ป่าวิสทีเรียเป็ป่าที่อยู่ด้านหลังโรงเรียนจอมเวทเมร์ลิน่า ต้นไม้ส่วนใหญ่เป็ต้นวิสทีเรียซึ่งโอบล้อมลานกลางป่าที่เป็ที่ตั้งของต้นไลท์เมลีน ต้นไม้แห่งแสง ต้นไม้ประจำโรงเรียน ขนาดเส้นรอบต้นสองเมตร สูงกว่าสิบเมตร กิ่งแผ่รัศมีกว้างครอบคลุมให้ร่มเงาแก่ลานกลางป่า ใบสีขาวใสเรืองแสงทุกครั้งที่กระทบกับแสงจากดวงอาทิตย์ยามบ่าย ให้แสงสว่างกับป่าที่กำลังเป็สถานที่สอบนักเรียนใหม่ของโรงเรียน
“หมอนั่นหายไปไหน นี่เรารอกันนานแล้วนะ” เสียงบ่นของมีร่าดังขึ้นทำลายความเงียบของกลุ่มที่กลับมารวมตัวกันใต้ต้นไลท์เมลีนั้แ่สิบนาทีที่แล้ว แต่กลับขาดราล์ฟไปแค่คนเดียว
“ใจเย็นสิมีน เรายังพอมีเวลานะ” ลูน่าหันมาปรามเพื่อนสาว พร้อมเข้าไปกางเวทพรางตัวแทนฟรานซิสที่ออกมาพัก
“แต่ราล์ฟก็หายไปนานเกินไป หรือแกคิดว่าไงลินค์” ฟรานซิสถามขึ้นหลังลงไปนั่งพักที่โคนต้นไลท์เมลีน พร้อมสังเกตรอบ ๆ ไปด้วย เพราะถ้าพวกเขาอยู่ที่นี่นานกว่านี้ เวทพรางตัวคงช่วยได้ไม่นานก่อนที่จะมีคนมาพบ
“เราคงรอนานกว่านี้ไม่ได้ รีบรวบรวมข้อมูลที่ได้มาแล้ววางแผนกันดีกว่า” ลินคอร์นก้มลงหยิบดินและเศษหญ้าขึ้นมาหนึ่งกำมือ ก่อนโปรยกลับลงไปสู่พื้น กลายสภาพเป็แผนที่จำลองของป่า ลินคอร์นเพิ่มแสงสีแดงตามจุดต่าง ๆ ทางทิศตะวันออกของป่า เพื่อแทนตำแหน่งผู้สอบกลุ่มอื่น ฟรานซิสทำตามในตำแหน่งทิศเหนือ มีร่าทางทิศใต้ ตามด้วยลูน่าคนสุดท้ายที่พึ่งกางเวทพรางตาเสร็จในบริเวณกลางป่า จุดสีแดงถูกเติมเต็มในแผนที่จำลอง ขาดแต่เพียงทิศตะวันตกที่ราล์ฟไปสังเกตการณ์
“แผนนี้เสี่ยงอยู่นะจ๊ะ เพราะว่าบางกลุ่มอาจย้ายตำแหน่ง แล้วพวกเราก็ไม่รู้ด้วยว่ากลุ่มไหนดูแลธงประจำหอ หรือทุกคนคิดว่าไงจ๊ะ” ลูน่าขอความเห็นทันทีที่เห็นจุดสีแดงตามจุดต่าง ๆ ในแผนที่
“ใช่ แถมราล์ฟก็ยังไม่กลับมาด้วย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า” มีร่าเอ่ยพลางมองออกไปทางทิศตะวันตกของป่า
“ไม่ต้องห่วงหมอนั่นหรอก ส่วนเื่ที่ลูน่ากังวล ฉันเชื่อว่าเ้าลินค์มันมีแผน” ฟรานซิสบอกพร้อมดึงคอเพื่อนรักมากอดไว้อย่างมั่นใจ ลินคอร์นได้แต่ยิ้มรับ ก่อนดึงตัวเองออกมาจากวงแขนเพื่อนแล้วเริ่มอธิบาย โดยมีฟรานซิสพยักหน้าเห็นด้วย
“จะว่ามีก็มี แต่ก็ถือว่ายังเสี่ยงอยู่ ส่วนเื่ที่กลุ่มไหนดูแลธง คงเป็กลุ่มที่ไม่ย้ายตำแหน่งไปไหน เพราะต้องปักหลักเพื่อดูแลธง”
“จริงด้วย ถ้าเป็ฉันก็คงจะไม่ย้ายตำแหน่งไปเรื่อย ๆ แน่ เพราะอยู่ตำแหน่งเดิมจะวางกับดักหรือแนวป้องกันคงง่ายกว่า” มีร่ายิ้มเมื่อเห็นว่ามีทาง แต่ก็ต้องหุบยิ้มเมื่อนึกถึงปัญหาใหญ่ขึ้นมาได้
“แต่ถึงยังนั้นก็เถอะนะ เราก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่ากลุ่มไหนดูแลธงของหอไหน นี่ยังไม่นับเื่ที่เราต้องรวมให้ได้ครบหกธงอีกนะ”
“หรือว่าเื่นี้จะอยู่ในแผนที่ว่าจ๊ะ ลินคอร์น” ลูน่าเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูไม่เป็กังวลของเพื่อนใหม่ ซึ่งเขาก็ยิ้มรับก่อนเริ่มอธิบายถึงแผน
“ใช่ ฟังนะ...........”
