第8集
"ข้าบอกให้เ้าถอยห่างเหตุจึงดื้อรั้น รู้หรือไม่ว่ามันจะเกิดเื่ใดขึ้นหากเ้ายังอยู่ตรงนี้"หลิงไท่กัดฟันพูด
"เอ้อ ท่านปล่อยข้าก่อนเถอะเ้าภพ ข้าเจ็บ! ท่านจับไหล่ข้าแรงไปแล้ว"อี๋ซูครางเบาๆด้วยความเจ็บ หลิงไท่นั้นกึ่งหนึ่งอยากจะกอดรัดร่างเล็กนี้ขยำขยี้ให้สมใจอยาก แต่อีกกึ่งก็นึกถึงเื่ยุ่งเหยิงภายหน้า ที่อาจจะแก้ไขไม่ได้ เขาหลับตานิ่งยิ่งบีบไหล่เล็กแรงมากขึ้น
"โอ๊ย!"
"เงียบ!หุบปากของเ้าเสีย แล้วยืนนิ่งๆถ้าไม่อยากเสียใจหลังจากนี้"หลิงไท่ทั้งอดกลั้นทั้งหวั่นไหวในคราเดียว อี๋ซูเองก็หวาดหวั่นในใจเช่นกันจึงยอมยืนหลับตานิ่ง
"ฝ่าา! เป็เช่นไรบ้างพะย่ะค่ะกระหม่อมมาช้าสมควรถูกลงโทษ"จางหย่งรีบปรี่เข้ามาดึงร่างเล้กของอี๋ซูออกห่าง แล้วประสานมือรายงาน
"ไป!รีบพาเขาออกไป"หลิงไท่ฝืนลืมตา ดวงตาราวไฟบรรลัยกัลป์โชติ่ จางหย่งไม่รอช้าคว้าแขนของอี๋ซูผลักไปด้านหลัง เป็เลี่ยงเฟิ่งคว้าตัวเอาไว้ได้ทัน
"เลี่ยงเฟิ่ง เ้ารีบพาเด็กน้อยนั่นออกไปเร็วเข้าเถอะ"จางหย่งสั่ง เลี่ยงเฟิ่งไม่รู้ว่าจะเกิดเื่ราวใด แต่เมื่อเห็นสีหน้าของจางหย่งแล้วก็คิดให้ปลอดภัยไว้ก่อนย่อมดีกว่า
"ไปเถอะเด็กน้อยเ้าหาภัยมาให้ตนเองแล้ว"เลี่ยงเฟิ่งเหินออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่หันกลับมามองภาพเื้ั ต่างกับอี๋ซูที่ยังจับจ้องใบหน้าของหลิงไท่จนลับสายตา
"ฝ่าา"
"กลับ!"ทั้งสองมิพูดจาสิ่งใดอีก รีบโบกมือให้ตนเองกลายเป็ควันก่อนจางหายไป หลิงไท่ร้อนรนกลับตำหนักพบสองสนมรอท่าอยู่แล้ว ทั้งหมดมิได้เอ่ยคำให้มากความ เดินหายลับเข้าไปยังห้องบรรทมทันที หลังจากหลิงไท่หายไปแล้วจางหยูก็ปรากฏตัวขึ้น
"จางหย่งเป็อย่างไรบ้าง"
"ล้มเหลว"
"อะไรนะแล้วแบบนี้เ้าจะไม่ถูกลงโทษหรอกหรือ"
"หวังว่าจะไม่ถูกลงโทษ เ้ารู้หรือไม่ว่าข้าไปพบสิ่งใดเข้า"
"ข้าเดาไม่ถูกเ้าเล่ามาเถอะ"จางหย่งเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้จางหยูฟัง
"อืม นับว่าแปลกแล้ว หรือว่าเด็กคนนี้เพียงแค่คลุกคลีกับผู้ที่เป็คู่ชะตา เลยได้รับไอวิหค์มาเท่านั้น"
"ไม่มีทาง ข้าได้รับคำยืนยันจากเลี่ยงเฟิ่งกับปากมิผิดแน่นอน"
"ผู้ใดคือเลี่ยงเฟิ่ง"
"วิหค์นั่นยังไง"
"อ้อ.."
