คุณหนูในห้องหอ

    บทที่59 : จัดการคนทรยศ 59-2

     จางหลินถงตื่นนอนแต่เช้ามืดเหมือนเช่นทุกวัน นางยึดสวนกลางเรือนเป็นที่ฝึกฝนร่างกาย รอบตัวนางมีหุ่นฟางปักอยู่ไม่ต่ำกว่าสิบตัว นางกางกรงเล็บพุ่งเข้าหาหุ่นฟางพวกนั้น และออกกระบวนท่าอย่างว่องไว ยังไม่ทันกระพริบตาหุ่นฟางก็ถูกฉีกทึ้งจนปลิวว่อน หมัดมวยเผ่าหั่วจูเน้นใช้ข้อนิ้ว ข้อกระดูกและกรงเล็บอันแข็งแกร่งสร้างความเจ็บปวดให้ศัตรู ดังนั้นจึงไม่แปลกที่นางกางกรงเล็บยามออกกระบวนท่า

    อู๋ฮวนยืนมองหญิงสาวจากระเบียงอย่างเพลิดเพลิน บนใบหน้าเยือกเย็นราวน้ำแข็งพันปีมีรอยยิ้ม ดวงตาฉายแววอ่อนโยน ยามมองนางเคลื่อนไหวร่างกายอย่างคล่องแคล่ว

              ชายหนุ่มนึกสนุก ยื่นมือหักกิ่งท้อจากต้นที่ยื่นผ่านระเบียงมาถือไว้หนึ่งกิ่ง จากนั้นกระโดดผ่านระเบียงทะยานตัวเข้าหาจางหลินถงที่กลางสวน และใช้เท้าแตะหุ่นฟางจนล้มลงทั้งหมด เมื่อเท้าแตะพื้นก็กล่าวปนยิ้มกับพยัคฆ์สาวตัวน้อยว่า“หุ่นฟางขยับไม่ได้ มันสู้เจ้าไม่ได้หรอก”

              “เช่นนั้นจวิ้นอ๋องจะยอมเป็นหุ่นให้ข้าแทนดีหรือไม่ แต่ว่า...หากข้าฉีกท่านเหมือนฉีกหุ่นฟางจะมาโทษข้าไม่ได้นะ”จางหลินถงหันไปถามยียวน ดวงตาซุกซนกวาดมองทั่งร่างของอู๋ฮวน ที่มุมปากแดงฉ่ำยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

              “หากเจ้าทำได้ก็ลองดู”เขาท้าทาย เห็นดวงตาของหญิงสาว หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับตกหลุมรักครั้งใหม่

    นางเปลี่ยนไปมากจริงๆ นับตั้งแต่นางรู้ชาติกำเนิดของตนเอง นางมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น สิ่งที่นางเป็นทำให้นางดูสูงส่งสง่างาม นางไม่ใช่เด็กสาวที่เขาอยากจะคว้ามากอดก็กอดได้ แต่นางเป็นถึงทายาทหน่วยพยัคฆ์ขาว วันข้างหน้านางจะเป็นผู้นำคนนับหมื่น แม้เขาอยากกอดนางมาก แต่ไม่กล้าทำรุ่มร่ามเช่นแต่ก่อน

              “ถ้าชนะแล้วจะได้อะไร?”นางถามกลับ

              “เจ้าอยากได้อะไร”เขาให้สิทธิ์นางเรียกร้องเต็มที่ พลางนึกถึงอดีตเมื่อนานมาแล้ว นางชอบจับชายแขนเสื้อเขาดึงเบาๆ เพื่อให้เขาสนใจและถามทุกเรื่องที่นางอยากรู้ ท่าทีของนางในเวลานั้นน่ารักเหลือเกิน แค่คิดอู๋ฮวนก็รู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ อยากเห็นนางกอดแขนเขาแล้วอ้อนเหมือนเช่นวันวาน แต่เขารู้ว่าเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว

              จางหลินถงอมยิ้ม“ข้าอยากได้คนไว้ใช้งาน คนของท่านยกให้ข้าสักคนเถอะเจ้าค่ะ หลังจากยกให้ข้าเขาต้องสวามิภักดิ์ต่อข้า เป็นคนของข้า รับคำสั่งจากข้าโดยตรงโดยไม่ผ่านท่าน”