สิบนาทีก่อนหน้านี้ ทิศตะวันตกของป่า
“สวัสดีฉันอลัน เอเซล ยินดีที่ได้รู้จัก” คำแนะนำจากเด็กหนุ่มแปลกหน้า สร้างความไม่สบายใจให้ราล์ฟได้ทันที เพราะเขาจำได้ว่าชื่อนี้คือคนที่ไอริสบอกว่าตามตื๊อมีร่าอยู่ ซึ่งเขาแน่ใจว่าหมอนี้กำลังเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง
“ลอบกัดได้ดีนี่ แต่ช่วยบอกได้ไหมว่าทำไม?” ราล์ฟลอยตัวกลับลงพื้น พร้อมกางบาเรียป้องกัน ซึ่งอลันก็ทำตามเช่นกันโดยไม่ละสายตาไปจากราล์ฟ
‘ลุค’ ราล์ฟส่งจิตหาลุคเพื่อเรียกภูตหนุ่มกลับมา ป้องกันไว้ในกรณีที่เขาอาจพลาด
“ฉันรู้ภารกิจกลุ่มนายเพราะฉันตามนายั้แ่เข้ามาในป่า เลยอยากท้าสู้ ถ้านายชนะ ก็รับธงหออัศวินไปได้เลย” อลันตอบก่อนยื่นข้อเสนอ พร้อมกางธงอัศวินขึ้นตรงหน้าด้วยสีหน้ามั่นใจ เป็จังหวะเดียวกับที่ลุคกลับมาถึงพอดี เขาเปลี่ยนร่างเป็คนก่อนใช้เวทพรางตัวอยู่บนต้นไม้ด้านหลังอลัน
“แบบนี้ภารกิจนายก็ไม่สำเร็จ?”
“ภารกิจฉันคือชิงธงหอตุลาการ ซึ่งได้มาแล้ว ส่วนธงหออัศวินฉันบังเอิญได้มา” อลันเก็บธงเข้ากระเป๋าด้านในเสื้อคลุม ทำให้ราล์ฟสังเกตเห็นธงสีเขียวของหอตุลาการ
“นายบอกว่าถ้าชนะ ฉันจะได้ธงหออัศวิน แล้วถ้าแพ้ละ” ราล์ฟถามขึ้นเมื่อเห็นว่าขอเสนอมันดีเกินไปพร้อมแอบวาดนิ้วด้านหลัง ทำให้วงแหวนเวทสีดำขนาดเล็กปรากฏขึ้นที่พื้นด้านหลังก่อนค่อย ๆ จมหายไป
“ก็ง่าย ๆ เลิกยุ่งกับมีร่า” พอได้ยินคำตอบ ราล์ฟก็ได้แต่ถอนหายใจก่อนตอบรับอย่างเสียไม่ได้
“นายคงเข้าใจผิด ฉันไม่คิดจะจีบเธอ แล้วก็ไม่มีวันคิดด้วย”
“ถ้านายไม่ได้คิดอะไร ก็ไม่เห็นจะเสียหาย ที่รับคำท้า”
“ก็ได้ ฉันขอรับธงหออัศวินไปละกัน”
เมื่อเห็นว่าไม่มีทางเลือก รวมถึงท่าทีของอลันที่ดูยังไงก็ไม่มีทางถอยให้เขาผ่านไปง่าย ๆ แน่ ราล์ฟจึงรับคำด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเบื่อหน่ายสุด ๆ
‘ถ้าต้องเจอคนแบบนี้อยากกลับเข้าป่าขึ้นมาเลย’
เมื่อราล์ฟตกลงกระแสลมก็เริ่มหมุนวนรอบตัวอลันจนเกิดเป็พายุขนาดย่อย โดยมีสายฟ้าวิ่งตามพายุนั้น ราล์ฟรีบเสริมบาเรียขึ้นทันทีพลางส่งจิตไปหาภูตประจำตัว
‘ผสมเวท ไหนนายเคยบอกว่าสอนในระดับจอมเวทไงลุค’
‘ไม่แปลกนี่ สงสัยเป็ลูกคนดังเลยชอบเรียนพิเศษ’
คำตอบของลุคถึงกับทำให้เวทที่เขาแอบร่ายถึงกับสะดุด
‘ใช่เวลาพูดเล่นไหมลุค เอาเวลาที่มัวพูดเล่นไปจัดการเพื่อนอีกสี่คนของหมอนี่ที่ล้อมพวกเราอยู่ดีกว่า’
‘ได้เลย คิดว่านายจะไม่รู้ว่าโดนล้อม ขอห้านาที’
