ติ้ง!
ภารกิจสำเร็จ และลูกศิษย์ของท่านยังได้อันดับหนึ่ง
รางวัล: ความเข้าใจสรรพสิ่งทั้งปวง 100 เท่า!
และรางวัลพิเศษ…ไข่ 1 ฟอง
เสียงของเสี่ยวเอ๋อดังขึ้นในหัวของหลินเทียนหลังผลการประลองประกาศออกมาได้ไม่นาน
“ไข่งั้นรึ? ไข่ตัวอะไรล่ะ…”
เขาพึมพำเบา ๆ ก่อนจะหยิบมันออกมาจากมิติ พลิกดูไปมาอย่างสงสัย เปลือกไข่เรียบลื่น มีลายเส้นบาง ๆ คล้ายคลื่นพลังที่ไหลเวียนอยู่ภายในอย่างแ่เบา
“ข้าเองก็ไม่รู้ค่ะนายท่าน (◕ᴗ◕✿)”
“อ้าวเห้ย! ทำไมเ้าไม่รู้ล่ะ ก็เ้าเป็คนให้ข้ามาเองนี่!?”
หลินเทียนขมวดคิ้ว พูดอย่างหัวเสียเล็กน้อย ก่อนจะยัดไข่กลับเข้าไปในมิติแบบไม่ใส่ใจนัก ราวกับของแถมจากโชคชะตาที่ยังไม่ยอมเฉลยความลับ
จากนั้นเขาก็ก้าวลงไปยังลานประลอง
ด้านล่าง ชายชราคนหนึ่งเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างร่างของเฉียนหนาน ท่าทีเต็มไปด้วยความเป็ห่วง เห็นได้ชัดว่าเป็อาจารย์ของเขา
หลินเทียนเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะยกมือคำนับเล็กน้อย
“คาราวะผู้าุโ ศิษย์ของท่านช่างแข็งแกร่งนัก แต่จะยกอันดับหนึ่งให้ฝ่ายข้าจริงหรือ? ดูอย่างไรศิษย์ของท่านก็ล้มลงทีหลังชัดเจน”
ชายชรารับคำนับกลับ ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
“เื่นี้…เป็การตัดสินใจของเฉียนหนานเอง ข้าเป็เพียงผู้สั่งสอน ส่วนหนทางของเขา…ให้เขาเลือกด้วยตนเอง”
กล่าวจบ เขาก็ก้มลงตรวจอาการของเฉียนหนาน ก่อนจะพยุงร่างขึ้นอย่างระมัดระวัง
หลินเทียนเองก็หันไปดูจินซี เขาหยิบเม็ดยาออกมาให้ลูกศิษย์กิน พลังยาแผ่ซ่านเข้าไปในร่าง ทำให้อาการดีขึ้นเล็กน้อย
ไป๋ซีรีบเข้ามาประคองพี่ชายของนาง สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
หลินเทียนหันกลับไปอีกครั้ง ก่อนจะยื่นขวดยาให้เฉียนหนาน
“เอาไปใช้”
เฉียนหนานชะงักเล็กน้อย สีหน้าลังเล เหมือนจะปฏิเสธ
หลินเทียนจึงเลื่อนมือไปยื่นให้ชายชราแทน
“ช่วยเอาไปให้เขาใช้รักษาตัว ถือว่าเป็คำขอบคุณเล็กน้อยจากข้า”
ชายชรารับไว้ด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
จากนั้นหลินเทียนก็พาคนของตนเดินออกจากลานประลอง
แต่เดินไปได้ไม่ไกล—
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
ทหารราวสิบคนพุ่งเข้ามาล้อมรอบพวกเขาอย่างรวดเร็ว
“หยุดก่อน!”
เสียงะโดังขึ้น
หลินเทียนหยุดก้าว มองไปรอบ ๆ อย่างเรียบเฉย
“เชิญพวกเ้าไปพบท่านเ้าเมือง ท่านมีเื่จะพูดคุยด้วย”
น้ำเสียงของทหารแม้จะสุภาพ แต่แฝงแรงกดดันชัดเจน
หลินเทียนยังคงนิ่ง ไม่ตอบ ไม่ขยับ
ความเงียบก่อตัวขึ้นอย่างประหลาด
ทหารเ่าั้เริ่มหน้าตึง คิดว่าถูกขัดคำสั่ง
ฉับ!
