“ท่านพ่อจำไม่ได้แล้วหรือเ้าคะ ท่านเล่าเื่ขบขันให้ข้าฟังตอนเมา” กล่าวออกไปพลางทำหน้าใสซื่อ กะพริบดวงตากลมโตอันงดงามปริบๆ
ฮั่วหนานอันขมวดคิ้วเข้าหากันจนแทบชิด พยายามนึกว่าตนเผลอไปเล่าเื่นี้ตอนไหน
บุตรสาวคนเล็กเป็เพียงคนเดียวที่คอยมาวนเวียนอยู่ใกล้ พวกตนสองพ่อลูกจึงสนิทสนมกัน นางสามารถเข้าออกทุกห้องของเรือนที่ตนอาศัยอยู่ได้อย่างสะดวกสบาย
ยามเมามายก็มีบุตรสาวคอยวนเวียนมาดู หรือว่าตนเผลอเล่าเื่นี้ออกไปจริง
“ยามนั้นผู้ใดอยู่กับเ้าบ้าง”
ถ้าเกิดบ่าวรับใช้รู้ความลับ ฮั่วหนานอันกลัวว่ามันจะสามารถเล็ดลอดไปถึงหูเหลียงอ๋อง
ท่านพ่อติดกับข้าเสียแล้ว “ไม่มีเ้าค่ะ ตอนนั้นท่านไล่บ่าวรับใช้ออกไปจนหมด แล้วแอบเล่าเื่นี้ให้ข้าฟังเพียงลำพัง”
พอพูดจบได้ยินเสียงถอนหายใจของบิดา ฮั่วิจูยกยิ้มมุมปากบางเบาเพียงแว็บเดียวเท่านั้น
“เ้าได้นำเื่นี้ไปบอกผู้ใดหรือไม่”
“ไม่มีเ้าค่ะ ข้าสัญญากับท่านพ่อแล้วว่าเื่นี้จะเป็ความลับระหว่างเรา แต่ตอนนี้ข้าอาจผิดสัญญา ถ้าท่านพ่อไม่ยอมทำให้ข้าได้เป็บุตรสาวขุนนาง”
“เ้าปีศาจน้อย กล้าขู่บุพการีของตนเองหรือ”
ฮั่วหนานอันเผลอเสียงดังใส่บุตรสาวที่นำความลับออกมาขู่ ต้องบอกก่อนว่า ในอดีตบุพการีทั้งสองคาดหวังให้เขารับราชการเป็ขุนนางฝ่ายบุ๋น จนยินยอมให้ศึกษาตำราอยู่ในเมืองหลวง ไม่ต้องเข้าฝึกตนที่ค่ายทหารเหมือนพี่น้องคนอื่น
ถ้าพวกท่านรู้ว่าตนไม่้าเป็ขุนนาง จึงแสร้งโง่เขลาเบาปัญญา บทลงโทษหนักหน่วงคงหล่นมาใส่หัวของตน
“ท่านเรียกผู้ใดว่าปีศาจ”
น้ำเสียงเย็นะเืเต็มไปด้วยความไม่พอใจดังขึ้น หวังซื่อเดินเข้ามาพร้อมกับมีดในมือ เ้าสามีสารเลวผู้นี้จะทำลายชื่อเสียงของบุตรตนเองไปถึงเมื่อใด
คำว่าปีศาจ สมควรนำมันมาเรียกบุตรสาวตัวเองหรือ มีบิดาคนใดบ้าง สารเลวแบบเ้าคนไม่เอาไหนผู้นี้
ฮั่วหนานอันเพียงกล่าววาจาเหลวไหลกับบุตรสาวเท่านั้น มิได้คิดว่าบุตรของตนเองเป็ปีศาจจริงเสียหน่อย
“ข้าล้อเล่นเท่านั้นเอง ฮูหยินจะจริงใจไปไย”
“ข้าไม่ควรจริงจังรึ ถ้าเกิดผู้อื่นมาได้ยินท่านกล่าวหาบุตรสาวตนเองเป็ปีศาจแล้วนำออกไปเล่าลือ ชีวิตบุตรสาวข้าคงต้องด่างพร้อย ผู้ไม่หวังดีอาจใส่สีตีไข่จนนางต้องตกที่นั่งลำบาก”