ร่างของลุคค่อย ๆ เลือนหายไปทันทีที่พูดจบ พร้อมกับวงแหวนเวทวงใหม่ของราล์ฟที่จมหายลงไปใต้ดิน
“มัวรออะไรอยู่ หรือว่าถอดใจไม่อยากได้ธงแล้ว” สายฟ้าจากพายุวิ่งเข้าปะทะบาเรียของราล์ฟ ตามด้วยฟ้าที่ผ่าลงมา โจมตีใส่ราล์ฟเรื่อย ๆ โดยไม่ขาดสาย
กระแสพลังเวทของคนสี่คนเริ่มหายไปจากอาณาเขตเวทของราล์ฟ จนพลังสุดท้ายหายไป ร่างของลุคก็ค่อย ๆ กลับมาปรากฏที่ด้านหลังของราล์ฟอีกครั้ง
‘ราล์ฟถ้านายไม่รีบจัดการ ฉันจะจัดการเอง’
ลุคถามขึ้นเมื่อราล์ฟยังคงไม่ตอบโต้กลับไป ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีไม่หยุด แต่ลุคก็แอบสะใจที่เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของอลันที่ตอนนี้ไร้ซึ่งความมั่นใจ
‘ใจเย็นฉันมีแผน นายช่วยล่วงหน้าไปดูกลุ่มฉันให้หน่อยได้หรือเปล่า’ ราล์ฟตอบรับด้วยท่าทางไม่สบายใจนักเมื่ออาณาเขตเวทรับรู้ได้ถึงการปะทะกันของกระแสพลังเวทจำนวนมากที่บริเวณใจกว้างป่าซึ่งเป็จุดนัดพบของกลุ่ม
‘รีบตามมาละ’ ร่างของลุคเลือนหายไปอีกครั้ง
“คิดจะตั้งรับไปถึงเมื่อไร” อลันหมดความอดทนเมื่อเห็นคู่ต่อสู้เอาแต่ตั้งรับ แถมยังทำท่าทางสบายใจจนน่าหงุดหงิด
พายุสายฟ้าสลายไปพร้อมกับผู้ร่ายที่พุ่งออกจากพายุตรงเข้าหาบาเรียของราล์ฟ แส้สายฟ้าถูกเสกขึ้นที่มือทั้งสองข้าง เกิดประกายสายฟ้ากระจายออกเป็วงกว้าง ใบมีดน้ำแข็งปรากฏขึ้นด้านหลังราล์ฟ เพื่อรอจังหวะที่บาเรียสลาย จากการปะทะกับแส้สายฟ้า แส้ถูกฟาดเข้าใส่บาเรียทันทีที่ใบมีดน้ำแข็งปรากฏขึ้นครบ
เปรี้ยง~~~~
ทันทีที่แส้ปะทะกับบาเรีย ก็เกิดแสงสว่างะเิออกจากจุดปะทะ อลันะโถอยออกมาด้วยสีหน้ามั่นใจว่าราล์ฟต้องถูกใบมีดน้ำแข็งโจมตีจนถูกส่งไปอาคารพยาบาลแล้วแน่นอน ซึ่งเป็ไปตามคาดทันทีที่แสงหายไปก็ไร้เงาของราล์ฟ เหลือไว้เพียงหลุมขนาดเล็กที่พื้น
ใจกลางป่า
ร่างของลุคมาปรากฏอีกครั้งบนต้นไม้ห่างจากต้นไลท์เมลีนออกไปสองร้อยเมตร ซึ่งภาพตรงหน้าทำให้ภูตหนุ่มมีสีหน้าอึ้งอยู่ไม่น้อย เพราะตอนนี้ต้นไลท์เมลีนที่ควรจะเด่นที่สุดในบริเวณนี้ กลับกลายเป็เพียงไม้ประดับ เมื่อบนยอดต้นไลท์เมลีนมีธงประจำหอทั้งหกลอยวนอยู่บนนั้น ซึ่งถูกครอบด้วยบาเรียขนาดใหญ่ โดยมีเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลที่ชื่อลินคอร์นลอยอยู่ตรงกลางของธงทั้งหก
‘ท่าทางนายจะได้กลุ่มเพื่อนที่ไม่ธรรมดาแล้วราล์ฟ หึหึ’
ห้านาทีก่อน ห้องกรรมการคุมสอบ
