เมื่อหาเงินได้ เฉียวซงก็ไม่ตระหนี่ถี่เหนียวเฉียวซีกล่าวว่าจะกินข้าวในเมืองเขาก็ไม่ปฏิเสธ
พวกเขาหาแผงขายบะหมี่ร้านหนึ่งสั่งซู่เมี่ยน[1]3 ชาม หลังจากนั้นไม่นานเ้าของร้านก็ยกซู่เมี่ยนมาให้แล้วสามพี่น้องก็กินอย่างเอร็ดอร่อย
“น้องรอง เรากลับไปเก็บผลไม้รสเปรี้ยวเ่าั้กลับบ้านอีกครั้งเถอะ”เฉียวซงคิดไม่ถึงว่าขนมซัวจาจะขายดีถึงเพียงนี้ ใช้เวลาไม่นานเท่าไรขนมซัวจาสองตะกร้าก็ขายหมดแล้ว ขนมซัวจา 1 ตะกร้าประมาณสามสิบสี่สิบชิ้นไม่รวมชิ้นที่ให้ทดลองชิมและชิ้นที่มอบออกไปเป็ของกำนัล ตกราคาชิ้นละ 5 อีแปะเขาคำนวนในใจอยู่ครู่หนึ่ง ขนมซัวจา 2ตะกร้าได้เงินประมาณสามร้อยอีแปะ ไม่ได้ลงเงินค่าซัวจาเลยสักนิด ลงแค่แรงเพียงเท่านั้นตอนที่น้องรองทำใส่น้ำตาลไป 3 ชั่ง น้ำตาลชั่งละ 15 อีแปะ 3 ชั่งก็คือ 45 อีแปะสามร้อยอีแปะลบออกไป 45 อีแปะ พวกเขาได้กำไรไป 255 อีแปะเชียวหากเปลี่ยนเป็งานคัดลอกหนังสือของเขา 1 เดือนก็หาเงินได้ไม่มากถึงเพียงนี้มิน่าน้องสาวจึงชอบการขึ้นเขา หลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่มีค่าและกินไม่ได้ในสายตาของพวกเขากลับเป็สมบัติล้ำค่าในสายตาของน้องรองทั้งสิ้น
“ได้เ้าค่ะ ไว้ขายกันอีกหลายๆ ครั้งจะได้เก็บเงินเยอะๆ”อย่างไรก็ตามซัวจาบนูเาล้วนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ใครๆก็สามารถเก็บไปได้ทั้งสิ้น ส่วนน้ำตาลนั้นแพงนิดหน่อย แต่ใช้เงินเพียงเล็กน้อยก็สามารถเปลี่ยนเป็กำไรได้มากมายทำไมจะขึ้นเขาอีกไม่ได้เล่า “น้ำตาลที่บ้านเหลือไม่เยอะแล้วประเดี๋ยวไปซื้ออีกสักนิดเถอะ” ครั้งที่แล้วซื้อน้ำตาล 5 ชั่ง ใช้ไปแล้วเกินครึ่งจำเป็ต้องซื้อกลับไปอีก
“ซื้อ ประเดี๋ยวกินเสร็จก็ไปซื้อเลยยังมีสิ่งอื่นที่เ้า้าซื้ออีกหรือไม่” เมื่อมีเงินแล้วเฉียวซงจึงไม่ตระหนี่อีกต่อไป จุดที่ควรใช้ก็จำเป็ต้องใช้ อย่างที่น้องรองกล่าวเงินหามาไว้ใช้ไม่ใช่เก็บเพียงอย่างเดียว
เฉียวซีคิดอยู่ครู่หนึ่ง ข้าวและแป้งในบ้านที่ซื้อมาก่อนจะอยู่ได้อีกสี่ถึงห้าวันจึงไม่จำเป็ต้องซื้อและในครั้งนี้พวกเขาได้เข้ามาทำเื่ซื้อขายปลากับจวี้เซียนโหลวหาก้าข้าวและแป้ง ถึงตอนนั้นสามารถขอให้ซูเฉิงช่วยซื้อไปให้พวกเขาได้อย่างมากที่สุดนางก็น่าจะต้องให้ค่าเดินทางบางส่วน
ที่บ้านยังมีปลาอีกสองตัว กลับไปเย็นนี้ทำให้พวกเขากินใหม่ดีกว่านั่นใช้น้ำมันค่อนข้างเยอะ จำเป็ต้องซื้อกลับไปสักหน่อย“พี่ใหญ่เช่นนั้นพวกเราไปซื้อน้ำตาลกับน้ำมันก็แล้วกัน ของอย่างอื่นยังมีอยู่ตอนนี้ยังไม่จำเป็ต้องซื้อ”
