ? .. นี่!! .. ไม้นั่งตากฝนอยู่ที่ลานจอดจักรยานเหรอ? .. หรือเค้าไม่ได้เลือกกลับไปคบกับผู้หญิงคนนั้น?..
..
“โช” เสียงแนนดังขึ้น พร้อมกับที่ตัวเขานั่งลงข้างๆ เตโช
โชหันหน้าไปมองหน้าแนน และยิ้มเก้อๆ ก็เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับแนนนี่นา
“โชว่า .. แนนมีสิทธิ์เลือกจริงๆ เหรอ?” แนนถามโชตรงๆจากประเด็นที่โชเคยคุยกับแนนเมื่อวาน
แบงมองหน้าที งง งง ทีเลยแอบสะกิดแบงใต้โต๊ะ และบอกเตโช “พวกมึงคุยกันไปนะ กูไปห้องน้ำกะไอ้แบงก่อน” แล้วทีก็ลากแบงไปกะเขาด้วย
“แนน เรา งง” โชตอบแนนไป เขานึกไม่ออกว่าเคยคุยอะไรกับแนนไว้
“ก็ ที่โชบอกแนนว่า ..ไม่ว่าพานจะสวยหรือไม่สวย.. แนนก็ยังเลือกที่จะถืออยู่ดี .. ” แนนจริงจังขึ้น “แนนมีสิทธ์เลือกด้วยเหรอ ก็เพื่อนๆ เค้าเลือกให้แนนถือพานนี่นา”
โชเข้าใจแล้วว่าแนนคุยกับเขาเื่อะไร “คนเรามีสิทธิ์เลือกเสมอนะแนน อย่าง .. ที่แนนเลือกย้ายมานั่งข้างๆ เราได้เพราะชาญเลือกยอมให้แนน ถ้าชาญเลือกไม่ยอมเปลี่ยนที่นั่งให้ แนนก็ไม่ได้มานั่งข้างๆ เรา”
“เอ่อ.. อันนั้นแนนพอเข้าใจ” แนนยังไม่เข้าใจที่โชพูดอยู่ดี “แต่อย่างเื่ถือพาน เพื่อนๆ เลือกให้แนนถือ ั้แ่ก่อนทำพานอีก แนนจะรู้ได้ไงว่าพานจะสวยหรือไม่สวย”
โชถอนหายใจ “อันนั้นมี ๒ ประเด็นนะแนน”
แนนงงจนตาโต
“หนึ่ง ตอนที่เพื่อนเลือกให้แนนถือพาน แนนก็ยังมีสิทธิ์เลือกนะ ว่าจะถือหรือไม่ถือ ไม่ใช่ว่า..พอถูกเลือกแล้ว เราจะไม่มีสิทธิ์เลือกหรือปฏิเสธ”
“จริงเหรอ?” แนนคิดตามที่โชพูด
“แต่การที่แนนนิ่งก็เท่ากับแนนยอมรับว่าจะถือพาน”
แนนคิดตาม พยักหน้าตามที่คิดออก “แล้วประเด็นที่สองล่ะ”
“สอง เมื่อเปลี่ยนแบบพาน แนนก็ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าแบบที่ป้องคุยกะเพื่อนๆ เป็อย่างไร แต่แนนก็เลือกนิ่งเฉย ก็เท่ากับแนนยอมรับแบบพานของป้อง เราจึงบอกแนนว่า แนนเป็คนเลือก”
แนนเข้าใจประโยคทั้งหมดที่เตโชพูดก็ตอนนี้เอง เขายิ้มให้เตโช “ถ้าแนนอยู่กะเตโชมากกว่านี้ แนนคงคิดได้ก่อนหน้านี้”
เตโชยิ้มให้เพื่อนเก้อๆ
.. ที่ผ่านมา .. แนนแค่ทำนิดหน่อย ..แล้วก็นิ่งเฉย .. ปล่อยให้เวลาทำงาน .. ซึ่งก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น .. ทีนี้..ถ้าแนนอยากจะสนิทกับเตโชให้ได้ .. แนนก็ต้องชัดเจนกว่าที่ผ่านมา
ตลอดเย็นและคืนวันศุกร์ ตลอดจนวันเสาร์อีกทั้งวัน เตโชเลือกที่จะอยู่คนเดียวเพื่อจัดสรรใจให้ไม้ไปอยู่ในโหมด ‘เพื่อน’ เหมือนอย่างที่เขาเคยจัดสรรให้นพคุณไปอยู่ส่วนนั้น
แต่มันยากเย็นเหลือเกิน !!
