ณ ตำหนักเหมันต์อันรุ่งโรจน์ ราชสำนักฝ่ายใน
ท่ามกลางหิมะโปรยปรายภายนอก ภายในตำหนักกลับอบอวลด้วยกลิ่นกำยานไม้กฤษณาที่ปรุงขึ้นเป็พิเศษ องค์หญิงใหญ่ ประทับนิ่งอยู่บนตั่งไม้แกะสลักลวดลายเมฆา ท่วงท่าของพระนางสง่างามดุจรูปปั้นหยก แววตาที่เรียบเฉยทว่าคมปลาบดุจน้ำแข็งใต้บ่อน้ำลึกจ้องมอง ผู้าุโซือหม่า ที่หมอบกราบอยู่แทบเท้าด้วยความสงบ
ความเงียบในตำหนักนั้นกดดันเสียจนผู้าุโซือหม่าััได้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของตนเอง ทั้งราชสำนักต่างรู้ซึ้งถึงความจริงที่น่าเกรงขามประการหนึ่ง หากพระนางเป็บุรุษ ตำแหน่งองค์รัชทายาทคงไม่มีทางหลุดมือไปสู่ผู้อื่นได้ ทว่าองค์หญิงใหญ่กลับไม่ได้แสดงท่าทีเสียดายหรือยึดติดในบัลลังก์ทองนั้นแม้แต่น้อย สำหรับพระนาง... อำนาจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การประทับบนที่สูงเพื่อให้คนกราบไหว้ แต่อยู่ที่การเป็ผู้ถือสายป่านที่มองไม่เห็นอยู่หลังม่าน
ไม่ว่าศึกชิงบัลลังก์ระหว่าง องค์รัชทายาทผู้เป็น้องชาย กับ องค์ชายสามบุตรสนม จะลงเอยด้วยชัยชนะของใคร พระนางย่อมเตรียมหมากที่เป็ "หลักประกัน" ไว้เสมอ เพื่อให้ตนเองยังคงยืนหยัดได้อย่างมั่นคงไม่ว่าแผ่นดินจะเปลี่ยนสีไปทางใด
"ท่านผู้าุโซือหม่า..." สุรเสียงของพระนางแ่เบาแต่กังวานและชัดถ้อยชัดคำ "ท่านเดินทางไกลมาถึงเมืองหลวงด้วยตนเอง เพียงเพื่อจะบอกข้าเื่ 'ก้อนไขมัน' ที่ใช้ทำความสะอาดร่างกายชิ้นนี้งั้นรึ?"
"หามิได้พะยะค่ะองค์หญิงใหญ่" ผู้าุโซือหม่าประคองถาดที่วาง 'โอสถชำระล้าง' เกรดพรีเมียมไว้เหนือศีรษะ "สิ่งนี้คือหมากสำคัญที่เ้าเมืองหลินส่งมาถวายพะยะค่ะ มันคืออาวุธทางการค้าที่จะทำให้ราชสำนักฝ่ายในกุมอำนาจเหนือตระกูลโอวหยางอย่างเบ็ดเสร็จ ขุมทรัพย์มหาศาลจะไหลเข้าสู่คลังส่วนพระองค์โดยไม่มีใครกล้าคัดค้าน"
องค์หญิงใหญ่ทรงเอื้อมพระหัตถ์หยิบสบู่ก้อนนั้นขึ้นมาพิจารณา พระนางมองทะลุไปถึงศักยภาพของมันในฐานะ "หลักประกัน" ชิ้นใหม่
"เ้าเมืองหลินมองการณ์ไกล... เขารู้ว่าข้าไม่สนบัลลังก์ แต่ข้าสนความมั่นคง" พระนางยกยิ้มเ็าที่มุมปาก "หากสบู่ชิ้นนี้สามารถกุมหัวใจคนทั้งฝ่ายในและกลายเป็เสาหลักของเศรษฐกิจมณฑลได้ มันย่อมเป็เกราะคุ้มกันที่แข็งแกร่งกว่ากองทหารนับหมื่น ส่วนเ้าหนุ่มที่ชื่อ 'ฉางตง' หากเขาสามารถสร้างสิ่งที่เปลี่ยนโลกได้จริง เขาก็คือตัวหมากที่ข้าจะปล่อยให้ใครแตะต้องไม่ได้"
พระนางวางสบู่ลงบนถาดตามเดิม "บอกเ้าเมืองหลิน... ข้าจะรับเื่ 'หุ้นส่วนหลวง' ไว้พิจารณา ข้าจะแสดงให้พวกเขารู้เองว่า... ต่อให้ใครจะได้นั่งบัลลังก์ แต่ตราบใดที่ข้ายังคุมลมหายใจของเศรษฐกิจฝ่ายใน พวกเขาเ่าั้ก็ยังต้องเกรงใจข้าอยู่ดี"
