จริงๆแล้วเหอหนุ่มบริสุทธิ์ก็ไม่ได้มีทักษะอะไรเป็นพิเศษหรอกความรู้ทั้งหมดที่เขามีก็แค่มาจากทฤษฎีในตำราเท่านั้นพอได้สัมผัสริมฝีปากที่นุ่มนวลและอบอุ่นของชย่าลิ่วอีกระดูกสันหลังทั้งท่อนของเขาก็แทบจะอ่อนยวบลง หัวใจ ตับ ม้าม ปอด เหมือนจะละลายกลายเป็นเลือดในร่างกาย—ปากของพี่ลิ่วอีที่เขาแอบใฝ่ฝันมานานมันทั้งนุ่มทั้งอบอุ่น ทั้งหวานจริงๆ …
ไอ้หนอนหนังสือคนนี้หัวสมองมึนงงไปหมดหลับตาพริ้มดื่มด่ำไปกับมันใช้แค่ความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าเพื่อรักษาภาพลักษณ์เท่ๆ ของตัวเองโชคดีที่ลูกพี่ใหญ่ชย่าก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรมากนัก —— จนกระทั่งเขาสำรวจทั่วทั้งปากของชย่าลิ่วอี ในที่สุดก็หายใจไม่ออกเลยถอนปากออกมาอย่างอาลัยอาวรณ์ แล้วเลียริมฝีปากของชย่าลิ่วอีเบาๆชย่าลิ่วอีที่มัวแต่อึ้งอยู่นานถึงได้สติกลับคืนมา แล้วก็ต่อยเขาไปหนึ่งหมัด!
เหอชูซานวางแผนไว้นานแล้วและได้เตรียมพร้อมรับมือมาอย่างดีเขาเอียงศีรษะหลบหมัดได้อย่างง่ายดายเขาจ้องมองดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธของชย่าลิ่วอีอย่างไม่เกรงกลัวแล้วโน้มตัวเข้าไปจูบที่มุมปากเขาอีกครั้ง
"พี่ลิ่วอี คราวหน้าอย่าลืมแปรงฟันหลังกินข้าวเที่ยงด้วยนะ" เขาพูดเบาๆ ขณะที่ถูจมูกของชย่าลิ่วอีอย่างออดอ้อนเพื่อสรุปการจูบครั้งแรกของพวกเขา
จากนั้นเขาก็ถูกลูกพี่ใหญ่ชย่าใช้เข่ากระแทกเข้าที่จุดสำคัญกลางลำตัวแล้วเขาก็ถูกเหวี่ยงลงไปกองกับพื้น! หลังของเขาถูกเศษแก้วตำอีกครั้ง!
——พลังต่อสู้ยังคงอ่อนแออย่างน่าเศร้า เหอจิงอิง
เหอชูซานดิ้นไปมาบนพื้นสองสามครั้งจากนั้นก็พยายามลุกขึ้นมาโดยใช้โต๊ะน้ำชาเป็นหลัก ชย่าลิ่วอีนั่งอยู่บนโซฟากำหมัดแน่น หอบหายใจ ใบหน้า คอ และหูของเขาแดงก่ำไปหมด ——ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความอายหรือความโกรธดวงตาของเขาก็แดงก่ำเช่นกัน——อันนี้ต้องเป็นเพราะความโกรธแน่ๆ
เขามองเหอชูซานด้วยสายตาอาฆาตพลังงานความโกรธพวยพุ่งออกมาจากศีรษะของเขา กำหมัดซ้ายแน่นจนดังกร๊อบแต่ในหัวของเขาก็มึนงงไปหมด คิดไม่ออกว่าควรทำอะไรต่อไป...
——ฆ่ามันซะ! ตัดหัวมัน ลอกหนัง เอาเนื้อไปให้หมากิน!
ก่อนที่เขาจะได้ทำตามแผนการที่โกรธแค้นนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน
ทั้งสองตกใจรีบปรับสีหน้าแล้วมองหน้ากัน ชย่าลิ่วอีลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วก้าวเข้าไปในห้องนอนอย่างเงียบๆ เหอชูซานคว้ากล้องและรูปถ่ายบนโต๊ะยัดมันไว้ใต้โซฟาอย่างรวดเร็ว ขณะที่เขาถอดเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งออกอย่างเร่งรีบเขาก็ตะโกนถามว่า "ใครครับ?"