“ทำไมปีที่ฉันสอบไม่มีเื่สนุกแบบนี้บ้าง” ชายหนุ่มเ้าของเรือนผมสีทองยิ้มอย่างถูกใจ ั์ตาสีน้ำตาลสะท้านภาพเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลที่ลอยตัวอยู่กลางธงประจำหอทั้งหกจากหน้าจอนับสิบที่จับภาพผู้เข้าสอบไว้
“ยังกล้าพูดแบบนี้อีกนะราเชล ตอนแกสอบป่าเสียหายเกือบครึ่งป่า ประธานนักเรียนอย่างฉันเลยโดนผู้อำนวยการด่าจนหูชา” ชายหนุ่มสวมแว่นอีกคนละสายตาจากจอภาพที่กำลังจับภาพอลันที่กำลังพยายามทำลายบาเรียของราล์ฟมาเขม้นรุ่นน้องตัวแสบ อย่างราเชล โรเวล ที่ไม่รู้ทำอีท่าไหนถึงมาเป็ประธานนักเรียนเหมือนกับเขา
“พี่เวสพูดเกินไป ผมไม่ได้ทำคนเดียวนะครับ” ราเชลย้อนกลับรุ่นพี่ที่เป็อดีตประธานเหมือนกับเขา จนรุ่นพี่อดีตประธานคนอื่นอดอมยิ้มกับความเป็คู่กัดของสองคนนี้ไม่ได้
“อดีตประธานถูกเชิญมาเป็กรรมการคุมสอบนะครับ ไม่ใช่มาเถียงกัน” เซดริกเอ่ยปรามขึ้นในฐานะประธานนักเรียนคนปัจจุบัน
“รุ่นนายเสียหายทั้งป่า เซดริก!!” รุ่นพี่ทั้งสองหันมาแขวะพร้อมกันจนเซดริกถึงกับสะดุ้ง ก่อนยิ้มแห้ง ๆ อย่างปฏิเสธอะไรไม่ได้ จนรุ่นพี่คนอื่นถึงกับหัวเราะออกมาที่เห็นรุ่นน้องไม่อาจเถียงกลับรุ่นพี่ทั้งสองได้ ก่อนเ้าตัวจะรีบเปลี่ยนเื่
“แหะๆ เรากลับมาสนใจการสอบดีกว่านะครับ รุ่นพี่ทั้งหลาย”
“พูดถึงการสอบเด็กนั้นเป็ใคร ถึงใช้เวทภาพมายาสร้างธงประจำหอได้ ทั้ง ๆ ที่เวทภาพมายามีการสอนกันในระดับจอมเวทชั้นปีที่สอง” หญิงสาวในตาสีฟ้าน้ำทะเล ใบหน้าขาวนวลไร้ตำหนิหันไปถามเซดริกอย่างสงสัยเมื่อเห็นห้องกลับมาสงบอีกครั้ง แต่ถูกเวสชิงตอบขึ้นมาก่อน
“ลินคอร์น เดอร์เซอร์ ลูกชายคนเล็กของโรเจอร์ เดอร์เซอร์ ผู้บัญชาการกองทัพเวทแห่งอาณาจักรดูน่า คงไม่แปลกอะไรที่จะได้รับการสอนเวทระดับสูงมาแล้ว”
“แถมยังใช้ได้อย่างไรที่ติ คนที่มองออกว่าเป็ธงปลอมคงมีไม่ก็คน ดูสิกลุ่มที่ทำภารกิจชิงธงมุ่งตรงไปที่ต้นไลท์เมลีนแล้ว” ราเชลเอ่ยสนับสนุนด้วยสายตาชื่นชมในผลงานรุ่นน้อง
“โหย พวกพี่จะมาแย่งผมตอบทำไมเนี่ย เลยอดคุยกับเจ๊ลอเรลคนสวยของผมเลย” เซดริกโอดครวญขึ้นมาทันทีที่อดคุยกับรุ่นพี่ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็อดีตประธานนักเรียนที่สวยที่สุด
“ตั้งใจทำหน้าที่ประธานนักเรียนดีกว่าไหมเด็กน้อย ดูสิจบไปคู่หนึ่งแล้ว” ลอเรลตอกกลับอย่างไม่ใส่ใจในความขี้หลีของรุ่นน้อง โดยที่สายตายังคงจ้องมองอลันที่ตอนนี้เหลืออยู่เพียงคนเดียวบนจอภาพ
