ขวดน้ำสีแดงในตู้แช่ขยับอีกครั้ง
มันกระแทกกระจกจากด้านในเบา ๆ กึกหนึ่ง แล้วนิ่ง เหมือนรู้ว่าผมกำลังมองอยู่ ไฟในตู้แช่กะพริบเป็่ ๆ ทำให้ของเหลวในขวดดูดำบ้างแดงบ้าง บางจังหวะเหมือนมีเส้นบาง ๆ ลอยอยู่ข้างในคล้ายเส้นผมหรือเส้นเื ผมถอยหลังช้า ๆ จนแผ่นหลังชนเคาน์เตอร์
ตู้แช่เครื่องดื่มเป็สิ่งเดียวในร้านที่ดูสะอาดเกินเหตุ กระจกด้านหน้าไม่มีฝุ่นจับเหมือนตู้ใบอื่น ยางขอบประตูยังดำและนิ่มเหมือนเพิ่งเปลี่ยนใหม่ ชั้นวางโลหะข้างในว่างเปล่าทั้งหมด ยกเว้นขวดพลาสติกใสขวดนั้นที่ตั้งอยู่ตรงกลางพอดี เหมือนสินค้าตัวอย่างในโฆษณาที่มีไฟส่องเฉพาะจุด
บนฉลากไม่มีชื่อยี่ห้อ มีเพียงบาร์โค้ดสีดำและช่องว่างที่ควรเป็วันหมดอายุ ข้างช่องนั้นมีตัวเลขเขียนด้วยหมึกแดงจาง ๆ
04.44
ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร แต่ร่างกายรู้ก่อนสมอง เพราะทันทีที่เห็นตัวเลขนั้น ผมก็รู้สึกเหมือนลมหายใจสั้นลงเอง
กฎข้อที่สามห้ามัั ห้ามดื่ม และห้ามรับเงินก้อนใหญ่จากสิ่งที่ไม่ใช่คนเป็
กฎแบบนี้มีไว้เพราะเคยมีคนพลาด
ความคิดนั้นทำให้ผมขนลุกมากกว่าขวดในตู้เสียอีก ผมนึกถึงพนักงานคนก่อน ๆ คนที่อาจเคยนั่งตรงที่ผมนั่ง เคยถือกระดาษกฎแผ่นเดียวกัน เคยคิดว่าตัวเองจะรอดถ้าแค่ทำตามทุกข้อ แล้วสุดท้ายก็พลาดเพราะง่วง เพราะกลัว หรือเพราะเห็นเงินมากพอจะทำให้ลืมว่ากำลังยืนอยู่ตรงไหน
ผมเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ เปิดลิ้นชักใต้เครื่อง POS เพื่อหาอะไรก็ตามที่อาจเป็บันทึกของคนก่อนหน้า ข้างในมีสมุดเล่มเล็กปกขาดหนึ่งเล่ม ใบเสร็จเก่า ๆ หลายม้วน และปากกาลูกลื่นที่หมึกแห้งจนเขียนไม่ออก ผมหยิบสมุดขึ้นมา เปิดหน้าแรกด้วยมือที่พยายามไม่สั่น
หน้าแรกเขียนว่า
ถ้าเห็นขวดแดงก่อนตีสาม อย่าเชื่อว่ามันอยู่ในตู้
หน้าถัดไปมีลายมือคนละแบบ
เงินที่มาพร้อมขวด ไม่ใช่ค่าขวด เป็ค่าตัวคุณ
บางหน้ามีแต่รอยขีดซ้ำ ๆ เหมือนคนเขียนเสียสติ บางหน้ามีรายชื่อสินค้ากับเวลา สลับกับประโยคสั้น ๆ ว่า อย่ากด Enter เขียนเต็มขอบกระดาษ ผมพลิกไปจนเจอหน้าหนึ่งที่มีรอยนิ้วเปื้อนสีน้ำตาลติดอยู่
เขาเสนอให้หนึ่งแสน ตอนแรกผมปฏิเสธ
บรรทัดต่อไปถูกฉีกหายไปครึ่งหน้า
ผมปิดสมุดทันที วางมันกลับลงลิ้นชักเหมือนของร้อน คำว่าตอนแรกดังอยู่ในหัวนานเกินไป มันแปลว่าคนคนนั้นปฏิเสธได้ในตอนแรก และสุดท้ายก็ยังพลาดอยู่ดี
ประตูหน้าร้านเปิดตอน 02.47 น.