“ตกลง รีบกินเถอะ ไม่งั้นจะเย็นเสียก่อนเดี๋ยวจะไม่อร่อย”เมื่อมีงานที่ทำเงินได้ เฉียวซงจึงรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เงิน 50ตำลึงหากหักเงินสำหรับให้เขาไปเรียนหนังสือในเมืองออกแล้วเงินที่เหลืออยู่หากพวกเขาใช้อย่างประหยัดจริงๆ จะสามารถใช้ได้ 2-3 ปีเลยทีเดียวประกอบกับธุรกิจเล็กๆ ที่น้องสาวกำลังทำอยู่ตอนนี้ ชีวิตของพวกเขาก็สุขสบายกว่าหลายๆคนในหมู่บ้านแล้วเมฆมืดมิดที่ปกคลุมอยู่เหนือศีรษะของเขาหลังจากที่พ่อและแม่จากไปในที่สุดก็สามารถแหวกม่านเมฆออกไปเห็นแสงตะวันได้แล้วเขาเชื่อว่าภายใต้การนำของน้องรองจะทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นไปเรื่อยๆ ได้อย่างแน่นอนน้องรองเป็ดวงดาวแห่งความโชคดีของครอบครัวเขาจริงๆ
การที่พ่อกับแม่รักและเอ็นดูนางมากไม่ได้ไร้เหตุผลหากเขามีความสามารถมากพอแล้วเขาจะต้องทำให้นางใช้ชีวิตอย่างมีความสุขให้ได้จะเลือกสามีที่ดีให้กับนาง ให้นางได้ใช้ชีวิตอย่างไร้กังวล
เฉียวซงกินไปคิดไป ทั้งยังมองตาทั้งคู่ของเฉียวซีอยู่เป็ระยะๆสายตาที่เปี่ยมด้วยความเอ็นดูทำให้เฉียวซีรู้สึกประหลาดใจทั้งยังคิดไม่ถึงว่าพี่ชายจะคิดไปไกลถึงเพียงนั้นคิดไม่ถึงว่าจะพิจารณาเื่สามีในอนาคตของนางไปเสียแล้วหากเฉียวซีรู้ว่าพี่ชายคนโตของนางกำลังคิดอะไรอยู่ในใจจะต้องกรอกตาแรงๆ เป็แน่ พี่ใหญ่นางเพิ่งจะอายุ8 ขวบ ยังห่างไกลจากวันแต่งงานมาก จำเป็ต้องคิดไกลถึงเพียงนั้นเชียวหรือ
ที่จริงแล้ว ซู่เมี่ยนถึงชามไม่ได้เยอะสักเท่าไร ทั้ง 3คนกินเพียงครู่ก็หมดแล้ว
หลังจากกินเสร็จ ทั้งสามก็มุ่งตรงไปที่ร้านขายของชำซื้อน้ำตาลและน้ำมันอย่างละ 5 ชั่ง ใส่ไว้ในตะกร้าแบกหลังและเดินไปยังเมืองเล็กๆ
เมื่อเดินผ่านแผงขายเนื้อหมูเฉียวซีเห็นเ้าของแผงทิ้งกระดูกหมูและเครื่องในต่างๆ ไว้ด้านข้างนางจึงวิ่งฉึบๆ เข้าไปเอ่ยถาม“ท่านอาเ้าคะ ของเหล่านี้ขายอย่างไร”
เครื่องในหมูรสชาติหนักมาก กลิ่นก็ไม่สามารถกำจัดได้ง่ายๆหากินเข้าไปจะได้กลิ่นเหม็นรุนแรง โดยพื้นฐานแล้วจะไม่มีคนซื้อส่วนมากจะมอบให้เป็ของแถม
ส่วนกระดูกหมูเป็เพราะไม่มีเนื้อจึงไม่มีคนยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อมันมาเพราะดูจะไม่คุ้มค่าซื้อกลับไปย่างกระดูกหมูยังเปลืองฟืนมาก โดยปกติแล้วจะเหลือสิ่งเหล่านี้ไว้ แล้วเ้าของแผงก็จะทิ้งพวกมันไป
