ในเมื่อป๋ออวิ๋นยี่อยากเป็นักแสดงอยากเป็ดาราเขาก็จะช่วยเต็มที่ เขาเป็อาจารย์ในมหาลัยการด้านแสดงต้องแนะนำวิธีการเป็นักแสดงการเป็ดารายังไง ไม่มีใครเหมาะกับตำแหน่งนี้เท่าเขาอีกแล้ว
"นายคุยกับนักแสดงหญิงคนนั้นดูเข้ากันได้ดีนี่" ป๋ออวิ๋นยี่พูดขึ้นทันใด
โจวชิงฝานมึนกับคำพูด "อะไรนักแสดงหญิง?”
"แกล้งทำเป็ไม่รู้อีก"เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นั์ตาแสนเยือกเย็น
"ก็ผู้หญิงที่ใส่ชุดกี่เพ้าคนนั้นไง"
"อ๋อ"โจวชิงฝานนึกขึ้นมาได้
"นายหมายถึงหลี่เยี่ยนปิงเหรอเขาเป็คู่นายในเื่ แล้วฉันก็เป็ครูสอนการแสดงก็ต้องคุยกับเธอก่อนให้คุ้นเคยต่อไปการต่อบทก็จะง่ายขึ้น”
ป๋ออวิ๋นยี่หันหน้ากลับมาดึงแขนเสื้อของชายหนุ่มไว้ "นายเป็ครูของฉันเลยต้องทำหน้าที่คุยกับเขาต่อบทกับเขาอย่างนั้นเหรอ?"
โจวชิงฝานยิ้มเจื่อนๆ
"พวกเธอสองคนเป็คู่พระนางบทของแต่ละคนต้องเชื่อมถึงกันและกันอยู่แล้ว ตอนนายแสดงฉันก็ต้องสังเกตการแสดงของเธอด้วย"
"ไม่ได้!" ั์ตาเด็กหนุ่มฉายแววโมโหก่อนจะะโออกไป
"นายต้องต่อบทกับฉันคนเดียวถ้านายอยากเป็ครูของเธอก็ไม่ต้องมาเป็ครูของฉัน ฉันไม่ชอบใช้ครูคนเดียวกันกับใคร"
โจวชิงฝานหน้ามึนงง อะไรคือการใช้ครูคนเดียวกัน
"ฉันก็เป็ครูของนายไงแค่ปรนนิบัตินายคนเดียวฉันก็รับอย่างอื่นไม่ได้แล้ว จะมีพลังเหลือที่ไหนไปเป็ครูของใครอีก"
ป๋ออวิ๋นยี่ปรับสายตาปกติเหวี่ยงแขนเสื้อชายหนุ่มออก สองมือกอดอกสายตาจ้องมองออกนอกหน้าต่างรถ
"แล้วนายยังจะไปคุยกับเขา?"
"เมื่อก่อนเธอเคยร่วมงานกับฉันเื่นึง"โจวชิงฝานจับแขนเสื้อตัวเองพลางพูดเสียงเบาๆ
"เธอบอกเป็แฟนคลับฉัน วิ่งมาคุยกับฉันเอง ยังไงล่ะฉันก็ต้องคุยกับเธอบ้างสิ"
"นายมีแฟนแล้วไม่ใช่หรือไง"
ป๋ออวิ๋นยี่จ้องมองหน้าชายหนุ่ม
"ไหนบอกว่าแหวนนั่นเป็แหวนที่แฟนนายให้ไง"
โจวชิงฝานอึ้งไปสักพักก่อนจะตั้งสติได้เอ่ยตอบเขา
"คนนั้นเหรอ...เออ...เออ...ถือว่าแฟนแหละ"
ป๋ออวิ๋นยี่ั์ตาแข็งกร้าว
"มีแฟนแล้วยังไปสุงสิงพูดคุยกับคนอื่นอีกนายนี่มันเลวจริงๆ"
โจวชิงฝานขมวดคิ้วจ้องมองใบหน้าเรียวของเด็กหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ
"นายอย่าเอาคำพูดนี้ติดปากตลอดได้ไหมมีหน้าตาที่สวยงามแบบนี้แต่กลับมีคำพูดแย่แบบนี้ตลอด รู้ไหมว่ามันไม่ถูกต้องเลย?"