ฉาก ณ ศาลาริมน้ำ จวนเ้าเมืองหลิน
ในขณะที่พายุการเมืองกำลังเริ่มก่อตัวในเมืองหลวง บรรยากาศในจวนเ้าเมืองหลินกลับดูสงบนิ่งอย่างประหลาด คุณหนูหลิน นั่งนิ่งอยู่หน้ากระดานหมากรุก แววตาของเธอดูเลื่อนลอย หมากในมือยังไม่ถูกวางลงเป็เวลานานแล้ว ภาพเหตุการณ์การต่อสู้ที่เคยเกิดขึ้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอราวกับปีศาจที่ตามหลอกหลอน ความสับสนนี้รบกวนจิตใจจนแม้แต่การเดินหมากที่เคยเฉียบคมก็ดูสะเปะสะปะ จนกระทั่งเสียงฝีเท้าที่มั่นคงก้าวเข้ามาใกล้
"เ้ากำลังหลงทางในกระดานของตัวเองนะ หลินเอ๋อ"
อาจารย์มู่ ผู้เฒ่าเ้าปัญญาและที่ปรึกษาพิชัยยุทธ์คู่ใจท่านเ้าเมืองหลิน เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก ท่านคือมันสมองผู้วางกลยุทธ์เื้ัความสงบสุขของมณฑลนี้
"อาจารย์มู่..." คุณหนูหลินก้มหัวทำความเคารพเล็กน้อย "ข้าเพียงแค่... คิดเื่ผลประโยชน์ของสบู่หลวงมากไปหน่อยเ้าค่ะ"
"โกหกไม่เนียนเลยนะ" อาจารย์มู่พูดยิ้มๆ พลางหยิบหมากดำวางลงบนจุดตายของกระดานเพื่อเตือนสติ "เ้าไม่ได้คิดเื่สบู่ แต่เ้ากำลังคิดเื่ 'คนทำสบู่' ต่างหาก แววตาของเ้ามีความคลางแคลงใจในสิ่งที่ตัวเองเคยเชื่อมั่น... ความคลางแคลงที่แม้แต่วิชากระบี่อันสูงส่งของ ผู้าุโไป๋ ก็ยังหาคำตอบให้เ้าไม่ได้ใช่ไหม?"
คุณหนูหลินนิ่งเงียบไป ผู้าุโไป๋แห่งสำนักไท่ซวนคืออาจารย์ผู้สอนวิชายุทธ์ให้เธอ ท่านสอนเสมอว่าลมปราณคือรากฐานของทุกสรรพสิ่ง แต่สิ่งที่ชายผู้นั้นแสดงออกมามันขัดต่อหลักการนั้นอย่างสิ้นเชิง "อาจารย์มู่เ้าคะ... เป็ไปได้ไหมที่คนไร้ลมปราณจะเอาชนะยอดฝีมือได้?"
อาจารย์มู่ลูบเคราสีขาวช้าๆ "หลินเอ๋อ... เ้าเคยสงสัยไหมว่า เหตุใดราชสำนักถึงยังคงตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคง ทั้งที่มี 5 สำนักใหญ่ที่เต็มไปด้วยยอดฝีมือระดับถล่มปฐีตั้งตระหง่านอยู่ทั่วแผ่นดิน?"
คุณหนูหลินนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบ "เพราะกฎหมายที่เข้มงวด และความเชื่อถือศรัทธาของเหล่าราษฎรที่มีต่อโอรส์เ้าค่ะ"
"ตอบได้ดี... แต่ไม่ถูกต้องซะทีเดียว" อาจารย์มู่แค่นหัวเราะเบาๆ "เหตุผลที่ 5 สำนักใหญ่ไม่อาจตั้งตนเป็ศัตรูของราชสำนักได้โดยตรง ไม่ใช่เพราะกฎหมายที่เขียนบนกระดาษ แต่เพราะ 'กองทัพ' ต่างหาก"
"กองทัพหรือเ้าคะ? แต่ยอดฝีมือระดับแก่นปราณเพียงคนเดียว ก็สามารถสังหารทหารเลวได้นับร้อยในพริบตา..."
