คนสวยอยู่แล้วไม่จำเป็ต้องแต่งหน้า ที่ต้องอาศัยแต่งหน้านั้นสวยไม่จริง
พูดถึงแต่งหน้า จื่อเหยียนก็อารมณ์ขึ้น “คุณยังจะมีหน้ามาพูด ปกติฉันก็แต่งหน้าบางๆ แถมเครื่องสำอางที่ใช้ส่วนใหญ่ก็เป็ของนำเข้า ถือดีอะไรไม่ให้เิเิหอมแก้มฉัน? คุณหมายความว่าไง?”
จางฮ่านส่ายหน้า ี้เีเถียงด้วย “กินข้าวๆ กินเสร็จจะได้ไปเล่นบนเขาต่อ”
“หึ”
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ แบ่งพื้นที่เป็สองส่วน ส่วนหนึ่งคือโลกใต้ทะเล อีกส่วนเป็สวนสนุก้าเขา ทั้งสามคนนั่งกระเช้าไปจนถึงยอดเขา เที่ยวเล่นกันตลอดทั้งบ่าย
ฟ้าค่อยๆ มืดลงเรื่อยๆ ทั้งสามคนก็พากันกลับออกมาจากพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
“มาอยู่เซียงเจียงก็มีรถใช้ ดูเหมือนว่าชีวิตคุณจะไม่ได้แย่อย่างที่ฉันคิดนะ” จื่อเหยียนพึมพำ
“รถนี่ผมเช่ามาต่างหาก” จางฮ่านตอบ “ผมไปส่งคุณกลับบ้านก็แล้วกัน”
“ไร้สาระ ถ้าคุณไม่ไปส่ง จะให้ฉันสองแม่ลูกโบกรถกลับไปเองหรือไงห๊า?” จื่อเหยียนพูดประชด
“ผมหมายถึงผมส่งคุณกลับบ้าน ส่วนเิเิจะไปกับผม” จางฮ่านอธิบาย
“คุณหมายความว่ายังไง?”
“งานคุณยุ่ง ไม่มีเวลาดูแลเิเิ” จางฮ่านคิดก่อนจะพูดต่อ “ผมหมายถึงเิเิ ให้ผมดูแลแทนก่อนได้ คุณมีเวลาคุณค่อยมาหาเธอ”
“ดีเลยๆ จะได้อยู่กับป๊ะป๋าแล้ว” ยังไงเธอก็ชอบอยู่กับป๊ะป๋ามากกว่าแม่บ้านหวางเจวียน
“ไม่ได้” จื่อเหยียนปฏิเสธทันที
“ทำไมไม่ได้ล่ะ” จางฮ่านทักขึ้น
“เิเิเป็ลูกของฉัน” จื่อเหยียนไม่ยอมถอยให้แม้แต่ก้าวเดียว
จางฮ่านเห็นท่าทางจงอางหวงไข่ก็พลันหัวเราะ พูดอย่างอ่อนโยน “ผมไม่ได้จะแย่งเิเิไปจากคุณซะหน่อย เิเิยังไงก็เป็ลูกคุณอยู่วันยังค่ำ ผมแค่อยากทำอาหารให้เธอ ให้เธอได้มีพัฒนาการที่ดีเติบโตสมวัยก็เท่านั้นเอง ทุกอย่างผมก็เตรียมการไว้ใกล้จะเสร็จหมดแล้ว”
“คุณแม่ พวกเราอยู่กับป๊ะป๋าไม่ดีเหรอ” เิเิได้ทีก็รีบอ้อนจื่อเหยียน
“แค่ทำอาหารให้กินแค่นั้นจริงรึ?” จื่อเหยียนถามย้ำ
พอเห็นอาการเิเิ เธอก็เริ่มแสดงท่าทางลังเล
เธอมีเวลาไม่มาก ไม่มีเวลาคอยดูแลเิเิ ไหนต้องจะต้องถ่ายทำ mv (มิวสิควิดีโอ) เร็วๆ นี้ ไม่แน่อาจจะต้องไปที่อื่นที่ไกลจากเซียงเจียง
เธอคิดว่ายังไงจางฮ่านก็ดูแลเิเิได้ดีกว่าหวางเจวียน เพียงแต่กลัวว่าเิเิจะติดจางฮ่านแจ จนไม่อยากกลับมาอยู่กับเธอ