ทำไมจึงยากลำบากขนาดนี้?
เตโชถามใจตนเอง เขาเพิ่งรู้จักและคุ้นเคยกับไม้เพียงไม่กี่วันเอง ไม่ได้สนิทสนมกันเป็แรมเดือนเหมือนนพคุณเมื่อสองปีก่อนนี่
ทุกครั้งที่บอกใจให้เปลี่ยนโหมดเป็เพื่อน
..ภาพที่ไม้ยิ้มแย้มกับเตโชกับผุดขึ้นมาในความทรงจำ ..
..ภาพในจินตนาการที่โชรู้สึก ก็ปรากฏชัด ..โชเห็นไม้นั่งตากฝนอยู่ที่ม้าหินอ่อนข้างๆ ลานจอดจักรยาน ..น้ำฝนโปรยปรายผ่านใบหน้าของไม้ .. ใบหน้าที่มุ่งมั่นที่จะรอพบโชจริงๆ ..
..ภาพการสนทนาที่เคยพูดคุยกันระหว่างกินอาหารเย็นในร้านต่างๆ แทรกขึ้นมาในความทรงจำ..
..“โชเรียนละครกับไม้นะ” .. ทั้งน้ำเสียงและสายตา สื่อสารเข้าไปถึงใจเตโช
.. “โชไม่กล้า โชกลัวตัวเองทำไม่ได้” ..
.. “เชื่อใจตัวเอง เชื่อใจไม้นะเราจะก้าวผ่านทุกอย่างไปด้วยกัน” .. ทุกอย่างมาพร้อมกับรอยยิ้ม รอยยิ้มที่เตโชชื่นชอบ
โชนอนมองเพดานห้องตนเอง .. จริงๆตอนนี้ก็แค่สองวันเอง ที่ไม่ได้เห็นหน้าไม้ .. ทำไมมันจึงอยากพอเจอ ..อยากเห็นหน้าขนาดนี้ .. ไม่ได้ห่างไกลกันซะหน่อย
พอคิดถึงตรงนี้ โชก็นึกถึงเพลง ‘ห่างไกล’ ของวงแมคอินทอช เพลงที่เคยประกอบละครเื่‘เธอกับฉัน’ นิดอรพรรณแสดงคู่กับทนงศักดิ์ได้อย่างน่ารักน่าชังที่สุด เขาไม่ได้ฟังเพลงนี้มานานพอควรแล้ว
โชเลือกม้วนเทปและเปิดเพลงห่างไกลฟัง
ดนตรีดังขึ้นอย่างเนิบช้า ..
....... ยามเธอห่างไกล ใจคิดถึงเธอ
......... โธ่เธอรู้บ้างไหม ฉันร้องไห้เสียน้ำตา .. เพื่อเธอ
เตโชนั่งฟังเพลงนิ่งอยู่อย่างนั้นตัวเขาอิงกับพนักพิงเก้าอี้ที่วางชิดกรอบหน้าต่าง .. สายลมเย็นจากภายนอกพัดมาอย่างแ่เบา ลูบไล้ผิวหน้าเตโชอย่างอ่อนโยน
....... คืนนี้ช่างเหงา เปลี่ยวเปล่าทุกข์ระทม
......... โอ้รักฉันขื่นชม ฉันตรอมตรมเพราะว่าเธอ.. ห่างไกล
น้ำเสียงของ.. ‘อู๋อรรถพล’ บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกเตโช ... น้ำตาเขารินไหล ทั้งจากความสับสน ..ความไม่เข้าใจ .. และอีกสารพัดอารมณ์ .. ที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจ
....... วอนเธอกลับมา ชีวาฉันมืดมน
......... จิตใจฉันสับสน ฉันยอมทนเพราะว่ารัก .. แต่เธอ
เสียงดนตรีที่เนิบช้า .. ลีลาที่หน่วงความรู้สึก.. จบลง เตโชกดปิดเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ท.. ตอนนี้ .. เขาหาคำตอบให้กับตัวเองได้บางอย่างแล้ว ..