ลมหนาวพัดฝุ่นใต้ชั้นวางฟุ้งขึ้นมา ผมก้มหน้าลงทันทีตามความเคยชิน เสียงเท้าคราวนี้หนักกว่าร่างเสื้อกันฝน มันเป็เสียงรองเท้าหนังเปียกโคลนกระแทกพื้นสลับกับเสียงลากบางอย่างตามหลัง กลิ่นดินชื้น กลิ่นหญ้าเน่า และกลิ่นเืเข้มข้นลอยมาก่อนตัว
ชายในชุดสูทขาดวิ่นเดินถอยหลังเข้ามา เสื้อสูทของเขาเปียกและมีโคลนเกาะเป็แผ่น ขากางเกงข้างหนึ่งฉีกถึงเข่า ผมไม่เห็นหน้า เห็นเพียงแผ่นหลังที่กว้างผิดสัดส่วนและมือซีดที่กำบางอย่างไว้แน่น เขาถอยมาจนชนเคาน์เตอร์ดังปัง
ด้านหลังเขา มีรอยลากยาวจากประตูถึงเคาน์เตอร์ เหมือนสิ่งที่เขาลากตามมาครูดพื้นจนฝุ่นเปิดเป็ทาง ผมเห็นปลายเชือกสีดำพาดผ่านรองเท้าหนังของเขา แต่ปลายอีกด้านหายไปในความมืดนอกประตู ร้านทั้งร้านเย็นลงอีกครั้ง ไม่ใช่เย็นแบบหลังเที่ยงคืน แต่เย็นแบบดินที่เพิ่งขุดขึ้นจากหลุม
เขาหยุดนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์นานเกินไป ไม่พูด ไม่ขยับ ผมได้ยินเสียงน้ำหยดจากชายสูท และเสียงบางอย่างในอกของเขากระทบกันเบา ๆ เหมือนเหรียญหลายเหรียญอยู่ในกระป๋องเปล่า
หน้าจอ POS ขึ้นข้อความเอง
VIP CUSTOMER
DO NOT DELAY
คำว่า VIP ทำให้ผมอยากหัวเราะทั้งที่กลัวจนมือเย็น ในร้านที่ไม่มีลูกค้าคนเป็ การแบ่งระดับลูกค้าดูบ้าบอกว่าทุกอย่างที่ผ่านมาเสียอีก แต่เครื่อง POS ไม่ได้ล้อเล่น เคอร์เซอร์บนจอกระพริบเร็วขึ้น เหมือนมันเร่งให้ผมเริ่มบริการ
ขวดน้ำสีแดงถูกวางลงตรงหน้าผม
ผมรู้ทันทีว่าเป็ขวดเดียวกับในตู้แช่ แม้ไม่รู้ว่ามันมาอยู่ในมือเขาได้ยังไง ฝาขวดมีคราบแห้งสีคล้ำติดอยู่ ข้างขวดเย็นจนเกิดไอน้ำเกาะ ทั้งที่ร้านหนาวอยู่แล้ว
ปึกธนบัตรถูกโยนตามลงมา
แบงก์พันมัดหนา ยางรัดเปื้อนเืสด กลิ่นเงินใหม่ปนเืพุ่งใส่จมูกจนหัวผมว่างไปชั่วขณะ ผมรู้ว่าควรปฏิเสธ ควรถอยหนี ควรเอามือออกจากเคาน์เตอร์ แต่สายตากลับคำนวณจำนวนเงินเองโดยไม่ต้องสั่ง สองแสน อาจมากกว่านั้น มากพอจะปิดหนี้ทั้งหมด มากพอจะหายไปจากห้องเช่ารูหนู มากพอจะไม่ต้องกลัวไอ้แว่นอีกหลายเดือน
เงินก้อนนั้นไม่ควรมีกลิ่นดี แต่ส่วนหนึ่งของมันมีกลิ่นธนาคารใหม่ ๆ กลิ่นกระดาษสะอาด กลิ่นของชีวิตที่ไม่ต้องก้มหน้าหลบเ้าหนี้หน้าปากซอย มันทำให้ผมนึกภาพตัวเองเดินเข้าไปหาไอ้แว่นตอนเช้า โยนเงินคืนให้มันพร้อมดอก แล้วเก็บของออกจากห้องเช่าไปอยู่ที่อื่น ที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีใครรู้จักชื่อผม ไม่มีใครเคาะประตูตอนกลางคืน ไม่มีใครรู้ว่าผมเคยเหลือเงินเจ็ดสิบห้าบาทในบัญชี
ความโลภของผมไม่ได้อยากได้รถ ไม่ได้อยากได้บ้าน ไม่ได้อยากเป็คนรวย มันแค่อยากได้ความเงียบหนึ่งเดือน ความปลอดภัยหนึ่งเดือน ชีวิตที่ไม่ต้องสะดุ้งทุกครั้งที่โทรศัพท์ดัง และนั่นทำให้มันอันตรายกว่าเงินที่อยากได้เพื่ออวดใคร เพราะมันฟังดูมีเหตุผลเกินไป
"คิด... เงิน..."