"สวัสดีค่ะ เพื่อนบ้านห้องข้างๆ " เสียงผู้หญิงสุภาพเอ่ยขึ้น"ขอยืมซีอิ๊วหน่อยค่ะ"
เหอชูซานเพิ่งย้ายมาที่นี่ได้แค่เดือนหรือสองเดือนเขาออกจากบ้านแต่เช้าและกลับดึก ไม่เคยติดต่อกับเพื่อนบ้านเลยแม้ว่าเขาจะรู้สึกสงสัยในใจ แต่เมื่อมองผ่านตาแมว เขาก็เห็นว่าเป็นหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งอายุประมาณยี่สิบกว่าๆ ดูสงบนิ่ง
เขาเหลือบมองชย่าลิ่วอีที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนชย่าลิ่วอีขมวดคิ้วแล้วโยนกางเกงขายาวกับเสื้อเชิ้ตตัวหนึ่งให้เขา
เหอชูซานพูดขณะที่สวมเสื้อผ้าที่สะอาด "รอสักครู่นะครับ"
"ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ"
ก่อนเปิดประตูเปลือกตาของเหอชูซานกระตุก เขาจึงมองผ่านตาแมวอีกครั้งอย่างระมัดระวังและรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ดูแปลกๆ —— เธอยืนอยู่ตรงกลางราวกับจะปิดบังอะไรบางอย่างอยู่ใกล้ๆ นอกจากนี้ในอพาร์ตเมนต์ราคาถูกแบบนี้ ผู้เช่าก็มีหลายประเภทหญิงสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานมาเคาะประตูห้องของผู้เช่าใหม่อย่างไม่ลังเล...
หัวใจของเขาเต้นแรงเขาถอยหลังไปหนึ่งก้าว กำลังจะส่งเสียงเตือนชย่าลิ่วอีแต่แล้วประตูห้องคุณภาพต่ำก็ถูกใครบางคนพังเข้ามาจากข้างนอก!
"โครม!"
เสียงดังสนั่น ตำรวจสามนายพุ่งเข้ามาพร้อมกับฝุ่นควันนำโดยตำรวจหญิงนอกเครื่องแบบที่ใช้ท่าจับกุมเหอชูซานไว้กับพื้นเธอกำลังจะใส่กุญแจมือแต่เหอชูซานก็ดีดตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วและใช้เท้าถีบไปที่ไหล่ของเธอ
ตำรวจหญิงคนนั้นถูกเหวี่ยงลงไปกองกับพื้นอีกสองคนรีบเข้ามาช่วย เหอชูซานใช้ท่ากวาดขาจากไทเก็กอีกครั้ง ท่าทางเท่มากแต่เขาก็สู้ไม่ได้และถูกทั้งสามคนจับกดลงกับพื้นอีกครั้ง เป็นไปตามคำพูดที่ว่า "พลังต่อสู้ยังคงอ่อนแอ"
"อย่าแตะต้องเขา" เสียงเย็นชาของชย่าลิ่วอีดังขึ้นใกล้ๆในตอนนั้น
เหอชูซานเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจชย่าลิ่วอีถอดชุดนอนออกและเปลี่ยนเป็นชุดอื่น แล้วเดินออกมาจากห้องนอนด้วยตัวเอง
เหอชูซานพยายามดิ้นรนอีกสองสามครั้งแต่ถูกสามคนที่อยู่ข้างหลังจับกดลงกับพื้นแน่น เขาพยายามเงยหน้ามองชย่าลิ่วอีหายใจหอบแรง
ชย่าลิ่วอีมองเขาแวบหนึ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย เป็นสัญญาณให้เขาใจเย็นๆ และอย่าผลีผลาม
จากข้างนอกประตูมีชายคนที่สี่เดินเข้ามาด้วยชุดสูทเรียบร้อยเขาคือเซี่ยเจียหัวที่ไม่มีสีหน้าแสดงอารมณ์ใดๆ เขาหันไปมองชย่าลิ่วอีแล้วพูด “นายอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย”