ป๋ออวิ๋นยี่หน้าเรียบเฉยไม่พูดไม่จา
"โอเคล่ะ"โจวชิงฝานจับมือเด็กหนุ่มไว้เหมือนกำลังง้อคุณชาย
"ไปเหอะการถ่ายทำจะเริ่มแล้ว ผู้กำกับจะตายแล้วถ้านายยังไม่ไป" ถึงโจวชิงฝานจะไม่เคยเป็ผู้จัดการส่วนตัวมาก่อนแต่่เวลาที่เขาเคยเป็นักแสดงก็เคยเจอการทำงานของผู้จัดการมาบ้างก็คงคล้ายๆ กับขันทีที่ปรนนิบัติฮ่องเต้ยังไงอย่างนั้น ตามตูดนักแสดงทั้งวันเ้านายอย่างโน้นเ้านายอย่างนี้ เมื่อก่อนเขารู้สึกว่าผู้จัดการพวกนี้ช่างประจบจริงๆแต่ตอนนี้พอได้มาทำจุดนี้ถึงได้รับรู้ว่าเื่บางเื่ก็เหมือนคนอยู่ใต้หลังคาก็ยังต้องก้มหัวให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปตามกาลเวลาใครจะไปรู้มาก่อนว่านักแสดงที่โด่งดังในอดีตก็ตกมาอยู่ในสภาพของผู้จัดการ ชีวิตก็แบบนี้ล่ะ
ป๋ออวิ๋นยี่สายตาจ้องมองนอกหน้าต่าง ใบหน้าเล็กเรียวนิ่งไม่พูดจา
"เ้านาย..."โจวชิงฝานปรับสีหน้าจับมือเด็กหนุ่มแน่นพูดด้วยเจตนาดีสุดๆ
"เสี่ยวยี่ฟังนะพวกเราลงจากรถไปกองถ่ายกันเถอะ โอเคไหมคนดี?"
ได้ยินคำว่าคนดี ป๋ออวิ๋นยี่ั์ตาสั่นไหวพูดกับชายหนุ่ม
"ต่อไปอย่าให้ฉันเห็นนายไปพูดคุยกับหลี่เยี่ยนปิงอีกไม่อย่างนั้นฉันจะไม่ง้อง่ายอย่างนี้"
พูดจบเด็กหนุ่มผลักประตูเดินลงจากรถ
โจวชิงฝานถอนหายใจฟู่รีบตามเขาออกไปดูท่าแล้วแกล้งเป็ทาสนี่ก็ใช้ประโยชน์ได้แฮะ
ด้วยอยากให้นักแสดงได้ทำความคุ้นเคยกันมากขึ้นเพราะฉะนั้นฉากแรกของป๋ออวิ๋นยี่และหลี่เยี่ยนปิงคือบทจูบเื่ราวคร่าวๆ ป๋ออวิ๋นยี่ต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ หลี่เยี่ยนปิงที่เป็คู่รักั้แ่เด็กมาส่งพระเอก
ทั้งสองถึงทางที่ต้องแยกจากกันทั้งที่ไม่อยากจากกันจูบลาทั้งน้ำตา "พร้อมหรือยัง?"