เสียงชายชุดสูทแห้งแตกเหมือนลมลอดผ่านท่อที่มีน้ำขัง
"รับไม่ได้ครับ" ผมพูดออกไปเบามาก "กฎบอกว่า..."
คำว่ากฎติดอยู่ในลำคอ เพราะมือของผมเอื้อมไปจับเครื่องสแกนแล้ว
ความโลภไม่ได้มาในรูปของเสียงหัวเราะหรือความคิดชั่วร้าย มันมาเงียบ ๆ เหมือนคนรู้จักที่เดินเข้ามาวางมือบนไหล่แล้วบอกว่าเอาเถอะ ครั้งเดียวเอง มึงไม่ได้อยากรวย มึงแค่อยากไม่ตายพรุ่งนี้ เงินก้อนนี้วางอยู่ตรงหน้า ถ้าไม่หยิบก็โง่เกินไปแล้ว
ลำแสงแดงจากเครื่องสแกนพาดผ่านบาร์โค้ดบนขวด
ติ๊ด
หน้าจอ POS ขึ้นรายการ
RED WATER - 0.00 THB
ราคาศูนย์บาททำให้ผมหยุดไปเสี้ยววินาที ถ้าราคาเป็ศูนย์ ยังต้องรับเงินไหม ถ้าไม่ได้บันทึกเงินเข้า ระบบจะถือว่าธุรกรรมไม่สมบูรณ์ไหม ผมพยายามหาเหตุผลให้การรับเงินดูเหมือนช่องโหว่ ทั้งที่ลึกลงไปผมรู้ดีว่ากฎข้อสามไม่ได้เขียนคลุมเครือเลย
หน้าจอกะพริบแล้วขึ้นตัวเลือกสองบรรทัด
CASH RECEIVED: 0.00
MANUAL AMOUNT?
เคอร์เซอร์กระพริบหลังเครื่องหมายคำถามเหมือนรอให้ผมพิมพ์จำนวนเงินเอง นี่คือช่องโหว่ที่ร้านยื่นให้ผมอย่างสุภาพที่สุด ถ้าผมไม่พิมพ์ยอด เงินก็ไม่ถูกบันทึก ถ้าไม่บันทึก ธุรกรรมอาจไม่ผิดกฎ แต่ปึกธนบัตรวางอยู่ตรงหน้า เย็น หนัก และจริงเกินกว่าจะทำเหมือนไม่มีอยู่
ชายชุดสูทยื่นมือมาช้า ๆ นิ้วซีดของเขาแตะปึกเงินแล้วดันเข้ามาใกล้ผมอีกนิด
"ของ... คุณ..."
คำพูดนั้นเกือบทำให้ผมเงยหน้ามอง เขาไม่ได้พูดว่าเงิน เขาพูดว่าของคุณ เหมือนเงินก้อนนี้เป็สิ่งที่ควรเป็ของผมั้แ่แรก เหมือนเขาไม่ได้ล่อลวง แต่กำลังคืนสิทธิ์บางอย่างให้คนที่ถูกโลกข้างนอกบีบจนไม่มีที่ไป
ห้ามกด Enter บันทึกยอดเงินนั้น
มือซีดยื่นปึกธนบัตรมาให้ ผมรับไว้ ธนบัตรชื้นและเหนียว เืบนยางรัดเปื้อนนิ้วผมเป็คราบ ผมยัดเงินลงลิ้นชัก เครื่อง POS เปิดช่องรับเงินให้เองอย่างนุ่มนวลเกินไป ราวกับรอมานาน
นิ้วชี้ผมแตะปุ่ม Enter
สติกลับมาในจังหวะเดียวกับแรงกด
ก่อนปุ่มจะจมสุด ผมเห็นเงาตัวเองบนหน้าจอ POS เงานั้นยิ้ม ทั้งที่ผมไม่ได้ยิ้ม และข้างหลังเงาของผมมีคนหลายคนยืนซ้อนอยู่ในความมืดหลังเคาน์เตอร์ บางคนใส่เสื้อกั๊กพนักงาน บางคนตัวเปียก บางคนไม่มีแขน ทุกคนมองนิ้วของผมเหมือนรอดูพิธีกรรมที่เคยเกิดขึ้นซ้ำ ๆ
ผมพยายามชักมือกลับ
ช้าไปนิดเดียว
"ฉิบหาย..."