"เอาเถอะ ถ้าเป็ชายแล้วมันจะเป็ไปได้ยังกันเล่า คู่ชะตาฝ่าาเป็ผู้ชายแล้วองค์รัชทายาทเล่าจะถือกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร"จางหยูนิ่วหน้า
"เื่นี้ต้องถามเทพจันทรา"จางหย่งพยักหน้า
"อืม ถ้าอย่างนั้นหมายความว่าฝ่าาฆ่าพยัคเมฆาทิ้งไปแล้วหรือ"
"ใช่แล้ว ตอนนี้ข้ายังขอให้เลี่ยงเฟิ่งพาเด็กสองคนนั่นขึ้นมาที่ตำหนักอีกด้วย"
"ข้าว่านั่นมิใช่เื่ดีเลยแม้แต่น้อยนะจางหย่ง"
"หลังจากฝ่าาเสด็จออกมาข้าจะกราบทูลถึงเื่นี้หนีอย่างไรก็หนีฟ้าลิขิตไม่พ้นหรอก เ้าว่าจริงหรือไม่"
"เอาเถอะเื่นี้แล้วปต่เ้าก็แล้วกันข้าไม่ขอออกความคิดเห็น"จางหยูเอ่ยปาก
"เราไปดูพวกเขากันเถอะ"จางหย่งตัดคำแล้วชักชวนไปหากลุ่มของอี๋ซู
"โอ้โห มันกว้างขวางใหญ่โตเหลือเกิน"อี๋ซูเดินสำรวจรอบๆตำหนักชุนเทียน ซึ่งเป็ตำหนักขนาดเล็กอยู่ด้านหลังตำหนักตงเทียนของหลิงไท่ มือบางไล่หยิบจับแจกันประดับหรือต้นไม้หยกที่ประดับตามโต๊ะ สายกวาดมองขึ้นลงและชะเง้อมองออกไปนอกตำหนักด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น ปาไช่นั่งหน้าบึ้งตึงไม่พูดจา มองสหายสนิทด้วยความโมโห เลี่ยงเฟิ่งนั่งหลับตายกขึ้นนั่งสมาธิโดยไม่ปริปากเอ่ยสิ่งใด
"ปาไช่เ้าเลิกโกรธข้าได้แล้วน่า"อี๋ซูเดินมาใกล้ปาไช่ที่่ยังนั่งหน้าคว่ำใช้ไหล่ชนไหล่เขาอีกที
"เ้ามันไม่รู้เลยหรือไรว่าใครเขาเป็ห่วงเ้าบ้าง"ปาไช่โมโห
"ไม่ใช่ความผิดของข้านะ ความผิดของเ้าเสือนั่นกับเ้าภพต่างหาก"
"ยังจะเถียงอีก แทนที่จะหนีออกมาเ้ากลับเอาตัวไปพัวพันได้อย่างไรกัน แค่เก็บฟืนอย่างเดียวเ้าจะทำไม่ได้เชียวหรือ"
"โธ่ปาไช่ เื่มันจวนตัวลองเป็เ้าก็หนีไม่พ้นเหมือนกัน"ปาไช่เหลือบสายตามองไหล่เพื่อนที่เป็แผลยาวแล้วใจหาย ไหล่ขาวนั่นไม่เคยเป็แ(ลถึงขั้นเืตกยางออก บัดนี้กลับมีแผลเืซึมออกมาให้เห็น
"เ้าเจ็บหรือไม่ มาใส่ยาที่ผู้เฒ่าปู๋ิ่ให้ก่อนเถอะ"ปาไช่สั่ง อี๋ซูรีบล้วงเอายาออกมาส่งให้ปาไช่ ปล่อยให้เพื่อนทำแผล ส่วนตัวเองก้ยังส่งสายตาสอดส่งซุกซนมองหาของตื่นตามิหยุดหย่อน
"อาการของท่านอี๋ซูเป็อย่างไรบ้าง"จางหย่งเดินเข้ามาพร้อมกับจางหยู รีบเอ่ยถามเมื่อเห็นปาไช่กำลังรักษาแผลให้กับอี๋ซูอยู่
