คนๆ นี้ที่จริงแล้วเป็คนที่เ้าคิดเ้าแค้นอย่างถึงที่สุดไม่ควรจะทำให้เขาไม่พอใจหรือโกรธโดยเด็ดขาดเขาคือคนที่น่ากลัวที่สุดในนิยายเลยก็ว่าได้
มู่ถงเหยาได้แต่รู้สึกกระวนกระวายใจจนกระทั่งเดินมาถึงเรือนของพวกเขานางไม่รู้ว่าจะต้องพูดยังไงเพื่อที่จะให้รู้ความคิดของเขา จู่ๆหานอี้เซินก็พูดขึ้นมาว่า
“ไปพายเรือเล่นกันเถอะ”
ห๊ะ! พายเรือเล่นตอนนี้เนี่ยนะไม่คิดว่าบรรยากาศมันไม่เอื้ออำนวยบ้างหรือ แต่ก็นะนางจะปฏิเสธได้อย่างไร
“เ้าค่ะ” เดินตามอีกฝ่ายไปด้วยจิตใจที่ว้าวุ่นไม่รู้ว่าเขาอยากจะไปพายเรือตอนนี้จริงๆ หรือว่ามีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงกันแน่
เมื่อมาถึงก็เห็นเรือลำหนึ่งที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้วเป็ขนาดที่เหมาะสำหรับสองคนนั่งเท่านั้นดูท่าเขาคงไม่อยากให้คนติดตามไปด้วยแน่ๆแต่นางกลับรู้สึกหวั่นใจแบบแปลกๆ หันไปขอกำลังใจกับลู่ลู่สักนิดก่อนจะค่อยๆพาตัวเองลงไปนั่งในเรืออย่างเรียบร้อยถึงแม้นางจะว่ายน้ำเป็แต่ก็ยังรู้กลัวอยู่ดี
หานอี้เซินพายเรือออกมาไกลพอสมควรภายในสระนี้ปลูกดอกบัวไว้อยู่บ้างหากแต่กลับไม่มีดอกของมันให้ชื่นชมสักนิดบรรยากาศรอบๆ ก็เริ่มอึดอัดขึ้นมา
“ข้าให้คนเอายาไปให้ ได้ทาหรือไม่?” น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ
“เ้าคะ? อ้อ ขะ ข้าทาแล้วเ้าค่ะขอบคุณท่านพี่” ทีแรกก็ยังไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงเื่ไหนแต่พอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าที่ลู่ลู่้าจะทายาในที่ตรงนั้นให้ได้ก็แทบจะลมจับอับอายจนหน้าดำหน้าแดงถึงมันจะไม่ใช่ร่างกายของนางแต่ก็ไม่อยากให้ใครเห็นอยู่ดีนั้นแหละ
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว”เขานิ่งเงียบไปครู่ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งว่า“ข้าจะให้คนเตรียมของขวัญในวันที่พวกเรากลับไปเยี่ยมบ้านเ้า”ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายคล้ายว่าเขา้าออกมาพายเรือเพื่อพักผ่อนอย่างไรอย่างนั้นแต่นางกลับรู้สึกว่านี่ช่างคล้ายกลับห้องสอบสวนในโลกโน้นของนางเลยท่านหานอี้เซินผู้นี้ก็คือหน่วยสืบสวนดีๆ นั่นเอง
“ข้าแล้วแต่ท่านพี่เ้าค่ะ” มือบางที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกลับสั่นขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวจนต้องบีบไว้แน่นนางยังไม่ทันได้ทำผิดอะไรเลยนะทำไมถึงได้รู้สึกว่าตนเป็ผู้ร้ายไปแล้วล่ะ
“ท่าน ท่านพี่ไม่ชอบให้ข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาหรือเ้าคะ?”ถามออกไปแล้วก็แทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ตายไปซะตรงนี้เลยรู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ชอบคนพวกนั้นก็ยังจะถามออกไปมันน่านักแต่ก็ช่างเถอะถามออกไปแล้วนี่