ลิ้นชักเงินเด้งกระแทกหน้าท้องผมจนจุก เครื่อง POS ส่งเสียงไซเรนแหลม หน้าจอสีเขียวกระพริบถี่ ก่อนข้อความตัวใหญ่จะขึ้นเต็มจอ
FATAL ERROR: TRANSACTION CORRUPTED
ประตูหน้าร้านปิดปังเอง ชายชุดสูทหายไป เหลือเพียงขวดน้ำสีแดงวางอยู่บนเคาน์เตอร์กับคราบเืบนปลายนิ้วผม เครื่องพิมพ์ใบเสร็จที่เงียบมาตลอดคืนเริ่มทำงาน เสียงกระดาษความร้อนเลื่อนออกมาดังแกรก ๆ ช้าและชัดเหมือนมันตั้งใจให้ผมได้ยินทุกมิลลิเมตร
ผมดึงใบเสร็จออกมาด้วยมือสั่น
ร้านสะดวกซื้อกะดึก
พนักงาน: นนท์
เวลาสิ้นอายุขัย: 04.44 น.
รายการสินค้า: RED WATER
ยอดรับชำระ: ชีวิตคงเหลือของพนักงาน
ผมอ่านสามบรรทัดนั้นหลายครั้งโดยหวังว่าจะอ่านผิด แต่ตัวเลขไม่เปลี่ยน 04.44 น. เหลือเวลาอีกไม่ถึงสองชั่วโมง ไฟนีออนบนเพดานะเิทีละดวง เศษแก้วตกลงพื้นดังกราว ร้านจมลงในความมืด เหลือเพียงแสงจากจอ POS และตัวเลขนับถอยหลังที่ปรากฏขึ้นใหม่
03.01.24
03.01.23
03.01.22
เวลาตายของผมเริ่มเดินแล้ว
จากตู้แช่ เสียงขวดน้ำสีแดงกระแทกกระจกดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่เบาอีกต่อไป มันกระแทกถี่ขึ้นเหมือนมีอะไรข้างในพยายามออกมา ผมหันไปมองโดยลืมกฎไปชั่วขณะ เห็นขวดตั้งอยู่ในตู้เหมือนเดิม ทั้งที่อีกขวดวางอยู่บนเคาน์เตอร์ตรงหน้าผม
ขวดบนเคาน์เตอร์ค่อย ๆ กลิ้งมาหาผมเอง
ผมถอยจนชนลิ้นชักเงินที่เปิดค้างอยู่ ขวดหยุดตรงขอบเคาน์เตอร์ ฝาขวดบิดเองช้า ๆ หนึ่งรอบ กลิ่นคาวหวานพุ่งออกมาจากร่องฝา ผมคว้าม้วนใบเสร็จเก่าปาใส่มัน ขวดล้มลง ของเหลวแดงไหลออกมาเพียงหยดเดียว แล้วหยดนั้นก็วิ่งกลับเข้าขวดเหมือนสัตว์ตัวเล็ก ๆ
หน้าจอ POS ขึ้นข้อความใหม่
CUSTOMER WAITING FOR CHANGE
ผมไม่เข้าใจว่าจะต้องทอนอะไรให้ลูกค้าที่หายไปแล้ว จนลิ้นชักเงินเด้งออกมาอีกครั้ง ข้างในไม่มีธนบัตร ไม่มีเหรียญ มีเพียงเล็บมือหนึ่งเล็บวางอยู่ในช่องเหรียญสิบ เล็บนั้นยังมีเืสดติดอยู่ตรงโคน
ผมปิดลิ้นชักแรงที่สุดเท่าที่ทำได้ แล้วอาเจียนลงพื้นหลังเคาน์เตอร์โดยไม่มีอะไรออกมานอกจากน้ำลายขม ๆ
ผมทรุดลงหลังเคาน์เตอร์ ใบเสร็จยับอยู่ในมือ เงินเปื้อนเืในลิ้นชักหายไป เหลือแค่กลิ่นคาวติดนิ้วเหมือนหลักฐานว่าผมเป็คนเลือกเอง ไม่มีใครจับมือผมกด Enter ไม่มีผีตัวไหนบังคับให้ผมรับเงิน ผมพลาดเพราะผมอยากรอดจากหนี้มากกว่าที่อยากรอดจากกฎ
และตอนนี้ ทั้งสองอย่างกำลังจะฆ่าผมพร้อมกัน