อวิ๋นเสวี่ยเวยเห็นผู้คนมากมายมองมาทางนางด้วยความผิดหวัง ใบหน้าของนางเริ่มซีดเผือดพลางรีบอธิบายด้วยท่าทางลนลานว่า "ข้า... ข้าไม่รู้เื่อะไรเลย! ผู้าุโหลิ่วอยู่ดี ๆ จะฝึกวิชามารได้อย่างไรกัน เื่นี้มันเหลือเชื่อเกินไป ข้าคิดว่าพวกเราทุกคนถูกภาพลวงตาของผู้าุโหลิ่วหลอกเข้าให้แล้ว!"
"พูดเช่นนี้แสดงว่าเ้ามิรู้ความจริงแม้แต่น้อย แต่กลับกล้ารับประกันอย่างมั่นใจว่าผู้าุโหลิ่วไม่มีปัญหา เช่นนั้นเ้าไม่โง่เขลาเกินไปหน่อยหรือ อ้อ ไม่สิ จะบอกว่าโง่เขลาก็เป็การยกยอเ้าเกินไป ข้าว่าคำว่าทั้งโง่และชั่วร้ายนั้นช่างเหมาะสมกับเ้ายิ่งนัก"
น้ำเสียงของอวิ๋นหรั่นเยว่ยังคงเกียจคร้านเช่นเดิม ในมือของนางหยิบร่มคันหนึ่งออกมาั้แ่เมื่อใดมิอาจทราบได้ เพื่อใช้บดบังแสงแดดที่แผดเผา ช่วยให้นางรู้สึกสบายขึ้นมาก แต่หากมีใครสักคนช่วยถือร่มให้นางได้ก็คงจะดียิ่งกว่านี้
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา ร่มในมือนางก็ถูกมือใหญ่ข้างหนึ่งหยิบไป มือที่กุมด้ามร่มนั้นใหญ่และเรียวยาวข้อนิ้วเด่นชัด ที่นิ้วหัวแม่มือสวมแหวนหยกสีม่วงวงหนึ่ง ยิ่งขับเน้นให้มือของเขาดูสูงศักดิ์ยิ่งขึ้น
ขนาดมือยังงดงามถึงเพียงนี้ หากใบหน้าไม่งดงามด้วยคงจะเป็ไปไม่ได้กระมัง?
อวิ๋นหรั่นเยว่ลอบกลืนน้ำลาย ในฐานะผู้ที่หลงใหลในมือเรียวสวย นางยอมรับว่ายามนี้รู้สึกใจสั่นรัวอยากจะคว้ามือนั้นเอามาลูบคลำเล่นเสียจริง
ทว่าสิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจยิ่งกว่าคือบุรุษผู้แผ่กลิ่นอายเ็าห้ามคนเข้าใกล้ไปทั่วทั้งร่างผู้นี้ กลับยอมช่วยถือร่มให้นาง ช่างเอาใจใส่เสียจริง
ส่วนด้านล่างนั้น ใบหน้าของอวิ๋นเสวี่ยเวยเปลี่ยนเป็เขียวสลับขาว นางพบว่าไม่ว่านางจะโต้แย้งอย่างไรก็มิอาจสู้ฝีปากที่เฉียบคมของอวิ๋นหรั่นเยว่ได้เลย
สายตาของผู้คนรอบข้างที่มองมายังนาง ล้วนดูเหมือนจะเห็นด้วยกับคำพูดของอวิ๋นหรั่นเยว่
นี่เป็ความเ็าที่นางไม่เคยประสบมาก่อน ไม่เคยมีใครแสดงท่าทีสงสัยต่อนางเช่นนี้เพราะปกติผู้คนล้วนเชื่อคำพูดของนางอย่างไร้เงื่อนไขและยกย่องให้นางเป็ศูนย์กลาง
แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน เพราะเื่นี้เกี่ยวข้องกับผู้บำเพ็ญเพียรวิถีมาร เื่ราวจึงกลายเป็เื่ร้ายแรงยิ่งขึ้น เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรในใต้หล้า ไม่มีใครไม่เกลียดชังผู้บำเพ็ญเพียรวิถีมาร
อวิ๋นเสวี่ยเวยรู้สึกตื่นตระหนกเป็ครั้งแรก นางเกรงว่าชื่อเสียงของนางจะตกต่ำลงเพราะคำพูดเพียงไม่กี่คำของอวิ๋นหรั่นเยว่ นางคืออัจฉริยะสาวที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปฉิงอวิ๋นจะต้องไม่มีมลทินแปดเปื้อนโดยเด็ดขาด!
เพียงชั่วลมหายใจไม่กี่ครั้ง ขอบตาก็เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา "ศิษย์พี่ศิษย์น้องจำนวนมากต้องประสบเคราะห์กรรม ข้าเสียใจยิ่งนัก และข้าก็ได้เห็นผู้าุโหลิ่วไปปิดทางออกของไอมารจริง ๆ ข้าไม่ได้โกหก หากพวกท่านไม่เชื่อ หรือแม้แต่สงสัยว่าข้าเป็ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีมารด้วย ข้ายินดีใช้มีดผ่าตันเถียน เพื่อแสดงเน่ยตานให้พวกท่านดู!"