เ้าของแผงเห็นว่าแม่หญิงตัวน้อยสนใจพวกมันหลังจากดูเสื้อผ้าบนร่างกายของนางแล้วก็รู้ได้ว่านางคงลังเลที่จะใช้เงินซื้อเนื้อหมูไปกินทำได้เพียงซื้อของเหล่านี้ไปประทังความอยากเช่นนั้นก็ถือว่าได้ลิ้มลองรสชาติของเนื้อไปบ้างแล้ว
“หากเ้าอยากได้ ข้าจะให้เ้าทั้งหมด ขอเพียงเงิน 10 อีแปะเท่านั้น
“เถ้าแก่ให้ข้าทั้งหมดเลยหรือ” ของเ่าั้เยอะมาก หากจัดการให้สะอาดพวกเขาจะพอกินได้หลายวันทีเดียวยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ก็เป็ฤดูหนาวจึงไม่จำเป็ต้องกลัวเสีย
ที่เทียนเฉาสิ่งเหล่านี้ต่างถูกทำเป็อาหารอันโอชะคุณค่าทางอาหารก็ไม่ได้น้อยเลยทีเดียวคิดไม่ถึงเลยว่าจะให้นางในราคาที่ถูกถึงเพียงนี้
10 อีแปะแหนะ คุ้มเกินไปแล้ว ที่เทียนเฉาของเหล่านี้ไม่ได้ถูกเลยสักอย่าง
“ใช่ 10 อีแปะ หากเ้า้าก็เอากลับไปได้ทั้งหมดเลย”เถ้าแก่เอ่ยอย่างตรงไปตรงมา
“้า ข้า้า เถ้าแก่รบกวนห่อให้ข้าที” นางจะไม่้าได้อย่างไรของมากมายถึงเพียงนั้นราคาแค่ 10 อีแปะ นางคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มกลัวว่าเ้าของแผงจะเปลี่ยนใจจึงรีบควักเงินออกมาให้เขา
“ตกลง” แท้ที่จริงแล้วเถ้าแก่ก็คิดเหมือนกับเฉียวซีเขากลัวว่านางจะไม่เอาแล้ว เมื่อเห็นนางจ่ายเงินอย่างตรงไปตรงมาเช่นนั้นจึงให้มันหมูกับนางอีก 2 ชิ้น
“ขอบคุณเถ้าแก่มาก ครั้งหน้าข้าจะมาซื้อกับท่านอีก” เยี่ยมไปเลยยังแถมมันหมูให้นางอีก ไม่เลวๆ เป็คนที่ทำการค้าเก่งจริงๆครั้งหน้าต้องมาอุดหนุนร้านของเขาอีก
“น้องรอง มาข้าเอง” เฉียวซงไม่สนใจอีกแล้วว่าน้องสาวจะซื้ออะไรของที่ต้องตานางต้องไม่เลวร้ายเป็แน่ เขาทำตัวเป็ลูกหาบอย่างสงบเสงี่ยมก็พอ
เดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วยกตะกร้าแบกหลังขึ้นแบก
“เรียบร้อย กลับไปทำของอร่อยกินกันเถอะ” เฉียวซียิ้มอย่างสดใสคนอื่นทำไม่ได้แต่นางทำได้นี่นา
“เ้าช่างฉลาดหลักแหลมเสียจริง”เฉียวซงจ้องเฉียวซีเพียงครู่ก็ยุให้นางหัวเราะออกมาเสียแล้ว
“เพราะตรงนี้” ไม่ลืมชี้ไปที่ศีรษะของตน พร้อมโอ้อวด
“พี่รองสุดยอด สุดยอดที่สุด” เฉียวไป่เปล่งเสียงโห่ร้องขึ้นมาพร้อมกัน
“เ้าก็สุดยอดเช่นกัน” เฉียวซีไม่ลืมเอ่ยชมน้องชายคนเล็กของบ้าน
“พี่ใหญ่ พวกเรานั่งเกวียนวัวกลับบ้านกันเถอะ” นางกับน้องสามไม่ได้ถืออะไรมากนักแต่พี่ใหญ่แบกของไว้บนหลังมากมาย เขากำลังเติบโตดังนั้นจึงไม่ควรให้ของหนักกดไว้เช่นนี้