“แต่ฉันว่าไม่” ชายหนุ่มผมดำ ที่นั่งอยู่หลังห้องเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบมาตลอด ทำให้ทุกคนหันมาฟังเพราะนาน ๆ ทีจะได้ยินเสียงอดีตประธานที่ได้ขึ้นชื่อว่าเก่งที่สุดที่ยังมีชีวิตของโรงเรียนจอมเวทเมร์ลิน่าพูดสักครั้ง
“ทำไมละคะ พี่แดริล”
“รอดูกันเองดีกว่า”
ทันทีที่แดริลพูดจบ ทุกสายตาก็หันกลับไปมองจอภาพอีกครั้ง ก่อนทั้งหมดจะเห็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากเชื่อสายตา
--------------------
อลันเดินมายืนตรงจุดที่ราล์ฟหายไปด้วยสีหน้าดีใจอย่างปิดไม่มิดในชัยชนะของตัวเอง ก่อนมองออกไปรอบตัวเมื่อไม่เห็นเพื่อนในกลุ่มเข้ามาหาเขาทั้งที่การต่อสู้จบลงแล้ว เพราะเขาให้เพื่อนล้อมบริเวณนี้ไว้ไม่ให้ใครเข้ามายุ่งกับการต่อสู้
“เอเรสฉันชนะแล้ว เอาธงไปส่งพวกรุ่นพี่กันดีกว่า” คำะโของอลันไร้เสียงตอบรับ จนคิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจ รวมถึงความไม่สบายใจเมื่อเริ่มรับรู้ถึงความผิดปกติรอบตัว ป่าดูเงียบเกินไปไม่มีแม้แต่เสียงสัตว์ในป่า รวมถึงผู้เข้าสอบกลุ่มอื่นที่อาจเข้ามาฉวยโอกาสหลังการต่อสู้จบ จะว่าเพื่อนป้องกันไว้ก็น่าจะมีเสียงการต่อสู้ หรือตอบรับเสียงะโเรียกของเขาบ้าง
วูบ!!!
“เฮ้ย!!”
เสี้ยววินาทีที่อลันกำลังคิดถึงความผิดปกติ อยู่ก็เกิดแรงดึงดูดมหาศาล ดึงร่างอลันลงจนร่างของเขาลงไปคุกเข่ากับพื้น พยายามต้านแรงเพื่อลุกขึ้น พยายามร่ายเวททุกเวทที่คิดออกแต่กับไร้ผล พอลองขับเคลื่อนพลังเวทในกายยิ่งสร้างความใมากขึ้นไปอีก เมื่อพบว่าตอนนี้เขาไร้ซึ่งพลังเวท อลันมองไปรอบตัวอย่างจนปัญญาและหาคนที่ลอบวางกับดัก แต่สายตาเขากับพบแต่เพียงวงแหวนเวทขนาดใหญ่อยู่ใต้เท้าที่เปลี่ยนสีไปมาถึงสามสีคือ ขาว น้ำเงินและดำ
“นี่มันอะไรกัน อั๊ก~~”
อลันหมดแรง จนถูกดูดลงไปนอนคว่ำกับพื้น ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะขยับตัว
“นึกว่าจะทนได้นานกว่านี้ซะอีก” ร่างของอลันถูกทำให้ลอยขึ้น จนเขามองเห็นเท้าที่กำลังเดินเข้ามา จึงจะมองเห็นใบหน้าเมื่อร่างอลันถูกพลิกให้นอนหงาย แล้วถูกแรงดึงลงสู่พื้นอีกครั้ง
“นายถูกส่งไปอาคารพยาบาลแล้ว ทำไม?” อลันเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น แววตาแสดงถึงความเกรี้ยวกราดอย่างชัดเจน
“อย่าคิดไปเอง ฉันก็แค่ใช่วิชาซ่อนเร้นกายาหลอกนายเท่านั้น” ราล์ฟเฉลยพร้อมร่างที่ค่อย ๆ เลือนหายจนเหลือแค่ศีรษะ ก่อนจะค่อย ๆ กลับมาเป็เหมือนเดิม “ฉันขอรับของไปตามข้อตกลงนะ”
