ตัวประกอบสาวขอไม่ทน เกิดใหม่ชาตินี้จะพลิกบทเป็นนางตัวแสบ

    บทที่ 40 ว่านกุ้ยเฟยคิดจะกลั่นแกล้ง ไม่เตรียมที่นั่งให้ แต่สุดท้ายก็ต้องไปเชิญนางกลับมาเอง

    บทที่ 40 ว่านกุ้ยเฟยคิดจะกลั่นแกล้ง ไม่เตรียมที่นั่งให้ แต่สุดท้ายก็ต้องไปเชิญนางกลับมาเอง


    สิ้นคำพูด ซูเหวินยวนก็หมุนตัวเดินจากไปทันที แต่ว่านกุ้ยเฟยรีบรับสั่งให้นางกำนัลเข้าขวางไว้


    "ชาที่ข้าใช้ต้อนรับแขกในวันนี้มีค่าพันตำลึงทอง หากพระชายาไม่ได้ลองชิมคงน่าเสียดายแย่ ในเมื่อที่นี่มีคนที่ทำให้พระชายาไม่พอใจข้าไล่นางไปให้ก็สิ้นเรื่องแล้ว เหตุใดพระชายาต้องกลับไปด้วยเล่า?" 


    ว่านกุ้ยเฟยทรงพยายามรั้งนางไว้อย่างสุดกำลัง


    ฉากเด็ดของงานยังไม่เริ่มขึ้นเลย จะปล่อยให้ซูเหวินยวนไปได้อย่างไร?


    ใบหน้าของซูหลินเอ๋อร์ซีดผือด ก่อนจะได้ยินน้ำเสียงอันเกรี้ยวกราดของว่านกุ้ยเฟย 


    "ซูหลินเอ๋อร์จงใจก่อกวนความสงบ ยังไม่รีบลากตัวนางออกไปอีก!"


    นางกำนัลสองคนตรงเข้ามาลากตัวซูหลินเอ๋อร์ออกไป นางได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอนไปยังซูเหวินยวน ในยามนี้นอกจากนางแล้วก็ไม่มีใครช่วยได้อีก แต่ซูเหวินยวนกลับไม่แม้แต่จะชายตามองนางเลย


    ณ ห้องอักษรในจวนเฉินอ๋อง


    เย่ซานกำลังรายงานข่าวคราวจากในวังให้เซิ่งจิ่งอวี้ฟัง


    เซิ่งจิ่งอวี้ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย เพียงกล่าวเรียบ ๆ 


    "ซูหลินเอ๋อร์ผู้นี้ โง่เขลาเบาปัญญาถึงที่สุด ทั้งฝีปากก็สู้พี่สาวไม่ได้ ทั้งเล่ห์เหลี่ยมก็สู้ไม่ไหว"


    "ใช่แล้วเจ้าค่ะ" เย่ซานยิ้มอย่างยินดี


    หลังจากซูหลินเอ๋อร์จากไปแล้ว บรรดาแขกในงานก็พบปัญหาอีกนั่นก็คือ


    ประการแรกคือไม่มีที่นั่งสำหรับซูเหวินยวน


    ภายในศาลาว่านชุน ว่านกุ้ยเฟยประทับอยู่ตรงกลาง ขนาบข้างด้วยฮูหยินผู้มีบรรดาศักดิ์สูงสุดสองท่านพร้อมด้วยบุตรีของพวกนาง 


    ถัดลงไปก็เป็นที่นั่งที่จัดเรียงตามลำดับยศฐาบรรดาศักดิ์


    ซูเหวินยวนเป็นถึงพระชายาเฉินอ๋อง ตามศักดิ์แล้วนางควรจะได้นั่งในตำแหน่งที่ใกล้กับว่านกุ้ยเฟยที่สุด หรือแม้กระทั่งนั่งเทียบเคียงกันก็ยังได้


    แต่เบื้องหน้ากลับไม่มีที่นั่งว่างเลยสักที่เดียว บรรดาฮูหยินที่นั่งอยู่แถวหน้า หากไม่ได้รับอนุญาตจากพระสนมก็ไม่กล้าลุกขึ้นสละที่นั่งให้โดยพลการ


    ตามเหตุผลแล้ว คนที่เชิญนางมาคือพระสนมเอง พระนางจะทรงลืมได้อย่างไร?


    ซูเหวินยวนเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน พลางคิดในใจว่าคนในวังนี้ช่างมีเล่ห์เหลี่ยมซับซ้อนนัก แค่เรื่องที่นั่งเพียงที่เดียว ก็ยังอุตส่าห์หาทางกลั่นแกล้งกันจนได้


    นางตัดสินใจที่จะอยู่ต่อแล้ว พระสนมก็ไล่ซูหลินเอ๋อร์ไปแล้วด้วย หากตอนนี้นางยังคิดจะกลับอีก คงจะถูกมองว่าเป็นคนใจแคบจริง ๆ


    "ดูความจำของข้านี่สิ เฉินอ๋องแต่งชายาอย่างเร่งรีบเสียจนข้ามักจะลืมไปเสมอว่ามีพระชายาเฉินอ๋องเพิ่มมาอีกคน เป็นความผิดของข้าเอง เช่นนั้น... คงต้องรบกวนพระชายาไปนั่งด้านหลังเสียแล้ว"


    สิ้นเสียงนั้น ทุกคนต่างกลั้นหายใจรอชมว่าซูเหวินยวนจะโต้ตอบว่านกุ้ยเฟยอย่างไร 


    บรรยากาศพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที


    แต่คาดไม่ถึงว่าซูเหวินยวนกลับดูไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย นางโบกมือพลางกล่าว "แค่ที่นั่งที่เดียว ต่อให้พระสนมจะทรงตั้งใจกลั่นแกล้งแล้วจะอย่างไรได้เพคะ? ขอแค่มีของกินของดื่มให้ก็พอแล้ว จะเรียกว่าลำบากได้อย่างไรกัน?"


    บรรดาฮูหยินที่ก่อนหน้านี้คิดว่านางเป็นคนใจแคบ ต่างก็อดทอดถอนใจในความคิดของตนไม่ได้


    ซูเหวินยวนไม่ได้เป็นคนเจ้าปัญหาจู้จี้อย่างที่พวกนางคิด เพียงแต่ไม่ไว้หน้าคนที่มาหาเรื่องเท่านั้นเอง


    การที่นางยอมอ่อนข้อให้ง่าย ๆ เช่นนี้ กลับทำให้ว่านกุ้ยเฟยที่อุตส่าห์วางแผนมาอย่างดีต้องรู้สึกกระอักกระอ่วนเสียเอง


    ซูเหวินยวนไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้เลยจริง ๆ แต่พระนางกลับคิดจะใช้เรื่องนี้มาทำให้นางเสียหน้า นับเป็นความคิดของคนใจแคบโดยแท้


    "อย่างไรเสียก็ยังไม่ถึงเวลาเริ่มงานเลี้ยง หม่อมฉันเห็นว่าดอกไม้ด้านนอกนั้นงดงามนัก อยากจะไปชมดูสักหน่อย พวกท่านคุยกันไปก่อนเถิดเพคะ" 


    ซูเหวินยวนกล่าวพลางยิ้ม ก่อนจะเดินออกไปชมดอกไม้ด้านนอก


    เมื่อนางหันหลังให้ ทุกคนก็ได้เห็นลวดลายปักอันวิจิตรบรรจงด้านหลังอาภรณ์ของนาง เมื่อยามต้องแสงอาทิตย์ก็ส่องประกายระยิบระยับ


    ไข่มุกบนเครื่องประดับผมที่ประคองด้วยเส้นไหมทองก็สั่นไหวไปตามจังหวะการก้าวเดิน ดูมีชีวิตชีวายิ่งนัก


    เยว่ซิ่วกระซิบถาม "พระชายาไม่ทรงโมโหจริง ๆ หรือเพคะ?"


    "ไม่โมโห เรื่องเล็กน้อยแค่นี้จะโมโหไปทำไม ไม่คุ้มกันหรอก แต่จะให้ข้าไปนั่งด้านหลัง... ไม่มีทางแน่!" 


    ซูเหวินยวนตอบเสียงเบา เผยจุดยืนที่แท้จริง


    หากว่านกุ้ยเฟย ลืมไปจริง ๆ นางจะไม่ถือสาเลยว่าจะได้นั่งตรงไหน แต่นี่คือการจงใจกลั่นแกล้ง เช่นนั้นนางก็คงต้องหาทางทำให้พระนางต้องเสียใจ!


    เยว่ซิ่วขมวดคิ้ว "แล้วจะทำอย่างไรต่อไปเพคะ?"