"ไม่เป็อะไรมากหรอกข้าชินแล้ว"อี๋ซูยิ้มจนตาปิด จางหย่งชะงักเล็กน้อยโหนกแก้มสีคล้ำกลับซับสีขึ้นเล็กน้อย จางหยูสังเกตุเห็นถึงกับส่ายหน้า สายตาคมแอบสำรวจคนตรงหน้าแล้วต้องยอมรับว่าอี๋ซูผู้นี้งดงามยิ่งนัก มิได้งดงามคล้ายหญิงสาวแต่ดวงตาดื้อดึงนั่นมีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนมิใช่น้อย ดวงหน้าอ่อนหวานละมุนตาเทียบเคียงเทพเซียนที่สง่างามผู้หนึ่งได้ทีเดียว เขากำมือรองปากส่งเสียงกระแอมเล็กน้อย จางหย่งรู้ตัวจึงถอยหลังออกมาปล่อยให้จางหยูเป็ผู้สอบถามเอง
"ท่านผู้นี้คือ"
"ข้าอี๋ซู ส่วนคนที่ดูแลข้าอยู่ชื่อปาไช่เป็สหายของข้าเอง และนั่นชื่อเลี่ยงเฟิ่งเป็นกของข้า"
"อ่อ พวกท่านาเ็กันมาทุกคนหรือไม่"
"ไม่ๆมีข้าคนเดียวเท่านั้น ว่าแต่ท่านเ้าภพล่ะเป็อย่างไรบ้าง"อี๋ซูส่ายหน้าไปมา ในใจกลับนึกถึงคนที่แบกเขาขึ้นบ่า
"ท่านเ้าภพมิได้าเ็แม้แต่ผิวกาย ขออย่าได้กังวล"จางหยูตอบเสียงเรียบ
"อ้อ อ้อ ว่าแต่พวกท่านพสพวกเรามาที่นี่ทำไมหรือขอรับอี๋ซูสงสัย
"อย่าพึ่งถาม"ปาไช่ห้าม อี๋ซูรอจนปาไช่ทำแผลให้เสร็จแล้วจึงะโลงจากตั่งไม้สลักลดงามนั่นมายืนต่อหน้าจางหยู
"ท่านมีนามว่ากระไร"
"ข้าจางหยู ส่วนนั่นคือจางหย่งพวกเราเป็องค์รักษ์ขององค์หลิงไท่"
"โอโหนี่ข้าเจอผู้ยิ่งใหญ่หรือนี่ ว่าแต่พรุ่งนี้จะมีงาน ข้ากับสหายของต้องขอตัวก่อน พวกเราขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหลือ"อี๋ซูประสานมือเตรียมจากไป เพราะหากนายหญิงขึ้นมางานฉลองคงต้องพบเจอพวกเขาแน่ ดังนั้นหากหลีกเลี่ยงได้พวกเขาจึงไม่รั้งรอ
"ประเดี๋ยวเถอะท่านอี๋ซู ท่านคงต้องอยู่รอเข้าเฝ้าฝ่าาเสียก่อน"ปาไช่และอี๋ซูมองหน้ากัน
"ถ้าอย่างนั้นขอข้าคุยกับปาไช่ก่อนได้หรือไม่"อี๋ซูกล่าวจบก็ลากปาไช่ออกไปด้านนอกห้องโถง ทั้งคู่มีสีหน้ามิไคร่สบายใจมากนัก เกรงว่าจะเจอนายท่านและนายหญิงจากเผ่าวิหค
"ทำยังไงดี พวกเราอยู่นี่ไม่ได้แน่"อี๋ซูนิ่วหน้าป้องมือกระซิบข้างหูปาไช่
"นั่นสิถ้าพวกเราอยู่คงมิอาจหลีกเลี่ยงการพบเจอแน่ๆ"ปาไช่เห็นด้วย
"แต่พวกเราหนีจากที่นี่ไม่ได้"อี๋ซูขบริมฝีปาก