“อือ” จางฮ่านรับคำ
“ไม่ใช่สิ” จื่อเหยียนแวบความคิดขึ้นมา “คุณหลอกฉัน อาหารใครๆ ก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ”
“ผมเคยโกหกั้แ่เมื่อไหร่?” จางฮ่านสับสน
แต่เล็กจนโตเขาไม่เคยพูดโกหก คิดยังไงก็พูดออกไปอย่างนั้น
คำพูดต่อมาของจื่อเหยียนทำให้เขาหัวเราะจนท้องแข็ง
“ครั้งก่อนที่คุณหลอกเิเิจะไปสร้างดินแดนในฝัน นั่นไม่เรียกโกหก? มาตอนนี้คุณมาบอกว่าจะทำอาหารให้เิเิได้รับสารอาหารเต็มที่ ป้าเจวียน ทำอาหารไม่ดียังไง?” จื่อเหยียนเสียดสี
“ป๊ะป๋าโกหกเหรอ? ไม่มีดินแดนในฝันเหรอ?” เิเิจ้องตาปริบๆ ท่าทางเหมือนจะปล่อยโฮ
“มีสิ พ่อจะหลอกหนูได้ยังไง ถ้าไม่เชื่อพ่อพาหนูไปดูตอนนี้เลยดีหรือเปล่า?” จางฮ่านรีบปลอบ หันไปมองจื่อเหยียนเคืองๆ
“จริงเหรอ?” เิเิ เปลี่ยนท่าทีทันที
“จริงสิ เดี๋ยวจะพาไปดูให้เห็นกับตาเดี๋ยวนี้แหละ” จางฮ่านตอบ
“ดีจังเลยๆ ” เิเิ ลิงโลดะโโลดเต้น
จื่อเหยียนยังไม่หายสงสัย
ตานี่พูดท่าทางมั่นอกมั่นใจ หรือโลกในฝันจะมีจริงๆ? เมื่อเห็นจางฮ่านขับไปทางอ่าวจันทรา เธอก็รู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ
“นี่คุณจะพาฉันไปไหน?” จื่อเหยียนทนเงียบต่อไปไม่ไหว
“ก็ไปดินแดนในฝันไงล่ะ” เิเิชิงตอบ
“หึ ๆ ๆ ” จางฮ่านหัวเราะ “เดี๋ยวพอไปถึงคุณก็รู้เองแหละ”
“เชอะ ทำมีลับลมคมใน”
ยี่สิบนาทีต่อมา รถก็มาจอดที่ตีนเขาจันทรา
“มาถึงแล้ว ลงจากรถสิ” จางฮ่านบอก
“ไม่ใช่มั้ง? คุณพาฉันขับรถมาตั้งไกล มาที่ที่ไม่มีแม้แต่นกบินผ่านนี่นะ?” จื่อเหยียนถลึงตา
“ไปถึงก็รู้เองแหละ”
จื่อเหยียนได้แต่อุ้มเิเิเดินตามไปในป่าทึบ ความมืดทำให้เธออดกลัวไม่ได้
“พวกเราจะไปที่ไหนกัน?” จื่อเหยียนถาม
“ขึ้นเขา” จางฮ่านตอบสั้นๆ
“ขึ้นเขาๆ ” เิเิ ตื่นเต้นน่าดู แต่ก็กลัวความมืด “ป๊ะป๋า มืดจังเลยหนูกลัว”
“กอดพ่อไว้ หนูก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว” จางฮ่านรับเิเิเอามาอุ้ม
จื่อเหยียนเองก็เริ่มเมื่อยแขนแล้ว จึงส่งเิเิให้จางฮ่านรับ่ต่อ
“ป๊ะป๋าเรียกอะไรออกมาเล่นเป็เพื่อนเิเิดีมั้ย?” จางฮ่านถาม
“ดีๆ เล่นอะไรเหรอ” เิเิถามอย่างน่ารัก
จื่อเหยียนเองก็ไม่เข้าใจที่จางฮ่านพูดซักเท่าไหร่ เห็นแต่จางฮ่านเดินออกไปด้านหน้า ะโ “เ้าดำ”
“โบร๋วๆ ...”