              ได้ยินเช่นนั้นดวงตาอู๋ฮวนวูบไหว นางไม่ได้อยากอยู่ใกล้เขาแต่นางอยากได้คนคุ้มกันของเขา! เขาไม่ได้ใกล้ชิดนางแต่คนคุ้มกันของเขากลับได้อยู่ใกล้นาง เพียงแค่คิดสีหน้าอู๋ฮวนขรึมลงทันใด เขากล่าวน้ำเสียงเศร้าเล็กน้อย “เจ้าอยากได้ใครหรือ?”

              “ใครก็ได้ แค่ท่านยกให้ ข้าก็รับไว้ทั้งนั้น”นางตอบ

    “เจ้าอยากได้คนไว้สืบเรื่องตระกูลจางหรือ?”เขาเดา

    “เจ้าค่ะ”นางตอบอย่างไม่ปิดบัง“ข้าต้องการรู้ว่าตระกูลจางถูกใส่ร้ายได้อย่างไร มีใครร่วมก่อการบ้าง ตอนอยู่โจเจียงข้านึกได้ว่าพ่อบ้านเก่าตระกูลจางมีญาติอยู่ที่นั่น ข้าลองตามหาเขาแล้ว แต่ไม่มีใครรู้จักเลย ก็เลยคิดว่าบางทีคนพวกนั้นอาจจะยังอยู่ในเมืองหลวง”

    นางต้องการคนใช้งานไว้ออกสืบเรื่องตระกูลจางให้นางจริงๆ นางไม่กล้าใช้คนจากข้างนอก อีกอย่างนางได้เดินทางร่วมกับคนของอู๋ฮวนมานาน เห็นฝีมือพวกเขา เห็นนิสัยใจคอ คิดว่าหากได้มาใช้งานสักคนต้องช่วยนางได้มากแน่ นางไม่ได้ชื่นชอบใครเป็นพิเศษ เพียงอู๋ฮวนยกให้นางก็จะรับไว้ เพราะนางเชื่อว่าคนอย่างอู๋ฮวนต้องไม่มอบคนใช้การไม่ได้ให้นางแน่

              เมื่อได้ยินว่าใครก็ได้ดวงตาอู๋ฮวนยิ่งเปล่งประกาย เริ่มมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวโชยหึ่ง ไม่มีทางที่เขาจะส่งชายหนุ่มหยาบคายพวกนี้ไปอยู่กับนางอย่างเด็ดขาด คนของเขาในสำนักคุ้มภัยมีผู้คุ้มกันสตรีที่มีฝีมือไม่มาก นางต้องการใช้คน ดังนั้นคนที่นางต้องการต้องมีฝีมือ เก่งกาจพอสมควร อู๋ฮวนหน้าเครียดขณะพยายามคิดว่ามีใครบ้าง ที่พอจะทดแทนผู้คุ้มกันที่อยู่ข้างกายเขาได้บ้าง พลันเขานึกขึ้นได้คนหนึ่ง

              “เจ้าว่าใครก็ได้งั้นหรือ”

              จางหลินถงพยักหน้า“เจ้าค่ะใครก็ได้ ข้าเชื่อว่าจวิ้นอ๋องคงไม่มอบคนใช้การไม่ได้ให้ข้าแน่นอน”

    ดวงตาอู๋ฮวนเปล่งประกาย กลิ่นน้ำส้มเริ่มจางหาย เขาเอามือไพล่หลัง เดินวนรอบตัวจางหลินถงพลางรับปาก“ได้ ถ้าเจ้าชนะข้าจะยกคนให้เจ้า พร้อมหนังสือสัญญาขายตัวเป็นทาสของชูหลิงด้วยดีหรือไม่”

    ได้ยินเช่นนั้นดวงตาจางหลินถงก็เปล่งประกายขึ้นบ้าง นางคิดอยากทำให้ชูหลิงพ้นจากการเป็นสาวใช้นานแล้ว ในเมื่อเขายื่นข้อเสนอมาเอง นางจะไม่รีบรับไว้ได้อย่างไร “ดียิ่ง ข้อเสนอดีมาก”