“ได้ นั่งเกวียนวัวกลับกันเถอะ”
หมู่บ้านเฉียวมีเกวียน 2 เล่ม ปกติแล้วจะหาเงินเล็กๆ น้อยๆ ด้วยวิธีนี้เพื่อเป็รายได้เสริมให้กับครอบครัว
เมื่อสามพี่น้องมาถึงใต้ซุ้มประตูเมือง เฉียวซื่อเหยฺกำลังเตรียมจะออกเดินทางกลับแล้ว
วันนี้ดูเหมือนว่าเที่ยวนี้จะบรรทุกคนกลับไม่ได้เสียแล้วเวลาก็ล่วงมาป่านนี้แล้ว
“ท่านปู่หลิน ท่านจะกลับแล้วหรือ” เฉียวซีเอ่ยเสียงหวานพร้อมเข้าไปถามเฉียวจื่อหลินและเฉียวซื่อเหยฺด้วยรอยยิ้ม
“ใช่แล้วเฉียวซี ข้ากำลังเตรียมตัวกลับ พวกเ้าอยากนั่งเกวียนหรือ”เฉียวจื่อหลินเอ่ยถามสามพี่น้องอย่างไม่ได้คาดหวังอะไรเขาพอจะรู้สถานการณ์ในบ้านของพวกเขาอยู่บ้าง
“นั่งๆ”
“เช่นนั้นก็รีบขึ้นมาเสีย” เฉียวจื่อหลินเพียงถามออกไปส่งๆไม่คิดว่าพวกเขาอยากจะนั่งเกวียนกันจริงๆ จำต้องรู้ว่านั่งเกวียนวัว 1ครั้งไม่ได้ถูกเลย คนละ 2 อีแปะเชียว 3 คนก็เป็ 6 อีแปะ เงิน 6 อีแปะซื้อข้าวได้1 ชั่งเลยทีเดียว
“เอ่อ…”
“พี่ใหญ่ น้องสาม รีบเอาของขึ้นมาวางเร็ว จะได้พักขา”เดินไปเดินมานานถึงเพียงนั้น เมื่อยขาจะตายอยู่แล้ว
เมื่อมาถึงทางเข้าหมู่บ้านเฉียว เฉียวซงนำสิ่งของออกจากเกวียนเฉียวซียื่นเหรียญทองแดง 8 เหรียญให้กับเฉียวซื่อเหยฺโดยบอกว่าตะกร้าแบกหลังนั้นใช้พื้นที่ไปแล้วแม้ว่าจะมีคนนั่งเกวียนของเขาก็ควรจะให้สักเล็กน้อย ไม่อาจตระหนี่ถี่เหนียวได้
เมื่อบอกลาเฉียวซื่อเหยฺแล้ว สามพี่น้องก็จากไป
เฉียวซื่อเหยฺชำเลืองไปที่ร่างของทั้งสามคนที่กำลังเดินจากไปเขารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ในตาของเขาแต่ก็เหมือนกับว่าจะไม่มีอะไร
เมื่อกลับถึงบ้านเฉียวซงไม่ได้พักเลยแม้แต่น้อยหลังจากจัดการของในตะกร้าแบกหลังแล้วจึงบอกกล่าวกับเฉียวซี และแบกตะกร้าขึ้นเขาไป
เขายังปฏิเสธความช่วยเหลือของน้องชายคนเล็กโดยบอกว่าการมีเขาตามมาจะคอยถ่วงให้ต้องเดินช้าลง และตนยังต้องดูแลเขาจึงเข้าไปในูเาคนเดียว
เฉียวซีรู้ว่าพี่ชายของนางกำลังคิดอะไรอยู่ จึงเรียกน้องสามมาข้างกายและขอให้เขาช่วยนางทำงาน
เฉียวซีเอาลำไส้เล็กหมูและตับหมูวางไว้ข้างๆแล้วใส่กระเพาะหมูและลำไส้ใหญ่หมูลงในกะละมังเพื่อทำความสะอาดหากไม่ได้ล้างทั้งสองอย่างนี้ให้สะอาด รสชาติของอาหารที่ทำออกมาจะยังหนักอยู่ถือว่าไม่อร่อยมาก อีกด้านยังบอกให้น้องชายนำเกลือและแป้งมาให้นางด้วย
