ถังฉีละลายน้ำมันหมูในกระทะ เติมพริกแห้งและกระเทียมลงไปผัดจนมีกลิ่นหอม จากนั้นก็ใส่ถั่วงอกที่สะเด็ดน้ำแล้วผัดสักครู่หนึ่ง ก่อนจะเติมเครื่องปรุงลงไป
จากนั้นไม่นาน นางก็ใส่พริกหยวกสีเขียวและแดงลงไปเพื่อเพิ่มสีสัน
ในที่สุด ถั่วงอกผัดหอม ๆ จานหนึ่งก็พร้อมรับประทาน
นางอู๋สูดกลิ่นหอม “ฉีเอ๋อร์ นี่มันอะไรกัน? หอมเหลือเกิน แค่ได้กลิ่นก็ทำให้ข้ารู้สึกกินข้าวได้สักสามถ้วยแล้ว!”
“ฮ่าฮ่า ท่านป้าอู๋ ผัดถั่วงอกจานนี้ ข้าแค่ทำให้ท่านลองชิมเจ้าค่ะ ดูว่ามีอะไรต้องปรับปรุงหรือไม่” ถังฉีเอ่ยพลางวางจานผัดถั่วงอกลงบนโต๊ะใกล้ ๆ และยังตักข้าวถ้วยใหญ่ให้นางอู๋
ซี่โครงหมูตุ๋นในหม้อก็ส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายไหล
ถังฉีตักหมูตุ๋นที่มีทั้งเนื้อและกระดูกใส่ชาม วางลงตรงหน้า
นางอู๋สนิทสนมกับถังฉีเป็นอย่างดี จึงไม่จำเป็นต้องรักษากิริยาและเริ่มกินผัดถั่วงอกทันที
“อืม~~~!”
นางอู๋เพียงพยักหน้าให้ถังฉี จากนั้นก็จัดการกับอาหารที่อยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
ไม่นาน ผัดถั่วงอกก็หมดทั้งจาน
ส่วนหมูตุ๋นที่วางอยู่ข้าง ๆ ไม่ถูกแตะต้องเลยแม้แต่น้อย
นางอู๋เติมข้าวให้ตัวเอง พร้อมกับเรอออกมาด้วยความพึงพอใจ
“ฉีเอ๋อร์ ผัดถั่วงอกนี่อร่อยมาก! ข้าไม่เคยกินอาหารที่อร่อยเช่นนี้มาก่อนในชีวิต” นางอู๋เอ่ยอย่างมีความสุข
“ท่านป้าอู๋ ข้าเองก็ไม่คิดว่าถั่วงอกพวกนี้จะมีรสชาติดี” ถังฉีเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ฉีเอ๋อร์ เจ้าจะสอนวิธีทำอาหารพวกนี้ให้คนอื่นไม่ได้นะ มันอาจเป็นรายได้ของพวกเจ้าในภายภาคหน้า” นางอู๋เอ่ยพลางคิดถึงความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของหลานสาว
“ท่านป้าอู๋ ตอนนี้ข้าตกลงทำการค้ากับร้านเยว่ไหลเค่อในเมืองชิงเหลียงเจ้าค่ะ พวกเราจึงไม่ได้ขัดสนเงินทองอีกต่อไป พวกชาวบ้านอาจจะอิจฉาได้เมื่อเห็นพวกเรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และถ้าพวกเขาสร้างปัญหาให้พวกเราจะทำอย่างไร นอกจากนี้ พวกเราพี่น้องก็ยังเด็กมาก” ถังฉีอธิบาย
เมื่อได้ยินเช่นนี้ นางอู๋ก็เข้าใจความหมายของถังฉี
“อา…น่าเสียดายที่ในครอบครัวของเจ้าไม่มีผู้ใหญ่เลยสักคน ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าคงไม่ต้องลำบากเช่นนี้” นางอู๋เอ่ย คว้ามือของถังฉีไว้พลางทอดถอนใจ
“ท่านป้าอู๋ ครั้งก่อนท่านบอกข้าว่าอยากเปิดร้านอาหารในเมืองไม่ใช่หรือเจ้าคะ? ท่านทำผัดถั่วงอกขายก็ได้นะ ข้าจะสอนวิธีปรุงอาหารจากถั่วงอกให้ท่านเอง”
ถังฉีไว้วางใจนางอู๋และตั้งใจจะช่วยเหลือครอบครัวของนาง
“เยี่ยมไปเลย เมื่อเปิดร้านได้ ข้าจะแบ่งกำไรให้เจ้าทุกเดือน” นางอู๋เอ่ยด้วยความตื่นเต้นดีใจ และยังมองเห็นความหวังของครอบครัวในภายภาคหน้า
หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองก็ผัดถั่วงอกกระทะใหญ่สองกระทะ พร้อมด้วยซี่โครงหมูตุ๋น ซาลาเปาหลายตะกร้า และผักหลากหลายชนิด
ตอนเที่ยง เมื่อเหล่าแรงงานพักกินข้าว พวกเขาก็แปลกใจที่เห็นถั่วงอกอยู่บนโต๊ะ
“ไม่ใช่รากไม้ และก็ดูไม่เหมือนผัก ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”
“อย่ามัวแต่งงสิ ลองกินดู เจ้าจะได้รู้” นางอู๋ลิ้มรสความหอมหวานและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