    อู๋ฮวนหยุดเดินแล้วหันไปกล่าวข้างหูหญิงสาว “แต่หากเจ้าแพ้ เจ้าก็ต้องทำตามที่ข้าต้องการ”

    “ได้” จางหลินถงหันมองสบดวงตาคู่นั้น หัวใจเต้นระทึกขณะรอฟังเงื่อนไขของเขา

    “เงื่อนไขของข้าง่ายมาก หากเจ้าแพ้ เจ้าต้องกลับมาเรียกข้าว่าพี่ฮวนเช่นเดิม”เขายื่นหน้าเข้าไปถามใกล้ๆ“ตกลงไหม”

    จางหลินถงนิ่งเงียบ อู๋ฮวนเห็นหญิงสาวนิ่งไม่ตอบ เขาเริ่มรู้สึกเสียใจ ถอยกลับไปยืนในที่ของเขาแล้วกล่าว“อาหลิน ในอดีตพี่ฮวนของเจ้าโง่เขลาทำผิดต่อเจ้ามาก ไม่ยอมรับฟังความต้องการของเจ้า พี่ฮวนสำนึกผิดแล้วจริงๆ ขอเพียงเจ้าไม่ทำห่างเหินต่อกัน ข้าจะไม่บังคับอะไรเจ้าอีก เจ้าพูดอะไรข้าจะฟัง ขอแค่ไม่อันตรายเกินไป ข้าจะเห็นด้วยกับเจ้า สนับสนุนเจ้า ไม่ต้องให้ข้ายืนข้างหน้าก็ได้ แต่ขอให้มีข้าอยู่ข้างหลังเจ้าก็พอ”

    ‘ไม่ต้องให้ข้ายินข้างหน้าก็ได้ แต่ขอให้มีข้าอยู่ข้างหลังเจ้าก็พอ’ คำนี้ช่างทำให้รู้สึกอบอุ่น จางหลินถงใจอ่อนลงเล็กน้อย นางยอมลดกำแพงที่สร้างขึ้นมาขวางกั้นระหว่างเขาและนางลงครึ่งหนึ่ง แค่เรียกเขาเหมือนเดิม แต่นางสามารถช่วยชูหลิงให้พ้นจากการเป็นสาวใช้ได้ก็คุ้มค่า นางเงยหน้าขึ้นและพยักหน้ารับ

    “ได้ ถ้าข้าแพ้ ข้าจะเรียกพี่ฮวนเหมือนเดิม กติกาเล่า”

    “แค่แย่งกิ่งไม้จากมือข้า ไม่เกี่ยงวิธีการ”เขายกกิ่งท้อที่มีดอกบานสะพรั่งขึ้นมาให้นางเห็น

    จางหลินถงอมยิ้ม ก็แค่แย่งกิ่งดอกไม้ในมือเขาเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องยากอะไร“พี่ฮวน ข้าจะเริ่มแล้วนะ”

    ทั้งที่รู้ว่านางใช้กลสาวงาม แต่พอได้ยินนางเรียกเขาว่า ‘พี่ฮวน’ก็อดเหม่อลอยไม่ได้ เห็นอีกฝ่ายหลงกลนาง จางหลินถงฉวยจังหวะนั้นพุ่งเข้าหาหมายคว้ากิ่งดอกไม้ เปิดก่อนได้เปรียบ อู๋ฮวนได้สติยกกิ่งท้อขึ้นสูงทันแต่เสียท่าอยู่เล็กน้อย ปลายเล็บของนางข่วนที่ลำคออู๋ฮวนจนเป็นรอยถลอกมีเลือดซึม ความเจ็บแสบเตือนสติให้อู๋ฮวนไม่ยอมแพ้ เขาพลิ้วกายหลบด้วยท่วงท่าสบายไม่กดดันมาก

    เห็นนางยื่นมือมา ชายหนุ่มรีบสะบัดแขนหลบหลีก กิ่งท้อในมือสั่นไหว กลีบดอกท้อร่วงหล่นเกลื่อนพื้นหญ้าเขียวสด กลิ่นหอมของดอกท้อโชยบางเบา