    "ก็ชมดอกไม้สิ" ซูเหวินยวนยิ้ม "ดอกไม้มากมายเช่นนี้ เคยเห็นหรือไม่?"


    เยว่ซิ่วตั้งใจมองดูอย่างจริงจัง ก่อนจะอุทานออกมาด้วยความชื่นชม


    สีสันนานาพันธุ์ถูกจัดวางอย่างลงตัว มีดอกไม้น้อยใหญ่หลากหลายชนิด ปลูกลดหลั่นกันเป็นชั้น ๆ อย่างมีศิลปะ


    ซูเหวินยวนเอ่ยชม "ช่างฝีมือในวังนี่เก่งกาจจริง ๆ"


    เยว่ซิ่วพยักหน้าเห็นด้วย "เหตุใดในจวนอ๋องถึงไม่ปลูกดอกไม้บ้างล่ะเพคะ?"


    ซูเหวินยวนกระซิบเตือน "ท่านอ๋องตาบอด ปลูกดอกไม้ในจวนไม่เท่ากับหาเรื่องตายหรอกรึ?"


    เยว่ซิ่วรีบยกมือขึ้นปิดปากทันที ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูจนซูเหวินยวนอดหัวเราะออกมาไม่ได้


    สองนายบ่าวพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน โดยไม่รู้ตัวว่าคนส่วนใหญ่ในศาลาว่านชุนกำลังจ้องมองมาที่พวกนางอยู่


    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแต่งกายของซูเหวินยวนนั้น ทำให้พวกนางรู้สึกว่ามองจากไกล ๆ ยังไม่ชัดเจนพอ จึงอยากจะเข้าไปดูใกล้ ๆ


    เมื่อคิดว่าซูเหวินยวนไม่ได้เข้าถึงยากอย่างที่คิด แถมยังยิ้มแย้มร่าเริงถึงเพียงนี้ คงจะไม่ถือสาหากพวกนางจะเข้าไปพูดคุยด้วยกระมัง?


    ผู้ที่คิดเช่นนี้มีอยู่ไม่น้อย และในเมื่อยังไม่ถึงเวลาเริ่มงานเลี้ยง คนกลุ่มหนึ่งจึงเดินตรงไปยังที่ที่ซูเหวินยวนยืนอยู่


    เมื่อมีคนนำไปหนึ่งสองคน ที่เหลือก็พากันตามไปด้วย


    ในไม่ช้า ภายในศาลาว่านชุนก็ว่างเปล่าไปกว่าครึ่ง ทุกคนต่างพากันไปรุมล้อมอยู่รอบกายซูเหวินยวน


    รอยยิ้มบนใบหน้าของว่านกุ้ยเฟยแข็งค้างอีกครั้ง


    "คนพวกนี้ไม่เคยเห็นของดีหรืออย่างไร มีอะไรน่าดูนักหนา?"


    หญิงสาวที่เอ่ยปากคือ อี้ผิงเซียง สหายสนิทของซูหลินเอ๋อร์ คนที่เยาะเย้ยซูเหวินยวนในตอนแรก นางก็เป็นคนที่ส่งเสียงดังที่สุด


    คนข้าง ๆ รีบกล่าวเสริม "นั่นสิ เมื่อก่อนไม่เห็นจะเข้าหาใครอย่างแข็งขันเช่นนี้เลย ตอนนี้กลับรีบเข้าไปประจบสอพลอ หรือคิดว่าพระชายาเฉินอ๋องจะชายตามองพวกนาง?"


    "ต่อให้ชายตามองจริง ๆ แล้วจะมีประโยชน์อันใด? เฉินอ๋องเป็นแค่คนตาบอด แต่องค์รัชทายาทสิถึงจะมีอนาคตไกลสุดประมาณ" 


    อี้ผิงเซียงกล่าวพลางส่งยิ้มประจบให้ว่านกุ้ยเฟย


    คำเยินยอนี้ช่างถูกใจว่านกุ้ยเฟยยิ่งนัก


    พระนางทรงยิ้มจนแทบหุบไม่ลง พลางกล่าวอย่างถ่อมตน "อย่าพูดเช่นนั้นเลย เมื่อครั้งที่เฉินอ๋องยังไม่ล้มป่วย ความรู้ความสามารถของเขาเป็นที่เลื่องลือจนเหล่าองค์ชายทุกคนยังต้องยอมแพ้"