“ใช้วิธีขี้ขลาด แน่จริงก็มาสู้กันซึ่ง ๆ หน้าสิ” อลันได้แต่ด่าทอ ขณะที่ราล์ฟก้มลงหยิบธงจากกระเป๋าด้านในเสื้อของอลัน
“นายหวังที่จะสู้แบบดุเดือดสินะ แต่สำหรับฉันมันไร้เหตุผล ทำไมฉันต้องเสียเวลามาสู้กับนายด้วย กับแค่เื่ที่นายคิดไปเอง อีกอย่างฉันี้เี” คำตอบของราล์ฟทำให้คนมั่นใจในพลังของตัวเองอย่างอลันถึงกับกัดฟันด้วยความเจ็บใจ นี่คนอย่างเขาที่เป็ถึงลูกชายของวีรบุรุษ กลับถูกใครที่ไหนก็ไม่รู้มาดูถูก คิดว่าการสู้กับเขาเป็เื่เสียเวลา ทั้ง ๆ ที่ั้แ่โตมามีคนมากมาย้าจะประลองกับเขา
ราล์ฟหยิบธงออกมาทั้งสองธง แล้วลุกขึ้นยืนมองธงทั้งสองอย่างชั่งใจ ก่อนถอนหายใจออกมาอย่างตัดสินใจได้แล้วโยนธงหอตุลาการลงบนตัวของอลันที่นอนอยู่
“ตามที่ตกลงกันไว้ ฉันจะเอาไปแค่ธงหออัศวิน อ้อ แล้วเวทนี้ฉันจะคลายให้ทันทีหลังจากฉันไปแล้ว” ทันทีที่พูดจบร่างของราล์ฟก็พุ่งหายไปทันที
ไม่นานหลังจากนั้นวงแหวนเวทก็หายไป อลันลุกขึ้นยืนอีกครั้งพร้อมหยิบธงขึ้น เขามองธงด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แต่กลับไม่มีความรู้สึกดีใจที่จะทำภารกิจสำเร็จอยู่ในนั้นแม้สักนิด เขาทั้งโกรธที่ได้รับความเห็นใจจากศัตรู เริ่มไม่มั่นใจในพลังของตัวเอง ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงแพ้ได้ง่าย ๆ สงสัยในพลังของราล์ฟเพราะไม่เคยเห็นใครใช้เวทที่มีวงแหวนเวทมาก่อน และสับสนว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เขาเสียใจที่แพ้ หรือดีใจที่เจอศัตรูที่น่ากลัวจนอยากจะสู้ด้วยอีกครั้งกันแน่
“สักวันราล์ฟ ฉันจะเอาชนะนายให้ได้”
ห้องกรรมการคุมสอบ
“นั่นมันอะไร! วงแหวนเวทนั่น” ลอเรลอุทานขึ้นมาด้วยความแปลกใจเพราะที่เธอเห็นคือวิธีการใช้เวทแบบโบราณ ก่อนหันไปหาแดริลเพื่อหวังจะได้คำตอบ จนเขาต้องเริ่มอธิบาย
“วิธีใช้เวทแบบโบราณ หรือที่รู้จักกันในชื่อเวทอดีตกาล ในอดีตโลกเวทมนตร์ใช้เวทโดยการเขียนอักขระลงในวงแหวนเวท แต่มีความยุ่งยากอยู่มาก เลยมีผู้คิดริเริ่มการใช้เวทโดยการร่ายจากเสียงซึ่งทำได้ง่ายกว่าเพียงแค่เอ่ยเวทที่ถูกต้อง การใช้วงแหวนเวทจึงค่อย ๆ หายไป
จนโลกเกิดา่ชิงดินแดน มีการสู้รบเกิดขึ้นทั่วโลก ลามไปถึงพวกสัตว์วิเศษรวมถึงภูตที่ป้องกันอาณาจักรของตัวเอง ซึ่งพวกภูตยังคงใช้เวทแบบอดีตกาล ผลการสู้รบมนุษย์แพ้อย่างราบคาบ ซึ่งทำให้พวกจอมเวทรู้ตัวว่า การใช้เวทแบบอดีตกาลมีความรุนแรงของเวทมากกว่าแบบปัจจุบัน