    “เมื่อต้องรับมือกับศัตรูที่ต่อกรด้วยได้ยาก อย่างแรกที่เจ้าต้องทำคือมีสติและใจเย็น”เขาสอนนาง

    จางหลินถงหยุดเคลื่อนไหวสูดลมหายใจเข้า เฝ้ามองการเคลื่อนไหวของชายหนุ่ม กระทั่งจังหวะหนึ่งนางเห็นเขาเหมือนชะงัก จังหวะนางนั้นนางพุ่งเข้าหา อู๋ฮวนหลบหลีก และใช้เพียงฝ่ามือเดียวผลักนางออก

    “ไม่เลว แต่ต้องไวขึ้นอีก”เขาบอกขณะเคลื่อนไหวรอบตัวนาง หลอกล่อให้นางเสียสมาธิ “ศัตรูที่เก่งกาจมีมาก เจ้าไม่อาจคาดเดาคาดคิดของศัตรูได้ทุกครั้ง ดังนั้นนอกจากใจเย็น ว่องไว เจ้าต้องใช้ปัญญาด้วย”

    จางหลินถงสูดลมหายใจเข้าอีกครั้ง นางหลับตาลง หูฟังเสียงเคลื่อนไหว ในสมองคิดหาวิธีเข้าถึงตัวชายหนุ่ม ครู่ต่อมานางลืมตาขึ้นพุ่งเข้าหาและใช้หมัดมวยเผ่าหั่วจูเล่นงานที่จุดตายบนร่างกายอีกฝ่าย

    อู๋ฮวนคาดไม่ถึงว่านางจะเอาจริง เขาโยนกิ่งดอกท้อขึ้นไปบนอากาศ หลอกให้จางหลินถงเลิกสนใจเขา นางเงยหน้าขึ้นมองกิ่งดอกท้อ ก่อนจะสะกิดปล่อยเท้าส่งตัวเองขึ้นไปคว้า แต่ช้ากว่าอู๋ฮวนเล็กน้อย อู๋ฮวนกระโดดขึ้น เขาไม่เพียงคว้ากิ่งดอกท้อได้ แต่คว้าสาวงามได้ด้วย

    ทันทีที่เท้าแตะพื้นนางผลักเขาออก การต่อสู้เริ่มขึ้น ต่อมามีผู้คนผ่านมาเห็นจึงหยุดมองด้วยความสนใจ หนึ่งในนั้นมีไห่เถิง ชูหลิงและบรรดาผู้คุ้มกันของอู๋ฮวน มีคนจากสำนักคุ้มภัยที่ดูแลความเรียบร้อยในเรือนด้วย บางช่วงอู๋ฮวนและจางหลินถงเหมือนสู้ด้วยความดุดัน แต่บางช่วงอู๋ฮวนใช้กิ่งดอกท้อหยอกเย้าอีกฝ่าย ในขณะที่จางหลินถงมีความมุ่งมั่นอยากจะชนะอย่างเดียว ช่างเป็นภาพชวนมองนัก ผ่านหนึ่งเค่อก็ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ

    ว่ากันตามจริงจางหลินถงยังสู้อู๋ฮวนไม่ได้ เพราะชายหนุ่มเน้นใช้เล่ห์เลี่ยมรับมือ ในขณะที่จางหลินถงเน้นใช้กำลังความสามารถ ยิ่งยืดเยื้อจางหลินถงยิ่งอ่อนแรง กอปรกับรอบกายมีผู้คนเฝ้ามอง นางรู้สึกกดดันและต้องการเอาชนะให้ได้ 

    “นายท่าน นายท่าน!”เฉินอี้ร้องขึ้นอย่างลืมตัว ต่อมาผู้คุ้มกันคนอื่นก็เริ่มร้องตาม“นายท่าน นายท่าน!”

    “ยอมแพ้ดีหรือไม่”อู๋ฮวนถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า

    “ไม่ ข้าไม่ยอมแพ้”นางตอบเสียงหนักแน่น นางถูกเสียงผู้คุ้มกันกดดันจนเริ่มเสียสมาธิ

    ไห่เถิงเห็นท่าไม่ดีจึงก้มลงกระซิบที่ข้างหูชูหลิง จากนั้นชูหลิงหมุนกายเดินไปลากตัวคนจากสำนักคุ้มภัยที่อยู่ใกล้ๆมาเป็นแนวร่วมและส่งเสียงขึ้น“คุณหนู คุณหนู!”