"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา" ชย่าลิ่วอีพูด"เขาไม่รู้อะไรเลย ปล่อยเขาไป ฉันจะไปกับนายเอง"
"พี่ลิ่วอี!" เหอชูซานร้องอย่างร้อนใจ
"หุบปาก!" ชย่าลิ่วอีตวาดเขา
เหอชูซานกัดฟันแน่นกำหมัดแน่นด้วยความโมโห
เซี่ยเจียหัวมองเหอชูซานที่ถูกกดลงกับพื้นแวบหนึ่งเงียบไปสักครู่ ล้วพูดกับลูกน้อง "ปล่อยเขาไป"
"ท่านครับ เขาให้ที่หลบซ่อนแก่ผู้ต้องสงสัย..." ลูกน้องคนหนึ่งซึ่งเป็นคนใหม่พูดขึ้น
เซี่ยเจียหัวมองเขาแวบหนึ่งลูกน้องคนนั้นก็รู้ตัวและหุบปากไป
"ชย่าลิ่วอี ตอนนี้คุณถูกจับกุมในข้อหาต้องสงสัยว่าฆ่าคนโดยเจตนาคุณมีสิทธิ์ที่จะไม่พูดอะไร แต่ทุกสิ่งที่คุณพูดจะถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาล"เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดขณะใส่กุญแจมือให้ชย่าลิ่วอีเขาผลักชย่าลิ่วอีเพื่อจะพาตัวไป แต่ชย่าลิ่วอีสะบัดไหล่หลบ
ชย่าลิ่วอีก้าวเดินออกไปเองเหอชูซานตกใจและรีบเดินตามไปติดๆ พร้อมกับร้องเรียกอีกครั้งด้วยความร้อนใจ "พี่ลิ่วอี!"
"ผมขอคุยกับเขาหน่อย" ชย่าลิ่วอีพูดกับเซี่ยเจียหัว
เซี่ยเจียหัวหยุดเดินชย่าลิ่วอีเดินกลับไปหาเหอชูซานที่ยืนอยู่ตรงประตู เหอชูซานมองเขาด้วยสีหน้ากังวล
ทันใดนั้นชย่าลิ่วอีก็ยกเข่าขึ้นแล้วถีบเขาเข้าไปในประตู! "ไอ้เด็กเวร! เดี๋ยวกูกลับมาจัดการมึงแน่!"
……
เหอชูซานรู้ว่าที่ชย่าลิ่วอีเตะเขาครั้งสุดท้ายนั้นก็เพื่อให้เขาสบายใจแต่ถึงแม้เขาจะโดนเตะเข้าที่หน้าอกอย่างจัง เขาก็ยังไม่รู้สึกสบายใจขึ้นเลยสักนิดหลังจากที่ตำรวจพาชย่าลิ่วอีไปแล้ว เขาเรียกแท็กซี่ตรงไปยังจิ่วหลงถั่งลงจากรถแล้วเดินวนไปมาสองรอบเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครตามมาจากนั้นก็ตรงไปที่บ้านของชุยตงตง
เขาร้อนใจรีบมาแจ้งข่าวแต่ชุยตงตงกลับดูสบายๆ กว่าเขา "ห๊ะ?ถูกจับเร็วขนาดนั้นเลยหรือ? ไม่เป็นไรไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันส่งทนายความไปหาเอง! ไม่ต้องห่วงนะ ไอ้หนู! กลับไปนอนได้แล้ว!"
เมื่อชุยตงตงคนที่น่าเชื่อถือที่สุดพูดอย่างนั้นแล้วเหอชูซานก็ได้แต่จากไปอย่างกังวลใจ เขาไม่ได้กลับไปที่เกาะฮ่องกงแต่กลับไปที่บ้านพ่อของเขาซึ่งอยู่ใกล้ๆ
เวลาพลบค่ำพ่อของเขาเก็บร้านและกินข้าวเสร็จแล้ว กำลังนั่งคุยกับเพื่อนบ้านอยู่ชั้นล่างเห็นเขามาด้วยสีหน้าเลื่อนลอย จึงรีบเรียกเขา "อาสาม? ทำไมกลับมาล่ะ? กินข้าวหรือยัง?"
