ชะงักไปสักครู่ สาวน้อยเหมือนพรายสาวก็บอกกับตู้เซ่าฝู่ว่า“ตราประทับนี้แปลกมาก พละกำลังของข้าในตอนนี้ ผนึกพลังของตราประทับนี้ได้ไม่นานส่วนตัวข้าเองก็ยังมิทราบวิธีกำจัดมัน เสียดายที่ท่านอาจารย์ของข้าไม่อยู่มิเช่นนั้นน่าจะมีวิธีแก้ไขได้แน่”
เมื่อตู้เซ่าฝู่ได้ยินก็รู้สึกโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง อย่างน้อยคนของสำนักมืดมิดก็มิอาจติดตามตนจากตราประทับวิญญาณไล่ล่ามาไล่สังหารตนทุกเมื่อแล้ว
จากนั้นตู้เซ่าฝู่เตรียมจะคุยเรื่องสำคัญทว่าสาวน้อยเหมือนพรายสาวเปิดปากกล่าวขึ้นมาเสียก่อน นางบอกกับตู้เซ่าฝู่ว่า “ที่นี่น่าจะปลอดภัย ข้าออกไปทำธุระก่อนหน่อยไม่รู้ว่าจะกลับมาอีกคราเมื่อใด เจ้าพักผ่อนไปก่อนเถิด”
เมื่อสาวน้อยเหมือนพรายสาวพูดจบ ก็ค่อยๆย่างกรายจากไป ร่างบางๆ เดินหายไปจากสายตาของตู้เซ่าฝู่
ตู้เซ่าฝู่ยังคงรู้สึกตกใจและประหลาดใจคิดไม่ถึงว่าจะได้มาพบสาวน้อยเหมือนพรายสาวในป่ามืดอีกครั้ง พอมาครุ่นคิดคำนวณดูนี่ถือว่าเป็นครั้งที่สองที่ถูกนางช่วยชีวิตไว้แล้ว
หลังจากนั้น ตู้เซ่าฝู่ก็พยายามฝืนตัวเองพยุงตัวขึ้นมานั่งขัดสมาธิเขามองไปบริเวณโดยรอบ พบว่าตนเองอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง
ในถ้ำหินรอบๆ เต็มไปด้วยโขดหินที่วาววับภายในถ้ำหินแลดูแห้งเหือดมากน่าจะอยู่ในพื้นที่ตำแหน่งที่สูงมากหรืออาจจะเป็นยอดเขาสักแห่ง
“ฟื้นฟูรักษาบาดแผลเสียก่อนดีกว่า”
ไม่มีเวลาให้คิดมากมาย ตู้เซ่าฝู่หยิบถุงหยินหยางขึ้นมาและล้วงยาวิเศษออกมาจากในนั้นพร้อมกับโยนใส่ปากกลืนลงคอไม่รู้ว่าเขากลืนไปจำนวนมากเท่าไรเขาไม่กลัวว่าจะบริโภคมากไปแล้วอาจจะทำให้ตัวเองระเบิดตายเลย
หากมีคนพบว่าตู้เซ่าฝู่กลืนยาวิเศษไปตรงๆเช่นนี้ คงรู้สึกกระวนกระวายเป็นห่วงได้
ในใจของทุกคนคิดกันว่ายาวิเศษควรจะสกัดให้เป็นยาลูกกลอนก่อนจึงจะสามารถดึงฤทธิ์ส่วนผสมที่เป็นประโยชน์มาใช้การรับประทานไปตรงๆ เช่นนี้ เป็นการใช้ที่ผิดๆ และสิ้นเปลือง
หลังจากรับประทานยาวิเศษไปจำนวนมากเขาก็เริ่มตั้งท่าฝ่ามือร่ายพลัง ทันใดนั้นตู้เซ่าฝู่ก็เริ่มเข้าสู่สภาวะทำสมาธิบำเพ็ญเพียร