หวังซื่อจริงจังกับเื่ชื่อเสียงของบุตรสาวทั้งสองมาก ไม่้าให้บุตรต้องเป็แบบเดียวกับนาง ถ้าไม่เกิดเื่ครานั้น นางคงไม่ต้องมาแต่งงานกับบุรุษเสเพลอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง
“น้องสาว เ้าออกไปกับข้าเถิด”
ฮั่วเจินจูจับแขนน้องสาวแล้วพาออกไปข้างนอก ยามที่บิดากับมารดาทะเลาะกัน พวกตนไม่ควรอยู่ตรงนั้น เื่นี้เป็สิ่งที่ฮั่วเจินจูถูกพร่ำสอนมาั้แ่รู้ความ
“เกิดอันใดขึ้น เหตุใดท่านพ่อถึงต่อว่าเ้าเป็ปีศาจ”
ฮั่วิจูไม่คิดเลยว่า ท่านแม่กับพี่สาวจะได้ยินที่ท่านพ่อะโแล้วพากันพุ่งเข้ามาในห้องด้วยความโมโห
“ท่านพ่อเพียงพูดเล่นกับข้า พี่สาวอย่าคิดมากให้เสียสุขภาพ”
ท่านพ่อใจนพูดหยอกล้อนาง นางควรเข้าไปห้ามไม่ให้ท่านแม่ดุท่านพ่อดีไหมนะ
ฮั่วเจินจูรู้สึกว่าบิดาไร้ความคิด คำว่าปีศาจ ไม่ควรหลุดออกมาจากปากของบุพการีแม้แต่น้อย ถ้าเกิดอยู่ในเมืองหลวง เื่ที่บิดาเรียกบุตรสาวว่าปีศาจเล็ดลอดออกไป คงทำให้ชื่อเสียงป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
“ท่านพ่อมักทำให้ท่านแม่ทุกข์ใจ”
ฮั่วเจินจูคือคนที่ขลุกอยู่กับมารดามากที่สุด จึงรับรู้ถึงความทุกข์ของมารดา ั้แ่นางรู้ความ ในความทรงจำของนาง ไม่มีสักหนที่บิดาจะทำให้มารดาสามารถเชิดหน้าชูตากับบรรดาฮูหยินสกุลอื่นได้
มีเหตุการณ์หนึ่งที่ฮั่วเจินจูจำมันได้ดี วันพระราชสมภพของไทเฮาเมื่อปีที่แล้ว มารดาของนางถูกฮูหยินหลายคนมองมาด้วยสายตาสงสารระคนดูถูก
ต่อให้นางเป็เด็กก็สามารถรับรู้ได้ว่า คำพูดและสายตาของฮูหยินพวกนั้นไม่ใช่เพราะหวังดี แต่เป็การเหน็บแนม เวลานั้นใบหน้าของมารดาซีดเผือดลงจนดูน่าสงสาร ถ้ามิใช่เพราะมีท่านยายและไทเฮาปกป้อง มารดาของนางคงถูกเย้ยหยันออกมาตรงๆ
………
เมื่อวานคำว่าปีศาจที่หลุดออกมาจากปากของฮั่วหนานอัน ส่งผลให้วันนี้เขาได้รับส่วนแบ่งในอาหารมื้อเช้าเพียงครึ่งเดียว เขาต้องดื่มยาขมๆ โดยมีอาหารรองท้องเล็กน้อยเท่านั้น ชีวิตมันช่างน่าขมขื่นเสียจริง
“ท่านพ่อ”
ฮั่วหนานอันมองหัวเล็ก ๆ ที่โผล่ออกมาจากประตูห้อง ดวงตาใสดุจแก้วแสนหายาก ผู้ใดจะโกรธได้ลง
“ท่านพ่อเ้าคะ” ฮั่วิจูเข้ามาหาบิดาั้แ่เช้า
“มีเื่ใดก็พูดมาเถิด”
น้ำเสียงอ่อนโยนลง ลูบผมที่ถูกมัดอย่างเรียบร้อย แม้จะอยู่ในชุดราคาถูกแต่บุตรสาวก็งดงามเหมือนกับเทพธิดาตัวน้อย
“ข้าอยากเป็บุตรสาวขุนนาง”
ฮั่วหนานอัน “เ้า!”