แต่ก็แก้ไขอะไรไม่เพราะยุคที่ใช้เวทแบบอดีตกาลยังไม่มีการบันทึกเวทลงหนังสือ หลังาสิ้นสุดจะให้พวกภูตสอนให้ก็ไม่ได้ เพราะเหล่าภูตทิ้งอาณาจักรหายไป การที่เด็กคนนี้ใช้ได้คงมีแค่สาเหตุเดียว”
“เหตุผลที่ว่าคืออะไรครับ” เวสถามขึ้นอย่าง้าคำตอบ ซึ่งตรงกับคำถามในใจของทุกคนในห้อง
“เพราะเด็กคนนี้มีภูตประจำตัว”
“ว่าอะไรนะครับ/นะคะ” หลายคนอุทานออกมาอย่างยากจะเชื่อ รวมถึงลอเรลที่เอ่ยสิ่งที่คิดออกมา
“แต่ภูตหายไปเป็พันปีแล้วนะคะ”
“ถ้าสังเกตจะเห็นว่ามีเด็กสี่คนถูกส่งไปอาคารพยาบาล โดยไม่รู้สาเหตุ แม้แต่ลูกแก้วจับภาพก็บันทึกภาพไว้ไม่ได้ ซึ่งเด็กทั้งสี่มีจุดร่วมที่เหมือนกันคือ อยู่กลุ่มเดียวกับอลัน ถ้าเดาไม่ผิดตอนที่ทั้งสองสู้กันภูตของเด็กคนนั้นคงเป็คนจัดการ”
หลายคนพยักหน้ารับ แต่ทุกคนก็ยังสงสัยและยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก ในเมื่อเื่ของภูตเป็เหมือนตำนานมากกว่าเื่จริง
“แหะ ๆ อธิบายสมกับเป็อดีตอาจารย์ประวัติศาสตร์เลยนะครับ พี่แดริล” ราเชลเอ่ยขึ้นเพื่ออยากลดบรรยากาศความตึงเครียดในห้อง
--------------------
เสียงะเิดังติดต่ออย่างไม่ขาดสายจากเวทมากมายที่เข้าปะทะกับบาเรียขนาดใหญ่ที่ถูกกางขึ้นโดยสองสาวที่ยืนอยู่ใต้ต้นไลท์เมลีน ตอนนี้รอบบาเรียเต็มไปด้วยกลุ่มผู้สอบกว่ายี่สิบกลุ่ม บาเรียเริ่มเกิดระลอกคลื่นจากการปะทะจนมีร่าเริ่มไม่สบายใจ
“ไหวไหมลูน่า ต้องกางบาเรียนานขนาดนี้ แล้วไอ้แผนที่ให้ลินคอร์น ใช้เวทมายาสร้างธงปลอมขึ้นมาเพื่อล่อกลุ่มชิงธงออกมา แล้วให้ฟรานซิสไปชิงธงจากลุ่มรักษาธงแบบนี้ มันจะทำได้จริง ๆ หรอ ฟรานซิสคนเดียวจะไปชิงธงตั้งหกธงได้ยังไงกัน”
“ไหวสิจ๊ะ ส่วนแผนนี้ลินคอร์นเป็คนคิด คงมั่นใจว่าฟรานซิสจะทำได้ ว้าย”
ลูน่าอุทานออกมาอย่างใเมื่อลำแสงเพลิง ลม และน้ำพุ่งตรงหาเธอพร้อมกัน ปะทะกับบาเรียจนเกิดรอยร้าว ตามมาด้วยจุดอื่น ๆ ที่เริ่มเกิดรอยร้าวจากการถูกโจมตีอย่างหนัก
ลินคอร์นที่ลอยตัวอยู่กลางธงมายาทั้งหกมองไปรอบตัวอย่างเริ่มไม่สบายใจ เมื่อเกิดสิ่งที่เขาไม่ได้คาดคิดคือกลุ่มต่าง ๆ เริ่มร่วมมือกันชั่วคราวเพื่อทำลายบาเรีย ทำให้เวทมีความรุนแรงขึ้นเมื่อรวมกันร่ายหลายคน รวมถึงร่างกายของเขาที่เริ่มเ็ปจากการฝืนใช้พลังเวทเป็เวลานาน เืเริ่มไหลขึ้นที่มุมปาก
‘หวังว่านายจะกลับมาทันก่อนฉันจะหมดแรงนะฟรานซ์’ ลินคอร์นคิดอย่างนึกขำที่ไม่ฟังคำเตือนของเพื่อน
สามสิบนาทีก่อน