อาวุธถูกชักออกมาพร้อมกัน ปลายคมชี้ตรงมายังกลุ่มของหลินเทียน
ไป๋ซี จินซี และเฉินเฟิงต่างหน้าซีด
หานซือเองก็ขยับตัว เตรียมพร้อมรับมือ
เพราะทหารเหล่านี้…ล้วนเป็ผู้ฝึกตนระดับก่อกำเนิดขั้น 5 ขึ้นไป
“เห้ย ๆ…นี่พวกเ้าคิดว่าพูดอะไรแล้วข้าต้องทำตามงั้นรึ”
เสียงของหลินเทียนเรียบเย็น
คลื่น—
แรงกดดันแผ่กระจายออกจากร่างเขาในพริบตา
พื้นหินสั่นะเื
เศษกรวดลอยขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะแตกละเอียดเป็ผง
ทหารทั้งหมดตัวสั่นโดยสัญชาตญาณ เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก
“เ้าบังอาจนัก!”
หัวหน้าทหาระโ ก่อนจะยกกระบี่ฟันลงตรงหน้าหลินเทียนอย่างรุนแรง
แต่—
“พวกเ้าคิดจะทำอันใด!”
เสียงหนึ่งดังสนั่น
ฟึ่บ!
ร่างของเ้าเมืองปรากฏขึ้นตรงกลาง ระหว่างหลินเทียนกับคมกระบี่
แรงฟันหยุดชะงักกลางอากาศ
“ท่านเ้าเมือง!”
ทหารทั้งหมดคุกเข่าลงทันที
หัวหน้าทหารรีบพูดขึ้น
“ท่านเ้าเมือง! คนพวกนี้ขัดคำสั่ง ข้าจึง—”
“หึ!”
เสียงเย็นเฉียบตัดบท
“ข้าให้พวกเ้า ‘เชิญ’ แขก…ไม่ใช่เอาอาวุธมาชี้ใส่!”
บรรยากาศกดดันหนักขึ้นทันที
ทหารทั้งหมดหน้าซีด ก้มศีรษะต่ำ
“ข้ามิกล้า…”
“ช่างเถอะ เื่ลงโทษไว้ทีหลัง”
เ้าเมืองโบกมือ ก่อนจะหันมาทางหลินเทียน
“ขออภัยที่เสียมารยาท เชิญท่านมากับข้า ข้ามีเื่อยากพูดคุย”
หลินเทียนมองเขาครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย
“นำทาง”
เสียงตอบสั้น ๆ
จากนั้นทั้งหมดก็เดินตามเ้าเมืองไปยังห้องโถงด้านใน
ประตูไม้ขนาดใหญ่เปิดออกช้า ๆ
ทั้งหมดเดินเข้าไปด้วยการนำของท่านเ้าเมือง ก่อนจะวนไปทางหนึ่งที่เป็สวนด้านหลัง
สวนแห่งนั้นสวยงาม มีต้นไม้และดอกไม้ แม่น้ำไหลผ่านด้านหน้า มีศาลาขนาดไม่ใหญ่มากนัก มีเก้าอี้เพียงพอสำหรับทุกคน
เ้าเมืองเดินไปนั่งมุมหนึ่ง ก่อนเชิญให้ทุกคนนั่งตาม
มีคนมารินน้ำชาเสิร์ฟให้ทุกคน
“ข้าต้องขอโทษท่านอีกครั้งที่คนของข้าล่วงเกินท่านไป ข้าคือเ้าเมืองชิงเฉิง แห่งนั้นามว่าชินเซียว”
“ข้าไม่ได้ติดใจอันใด เชิญท่านคุยเื่ธุระเถิด”
หลินเทียนตอบเรียบ ๆ
ชินเซียวยิ้มมุมปาก ก่อนจะพูดขึ้น
“เนื่องจากคนของท่านชนะการประลอง และยังได้อันดับหนึ่ง ข้าเลยจะขอมอบรางวัลให้แก่เ้าหนุ่มคนนั้น”
ไม่นานนัก คนของเ้าเมืองก็ยกกล่องหยกออกมาวางบนโต๊ะ ก่อนจะเปิดออกช้า ๆ
พลังปราณสายหนึ่งที่เย็นเยือกแผ่ออกมาจากกระบี่
จินซีหันไปมองหลินเทียนแวบหนึ่ง ก่อนจะลองหยิบกระบี่ขึ้นมาลองจับ
เขาเหวี่ยงมันไปมาก่อนจะเก็บเข้าฝักคืน
“เป็อย่างไรบ้าง เ้าชอบหรือไม่?”