"เอาอย่างนี้ มีทางเดียวที่เราจะหลีเลี่ยงได้"
"พูดมา"ปาไช่มองอี๋ซูด้วยสายตาปนรำคาญเพราะความโยกโย้
"ในเมื่อพวกเรามิอาจหลบหนีออกไปจากที่นี่ได้ เราก็หลบซ่อนยังไงล่ะ แต่เราต้องแยกย้ายกันหลบซ่อนนัดเจอกันหลังจากงานเลี้ยงจบสิ้นเ้าว่าดีหรือไม่"
"อืมข้าเห็นด้วย แต่มีที่ใดให้เราหลบซ่อนกัน"ปาไช่เหลียวมองซ้ายขวา ตำหนักน้อยใหญ่มีถึงห้าหลัง ทุกหลังมีชื่อตามฤดู ตำหนักที่ใหญ่ที่สุด เป็ที่ประทับของหลิงไท่เ้าภพ คือตำหนักตงเทียน มันตั้งตระหง่านงดงามสมชื่อ และยังมีตำหนักที่ล้อมรอบคือชุนเทียน เซี่ยเทียน ชิวเทียนและหยู่จี้ ล้วนแล้วแต่งดงามวิจิตรทั้งนั้น อี๋ซูกอดอกนิ่วหน้าใช้ความคิด
"งั้นเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน พวกเราหายไปตอนนี้เลย แอบตรงไหนได้ก็ตรงนั้น พอพ้นวันพรุ่งนี้หลังงานเลี้ยงพวกเรามาเจอกันที่นี่ดีหรือไม่"
"อืมถ้าอย่างนั้นพวกเราก็รีบไกันเถอะก่อนที่พี่น้องจางจะรู้ตัว"ทั้งคู่พยักหน้าแล้วแยกย้ายกันไปหลบซ่อน อี๋ซูวิ่งพรวดไปทางด้านหลัง ปาไช่วิ่งไปด้านข้าง ตำหนักที่อี๋ซูวิ่งไปคือด้านหลังตำหนักตงเทียน หารู้ไม่ว่าตำหนักชิวเทียนคือตำหนักที่หลิงไท่ให้สองสนม นามลี่เม่ยและลี่เฟยได้พำนักอยู่ และยามที่หลิงไท่ผ่อนคลายก็จะมายังตำหนักนี้ เป็เพราะตำหนักนี้อยู่ด้านในสุด ไม่มีเหล่าทหาร์รายล้อมเฉกเช่นตำหนักอื่น ดังนั้นไม่ว่าเสียงใดก็มิอาจลอดเร้นไปสู่ด้านนอกได้ อี๋ซูซุกซนยิ่งนัก ด้วยความที่เกรงว่าจะเจอบิดาของตนและนายหญิงจึงอยากจะไปให้พ้นสายตามากที่สุด ทันทีที่เขาย่างเท้าเข้ามาด้านในสวน เสียงกรีดร้องสองเสียงประสานกัน ฟังแล้วราวกับถูกทรมานจนเจียนขาดใจ และโหยหวนจนน่าขนลุก
"หรือที่นี่จะมีภูติผีปีศาจ แต่ว่า์ชั้นเก้า ปีศาจตนใดยังจะกล้ามาอาศัยอยู่ ฟังดูคล้ายถูกทรมาน หรือว่า!.."อี๋ซูทำท่านึกขึ้นได้ ในใจนั้นคิดไปว่าท่านเ้าภพที่มีหน้าตาดุดันท่านนั้นจะจับเหล่าปีศาจมาทรมาน เขาค่อยๆย่อกายแอบจากพุ่มไม้หนึ่งไปยังพุ่มไม้หนึ่ง เพื่อหลบซ่อน ยิ่งเข้าใกล้ตำหนัก เสียงกรีดร้องของหญิงสาวยิ่งดังมากขึ้น มิใช่เสียงเดียวแต่มันมีถึงสองเสียง