ฮั่วิจูไม่อยู่รอฟังบิดาบ่น นางวิ่งปิดหูออกจากห้องมายังลานบ้าน
“ท่านแม่”
วิ่งเข้ามากอดขาท่านแม่คนงาม เงยหน้าสดใสมองมารดาให้ชัดๆ ชาติที่แล้วนางยังมองใบหน้าของมารดาไม่หนำใจ พวกเดรัจฉานก็ทำให้พวกตนต้องจากกันตลอดกาล
หวังซื่อดึงแก้มบุตรสาวคนเล็กเบาๆ “แม่กำลังจะไปเรียกเ้าพอดี เสี่ยวหม่านมาหาเ้า”
ฮั่วิจูมองไปยังประตูรั้วบ้าน จึงพบศีรษะเล็กๆ ที่ยื่นออกมาจากประตู
“เสี่ยวหม่าน”
“ิจู” เสี่ยวหม่านไม่กล้าเข้ามาภายในบ้านของสหาย
“เ้ามีอันใดหรือ ไยไม่เข้ามาล่ะ” ฮั่วิจูวิ่งไปหาสหายที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังประตู แล้วลากแขนนางเข้ามาในลานบ้าน
“ข้าจะมาชวนเ้าไปเก็บอาหารทะเลที่บริเวณชายหาด เ้าหายดีหรือยัง” อาหารทะเลที่เสี่ยวหม่านหมายถึงคือพวกสัตว์ทะเลที่ซ่อนตัวอยู่ตามหาด
“เก็บอาหารทะเลหรือ”
“ใช่ เ้าเคยบอกว่า ถ้าข้าไปเก็บอาหารทะเลขาย ให้มาชวนเ้าไปด้วย วันนี้เถ้าแก่จากในอำเภอมารับซื้ออาหารทะเล ข้าจึงมาชวนเ้าตามที่สัญญาเอาไว้”
ฮั่วิจูนึกออกแล้ว สหายตรงหน้าเคยบอกว่า ภายในหนึ่งเดือนจะมีเถ้าแก่ร้านอาหารจากในอำเภอมารับซื้ออาหารทะเลสองครั้ง เด็กๆ กับสตรีในหมู่บ้านมักไปขุดหาสัตว์ทะเลริมหาดมาขายให้กับพวกเขา
ฮั่วิจูรีบหันหน้าไปขอร้องมารดา
“ท่านแม่ ข้าอยากไปเก็บอาหารทะเลขาย”
“เ้าเพิ่งหายจากอาการป่วย จะไปตากแดดไม่กลัวเป็ลมหรืออย่างไร”
“หายดีแล้วเ้าค่ะ ข้าร่างกายแข็งแรงมาก” ะโแสดงให้มารดาดูว่านางนั้นแข็งแรงเพียงใด
“เ้าอายเสียวหม่านบ้างเถิด อายุเท่ากันแต่ตัวเ้าเล็กอย่างกับลูกหนู”
ขนาดเด็กที่เกิดในชนบท กินอาหารแต่ละมื้อไม่ค่อยอิ่มท้อง ยังตัวใหญ่กว่าบุตรสาวนาง หวังซื่อเห็นแล้วปวดใจ
“ท่านแม่!”