    ความหมายอีกนัยหนึ่งก็คือ ตอนนี้ป่วยแล้ว จึงใช้การไม่ได้นั่นเอง


    หลังจากถูกคนกลุ่มนั้นเอาอกเอาใจอยู่สองสามประโยค อารมณ์ของว่านกุ้ยเฟยก็ดีขึ้นมาก


    "ชมดอกไม้กันพอสมควรแล้ว ไปเชิญพระชายาเฉินอ๋องกลับมาได้แล้ว" พระนางรับสั่ง


    นางกำนัลเดินเข้ามาเกลี้ยกล่อมซูเหวินยวน นางมองลอดผ่านฝูงชนไปยังว่านกุ้ยเฟย ที่ประทับอยู่กลางศาลา เห็นว่าข้างกายของพระนางยังคงไม่มีที่นั่งสำหรับตน


    "ข้ายังชมไม่จุใจเลย พระสนมอย่าทรงใจแคบไปหน่อยเลย ดอกไม้นี้มองไปก็ไม่สึกหรอเสียหน่อย" 


    ซูเหวินยวนบอกปัดนางกำนัลกลับไป ก่อนจะชี้ไปยังดอกไม้ที่อยู่ไกล ๆ อย่างสงสัย "นั่นคือดอกอะไร?"


    "ดอกไม้ที่นี่เยอะเกินไป ข้าไม่ค่อยรู้จักเลย มีฮูหยินท่านใดพอจะเล่าให้ข้าฟังได้บ้างหรือไม่ ข้านี่ช่างไม่มีความรู้เอาเสียเลย คงทำให้ทุกท่านหัวเราะเยาะแล้ว" 


    ซูเหวินยวนไม่ได้ถือตัวแม้แต่น้อย แต่กลับพยายามยกย่องฮูหยินที่อยู่รอบกายแทน


    ไม่ใช่เพื่อสิ่งใด แต่เพียงเพื่อรั้งให้พวกนางอยู่ข้างกายตนเท่านั้น


    การที่ซูเหวินยวนยอมรับว่าตนเองไม่รู้นั้นไม่ได้ทำให้ใครหัวเราะเยาะ ตรงกันข้าม กลับมีฮูหยินใจดีหลายท่านเข้ามาอธิบายให้ฟังด้วยความเต็มใจ


    นางกำนัลที่ส่งไปกลับมามือเปล่า สีหน้าของว่านกุ้ยเฟยบูดบึ้งลงทันที 


    พระนางทรงมองไปยังทิศที่ซูเหวินยวนอยู่ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ซูเหวินยวนหันมาสบตาพระนางพอดี


    นางยิ้มบางเบา... รอยยิ้มที่ดูสงบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความท้าทาย


    หากไม่จัดที่นั่งให้ นางก็จะยึดเหล่าฮูหยินพวกนี้ไว้เป็นตัวประกัน เมื่อไหร่เริ่มงานเลี้ยงเมื่อนั้นก็ค่อยปล่อยกลับไป พอกินเสร็จก็จะเรียกออกมาอีก ทำให้พระนางไม่มีเวลาได้คุยธุระสำคัญ


    ว่านกุ้ยเฟยโกรธจนขบกรามแน่น หลายครั้งที่คิดจะเอ่ยปากเยาะเย้ย แต่สุดท้ายก็ต้องอดทนไว้


    "ไปจัดที่นั่งให้พระชายาเฉินอ๋อง"


    ด้านข้างพระที่นั่งของว่านกุ้ยเฟย มีที่ว่างสำหรับหนึ่งตำแหน่งพอดี ซึ่งเดิมทีก็เป็นของซูเหวินยวนอยู่แล้ว แต่เมื่อเช้าพระนางเป็นคนรับสั่งให้คนนำออกไปเอง 


    ตอนนี้ก็ต้องสั่งให้คนนำกลับมาตั้งไว้อย่างเสียไม่ได้


    เมื่อโต๊ะและเก้าอี้ถูกจัดวางเรียบร้อยแล้ว ว่านกุ้ยเฟยก็รับสั่งให้คนไปเชิญซูเหวินยวนและเหล่าฮูหยินกลับมาอีกครั้ง

    คล้ายกับเรื่องตัวประกอบสาวขอไม่ทน เกิดใหม่ชาตินี้จะพลิกบทเป็นนางตัวแสบ ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801