เหอชูซานส่ายหัวเบาๆอย่างเหม่อลอย
พ่อของเขาเห็นว่าอารมณ์ของเขาไม่ค่อยดีจึงรีบพาเขากลับบ้าน "นี่มันเกิดอะไรขึ้น?โอ๊ย! ทำไมกางเกงถึงมีแต่เลือด!"
อาป๊าเหอเป็นห่วงมากจนแทบจะหมุนติ้วรีบไปหยิบกล่องยา พับขากางเกงของเหอชูซานขึ้นเพื่อทำแผลให้ขณะที่เช็ดแผลก็ถามด้วยความร้อนใจ "นี่มันเกิดอะไรขึ้น! มีเรื่องอะไร?! พูดอะไรหน่อยสิ!"
เหอชูซานก้มหน้าลงพูดเบาๆ ว่า "ป๊ามีตำรวจมาหาพ่อหรือเปล่า แล้วพ่อบอกพวกเขาไปว่าผมอยู่ที่ไหน?"
"ใช่ วันนี้ตอนบ่ายมีตำรวจมาบอกว่ามาตรวจสอบเรื่องการย้ายที่อยู่ของคนในชุมชนเมืองกำแพงเจียวหลงพวกเขาถามว่าตอนนี้แกอยู่ที่ไหน พ่อก็เลยบอกพวกเขาไป ทำไมหรือ? นี่ตำรวจทำกับแกหรือ?! แกไปทำอะไรผิดมา?!"
"ไม่เป็นไรครับพ่อ ต่อไปอย่าบอกเรื่องของผมกับใคร บอกไปว่าผมย้ายออกไปแล้วพ่อไม่รู้ ผมจะซื้อซิมโทรศัพท์ใหม่ ถ้าติดต่อเบอร์เดิมไม่ได้ พ่อก็โทรเบอร์ใหม่อย่าบอกใครนะครับ"
อาป๊าเหอได้ยินเสียงของเขาดังขึ้นเรื่อยๆก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง "อาสาม แกพูดความจริงกับพ่อมาเถอะว่าเกิดอะไรขึ้น!มีอะไรที่แกไม่สามารถบอกพ่อได้!"
เหอชูซานสูดหายใจเข้าลึกๆผ่านไปครู่หนึ่งจึงตอบว่า "พี่ลิ่วอีถูกจับแล้ว"
เขานั่งคุกเข่าเปล่าๆเท้าเต็มไปด้วยรอยแผลและคราบเลือด ก้มลงกุมศีรษะ ไหล่สั่นเบาๆ และพูดซ้ำเบาๆ ว่า "พี่ลิ่วอีถูกจับแล้ว"
"ไอ้ฟันผุเหรอ?" อาป๊าเหออุทานออกมาทันที"เกิดอะไรขึ้น? สุดท้ายก็โดนจับเพราะขายยาเสพติดสินะ?"
"ไม่ใช่" เหอชูซานส่ายหัวไม่ยอมพูดอะไรเพิ่มเติม
"เฮ้อ!" อาป๊าเหอถอนหายใจ "คนเรา ชั่วชีวิตทำบาปไว้เท่าไหร่ ก็ต้องชดใช้หนี้กรรมเท่านั้น!พวกที่เลือกเดินทางในโลกมืดอย่างนี้ ยังไงก็ต้องชดใช้! แกนี่เป็นถึงนักศึกษาจะไปเป็นห่วงพวกมาเฟียทำไม? ช่างเขาเถอะ!"
เหอชูซานส่ายหัวโดยไม่พูดอะไรมือของเขาบีบขมับตัวเองอย่างแน่น
เขาพูดไม่ออกไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ เป็นไปได้ยังไงให้เขาไป เป็นไปได้ยังไงให้ปล่อยมือ!เขาเพิ่งจะจูบปากคู่นั้น แต่กลับต้องเห็นคนคนนั้นถูกตำรวจพังประตูเข้ามาจับตอนที่เขาถูกกดลงกับพื้น เขาบ้าคลั่งถึงขีดสุดถึงขั้นยอมขัดขวางตำรวจเพื่อชย่าลิ่วอี ไม่สนอะไรทั้งนั้น ขอแค่ให้ชย่าลิ่วอีหนีไปได้...ความยุติธรรม จิตสำนึก คุณธรรม เขาเรียนหนังสือมาสิบกว่าปี ฟังคำสอนของพ่อมา 20 กว่าปีแต่กลับคิดจะปกป้องคนชั่วที่มือเปื้อนเลือด!