เตโชรู้ใจตนชัดๆ แล้วว่า .. เขารักไม้!!
และ.. น่าจะ ‘รัก’ มากกว่าที่เขาเคยรักใครมาก่อน .. ก็.. แค่ห่างกันวันสองวัน ..ใจของโชยังทรมานได้ขนาดนี้ ..
แต่.. โชจะจัดการอย่างไรกับรักครั้งนี้ ..ก็ไม้เป็ผู้ชาย .. ผู้ชายที่ชอบผู้หญิง .. หาก.. หลายวันที่ผ่านมาที่เขามาสนิทสนมด้วย .. อาจจะเพราะไม้กำลังเคว้ง กำลังหาที่พักพิงหัวใจ
หาก.. ไม้มีใจให้โชจริงๆ ..รักนี้จะเป็ไปได้แค่ไหน .. จะนิรันดร์หรือไม่ .. หรือเพียงแค่ชั่วคราว ..เมื่อใจเขาเข้มแข็งพอที่จะรักผู้หญิงอีกครั้ง .. ไม้อาจจะจากไป ..
โชคิดฟุ้งซ่านไปต่างๆ นานา แต่ก็ไม่มีคำตอบที่ดีให้กับความรู้สึกตนเอง จนเผลอหลับไป
..
สายๆ วันอาทิตย์ โชพยายามรวมสติทำรายงาน ทำการบ้านต่างๆ แต่คงเพราะเมื่อคืนเขาคิดฟุ้งไปไกล วันนี้จึงไม่ค่อยสดใสนัก โชขนงานต่างๆ ใส่กระเป๋า แล้วปั่นจักรยานไปหาทีกับแบง อย่างน้อยมีเพื่อนช่วยคิดช่วยทำ น่าจะดีกว่าทำอยู่คนเดียว
ที แบง และโชช่วยกันทำการบ้านและรายงานกันพักใหญ่ บ่ายเศษๆ ทุกอย่างก็เสร็จสิ้น เพื่อนๆ ของทีกับแบงที่อยู่หอพักเดียวกัน ทะยอยเข้ามาในห้องของทีกับแบงทีละคนสองคน เพื่อฟังและเล่นดนตรีกับทั้งสอง จนในห้องวุ่นวายไปหมด
“ดูมึงเหนื่อยๆ นะโช” แบงมองเห็นความเหนื่อยล้าบนใบหน้าเพื่อน
เตโชยิ้มง่วงๆ ให้แบง
“เอางี้.. มึงไปนอนพักที่ห้องเพื่อนกูก่อนไปเย็นๆ ค่อยกลับห้อง” แล้วแบงก็หยิบกุญแจห้องพักส่งให้
เตโชรับกุญแจมาทั้งพวง มีหมายเลขห้องบอกชัดเจน “ขอบใจนะแบง”
“เออ เออ เย็นๆ ถ้ามึงไม่ตื่นเดี๋ยวกูไปปลุก” แบงบอกเพื่อน
เตโชออกจากห้องของทีและแบง แล้วเดินไปตามทางเดิน ไม่นานก็พบหมายเลขห้องที่้า เขาไขกุญแจเข้าไป ในห้องนั้นมีเตียงเดียว เตโชเปิดพัดลม แล้วนอนลงบนเตียงนั่น ไม่นานเขาก็หลับสนิท
โดยที่เตโชไม่ได้สังเกตเลยว่า..นั่นคือห้องพักของไม้
จบตอนที่ ๘