“ลินคอร์นจะไหวหรอจ๊ะ? แผนนี้ทำได้ยาก แถมเวทมายาก็ใช้พลังเวทสูงมากเลยนะ” ลูน่าถามขึ้นหลังจากฟังแผนจบ เพราะเวทมายาถือเป็เวทขั้นสูงเกินกว่าเด็กที่พึ่งจบระดับนักเวทจะสามารถทำได้ในระยะเวลานาน
“ฉันเห็นด้วยกับลูน่าแผนนี้ทำได้ยากและเสี่ยงมากเกินไป พวกเรานะพอไหวเพราะเรากางบาเรียป้องกัน แต่ลินค์ที่ใช้เวทมายากับฟรานซ์ที่ต้องชิงธงตั้งหกนะ มันจะทำได้จริง ๆ หรือเปล่า” มีร่าเอ่ยสนับสนุน เมื่อเห็นแผนนี้มันเสี่ยงจนแทบจะเป็ไปไม่ได้
“ไม่ต้องห่วง ฉันกับฟรานซ์ทำได้แน่”
“ใช่ ฉันจะชิงธงให้ได้เร็วที่สุด ไม่ต้องห่วง” ฟรานซิสบอกเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับสองสาว แต่ในใจกลับไม่ค่อยสบายใจนัก เมื่อนึกถึงโรคที่เพื่อนเป็
“เอาเถอะ ภารกิจที่ได้มาก็ยากอยู่แล้ว จะไปสุ่มโจมตีทีละกลุ่มก็คงไม่ได้ แถมราล์ฟก็หายไปอีก” ทันทีที่พูดจบมีร่าก็เดินไปกางบาเรีย โดยลูน่าหันมายิ้มให้กำลังใจทั้งสองคนก่อนเดินตามไป
“แกแน่ใจนะว่าจะทำแบบนี้ โรคเวทีลิสที่นายเป็ ถ้าใช้เวทนานเกินไปร่างกายนายจะรับไม่ไหว” ฟรานซิสเอ่ยขึ้นอย่างเป็ห่วงโดยไม่อยากให้สองสาวได้ยิน เพราะลินคอร์นไม่อยากให้ใครรู้เื่นี้
“ไม่ต้องห่วงน่า แค่นายชิงธงให้ไวฉันก็ไม่เป็ไรแล้ว” ลินคอร์นลอยตัวขึ้นเหนือต้นไลท์เมลีนหลังพูดจบและเริ่มร่ายเวทมายา
“กดดันกันสุด ๆ เลยเพื่อน” ฟรานซิสเดินออกไปนอกบาเรียก่อนเสริมลมที่เท้าแล้วพุ่งออกไปทางทิศตะวันออกของป่า
ปัจจุบัน ห่างออกไปสองร้อยเมตร
“มาช้านะ” ลุคเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นราล์ฟมาถึง
“ช่างเถอะ เกิดอะไรขึ้น ธงนั้นมันอะไร” ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ราล์ฟขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ก่อนลุคที่เฝ้าสังเกตการณ์มาสักพักจะเฉลยขึ้น
“คงเป็เวทพรางตาอะไรสักอย่าง แต่ระดับคงสูงมากจนเกือบหลอกดวงตาภูตได้ ตอนแรกฉันยังเชื่อเลยว่าธงจริง”
เพี๊ยะ ๆ ๆ ๆ
เกิดรอยร้าวขึ้นที่บาเรียหลายจุด พร้อมธงที่อยู่ ๆ ก็หลายไปพร้อมร่างที่ร่วงลงของลินคอร์น ทำให้ราล์ฟอุทานออกมาอย่างใ
“แย่แล้ว ถ้าบาเรียแตกละก็ พวกนั้นโดนรุมแน่”
“ใช่แถมคนอื่นที่รู้ว่าเป็ธงปลอม ท่าทางจะโกรธมากด้วย”
เพล้ง~~~~~~~
บาเรียที่แตกออกพร้อมผู้สอบกว่าร้อยคนพุ่งเข้าหาเพื่อนทั้งสาม สร้างความตื่นตระหนกให้กับราล์ฟเป็อย่างมาก จนเกิดระลอกคลื่นพลังแผ่ออกไปเป็วงกว้าง จนแผ่นดินเกิดการสั่นไหว
“ราล์ฟ!! ใจเย็นก่อน”