ขณะที่พูดน้ำตาไหลรินลงมามากขึ้น ร้องไห้อย่างน่าเวทนาและดูอัดอั้นตันใจ ชายหนุ่มบางคนเห็นดังนั้นก็เกิดความรู้สึกสงสารและเริ่มพูดเข้าข้างนาง
ในตอนนั้นเอง รองเ้าสำนักก็ะโเสียงดังว่า "นึกไม่ถึงว่าผู้าุโหลิ่วจะฝึกวิชามาร สำนักศึกษาชางหลานของพวกเราย่อมไม่อาจยอมให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นได้ นับจากนี้เป็ต้นไปผู้าุโหลิ่วจะถูกลบชื่อออกจากสำนักศึกษาชางหลาน!"
พูดจบในฝ่ามือของรองเ้าสำนักก็พลันปล่อยไฟวิเศษออกมา เพียงครู่เดียวก็เผาร่างไร้ิญญาของผู้าุโหลิ่วจนสะอาดหมดจด
การกระทำที่เด็ดขาดเพื่อความถูกต้องเช่นนี้ทำให้ผู้คนไม่กล้าพูดตำหนิอีก เพราะอย่างไรเสียพวกเขาก็ไม่รู้เื่ด้วย
แววตาของอวิ๋นหรั่นเยว่เย็นเยียบลง ทว่านางก็ตระหนักดีว่าภาพจำเดิมนั้นฝังรากลึก การจะกระชากหน้ากากความเสแสร้งของคนในสำนักศึกษาชางหลานเหล่านี้ มิใช่เื่ที่จะทำได้ในวันเดียว
นางไม่รีบร้อน วันหน้ายังมีเวลาอีกมาก แต่ถึงอย่างนั้นนางก็จะไม่ปล่อยให้พวกเขาผ่านเื่นี้ไปได้ง่าย ๆ
"รองเ้าสำนัก มีหนึ่งย่อมมีสอง ท่านจะมั่นใจได้อย่างไรว่าในสำนักของท่านไม่มีผู้อื่นฝึกวิชามารอีก?"
ทันใดนั้นก็มีคนขานรับว่า "ใช่แล้ว! หากมีคนฝึกวิชามารอีก คนในเมืองชื่ออวิ๋นของพวกเราคงต้องประสบเคราะห์ร้ายเป็แน่!"
"ต้องหาต้นตอของวิชามารให้พบ และทำลายเคล็ดวิชาโบราณที่น่ารังเกียจนั่นเสีย!"
รองเ้าสำนักกล่าวด้วยใบหน้าเคร่งขรึมว่า "ข้าจะเดินทางไปยังวัดต้าเหลยอินด้วยตนเองเพื่อนิมนต์พระเถระมาปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง! และความเสียหายที่เกิดขึ้นในวันนี้ข้าจะเป็ผู้รับผิดชอบทั้งหมดเอง!"
"โอ้! เช่นนั้นก็ดีเยี่ยมไปเลย หอตำรานั้นสร้างขึ้นโดยสำนักกระบี่เก้าดาราของพวกเรา บัดนี้ถูกทำลายจนหมดสิ้น ในเมื่อรองเ้าสำนักเสนอตัวจะชดใช้เอง เช่นนั้นก็ช่วยชดเชยความเสียหายของหอตำราให้พวกเราก่อนเถิด!"
อวิ๋นหรั่นเยว่กล่าวพร้อมรอยยิ้ม นางหันไปมองหลงเยี่ยเยี่ยน "ท่านว่าหอตำราแห่งนี้ของพวกเรามีมูลค่าเท่าใดหรือ?"
"ตำราประเมินค่ามิได้" หลงเยี่ยเยี่ยนกล่าวเรียบ ๆ
"ถูกต้อง! ตำราประเมินค่ามิได้ หนังสือมากมายถูกทำลาย ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก รองเ้าสำนักการชดใช้ของท่านต้องมีความจริงใจมิเช่นนั้นข้าคงต้องไปขนตำราจากหอตำราของสำนักท่านมาทดแทนเสียแล้ว"
หมัดในแขนเสื้อของรองเ้าสำนักกำแน่นจนเกิดเสียงดังกร๊อบ เขาเอ่ยเสียงเย็นว่า "เ้าคงเข้าใจผิด หอตำราแห่งนี้เป็พื้นที่ของสำนักเราแล้ว!"
"ท่านบอกว่าเป็ของท่านก็คือของท่านหรือ? ที่แท้สำนักศึกษาชางหลานยึดครองสิ่งของของผู้อื่นเช่นนี้เอง รองเ้าสำนัก ใต้หอตำราแห่งนี้คือสถานที่ฝังกระบี่ของสำนักกระบี่เก้าดาราพวกเรา และผนึกนั้นก็ถูกผนึกโดยเซียนกระบี่หลิวเหรินในอดีต ทุกคนในวันนี้ต่างเห็นเป็พยาน แต่พวกท่านกลับยึดครองเป็ของตนเอง ช่างน่าให้อับอายขายหน้าคนทั้งใต้หล้ายิ่งนัก!"