เรื่องยาลูกกลอนหรือยาวิเศษ สถานการณ์ของตู้เซ่าฝู่ในขณะนี้ไม่ขาดแคลนเลยแม้แต่น้อยเมื่อครั้นในเมืองสือเฉิง ก็แย่งชิงถุงหยินหยางมาครอบครองได้จำนวนมากทั้งยังได้จากในมณฑลหลันหลิง ทั้งจากกัวคุนและเฮ่อจวิน รวมถึงยอดฝีมือของสำนักพยัคฆ์ขาวจำนวนหนึ่ง
ถุงหยินหยางเหล่านั้นตู้เซ่าฝู่เปิดสำรวจมาก่อนหน้าแล้วทรัพย์สินสมบัติและวิทยายุทธทั้งหลายที่อยู่ในนั้น ก่อนที่ตู้เซ่าฝู่จากเดินทางออกจากเมืองหลันหลิงก็มอบให้กับพี่รองตู้อวิ๋นหลงแล้ว เพื่อใช้ในการพัฒนาสมาคมทั่วหล้า
ส่วนยาลูกกลอนและยาวิเศษที่อยู่ในถุงหยินหยางตู้เซ่าฝู่พกติดตัวมาเสียส่วนใหญ่
การฝึกฌานตามวิชาอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทอง ยาวิเศษมีส่วนช่วยสำคัญอย่างมากต่อให้ขณะนี้การฝึกร่างไม่จำเป็นต้องใช้ยาวิเศษอะไร ทว่ายาวิเศษบรรจุพลังงานปริมาณมหาศาลยังคงมีส่วนช่วยในการฝึกฌานได้อยู่
ส่วนถุงหยินหยางที่ได้มาจากคนของสำนักมืดมิดช่วงนี้ตู้เซ่าฝู่ยังไม่ได้เปิดออก
ทว่าดูจากพละกำลังความเก่งกาจของคนเหล่านั้นตู้เซ่าฝู่คาดว่าของที่อยู่ภายในถุงหยินหยางไม่น่าจะขี้เหร่ ยาวิเศษและยาลูกกลอนจะต้องมีแน่นอนแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่รู้ว่ามีเท่าไรก็ตาม
หลังจากนั้นเมื่อเขาเริ่มทำสมาธิบำเพ็ญเพียรรอบกายตู้เซ่าฝู่เริ่มมีแสงสีทองอ่อนๆ ห่อหุ้ม อักษรยันต์พรั่งพรูออกมาเขาเข้าสู่สภาวะตั้งจิตทำสมาธิอย่างสมบูรณ์
ภายในป่ามืดอันกว้างใหญ่ที่มองไม่เห็นปลายสุดท่ามกลางป่าทึบบนยอดเขาที่สูงตระหง่านแห่งหนึ่งบนป่าที่มีลักษณะแปลกประหลาดและเปี่ยมด้วยความเป็นเอกลักษณ์
“ค้นหาเต็มกำลังเพิ่มกำลังเรียกยอดฝีมือเพิ่ม ต้องตามหาสมบัติชิ้นนั้นให้ได้ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินก็ต้องหาให้พบ”
ณยอดเขาสูงเสียดฟ้าแห่งหนึ่งที่สูงชะลูดเกือบถึงเมฆบนฟ้ามีร่างบุคคลคนหนึ่งห่อหุ้มด้วยพลังปราณทะมึน มีพลังงานสีดำอ่อนๆแผ่ซ่านจากร่างของเขาคลื่นพลังที่น่าสยดสยองล้นปริ่มออกมาจากภายในร่างของเขาไม่หยุดท่าทางและกลิ่นอายจากเขาช่างน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน
“ขอรับ!”
บนยอดเขามีเงาของคนจำนวนมากพุ่งกระโจนออกไป กลิ่นอายแห่งพลังความมืดแผ่ออกจาก ป่ามืดและปกคลุมไปทั้งป่ามืด
“ช่วงนี้ไม่รู้ว่าสำนักมืดมิดเกิดเรื่องใดควานหาคนไม่หยุดหย่อน ขนาดยอดฝีมือจำนวนมากยังต้องออกหน้ามาลงมือกันแล้วหรือ?”