“เอาล่ะ ิเอ๋อร์ของแม่ เ้าบอกว่าจะไปหาของทะเล เ้าลองไปยกถังใบนั้นดูก่อน หากยกขึ้น แม่จะอนุญาตให้เ้าไป”
หวังซื่อเผยรอยยิ้มงดงามจนเสี่ยวหม่านขวยเขิน นางไม่เคยเห็นผู้ใดงดงามเท่ากับมารดาของสหายมาก่อน
“ท่านน้างดงามมากเ้าค่ะ” กล่าวชมออกไปดั่งใจคิด
หวังซื่อยิ้มให้กับเด็กน้อย เด็กคนนี้น่าคบหามิน้อย ตอนที่บุตรสาวนางหมดสติก็เป็เด็กคนนี้ที่รีบวิ่งนำหน้าให้คนอุ้มร่างของิเอ๋อร์กลับมายังบ้าน
ทางด้านฮั่วิจู กำลังพยายามยกถังไม้ พยายามยกอย่างไรก็ยกไม่ขึ้น แขนเล็กๆ ของนางมันเล็กราวกับกิ่งไม้
“ข้าต้องทำให้ได้”
ฮั่วิจูมีความมุ่งมั่นในแววตา พยายามยกถังอย่างทุลักทุเล แต่กลับเซไปเซมา จนเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ที่เห็นเหตุการณ์ได้ทุกคน
“เพียงแค่ยกถังก็ไม่ไหวเสียแล้ว เ้าจะไปเก็บของทะเลได้อย่างไร” หวังซื่อขำกับการกระทำของบุตรสาว
“เอาล่ะ แม่จะไปเก็บของทะเลพร้อมกับเ้า ในบ้านมีถังใบเล็กอยู่ เ้าน่าจะถือมันไหว”
หวังซื่อรู้มาว่าอาหารทะเลสามารถแลกเงินได้ เพื่อไม่ให้บุตรสาวทั้งสองอดอยากจนขาดโภชนาการ นางจึงคิดไปหารายได้เหมือนกับชาวบ้าน
“เสี่ยวหม่านเ้านั่งรอก่อน น้าขอผลัดเปลี่ยนชุดให้กับิเอ๋อร์สักประเดี๋ยว”
“ข้าต้องกลับไปเอาถังที่บ้าน ถ้าท่านน้ากับิจูพร้อมแล้ว เดินไปหาข้าที่บ้านได้เลยเ้าค่ะ ข้าจะรออยู่ที่นั่น”
บ้านของสหายตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้าน ส่วนบ้านของนางอยู่บริเวณทางออกจากหมู่บ้านไปชายทะเล ถ้าจะไปบริเวณชายทะเลต้องผ่านบ้านของนาง เสี่ยวหม่านจึงคิดรออยู่ที่บ้านของตนเอง
“เอาอย่างที่เ้าว่าก็แล้วกัน”
เสี่ยวหม่านขวยเขินรอยยิ้มงดงามของหวังซื่อ แม้กระทั่งวิ่งกลับบ้านยังคงนึกถึงมัน แต่พอเห็นใบหน้าดุดันของมารดาตนเอง เสี่ยวหม่านจำต้องหุบยิ้มทันที
.....................
แจ้งนักอ่านทุกท่านค่ะ นิยายเื่ ท่านพ่อ! ข้าอยากเป็บุตรสาวขุนนาง งดอัพทุกวันจันทร์กับวันพฤหัสบดีนะคะ แต่เนื่องจากอาทิตย์นี้เป็อาทิตย์แรกที่ลงนิยาย เหอเปาจึงไม่งดอันนิยายในวันนี้ ขอนักอ่านทุกท่านโปรดทราบกันถ้วนหน้า