"ใช่แล้ว หอตำราแห่งนี้เดิมทีเป็ของสำนักกระบี่เก้าดารา กลายเป็ของสำนักศึกษาชางหลานั้แ่เมื่อใดกัน?"
"สุสานกระบี่ก็อยู่ด้านล่าง คำพูดของรองเ้าสำนักช่างเผด็จการเกินไปแล้ว"
"สำนักกระบี่เก้าดาราล่มสลายไปก็ช่างเถิด แต่ตอนนี้กระบี่เก้าดารากลับคืนมาแล้ว สำนักกระบี่ถือว่ามีผู้สืบทอด หากยังดื้อรั้นยึดครองต่อไปคงจะดูไม่ดีกระมัง?"
ผู้บำเพ็ญเพียราุโหลายคนก้าวออกมาช่วยพูดแทนอวิ๋นหรั่นเยว่ หากวันนี้อวิ๋นหรั่นเยว่ไม่ได้ใช้กระบี่เก้าดาราสยบไอมารไว้ ก็มิอาจรู้ได้ว่าจะเกิดหายนะใหญ่หลวงเพียงใด ดังนั้นทุกคนจึงยังคงรู้สึกขอบคุณนางอยู่มาก
รองเ้าสำนักโกรธจนหน้าบิดเบี้ยว แต่สุดท้ายเพื่อรักษาหน้าตาจึงต้องยอมรับว่าหอตำราเป็พื้นที่ของสำนักกระบี่เก้าดารา และมอบเงินชดเชยจำนวนมหาศาลให้แก่อวิ๋นหรั่นเยว่
เมื่อมองดูรองเ้าสำนักที่ใบหน้าดำคล้ำนำเหล่าศิษย์ออกจากพื้นที่ไป มุมปากของอวิ๋นหรั่นเยว่ก็ยกขึ้นเป็รอยยิ้มเ็าบาง ๆ
นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น วันหน้าพวกเ้าจะยังต้องอึดอัดใจมากกว่านี้อีกเยอะ
"ท่านแม่ ท่านกับท่านอาหน้ากากเมื่อครู่สง่างามมากเลยขอรับ! ไอมารที่พุ่งทะยานขึ้นฟ้าถูกพวกท่านสยบได้หมดเลย!" เสี่ยวอี้ทำตัวเป็ผู้สนับสนุนตัวยง รีบเข้ามาเยินยอด้วยคำพูดหวานหู
ในตอนนั้นเอง ผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนก็เดินเข้ามาแสดงความขอบคุณต่อทั้งสองคน
ต้องขอบคุณที่พวกเขายื่นมือเข้าช่วย มิเช่นนั้นผลลัพธ์คงเกินกว่าจะจินตนาการได้ บางคนเกือบจะถูกไอมารควบคุมไว้ได้ แต่ดีที่กระบี่เก้าดาราของอวิ๋นหรั่นเยว่ช่วยสยบไอมารลง
อวิ๋นหรั่นเยว่กล่าวว่า "ทุกท่านไม่ต้องเกรงใจ ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่มีใครที่จะนิ่งดูดายได้หรอกเ้าค่ะ"
ทุกคนพลันนึกถึงเ้าสำนักของสำนักศึกษาชางหลาน เกิดเื่ใหญ่ขนาดนี้ เดิมทีเ้าสำนักควรจะปรากฏตัวเพื่อแก้ไขปัญหาให้ทันท่วงที แต่เ้าสำนักกลับไม่ปรากฏตัวเลย แม้แต่ผู้าุโของสำนักก็ไม่ได้รีบเร่งเดินทางมา ในทางกลับกันคนหนุ่มสาวสองคนนี้เมื่อเกิดเื่กลับกล้าเผชิญหน้าอย่างแท้จริง ซ้ำยังแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
ทุกคนยืนอยู่ที่ขอบหลุมลึกเห็นไอมารภายในสลายไปหมดสิ้น มีกระบี่สีทองเล่มหนึ่งปักตระหง่านอยู่กึ่งกลาง ราวกับหนึ่งบุรุษเฝ้าด่านหมื่นคนมิอาจผ่าน สยบไอมารทั้งหมดไว้ได้!
ขณะนั้นเอง ฮั่วซิวเดินเข้ามาข้าง ๆ ั้แ่เมื่อใดมิอาจทราบได้ เขาบ่นพึมพำว่า "รองเ้าสำนักช่างเป็สุนัขจิ้งจอกเฒ่าจริง ๆ กระบี่เล่มนี้อาจจะไม่สามารถนำออกมาได้ เพราะหากนำออกมาไอมารจะรั่วไหลออกมาอีกครั้ง! มิน่าเล่าตาเฒ่านั่นถึงยอมคืนหอตำราให้พวกเ้าอย่างง่ายดาย เพราะด้วยวิธีนี้กระบี่เก้าดาราจะต้องถูกใช้สยบอยู่ที่นี่ตลอดไป!"