“ได้ยินว่ามีเด็กหนุ่มคนหนึ่งและสาวน้อยสองคนแย่งสมบัติของสำนักมืดมิดไปและปลิดชีพคนของสำนักมืดมิดไปจำนวนไม่น้อย กระตุ้นให้สำนักมืดมิดพิโรธจริงๆ แล้ว”
“ไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นและสาวน้อยพวกนั้นเป็นใครมาจากไหนไฉนจึงกล้ายั่วยุให้สำนักมืดมิดโกรธเคือง ช่างกล้าบ้าดีเดือดเสียจริง”
“ไม่รู้ว่าแย่งสมบัติใดของสำนักมืดมิดไปเหตุใดจึงทำให้ทั้งสำนักชุลมุนวุ่นวายได้เพียงนี้”
“สำนักมืดมิดพิโรธนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ดูท่าช่วงนี้อยู่ห่างจากคนของสำนักมืดมิดหน่อยจะดีกว่าหลีกเลี่ยงอย่าให้แกว่งเท้าหาเสี้ยน”
“…………”
ภายในป่ามืดข่าวคราวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของสำนักมืดมิดผ่านไปเพียงเวลาไม่นานก็แพร่กระจายไปทั่วป่ามืดเสียแล้วเรื่องดังกระฉ่อนไปทั่วป่ามืดอันกว้างใหญ่ไพศาล
กาลเวลาก็ค่อยๆ ผ่านไปทว่ารู้สึกว่าเพียงแวบเดียวก็ผ่านมาสี่วันแล้ว
ภายในถ้ำหิน แสงสีทองที่ห่อหุ้มร่างของตู้เซ่าฝู่เข้มข้นเด่นชัดยิ่งขึ้นเรื่อยๆลมปราณในร่างของเขาราวกับว่าฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติแล้วทั้งยังรู้สึกว่าลมปราณในขณะนี้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอีกเขารู้สึกเหมือนว่ากำลังอยู่ในปรากฏการณ์ใกล้จะบรรลุขั้นอีกแล้ว
จากการที่ตอนนั้นรับประทานยาลูกกลอนบำรุงวิญญาณติดชีพจรบวกกับพลังงานจากพลับผลทองที่ยังติดค้างในร่าง ทำให้ตู้เซ่าฝู่รู้สึกได้ว่าตนบรรลุเกือบถึงขั้นขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสร้างรากฐานเกือบจุดสุดยอดแล้วก่อนตั้งสมาธิบำเพ็ญเพียรตนยังรับประทานยาลูกกลอนและยาวิเศษจำนวนมากอีกสิ่งเหล่านั้นช่วยให้ร่างกายเกิดคลื่นพลังเปี่ยมล้นยิ่งขึ้น
ยาวิเศษปริมาณมากสร้างพลังงานปริมาณมหาศาลในร่างแม้ทำให้ตู้เซ่าฝู่รู้สึกปวดแสบภายในร่างกายอยู่ไม่น้อยทว่าผลลัพธ์ที่ได้ออกมาค่อนข้างดีเลยทีเดียว
ฤทธิ์ของยาวิเศษนอกจากจะมีประโยชน์ในการฝึกฌานของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองในการดูดซึมเข้าร่างมาใช้และดูดซึมไปเพื่อช่วยในการรักษาอาการบาดเจ็บของร่างได้อย่างรวดเร็วยังมีส่วนช่วยเรื่องการฝึกวิชาลมปราณของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองอีกด้วยพลังงานสามารถสกัดเป็นพลังปราณและส่งไปเก็บไว้ที่จุดเสินเชวี่ย