เสียงหมาหอนดังมาจากบนเขา
“หมา?” จื่อเหยียนทำท่าฉงน
ไม่ถึงสองนาทีเ้าดำก็โผล่มาอยู่ตรงหน้า
จื่อเหยียนพอเห็นหมาร่างั์ก็ใตาแทบจะหลุดออกจากเบ้า “ว๊าย..” เิเิ ได้ยินก็ร้องตาม “ว๊าย”
“เอ๋ง...”
เ้าหมาที่วิ่งมาแต่ไกลก็หยุดทันที ท่าทางน้อยใจ ถ้ามันพูดได้คงจะพูดออกมาว่า
“เป็บ้าหรือไง อุตส่าห์วิ่งมารับตั้งไกล ส่งเสียงโหวกเหวกทำเอาหมาตกอกใ”
“นี่มันหมาอะไร?” จื่อเหยียนเกาะแขนจางฮ่านแน่น
“าาแห่งหมาไง” จางฮ่านตอบเบาๆ
“าาแห่งหมา?”
“ว๊าว สวย เป็หมาที่สวยจังเลย หนูลูบหัวมันได้มั้ยคะป๊ะป๋า” เิเิถาม
“ได้สิ ลูบเลย” จางฮ่านย่อตัวลงมาให้เ้าหญิงน้อยได้เล่นกับเ้าดำ
เ้าดำเห็นก็เดินกระดิกหางเข้ามาด้วยความเต็มใจ
“เิเิอย่าไปจับมันนะ” เสียงจื่อเหยียนดังขึ้น “ไม่รู้ว่ามันกัดคนหรือเปล่า แถมในตัวหมามีแต่เชื้อโรค อย่าไปเล่นกับมันนะ”
“ไม่เป็ไร” จางฮ่านหัวเราะ “มันชื่อเ้าดำ ดื่มน้ำที่ผมให้พวกคุณดื่มมาเหมือนกัน ไม่มีเชื้อโรคหรอก กลิ่นตัวกลิ่นปากมันยังไม่มีเลย สบายใจได้ จื่อเหยียนคุณก็เล่นกับมันได้นะ”
“คุณกุเื่อีกแล้ว โลกนี้จะมีหมาแบบนี้ที่ไหนกัน”
จื่อเหยียนพูดประชด ทำท่าทำทางน่ารักโดยที่ไม่รู้ตัว
“ผมจะหลอกคุณทำไมกัน?” จางฮ่านพูดอย่างจนใจ
“ฉันจะเชื่อคุณสักครั้งก็แล้วกัน” จื่อเหยียนยื่นมือไปลูบหัวเ้าดำเบาๆ ขนของมันทั้งนุ่มทั้งลื่น ยังกับหมาในโฆษณาแชมพูอาบน้ำหมา
“เอาล่ะ พวกเราขึ้นไปบนเขากันได้แล้ว เ้าดำนำทางไปหน่อย” จางฮ่านพูด
ได้ยินคำสั่ง เ้าดำก็เดินนำทางขึ้นไป
ด้านในนั้นไม่มืดอย่างด้านนอก แสงจันทร์ส่องสว่างจนเห็นอะไรได้ชัดเจน
เดินมาได้ห้านาทีก็มาถึง จื่อเหยียนกับเิเิเป็แขกชุดแรกที่เข้ามา
“ว้าว สวยอะไรขนาดนี้” จื่อเหยียนตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ถ้าเป็ตอนกลางวันเธอคงตะลึงมากกว่านี้
“ว้าว สวยอะไรขนาดนี้” เิเิ พูดตามจื่อเหยียน เ้าหญิงน้อยหันไปเห็นต้นเหลยหยาง ต้นไม้ต้นใหญ่ที่ตั้งสูงตระหง่าน ก็เอ่ยถาม
“ป๊ะป๋าๆ นั่นต้นอะไรใหญ่เบ้อเริ่มเลย” เิเิ ชี้ไปที่ต้นเหลยหยาง
“เอ๋?” จื่อเหยียนมองตามไป อดนึกสงสัยไม่ได้เลยเอ่ยถาม “นี่มันต้นอะไร? ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”
จบตอน