"ถูกต้อง... หนึ่งต่อร้อยเ้าย่อมชนะ" อาจารย์มู่ขัดขึ้น "แต่ถ้าเป็หนึ่งต่อหมื่นล่ะ? ต่อให้เ้าจะกลายเป็ยอดฝีมือระดับมหาบรรพตหรือมหมรรคาผู้ยิ่งใหญ่ แต่เ้าจะปกป้องคนในสำนักจากธนูไฟนับพันดอกที่ระดมยิงเข้ามา หรือตั้งรับการบุกทะลวงของทหารม้าเหล็กนับหมื่นที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันโดยไม่หยุดพักได้รึ? ไม่ว่าเก่งกาจเพียงใด กำลังกายย่อมมีวันสิ้นสุด"
"นั่นแหละคือคำตอบ ราชสำนักครองแผ่นดินด้วย 'ระบบ' และ 'จำนวน' ซึ่งเป็สิ่งที่วิชายุทธ์ส่วนตัวไม่อาจเทียบได้... และสิ่งที่ข้าเห็นในตัว ท่านฉางตง ไม่ใช่แค่เพียงท่าร่างที่ประหลาด แต่ข้าเห็น 'ระบบ' บางอย่างที่เขากำลังสร้างขึ้นมาเพื่อชดเชยสิ่งที่เขามีไม่เท่าคนอื่น อย่างไรเสียเื่บางเื่ก็จำเป็ต้องใช้เวลาเพื่อเรียนรู้ และในบางมันก็จะช่วยตอบคำถามเราได้อีกมาก ไฉนเ้าถึงต้องกังวลและมัวแต่คิดถึงในสิ่งที่ตนไม่เข้าใจ"
คุณหนูหลินมองหมากดำที่อาจารย์มู่วางทิ้งไว้บนกระดาน มันคือหมากที่พลิกสถานการณ์โดยสิ้นเชิง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความสับสนเริ่มเปลี่ยนเป็ความเด็ดเดี่ยว "ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ... อย่างไรเสียในอีก 1 ปี ในงานประลองเยาวชนที่จะถึงนี้ ก็มีคำตอบเตรียมไว้อยู่แล้ว"
อาจารย์มู่มองศิษย์สาวด้วยแววตาพึงพอใจ ก่อนจะกวาดสายตามองไปที่กระดานหมากรุกที่บัดนี้เต็มไปด้วยตัวหมากที่วางซ้อนทับและคานอำนาจกันอย่างหนาแน่น เขาหยิบตัวหมากขึ้นมาไล่เรียงพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง
"หลินเอ๋อ... ยุทธภพและราชสำนักในตอนนี้ ไม่ต่างจากกระดานหมากที่กำลังเดือดพล่าน เ้าดูนี่... ตระกูลหยวน กุมบังเหียนทหารทั่วหล้าในกระทรวงกลาโหม, ตระกูลซือหม่า วางรากฐานการเกษตรและบริหารท้องถิ่นจนเป็เส้นเืใหญ่, ตระกูลโอวหยาง คุมถุงเงินมหาศาลของกระทรวงคลัง, ตระกูลเกา คอยจ้องจับผิดผ่านกรมตรวจสอบและวินัย และ ตระกูลกู้ ที่ถือครองโฉนดที่ดินและระบบภาษีจนราษฎรขยับตัวลำบาก"
เขาวางหมากห้าตัวล้อมรอบหมากัทองไว้ "นี่ยังไม่นับรวมราชวงศ์ที่ดูสงบนิ่ง แต่ภายใต้ผิวน้ำกลับมีการเตรียมการสำหรับศึกชิงรัชทายาทที่อาจะเิขึ้นได้ทุกเมื่อ และเหนือสิ่งอื่นใด... 4 สำนักยุทธใหญ่ที่เป็ดั่งเสาหลักค้ำจุนอาณาจักร ทั้ง สำนักไท่ซวน, สำนักเบญจหมื่นลักษณ์, อารามเสมียนคง และ สำนักกระบี่์... พวกเขาเหล่านี้คือั์ใหญ่ที่หลับใหลอยู่บนยอดเขา"
อาจารย์มู่หมุนตัวเดินจากไป แต่ทิ้งหมากสีดำประหลาดก้อนหนึ่งไว้ในจุดที่ไม่เกี่ยวข้องกับใครบนกระดาน
"คนเหล่านี้ล้วนมีวิชายุทธ์และอำนาจเก่าแก่คอยหนุนหลัง... แต่เ้าหนุ่มฉางตงไม่ต่างจาก 'หมากนอกสายตา' ยากที่จะรู้ว่าจะนำพากระดานนี้ไปทางไหน"