    เสียงผู้คนรอบข้างดังสนั่น จางหลินถงจึงมีแรงฮึกเฮิมมากขึ้น นางตัดสินใจพุ่งเข้าหาชายหนุ่มอีกรอบ ฮู๋ฮวนเห็นความตั้งใจของนางมากจึงแกล้งล้ม แต่เขาไม่ยอมล้มเพียงคนเดียว เขายื่นมือคว้าแขนจางหลินถงให้ล้มตามเขาลงไปด้วย

    จางหลินถงล้มทับไปบนตัวอู๋ฮวน ในใจนางมุ่งหวังเพียงคว้ากิ่งท้อมาให้ได้ จึงไม่ทันรู้สึกตัวว่านางคร่อมทับอยู่บนตัวอู๋ฮวน เสียงรอบตัวเงียบหาย คนเหล่านั้นมองภาพตรงหน้าด้วยใบหน้าร้อนวาบ แม้แต่อู๋ฮวนก็ตกตะลึงจนทำตัวไม่ถูกเช่นกัน

              “ในที่สุดก็เป็นของข้า”จางหลินถงคว้ากิ่งดอกท้อมาได้ ต่อมานางรู้สึกว่าเสียงรอบตัวเงียบหาย จึงได้สติเห็นว่านางนั่งทับเขาอยู่ จางหลินถงรีบลุกขึ้นยืนทำสีหน้าเคร่งขรึมกลบเกลื่อนใบหน้าแดงซ่าน“ข้าชนะแล้ว ท่านก็อย่าได้ลืมคำพูดเด็ดขาด”

              “ได้ รอให้คนที่ข้าเลือกไว้มาถึงก่อน แล้วข้าจะให้คนไปตามเจ้ามาดูตัว”อู๋ฮวนตอบกลับอย่างอารมณ์ดี ตอนแรกเขาตั้งใจจะเอาชนะนางให้ได้ แต่ต่อมาคิดได้ว่าถึงชนะนางไป ก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด นางเรียกเขาเหมือนเดิม แต่ใจนางเล่าจะรู้สึกอย่างไรที่ต้องทำตามคำสั่งเพราะว่าพ่ายแพ้ เขาไม่อยากให้นางรู้สึกลำบากใจ ดังนั้นเขาจึงยอมเป็นฝ่ายแกล้งแพ้เพื่อให้นางชนะ

              “ข้าจะรอ”นางกล่าวแล้วเดินจากไปพร้อมกับกิ่งท้อกิ่งนั้น

    อู๋ฮวนลุกขึ้นมานั่งมองจางหลินถงเดินจากไปจนลับสายตา เขายิ้มไม่หุบ กระทั่งคนคุ้มกันกระโดดลงมาช่วยพยุงให้ลุกขึ้น อู๋ฮวนก็ยังไม่หุบยิ้ม เขารู้สึกเหมือนตกหลุมรักอีกแล้ว หัวใจชายหนุ่มเต้นแรง จนเผลอลืมตัวยกมือขึ้นลูบหน้าอกเบาๆ เหล่าผู้คุ้มกันได้เห็นเช่นนั้นต่างพากันอมยิ้มตามกันไป

             

              สามวันต่อมา เจี่ยอิน ยู่เฟิง สาวใช้และเด็กมาถึงหอสราญรมญ์ในช่วงเย็น พวกเขาไปรายงานตัวที่ห้องพักของอู๋ฮวน อู๋ฮวนจึงให้คนไปตามจางหลินถงมาที่ห้อง

    จางหลิงถง ไห่เถิง ชูหลิงมาถึง พวกเขาเห็นเด็กที่นั่งบนตักสาวใช้ก็จำได้ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของสตรีนางนั้น เห็นเด็กยังอยู่จางหลินถงเริ่มอารมณ์ไม่ดี นางกวาดตามองหาเงาของมารดาเด็กทว่าไม่พบ  เห็นแต่สาวใช้ที่นางไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนจึงประหลาดใจเล็กน้อย

              “อาหลินมาแล้วหรือ”ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปหาจางหลินถง หวังจะจูงมือนางให้มานั่งใกล้ๆเขา แต่นางชิงเดินไปนั่งลงเสียก่อน อู๋ฮวนรู้สึกเก้อเขินที่ถูกนางปฏิเสธอีกครั้ง

              เด็กน้อยมองจางหลินถงตาแป๋ว หลังจ้องมองอยู่นานก็ปีนลงจากตักสาวใช้เดินเตาะแตะเข้าไปหาจางหลินถง พลางยื่นมือเล็กๆแตะขาอีกฝ่ายอย่างไร้เดียงสา หญิงสาวชะงักแต่ไม่ได้ปัดมือเด็กออก ต่อมาเด็กน้อยเริ่มปีนขึ้นไปบนตักจางหลินถงพลางร้อง

              “อุ้ม อุ้ม”

              ทุกคนนิ่งเงียบ ที่หน้าผากหลั่งเหงื่อเย็นจนชุ่ม เพราะรู้ดีว่าจางหลินถงไม่ชอบชิงเอ๋อร์ ความไม่ชอบนั้นจึงแผ่มาถึงเด็กด้วย พวกเขาไม่อยากจะคิดเลยว่าหากนางโมโหขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น

    “ชูหลิงพาเด็กออกไปก่อน”อู๋ฮวนหันไปบอกให้ชูหลิงเพราะกลัวว่าจะทำให้จางหลินถงจะโมโห

    “นี่...”จางหลินถงทำอะไรไม่ถูกที่มีเด็กตัวนิ่มๆปีนอยู่บนตัวนาง

              “อุ้ม อุ้ม” เด็กพูดคำเดิมซ้ำๆ

              “คุณหนู บ่าวจะพาเด็กออกไปนะเจ้าคะ”ชูหลิงเดินเข้าไปแกะมือเด็กออก แต่เด็กเกาะแน่นมาก ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่ยอมปล่อยมือจากจางหลินถง

              “อุ้ม” เด็กจับเสื้อจางหลินถงกำจนแน่น ไม่ยอมถอยห่าง

              “เด็กดีมานี่มา”ชูหลิงพยายามหลอกล่อด้วยคำหวาน ยื่นมือเข้าไปสอดใต้รักแร้เด็กเพื่อจะอุ้มออก แต่เด็กเริ่มร้องไห้โยเยเพราะไม่อยากให้ชูหลิงแตะต้องตัว

              เสียงร้องไห้ของเด็กทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัว ทุกสายตามองที่จางหลินถง คอยดูว่านางจะทำอย่างไรกับเด็กคนนี้ หลายคนเดาว่าเด็กจะถูกจางหลินถงตำหนิจนร้องไห้ตกใจ บางคนคิดมากถึงขั้นว่า จางหลินถงอาจจะรำคาญจับเด็กโยนลงพื้น ทว่าความจริงแล้วคนละเรื่อง

              “ไม่เป็นไร”จางหลินถงเอ่ยปาก

    แม้จะรู้สึกไม่ชินที่มีเด็กอยู่ใกล้ แต่เด็กต้องการให้นางอุ้มหากนางปฏิเสธก็ดูใจร้ายเกินไปหน่อย นางยกมือแตะที่หลังเด็ก ขณะพยายามคิดว่าอุ้มเด็กต้องทำอย่างไร เพราะนางไม่เคยอุ้มเด็กมาก่อน และตอนที่นางแต่งเข้าตระกูลซ่ง นางก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย

    แต่ทันทีที่นางวางมือแตะลงบนตัวเด็ก นางเหมือนถูกดูดเข้าไปในอีกโลก โลกที่มีเงาเด็กเคลื่อนไหวรอบตัวนาง เด็กคนนี้ต่อไปวันข้างหน้าจะกลายเป็นคนยิ่งใหญ่มีคุณธรรม ซื่อสัตย์และคอยอยู่เคียงอู๋ฮวน หลังจากภาพหยุดนิ่ง จางหลินถงหลุดออกมาจากโลกใบนั้น ที่จมูกของนางก็มีโลหิตไหลซึมเหมือนเช่นทุกครั้ง