“คนพวกนั้น? ฮูหยินรองน่ะหรือไม่เป็ไรข้าไม่ว่าอะไรหรอก” หานอี้เซินยังคงตอบคำถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเขาพายเรือจนมาถึงกึ่งกลางของสระจึงได้หยุดพักแต่นั่นยิ่งทำให้มู่ถงเหยารู้สึกหวาดหวั่นหนักกว่าเดิมอีกเขาคงไม่รำคาญจนผลักนางตกเรือหรอกนะ
“ข้า ข้าจะไปพบพวกนางเท่าที่จำเป็เท่านั้นเ้าค่ะ ท่านพี่วางใจได้”เสียงของมู่ถงเหยาเบาลงเมื่อเห็นอีกฝ่ายค่อยๆหลับตาลงเหมือนกับกำลังซึมซับบรรยากาศธรรมชาติอันสดชื่นนี้เอาไว้
มู่ถงเหยาร่างกายเกร็งเครียดไปทั่วทั้งตัวนางจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่ายเตรียมพร้อมหากเกิดอะไรขึ้นนางจะรีบะโน้ำแล้วว่ายกลับเข้าฝั่งให้เร็วที่สุด
“เ้าว่าดอกบัวพวกนี้จะบานเมื่อไรกัน?” จู่ๆเขาก็พูดขึ้นมาอย่างไปมีปี่มีขลุ่ย
“อีกไม่นานก็คงจะถึง่ที่มันจะบานแล้วล่ะมังเ้าคะท่านพี่อยากได้ดอกบัวหรือเ้าคะ?” มู่ถงเหยาทำใจดีสู้เสือทั้งที่ตอนนี้เสือยังน่ากลัวน้อยกว่าหานอี้เซินเสียอีกข้าจะรู้ไหมเล่าว่าดอกบัวมันจะบานเมื่อใดข้าไม่ได้เป็นักพฤกษศาสตร์ซะหน่อย
“เช่นนั้นหรือ? แดดเริ่มแรงแล้วพวกเรากลับเข้าฝั่งกันเถิด”จู่ๆ เขาก็จบง่ายๆ จนมู่ถงเหยาทึ่มทื่อไปเลยขึ้นฝั่งมาแล้วก็ยังไม่เข้าใจความหมายของคำถามเขาอยู่ดีแต่ก็ช่างเถอะนางรอดมาได้ก็ถือว่าดีแล้ว พอขึ้นฝั่งมาได้หานอี้เซินก็หายตัวไปอย่างไร้เงาไม่รู้ว่าเขามีธุระหรืออย่างไรแต่หากมีธุระด่วนแล้วจะชวนนางไปพายเรือทำไมกันเล่า
มู่ถงเหยากลับมาถึงห้องของตนเองก็ทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างอ่อนแรงขนาดวันแรกนางยังถูกสูบพลังไปมากขนาดนี้แล้วต่อจากนี้จะเหลือรอดสักเท่าไรกัน
ไม่ได้ นางจะต้องรีบหาทางกลับไปยังโลกเดิมให้ได้พอลองนึกถึงนิยายที่เคยอ่านๆ มาก็มีแนวทางนี้อยู่ไม่น้อยเหมือนกันแต่ดูเหมือนว่าทางที่พวกนั้นใช้ดูจะเสี่ยงอันตรายอยู่มาก
อย่างนั้นคงต้องลองไปหาหนังสือเกี่ยวกับพวกเื่ลึกลับหรือพวกแปลกพิสดารมาอ่านเก็บไว้เป็ความรู้ก่อนแล้วกันเผื่อว่าจะมีใครจากโลกโน้นมาโผล่ที่โลกนี้เหมือนกับนางก็ได้
แล้วหนังสือพวกนั้นนางจะไปหามาจากไหนล่ะ?
ฮูหยินรอง พรุ่งนี้ค่อยไปหานางก็แล้วกันถึงจะเคยบอกหานอี้เซินไปว่าจะยุ่งเกี่ยวกับพวกนางเท่าที่จำเป็แต่เื่นี้ก็ถือว่าเป็เื่จำเป็นะ จำเป็มากๆ เลยด้วย
ภายในห้องทำงานของหานอี้เซินมีห้องนอนอยู่ด้วยเขามักจะใช้ที่นั่นเป็ที่นอนพักผ่อนน้อยครั้งจะกลับมานอนที่ห้องนี้มู่ถงเหยาที่ได้ยินสาวใช้รายงานว่าคืนนี้นายท่านจะพักที่นั่นก็แทบจะกลั้นความยินดีเอาไว้ไม่ไหวจนเกือบหัวเราะออกมา