ชินเซียวเอ่ยขึ้น ยิ้ม ๆ
“ข้าชอบมัน ข้าพเ้าขอรับท่านเ้าเมือง แต่กระนั้นมันไม่ค่อยติดมือข้าเท่าไหร่ จะเป็อะไรหรือไม่ หากข้าจะมอบกระบี่เล่มนี้ให้น้องสาวของข้า”
เขาเอ่ยขึ้น
“ตามใจเ้าเลย มันเป็ของเ้าแล้ว”
ชินเซียวพูด เขาไม่ได้ติดอะไร
ไป๋ซีรับกระบี่จากพี่ชาย นางตื่นเต้นมาก แต่ก็ไม่กล้ารับอย่างเต็มมือนัก
“พี่นี่คือของที่ท่านได้มาด้วยความสามารถ ท่านจะให้ข้าจริง ๆ งั้นหรือ?”
นางถามด้วยความเกรงใจ
“เอาไปเถอะ ข้ามีกระบี่ที่ท่านอาจารย์ให้มาใช้อยู่แล้ว มันเหมาะมือกว่าเล่มนี้ เ้าเอาไปเถอะ”
ไป๋ซีจึงรับกระบี่เล่มนั้นมาก่อนจะชักกระบี่ออกดู
จู่ ๆ เหมือนมีพลังบางส่วนเชื่อมต่อนางกับกระบี่
ก่อนจะลองฟาดฟันไปมา
คลื่นไอความเย็นแผ่กระจายไปทั่วทุกการฟัน
“สงสัยมันเหมาะกับเ้าจริง ๆ”
ชินเซียวพูดยิ้ม ๆ
เขามองออกว่ากระบี่เล่มนี้มันเลือกนาง
“ส่วนเื่เข้าสำนักใหญ่ ข้าจะไม่พูดแล้วกัน ในเมื่อเ้าเองก็มีสำนักและอาจารย์ที่เก่งกาจอยู่แล้ว”
ชินเซียวพูดกับจินซีก่อนจะมองไปทางหลินเทียนที่นั่งมองเงียบ ๆ
“ข้ามีเื่อยากจะเตือนพวกเ้าอีกเื่ ตอนนี้พวกสำนักใหญ่เริ่มเหิมเกริมนัก พวกเ้าต้องระวังตัวให้ดี”
หลินเทียนเลิกคิ้วเหมือนสงสัย ก่อนจะถามกลับ
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเรางั้นหรือ ท่านเ้าเมือง?”
ชินเซียวได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะมองไปทางไป๋ซี
“เ้าก็อาจจะรู้อยู่แล้วว่าลูกศิษย์ของเ้านั้นมีกายหยินบริสุทธิ์ ซึ่งหายากมาก เหล่าสำนักใหญ่จึงอยากได้นางมาอยู่ด้วย เพื่อค้านอำนาจของสำนักอื่น ตอนนี้คนของข้าสืบมาบ้างแล้ว คนของสำนักเมฆาภิภพเตรียมลงมือกับพวกเ้าอยู่เมื่อออกจากเมืองแห่งนี้”
หลินเทียนและคนอื่น ๆ ต่างเงียบ
“ข้าเลยอยากมาเตือนพวกเ้าไว้บ้าง เ้าอาจไม่รู้ แต่อำนาจของข้าก็ไม่ได้ควบคุมพวกเขาหมด คนของข้าเองบางส่วนก็เป็ใส้ศึก ให้พวกสำนักใหญ่คอยคาบข่าวไปบอกพวกมัน”
“แล้วทำไมท่านไม่จัดการพวกเขาให้อยู่ภายใต้การปกครองของท่านกันล่ะ?”
หลินเทียนถามอย่างสงสัย
ชินเซียวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“พวกสำนักใหญ่เหล่านี้ล้วนเป็เพียงสำนักฝ่ายนอกในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ของข้า ส่วนสำนักหรือที่ตั้งใหญ่จริง ๆ ของพวกนี้ อยู่ในอาณาจักรใหญ่ที่ห่างจากเมืองแห่งนี้มากนัก”
หลินเทียนเงียบ คิดตามเขา
“เื่มันเป็มาเช่นนี้เอง งั้นถ้าข้ากลับสำนักไปตอนนี้ คงโดนพวกนั้นดักเล่นงานเป็แน่”
“ท่าพวกเ้าไม่ติดอันใด ก็พักที่เมืองของข้าสักระยะ ให้เื่ซาลงก่อนค่อยไปก็ได้”
ชินเซียวเอ่ยขึ้น
หลินเทียนก็คิดเช่นนั้น ก่อนจะลุกขึ้นคำนับเ้าเมือง
“ขอบคุณท่านมากที่เล่าให้ข้าฟัง งั้นข้าขอพักที่เมืองของท่านสักระยะ แล้วค่อยออกเดินทาง”
“ไม่เป็ไร ๆ ข้าเองก็หมดธุระแล้ว งั้นข้าเดินไปส่ง”
ชินเซียวพูด ก่อนจะเดินนำออกไปส่งยังหน้าประตู
ทั้งหมดเดินมาได้สักพัก แต่ละคนเงียบสนิท เหมือนกำลังกังวลเื่ที่กำลังจะเกิดขึ้น
“อะไรกัน พวกเ้ากังวลว่าจะโดนจับตัวไปงั้นหรือ?”