ทว่าการสกัดยาวิเศษเหล่านี้ในร่างกายพลังปราณที่ได้ก็จะถูกจัดเก็บไว้ในร่าง
ขณะเดียวกันตู้เซ่าฝู่สัมผัสได้ถึงภายในลึกดิ่งในร่างมีพลังงานที่ซ่อนอยู่อีกจำนวนมากกำลังซึมออกมา หลังจากการสกัดพลังงานจากยาวิเศษก็มีพลังงานจากพลับผลทองที่เหลืออยู่ปริ่มออกมาด้วย
แต่เดิมพลับผลทองก็มีพลังงานมหาศาลอยู่แล้วขนาดผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณทั่วไปยังไม่กล้ารับประทานมันเกรงว่าทานเข้าไปจะทำให้พลังงานทำให้ร่างระเบิดจนตาย
พลับผลทองที่ตู้เซ่าฝู่รับประทานเข้าไปที่จริงแล้วเกรงว่าฤทธิ์จากมันมีเพียงครึ่งหนึ่งที่ถูกร่างกายดูดซึมไว้และสกัดออกมาเป็นปราณได้ไปเพียงเกือบครึ่ง
จุดเสินเชวี่ยที่อยู่ในร่างของตู้เซ่าฝู่แข็งแรงและกว้างใหญ่มากการจะบรรลุฌานแต่ละขั้นจำเป็นต้องใช้พลังปราณปริมาณมหาศาลพลังงานจำนวนหนึ่งที่ถูกร่างดูดซึมไว้ยังไหลเวียนอยู่ในร่าง ขณะนี้ตู้เซ่าฝู่เริ่มสกัดยาวิเศษเป็นตัวตั้งต้นจากนั้นก็ดึงพลังงานของพลับผลทองที่ตกค้างไว้มาสกัดไปด้วยพร้อมกัน
ระหว่างนั้น พลังงานของยาวิเศษและพลังงานของพลับผลทองกำลังถูกตู้เซ่าฝู่สกัดอยู่ภายในร่างพลังงานจากยาเคลื่อนไหวผ่านเส้นลมปราณทุกเส้นในร่างหนึ่งหน จากนั้นก็ถูกสกัดออกมาเป็นพลังปราณบริสุทธิ์และดูดเข้าไปกักเก็บไว้ในจุดเสินเชวี่ย
ยังมีพลังปราณจำนวนหนึ่งที่ถูกกระดูกและเซลล์ในร่างดูดซึมทำให้กระดูกและกล้ามเนื้อค่อยๆ แข็งแกร่งทนทานยิ่งขึ้น
กระดูก กล้ามเนื้อเส้นลมปราณในร่างตู้เซ่าฝู่ราวกับมีชีวิต มันเริ่มดูดซึมพลังปราณเองได้โดยไม่ต้องสั่งร่างกายเริ่มกำยำเหนียวแน่นแข็งแรงยิ่งขึ้นไปอีก
กาลเวลาค่อยๆ ผ่านไป เมื่อพลังปราณในจุดเสินเชวี่ยเต็มเปี่ยมอีกครั้งเริ่มถึงจุดอิ่มตัวที่พลังปราณยากที่จะดูดซึมแทรกเพิ่มเข้าไปอีกพลังปราณที่เปี่ยมล้นอัดแน่นอยู่ภายในจุดเสินเชวี่ยราวกับจะปริ่มออกมา
บริเวณจุดเสินเชวี่ยของตู้เซ่าฝู่มีพลังปราณไหลเวียนไปรวมตัวที่จุดนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่หยุดหย่อนจุดเสินเชวี่ยเริ่มถูกบีบดันด้วยพลังปราณที่ไหลมารวมตัว
พลังปราณที่ไหลมากรูอยู่นอกจุดเสินเชวี่ยมีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆในที่สุดพลังปราณที่กรูกันมาเก็บที่จุดเสินเชวี่ยก็ระเบิดดันพุ่งเข้าไปในจุดเสินเชวี่ย
พลังงานจากลมปราณพุ่งเข้าใส่จุดเสินเชวี่ยโถมกระหน่ำกระแทกใส่จุดศูนย์กลางของจุดเสินเชวี่ยอย่างรุนแรง
“ปึง!”