เขาเต็มไปด้วยความหวังและความทะเยอทะยานหวังว่าวันหนึ่งจะสามารถนำคนในโลกมืดที่หลงผิดกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องได้แต่เส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล ก่อนที่จะได้ก้าวไปข้างหน้าเขาก็กลับติดกับดักเสียเอง!
เขาไร้เดียงสาเกินไปมองโลกในแง่ดีเกินไป เขาใช้เวลาเกือบปีเล่นเกมไล่จับเล็กๆ น้อยๆแต่เขาไม่ทันสังเกตความปั่นป่วนที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำที่สงบนิ่ง เขาคิดว่าพวกเขายังมีเวลาอีกมากรอให้เขาเติบโตอย่างช้าๆ รอให้เขามีปีกที่แข็งแกร่ง รอให้เขาวางแผนรอให้เขาโน้มน้าวชักจูง... แต่จนถึงวันนี้ เขาก็เพิ่งตระหนักได้ว่าการล่มสลายของชย่าลิ่วอีเกิดขึ้นได้เพียงชั่วพริบตาและเขาก็ไม่มีแม้แต่พลังที่จะช่วยเหลือ!
ชุยตงตงบอกให้เขาสบายใจได้แต่เขาจะสบายใจได้อย่างไร! ชย่าลิ่วอีทำอะไรตามใจตัวเอง เปิดบ่อน เปิดซ่องขายยาเสพติด ตีกับแก๊งอื่น ทำทุกอย่าง! ต่อให้หนีรอดครั้งนี้ไปได้จะหนีครั้งต่อไปได้ยังไง? บางทีวันหนึ่งอาจถูกจับบางทีวันหนึ่งอาจตายอนาถกลางถนน... กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมสนอง...
เขานึกถึงภาพชย่าลิ่วอีกลายเป็นศพอยู่ข้างถนนยิ่งคิดก็ยิ่งกลัวจนตัวสั่น เขาสูดหายใจเข้าลึกๆเอาสองมือที่ชื้นเหงื่อออกจากใบหน้า คิดว่าตัวเองร้องไห้ แต่ที่ไหนได้ในมือมีแต่เหงื่อเย็นๆ เต็มฝ่ามือ
"ป๊า ผมไม่เป็นไร ปล่อยให้ผมอยู่คนเดียวสักพัก" เขาพูดเสียงเบาพลางมองเหงื่อที่มือ
อาป๊าเหอถอนหายใจยาวเอื้อมมือไปตบบนศีรษะที่ก้มต่ำของเขาลูกชายคนนี้ของเขาดูเหมือนจะเชื่อฟังและว่าง่ายมาตั้งแต่เด็กเแต่ในหัวกลับมีความคิดเป็นของตัวเองที่เขาควบคุมไม่ได้ และก็ไม่สามารถควบคุมได้โชคดีที่เหอชูซานเป็นเด็กที่ฉลาดและรู้จักขอบเขต ——คงไม่ก่อเรื่องอะไรใหญ่โต
คืนนั้นเหอชูซานนอนอยู่ในห้องนอนเล็กๆ ของเขาซึ่งตอนนี้พ่อของเขาได้เปลี่ยนให้เป็นห้องเก็บของแล้ว ข้างใต้เตียงและรอบๆเตียงเต็มไปด้วยข้าวของต่างๆ
เขาลืมตากว้างในความมืดมิดรอบตัวยื่นมือขวาขึ้นไปบนเพดานที่มืดสนิท
เขากางฝ่ามือออกมองดูรูปร่างของนิ้วยาวทั้งห้าของตัวเอง จากนั้นค่อยๆ กำหมัดแน่นแล้วจึงคลายออกอย่างช้าๆ