ถังหม่านกุ้ยได้ยินวาจาของภรรยา จึงเป็นคนแรกที่ใช้ตะเกียบคีบผัดถั่วงอกมาลองชิม และจากนั้นเขาก็คีบไม่หยุด
แม้แต่หวังต้าไห่และสหายที่คุ้นชินกับสุราชั้นดีและอาหารเลิศรสยังรู้สึกว่าอาหารจานนี้ยอดเยี่ยมทีเดียว
“ฉีเอ๋อร์ มันคืออะไรหรือ? รสชาติไม่เลว ไม่จำเป็นต้องใส่เนื้อสัตว์เลย” ชาวบ้านที่มาช่วยงานเอ่ยถามด้วยความพึงพอใจ
“ท่านลุง สิ่งนี้เรียกว่าถั่วงอกเจ้าค่ะ ข้าเพิ่งค้นพบโดยบังเอิญ หลังจากกลับไปบ้านแล้ว ท่านบอกให้ท่านป้ามาเรียนรู้กับข้าก็ได้นะเจ้าคะ จะได้เอาไปขายในเมือง แต่ข้าขอบอกไว้ก่อน ข้าจะสอนเฉพาะคนที่มาช่วยสร้างบ้านให้ข้าเท่านั้น” ถังฉีเอ่ยสีหน้าจริงจัง
“หากข้ารู้ว่ามีคนเอาไปบอกคนอื่นในหมู่บ้านหรือคนจากหมู่บ้านอื่น ข้าจะไม่แบ่งปันอะไรกับคนผู้นั้นอีกเลย” ถังฉีเสริม ในใจหวังให้ชาวบ้านดูแลซึ่งกันและกัน
“ฉีเอ๋อร์ พวกเราจะไม่บอกใครเกี่ยวกับถั่วงอกแน่นอน” ชาวบ้านบางคนที่มาช่วยงานรู้สึกซาบซึ้งในความมีน้ำใจของถังอู่ที่มีต่อพวกเขาในอดีต พวกเขาจึงไม่คัดค้าน
“เจ้าค่ะ” ถังฉีพยักหน้า
“ฉีเอ๋อร์ เจ้าขี้โกงนี่ เก็บสูตรอาหารอร่อย ๆ ไว้คนเดียว” หวังต้าไห่ที่เวลานี้สนิทสนมกับเด็กหญิง พูดหยอกล้อนางด้วยความเอ็นดู
“ท่านลุงหวัง ไม่ต้องห่วงนะเจ้าคะ ข้าจะสอนท่านด้วยเหมือนกัน” ถังฉีเข้าใจเจตนาของเขาเป็นอย่างดี
ตั้งแต่ที่ได้ลิ้มรสนมเปรี้ยว หวังต้าไห่ก็มักหาข้ออ้างที่จะได้เพลิดเพลินไปกับอาหารเลิศรสของเด็กหญิง สิ่งนี้ดึงจิตวิญญาณของคนที่หลงใหลในรสชาติอาหารได้ดีเยี่ยม
“ฮิฮิ เจ้านี่รู้ความจริง ๆ” หวังต้าไห่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็ก้มลงมอง และพบว่าผัดถั่วงอกหายวับไปแล้ว
ขณะที่กำลังนึกเสียใจ หัวหน้าช่างฝีมือก็เห็นผัดถั่วงอกในชามของบุตรชาย
“ฝูฉวน ดูเหมือนว่าช่วงนี้เจ้าจะอ้วนขึ้นนะ ให้ข้ากินผัดถั่วงอกแทนเจ้าก็แล้วกัน” พูดจบ หวังต้าไห่ก็คีบผัดถั่วงอกจากชามของบุตรชายทันที
อย่างไรก็ตาม นี่คือสังคมที่ความกตัญญูเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แม้ว่าหวังฝูฉวนจะไม่เต็มใจ ก็ทำได้เพียงเงยหน้าขึ้นอย่างเงียบ ๆ และมองดูบิดาเพลิดเพลินกับอาหารตรงหน้าด้วยแววตาโศกเศร้า
หลังจากมื้อกลางวันเสร็จสิ้น ชาวบ้านก็รีบไปบอกภรรยาของตนเกี่ยวกับอาหารจานนี้
บางคนก็ส่งมารดาของตนมาแทน
ด้วยเหตุนี้ ในช่วงบ่าย หญิงสาวและหญิงชรามากกว่าสิบคนจึงมารวมตัวกันที่ลานบ้านของถังฉี
“ฉีเอ๋อร์ ลูกชายโง่เง่าของข้าชมผัดถั่วงอกไม่หยุดปาก มันอร่อยถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?” หญิงชราท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย
“ท่านป้า ข้ารู้ว่าคงเชื่อได้ยาก ฉีเอ๋อร์ยังพอมีพอมีถั่วงอกเหลืออยู่ เข้าไปในครัวกับข้าสิ ข้าจะทำให้พวกท่านดู แล้วพวกท่านจะได้แบ่งกลับไปกินนที่บ้าน” นางอู๋แนะนำหญิงชาวบ้านด้วยความมั่นใจ
ไม่นาน ผัดถั่วงอกก็พร้อมสรรพ
หลังจากได้ลองชิม บรรดาหญิงชาวบ้านต่างทำตาโตด้วยความประหลาดใจ
ด้วยเนื้อสัมผัสที่สดใหม่ เรียบเนียน อ่อนนุ่ม และกลิ่นหอมเตะจมูก เดาว่ามีเพียงคนร่ำรวยเท่านั้นที่สามารถรับประทานของอร่อยเช่นนี้ได้!
หญิงชาวบ้านรีบรุมล้อมถังฉีและเรียนรู้วิธีปรุงอาหารจานนี้อย่างตั้งใจ
*****************************