ทันใดนั้นจุดเสินเชวี่ยก็เกิดเสียงทุ้มดังปึงขึ้นมา พลังปราณปริมาณมากโถมเข้าไปในจุดเสินเชวี่ยการกระแทกของพลังภายในร่างทำให้ตู้เซ่าฝู่สั่นไปทั้งร่างจนเห็นว่าเข่าสั่นไหวเบาๆรอบๆ มีอักษรยันต์ประกายแสงทองขยายตัวพรั่งพรูออกมาปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆภายในถ้ำหินสว่างจ้าด้วยแสงสีทอง พลังที่แผ่ออกมาอานุภาพร้ายกาจน่าเกรงขามอย่างยิ่งยวด
ขณะเดียวกันลมปราณที่มองไม่เห็นรอบๆ ตู้เซ่าฝู่เอ่อล้นออกไปเรียงตัวเป็นอีกชั้นปรากฏการณ์นี้เป็นการบ่งบอกว่ากำลังบรรลุได้ถึงขั้นใหม่
เห็นได้ชัดว่าตู้เซ่าฝู่บรรลุได้แล้วเขาบรรลุฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับแล้ว
ที่จริงตู้เซ่าฝู่เองก็ไม่น่าจะบรรลุได้ไวถึงเพียงนี้หากเป็นการฝึกฌานทั่วไปตามปกติ แม้ตู้เซ่าฝู่ที่อยู่ในขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสร้างรากฐานเกือบถึงจุดสุดยอดแล้วทว่าก็น่าจะต้องใช้เวลาอีกสามสี่เดือนแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่เร่งให้บรรลุให้สำเร็จอย่างรวดเร็วหรืออาจจะต้องใช้เวลานานกว่านั้นเสียอีก
ทว่าการบรรลุครั้งนี้ตู้เซ่าฝู่เองก็คิดไม่ถึงเช่นกันการหลบหนีเอาชีวิตรอดจากสำนักมืดมิดอย่างยากลำบากการที่ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์เฉียดตายจนมุม เป็นประสบการณ์ที่มีผลดีต่อการฝึกจิตใจอย่างมากมันช่วยกระตุ้นปลุกพลังในตัวของตู้เซ่าฝู่ ช่วยเรื่องการฝึกฌาน
การต่อสู้จริงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการพัฒนาขอบขีดความสามารถยิ่งไปกว่านั้นการต่อสู้ในครั้งนี้ของตู้เซ่าฝู่เป็นการสู้ด้วยชีวิตและได้ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายเฉียดตายไร้ทางออกจึงได้รับผลดีจากประสบการณ์นี้อย่างเต็มเปี่ยม
การฝึกด้วยการใช้ชีวิตเป็นเดิมพันบวกกับการทานยาวิเศษจำนวนมาก มีส่วนช่วยให้ตู้เซ่าฝู่บรรลุฌานได้สำเร็จในวันนี้
แน่นอนว่าสถานการณ์นี้เกิดได้แต่กับตู้เซ่าฝู่หากเป็นคนอื่นแค่คิดคงเป็นไปไม่ได้
ผ่านไปสักพักพลังลมปราณบนตัวของตู้เซ่าฝู่ค่อยๆ ถูกเก็บอักษรยันต์ประกายสีทองที่ไหลเวียนออกมาปริมาณและพลังงานน่าอัศจรรย์ลึกลับทั้งหลายก็ลอยพุ่งเจ้าสู่ร่างของเขาจนหายไปมองไม่เห็นแล้ว
ทันใดนั้นสีหน้าของตู้เซ่าฝู่ที่นั่งขัดสมาธิอยู่ในถ้ำหินเริ่มมีสีเลือดฝาดหายขาวซีดสีหน้าดูมุ่งมั่น ดวงตาเป็นประกายสุกสกาว จากนั้นทุกอย่างก็นิ่งสงบดูเป็นปกติ
สุดท้ายตู้เซ่าฝู่ก็ค่อยๆเปิดตา เก็บฝ่ามือ ประกายแสงสีทองจางๆ ในดวงตาหายไปคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวค่อยๆ หายไปพลังทุกอย่างที่คุกรุ่นเมื่อกี้หายวับไปทั้งสิ้น
“ฟู่!”
ตู้เซ่าฝู่พ่นปราณโสมมผ่านลำคอออกทางปากเขารู้สึกได้ว่าร่างที่บอบช้ำเหี่ยวเฉาเริ่มกลับมามีพลังงานเต็มเปี่ยมอีกครั้งสดชื่นราวกับว่าพลังปราณมีเปี่ยมล้นมากจนจะปริ่มเล็ดลอดออกมาเองได้