ผู้กำกับจับมอนิเตอร์มองไปยังทั้งสองคน
หลี่เยี่ยนปิงพยักหน้าอย่างตั้งใจมุ่งมั่น
"พร้อมแล้วค่ะ"
ป๋ออวิ๋นยี่ตอบกลับด้วยเสียงเรียบเฉย"อืม"
โจวชิงฝานจ้องมองไปยังหน้าที่สวยงามเหมือนเ้าหญิงหิมะรู้สึกกังวลเล็กน้อยว่าป๋ออวิ๋นยี่จะแสดงเื่นี้ได้หรือเปล่า
เขาเป็พวกถือตัวหนักมากสำอางมากด้วยตอนเด็กต้องอาบน้ำวันละ 2 รอบ เขาจะรับได้ไหมกับการจูบผู้หญิงแปลกหน้า
“ทุกส่วนเตรียมพร้อม”ผู้กำกับะโ “แอคชั่น”ตากล้องและแสงไฟเริ่มเดินเครื่อง
"พี่เฉินยี่พี่ไปครั้งนี้อีกนานเท่าไรกว่าพี่จะกลับมา?” หลี่เยี่ยนปิงเข้าบทตัวละครได้เร็วมากดวงตากลมโตที่คลอด้วยน้ำตาจ้องมองคนรักด้วยความเสียใจ
โจวชิงฝานรู้สึกทึ่งกับการแสดงของเธออีกครั้งสมควรแล้วที่เป็นักแสดงแถวหน้าตัวหลักของวงการบันเทิง ความสามารถไม่ธรรมดา
"อย่าร้องเลย"ป๋ออวิ๋นยี่ที่รับบทเป็เฉินยี่ใช้นิ้วมือค่อยๆ เช็ดน้ำตาที่หางตาของเธอ น้ำเสียงนุ่มนวล“หวานหวานข้าไปเรียนเพิ่มเพื่อกลับมาช่วยเหลือประเทศชาติเ้าควรยินดีกับข้าสิ”
โจวชิงฝานที่มองอยู่ข้างๆใจเต้นตุบตับขึ้น จริงๆ แล้วสีหน้าของป๋ออวิ๋นยี่ยังทำได้ไม่ดีเท่าไร ถึงจะอ่อนโยนลงมากแต่ในตาของเขายังมีความเ็าห่างเหินอยู่บ้างแต่ดูแล้วไม่ขัดตาเพราะบุคลิกของเขาเหมือนคุณชายที่เย่อหยิ่งเ็าจริงๆ ถึงจะอยู่ต่อหน้าคนรักแต่ความเข้มงวดที่เหลืออยู่บนใบหน้าของเขาทำให้คนดูแล้วรู้สึกสบายตา
"ข้ารู้"หวานหวานร้องไห้จนดวงตาแดงก่ำ "แต่ข้าไม่อยากห่างจากพี่"
"่เวลายังไม่เหมาะหวานหวานตอนนี้พวกเราทำได้แค่ทำหน้าที่ลูกที่ดี ประเทศชาติยังไม่สงบสุขเราจะมีความสุขใช้ชีวิตเพียงลำพังได้อย่างไร"
"ข้าเข้าใจแล้ว"หญิงสาวยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลริน
"พี่เฉินยี่พี่ต้องดูแลตัวเองดีๆ นะถึงที่โน่นแล้วอย่าลืมเขียนจดหมายหาข้าบ้าง"
เฉินยี่พยักหน้ากำมือของหญิงสาวแน่น
"งั้นข้าไปก่อนนะเ้าไม่ต้องส่งแล้ว" พูดจบเด็กหนุ่มถือกระเป๋าของตัวเองหันหลังเดินจากไป
“พี่เฉินยี่”หวานหวานทนไม่ไหววิ่งเข้าไปหาชายหนุ่มดึงแขนของชายหนุ่มไว้เขย่งเท้าเพื่อจูบปากคนรักป๋ออวิ๋นยี่ั์ตาแข็งกร้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/6f022e7fc3e41d1a313199c112713c91
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่หมาป่าน้อยของนายซุปตาร์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #หมาป่าน้อยของนายซุปตาร์ #readAwrite ด้วยน้า