หลินเทียนพูดยิ้ม ๆ ในมือกัดแอปเปิ้ล เคี้ยวหน้าตาเฉย
“ท่านอาจารย์ ท่านไม่กังวลบ้างหน่อยหรือ เื่ออกจะใหญ่โต”
จินซีพูดขึ้น
“กังวลไปแล้วได้อะไรกัน ข้าก็กำลังหาทางออกอยู่ ถึงจะเห็นอย่างนี้ก็เถอะ”
เขาพูดเรียบ ๆ
“อันดับแรก พวกเราต้องหาที่พักกันก่อน จะไปขออยู่ที่สมาคมของเหยาเหยานานก็คงดูไม่ดี ถึงนางจะไม่ได้ว่าอะไร แต่ข้าคิดว่าจะหาที่พักสำหรัยอยู่หลายเดือน”
“แล้วพวกเราจะไปหาเงินจากไหนล่ะท่านเ้าสำนัก?”
ผู้าุโหานซือพูดขึ้น
คนอื่น ๆ ต่างพยักหน้าหงึก ๆ เห็นด้วย
“มีอยู่แล้ว วิธีหาเงินของข้า”
หลินเทียนพูดยิ้ม ๆ ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง
ทุกคนเดินกันมาสักพักก็ถึงบ้านพักหลังสมาคม
พวกไป๋เยว่กับชิงชิงก็รออยู่ที่นั่น
เหยาเหยาเองก็ตามมาด้วยหลังจากเห็นคนอื่นๆ ตามมากันครบแล้ว
ทุกคนจึงพากันนั่งรอบโต๊ะ
"ยินดีด้วยจินซีที่ได้อันดับหนึ่ง"
เหยาเหยาเอ่ยขึ้น พวกไป๋เยว่และคนอื่นต่างยินดีกับจินซีที่ชนะการประลอง
จินซีทำตัวไม่ถูก เขาแค่เงียบและนั่งเขินอาย
"แล้วท่านจะเอายังไงต่อล่ะ จะกลับสำนักเมื่อไหร่ ข้าจะได้เตรียมของไว้ให้"
เหยาเหยาเอ่ยขึ้นเสียงนุ่ม
หลินเทียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเล่าเื่ต่างๆ ที่คุยกับท่านเ้าเมืองให้ฟัง
"พวกมันช่างโหดร้ายจริงๆ แค่เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ถึงกับจะลงมือโดยไม่เลือกหน้า"
"แล้วท่านจะเอายังไงต่อ หรือคุณชายหลิน"
เหยาเหยาพูดเสียงขุ่น
"ข้าว่าจะพักอยู่ที่เมืองสักระยะหนึ่ง ให้เื่เงียบลงก่อนค่อยออกเดินทาง
ระหว่างอยู่ที่นี่ ข้าเองก็จะหาบ้านพักสักหลัง เปิดร้านขายยาดู"
หลินเทียนตอบเสียงเรียบ
"ข้าว่าด้วยระดับฝีมือการหลอมยาของคุณชายหลิน ต้องขายดีอย่างแน่นอนค่ะ
เดี๋ยวข้าจะพาท่านไปลงทะเบียนที่สมาคมหลอมยาของเมือง เมื่อท่านเตรียมตัวพร้อม"
เหยาเหยาพูดขึ้นเสียงตื่นเต้น
หลินเทียนหันไปถามไป๋เยว่
"แล้วพวกเ้าจะกลับกันวันไหนงั้นรึ"
"พวกเราจะกลับกันวันพรุ่งนี้ค่ะ คุณชายหลิน"
ไป๋เยว่ตอบ
"งั้นรึ"
หลินเทียนตอบเรียบๆ แต่ในใจเขาดีใจมากที่พวกนางจะกลับกันแล้ว จะได้ไม่มีใครมาแย่งเตียงของเขาอีก
"ข้าจะอยู่ที่นี่คอยรับใช้คุณชายหลินเอง
พวกเ้ากลับกันไปเถิด"
ชิงชิงพูด นางยิ้มเ้าเล่ห์เหมือนรอจังหวะนี้มานาน
"ไม่ได้ถ้าเ้าอยู่ ข้าก็จะอยู่ด้วย"