"ใครว่าท่านเ้าภพทั้งสุภาพอ่อนโยน ทั้งจิตใจดี สมกับเป็เ้าภพ แต่เท่าที่ข้าประสบมาล้วนแต่น่ากลัวทั้งสิ้น โเี้ ดุดันก็ปานนั้น ต่อจ้างข้าสิบตำลึงทองข้าก็มิขอเข้าใกล้เด็ดขาด"อี๋ซูเอ่ยออกมา เขาแอบมุดเข้าไปยังช่องประตูที่แย้มออกเล็กน้อย เสียงแหบต่ำครางแ่ปะปนกับเสียงกรีดร้องของหญิงสาวจากหลังประตู ดูน่ากลัวนัก อี๋ซูถึงกับห่อไหล่
"เขาทรมานนักโทษขนาดนี้เชียวหรือ นี่ถ้าหากข้าทำผิดต้องต้องโทษทัณฑ์คงหามีชีวิตรอดแน่ๆ"อี๋ซูแนบหูกับบานประตูที่ปิดอยู่ ทันใดนั้นเองเสียงสามเสียงก็เงียบลง เขาพยายามถอยหลังออกห่างจากบานประตู แต่เสียงชายหนุ่มดุดันจากด้านห้องเอ่ยออกมาทำให้เขาต้องชะงักขา
"เป็ผู้ใดเข้ามา! บังอาจนัก"อี๋ซูกลั้นหายใจ ค่อยๆถอยออกห่างช้าๆ ยังมิทันจะพ้นจากโถงทางเดิน ง้าวสีเงินใหญ่ยาวจ่อลงตรงซอกคอทันที อี๋ซูอ้าปากค้าง คนที่จ่อง้าวมาที่คอเขาเป็ชายหนุ่มรูปงามยิ่งนัก ใบหน้าหล่อเหลาผ่องใสชื้นเหงื่อจนเป็ประกาย ร่างกายท่อนบนมีแค่เสื้อกลางสีขาวและกางเกงสีขาว นิ้วเท้าเปลือยเปล่าเรียวงาม ขากางออกเล็กน้อยตั้งท่าจู่โจม
"เป็ข้า..เป็ข้าเอง"
"นี่เ้า!"หลิงไท่ถึงกับชะงักเมื่อเห็นคนที่นั่งยองเอามือสองข้างกุมกัวตัวเองเอาไว้
"เหตุใดจึงเป็เ้าอีกแล้ว"หลิงไท่ถอนใจ ลดง้าวในมือลงสายตาจับจ้องใบหน้างดงามนั่น
"ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้ามีเหตุจำเป็จริงๆขอข้าหลบซ่อนที่นี่จะได้หรือไม่"อี๋ซูบอกเสียงอ่อน ใบหน้าของเ้าภพยามนี้ดูอ่อนโยนละมุนละไม ไม่เหมือนที่เขาพบในถ้ำ ดังนั้นเขาจึงคิดว่าหากพูดจาด้วยดีอีกฝ่ายคงยอมช่วยเหลือ
"หลบซ่อนงั้นรึ"หลิงไท่เดินออกนั่งนั่งบนตั่งภายในห้องโถง เสียงอ่อนหวานสองเสียงประสานกันถามออกมาจากด้านใน
"ฝ่าาเพคะ"
"พวกเ้าออกไปก่อนเถอะ"นั่นหมายถึงทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว นางทั้งสองนิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยออกมาอีกครั้ง
"แต่ว่าฝ่าายัง.."
"ไม่เป็ไรข้าสบายดีแล้ว"หลิงไท่ตัดบท กวักมือเรียกอี๋ซูให้เข้ามาหา เขาชี้หน้าตัวเองแล้วมองหน้าหลิงไท่อีกครั้ง ก่อนจะยอมเดินมาตามมือที่กวักเรียก