สาเหตุหลักที่ล้างลำไส้ใหญ่หมูและกระเพาะหมูไม่สะอาดคือคนไม่ยอมที่จะใช้สองสิ่งนี้ในการทำความสะอาดพวกมันแม้ว่าพวกเขาจะรู้แต่พวกเขาก็ไม่อาจทำใจใช้สิ่งเหล่านี้ไปอย่างสิ้นเปลืองได้
เฉียวซีไม่ได้รู้สึกว่าสิ้นเปลือง แต่สายตาของเฉียวไป่กลับไม่ใช่อย่างนั้นใบหน้าของเขาบ่งบอกว่าเขาปวดใจเหลือเกิน เห็นพี่สาวเทแป้งสาลีลงไปในเครื่องในหมูเหม็นๆหนังตาของเขาก็เริ่มกระตุกไปมา ปวดใจเป็ที่สุดเหตุใดจึงเทแป้งสาลีลงในกะละมังอีกเล่าหากทำเช่นนี้จะทำให้อาหารอร่อยขึ้นอย่างนั้นหรือ
เฉียวไป่รู้สึกสงสัยอยู่ในใจ และเก็บไว้ไม่ได้จึงถามออกมาตรงๆ “พี่รองเหตุใดท่านจึงเทแป้งลงในกะละมังเล่า เช่นนี้เปลืองแป้งมากเลยนะ”แป้งสาลีมากถึงเพียงนี้พวกเขาสามารถกินได้ 1 มื้อเลยทีเดียว
“เ้ารู้สึกเสียดายใช่หรือไม่ ที่จริงไม่ได้น่าเสียดายเลยสักนิดหากไม่ใช้แป้งสาลีและเกลือล้างให้สะอาดแล้วนำของเหล่านี้ไปทำอาหารจะไม่อร่อยหากจะทำสิ่งใดย่อมมีข้อแลกเปลี่ยนที่เหมาะสม มีอะไรให้เสียดายอยู่อีกเล่า”เฉียวซีไม่ลืมที่จะสั่งสอนน้องชาย อย่าเพียงแต่มองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจำต้องมีวิสัยทัศน์ยาวไกลสักหน่อย
เฉียวไป่พยักหน้าอย่างไม่เข้าใจสักเท่าไรแม้ใบหน้าของเขายังแสดงถึงความเสียดาย แต่ก็นั่งยองๆ อยู่ด้านข้างอย่างเงียบๆและคอยช่วยเฉียวซีเติมน้ำอยู่เรื่อยๆ และช่วยนางหยิบของอีกด้วย
หลังจากเฉียวซีทำความสะอาดลำไส้ใหญ่หมูและกระเพาะหมูแล้วนางก็เริ่มทำความสะอาดลำไส้เล็กและตับหมู นางขอให้น้องชายคนเล็กของนางจุดไฟและต้มน้ำให้เดือด หากน้ำเดือดแล้วก็ห้ามดับไฟทันที
เฉียวไป่วิ่งเข้าไปในครัว แล้วจุดไฟกับต้มน้ำอย่างมีความสุข
เวลาตลอด่บ่าย เฉียวซียุ่งมากทีเดียว นางไม่ได้ตั้งใจจะใช้ลำไส้ใหญ่ลำไส้เล็กและกระเพาะหมูทำอาหารในวันนี้ดังนั้นจึงเอาพวกมันไปผ่านน้ำเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เย็นนี้นางทำผัดตับหมูไฟแดงกับผัดผักกาดกวางตุ้งก็พอแล้ว
เตรียมของสำหรับทำอาหารตอนเย็นพร้อมแล้วรอเพียงพี่ชายของนางกลับมาจากูเาแล้วจึงจะทำ
หลังจากเสร็จสิ้นทุกอย่าง จึงเริ่มทำซุปกระดูกหมูในหม้ออีกใบหลังจากที่ต้มใกล้จะเสร็จแล้วจึงใส่หัวไชเท้าลงไปเล็กน้อย ซุปหม้อนี้ต้องรสดีเป็แน่
นางเริ่มเคี่ยวน้ำมันในหม้ออีกใบมันหมูที่ได้รับจากเถ้าแก่ร้านขายหมูก็เอามาทำด้วยกันตอนนี้ได้พอดี
[1]บะหมี่ที่เส้นทำจากแป้งข้าวสาลีเส้นเป็สีขาว