ไป๋เยว่พูดแทรกขึ้น
"พี่ไป๋เยว่ ถ้าท่านอยู่แล้ว ใครจะไปส่งคนอื่นกันล่ะค่ะ"
ชิงชิงตอบ
ไป๋เยว่ได้แต่เงียบ จริงอย่างที่ชิงชิงว่า
"เอ่อ เ้าจะอยู่ที่นี่ ทำไม มันไม่มีอะไรให้เ้าทำหรอก
เ้ากลับไปกับไป๋เยว่เถิด"
หลินเทียนพูดเสียงห้อย
"ไม่ค่ะ ข้าจะอยู่กับท่าน
กลับไปที่เผ่าก็ไม่มีอะไรทำ นอนไปวันๆ ข้าเบื่อยิ่งนัก"
ชิงชิงตอบ พร้อมยิ้มๆ และขยับเข้ามาเกาะแขนเขาแน่น
"งั้นก็แล้วแต่เ้าเถอะ"
หลินเทียนพูดตัดบท เขารู้ว่านางคงคิดเื่นี้ไว้แล้ว เพื่อจะมีข้ออ้างอยู่ที่นี่
เสียงหัวเราะดังขึ้น พวกเขาอยู่ทานอาหารกันก่อน จากนั้นก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
เช้าวันใหม่ ทุกคนต่างตื่นกันั้แ่เช้าเพราะมีหน้าที่ของตนเอง
ไป๋เยว่และคนอื่นเตรียมตัวกันเสร็จแล้ว
นางหันมาถามชิงชิงอีกครั้ง
"ชิงชิง เ้าจะไม่กลับไปกับพวกเราจริงรึ"
"ไม่ค่ะ ข้าจะอยู่ที่นี่
แล้วเดี๋ยวคุณชายหลินกลับสำนัก ข้าค่อยกลับไปยังเผ่าค่ะ"
ชิงชิงตอบ
ไป๋เยว่ยิ้มๆ
หลินเทียนเดินมาใกล้ๆ แล้วยื่นกระดาษยันต์ใบหนึ่งให้ไป๋เยว่ พร้อมเอ่ยขึ้น
"เอาไว้ใช้ตอนมีเื่จำเป็ ถ้ามีเื่อันใดก็ฉีกยันต์ทันที"
"ขอบคุณคุณชายหลิน"
ไป๋เยว่รับมา ก่อนที่พวกนางจะออกเดินทาง
ร่างของพวกนางค่อยๆ ลอยขึ้นก่อนจะมุ่งหน้าไปยังป่าลึก ทิศทางที่เผ่าของจิ้งจอก์ตั้งอยู่
"ข้าเองก็ไปทำธุระของข้าดีกว่า"
หลินเทียนหันหลังไปในเมือง
เหยาเหยานางเองก็มาส่งพวกไป๋เยว่ แล้วก็นำทางหลินเทียนไปยังสมาคมการหลอมยา
จินซีกับไป๋ซี พวกเขาจะตามมาด้วย แต่หลินเทียนห้ามไว้ให้พวกเขาพักผ่อน
เดินทางมาเรื่อยๆ ผู้คนก็เริ่มหนาตาขึ้นบ้าง แถวนี้เป็เขตการค้าขนาดใหญ่
ไม่นาน ทั้งสามก็มาถึงหน้าลานขนาดใหญ่
ด้านหน้ามีศาลาขนาดใหญ่ตั้งอยู่หลายชั้น
ผู้คนเดินเข้าออกเป็มด
เหยาเหยาเดินนำเข้าไปด้านใน ก่อนจะคุยอะไ
รบางอย่างกับพนักงานครู่หนึ่ง
เขาก็รีบเดินเข้าไปยังชั้นใน
สักพักก็มีชายวัยกลางคนเดินตามออกมา
เขามองมาทางเหยาเหยาก่อนจะเดินเข้ามาต้อนรับ
"คุณหนู เชิญท่านเข้าไปด้านในเถิด"
เขาพูดพร้อมเดินนำเข้าไป
เหยาเหยาเรียกให้หลินเทียนกับชิงชิงตามไป
ไม่นานก็มาถึงห้องโถงขนาดใหญ่
ห้องนั้นมีกล่องไม้มากมาย มีกลิ่นสมุนไพรลอยตามอากาศมาให้ได้กลิ่นอ่อนๆ
ที่โต๊ะทำงานมุมหนึ่งมีชายชราหนวดยาวนั่งดูตำราบางอย่างจนคิ้วขมวด