              “อาหลิน”อู๋ฮวนก้าวยาวๆเข้าไปหา ล้วงผ้าเช็ดหน้าในอกเสื้อออกมาซับเลือดให้นาง“อาหลิน เจ้าเห็นอะไร”

              จางหลินถงก้มมองเด็ก แววตาอ่อนลงมาก ยกมือลูบหลังเด็กพลางกล่าวน้ำเสียงอ่อนโยน นางเบาใจที่ได้เห็นเช่นนั้น อย่างน้อยอู๋ฮวนก็เมตตาคนไม่ผิด“เด็กคนนี้ต้องเลี้ยงเขาให้ดี ต่อไปเขาจะเป็นคนดีและช่วยท่านได้มาก”

              “ข้ารู้แล้ว เอาไว้ข้าจะหาคนมาดูแลเขาอย่างดี ใครก็ได้มาพาเด็กไปที”อู๋ฮวนหันไปสั่ง สาวใช้คนเดิมจึงเดินเข้ามาเพื่อจะอุ้มเด็กออก แต่เด็กกลับเกาะจางหลินถงแน่น

              “เด็กดีมาเถอะ”สาวใช้กล่าว แต่เด็กน้อยยังคงงอแงไม่ยอมถอยห่างจากจางหลินถง

              “ช่างเถอะ เขาอยากอยู่ก็อยู่ไป”แม้ไม่ชอบมารดาของเด็ก แต่เด็กไม่ได้มีความผิดอันใด บางทีนางควรใจกว้างให้มากกว่านี้สักหน่อย เมื่อคิดได้เช่นนั้นจางหลินถงจึงกอดกระชับตัวเด็กไม่ให้เด็กตก อู๋ฮวนเห็นจางหลินถงพยายามปรับตัวให้เข้ากับเด็ก เขาอมยิ้มอย่างโล่งใจ ชายหนุ่มตัดสินใจนั่งลงข้างๆจางหลินถง

              “ที่ข้าให้คนไปตามเจ้ามา เพราะข้าจะบอกเจ้าเรื่องเด็ก ว่าแม่เด็กไม่อยู่แล้ว เด็กไม่มีที่ไป ข้าต้องดูแลเขา”

              จางหลินถงพยักหน้ารับรู้“เรื่องนี้เป็นเรื่องของท่าน ไม่เห็นต้องบอกข้า”

              “ข้าไม่อยากให้เจ้าเข้าใจผิดอีก”ชายหนุ่มสารภาพตามตรง

              แก้มจางหลินถงร้อนวาบ นางมองรอบตัวอย่างเก้อเขินก่อนจะหันไปถลึงตาใส่ชายหนุ่ม“เรื่องที่จะบอกมีแค่นี้หรือเจ้าคะ ข้านึกว่ามีเรื่องสำคัญมากเสียอีก”

              “อ้อ มีเรื่องอื่นด้วย คนที่เจ้าอยากได้ ข้าหาได้แล้ว” กล่าวแล้วหันไปกวักมือเรียกสาวใช้“เป่าซาน เจ้ามานี่”

              “นายท่าน” สาวใช้หญิงนางนั้นก้าวขึ้นมา

              “นางชื่อเป่าซาน เป็นคนในสำนักคุ้มภัยของข้า อายุสิบเจ็ด ฝีมือไม่เลวมีความสามารถด้านการใช้พิษและปลอมตัวมาก หากต้องการให้นางหาข่าว นางก็ทำได้ไม่เลว”

              จางหลินถงวางเด็กลงบนเก้าอี้ข้างตัว ซึ่งเด็กยอมนั่งลงแต่โดยดีโดยไม่ร้องงอแงสักคำ จากนั้นลุกขึ้นเดินวนเวียนรอบเป่าซานหนึ่งรอบแล้วยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ

              “ข้าชอบนาง ตกลงข้ารับนางไว้”

             

                    ************************************************************

    คล้ายกับเรื่องคุณหนูในห้องหอ ที่คุณอ่าน

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471