ปฐมบท
จุดเริ่มอาภัพชะตารัก
ณ แดนสรวง์ที่ห่างไกลนับหมื่นลี้ ยังสถานที่เร้นลับ เพียงฝ่าปริศนาเมฆสีขาวหิมะที่หนาปุยพันชั้นก็จะเห็นแสงสนธยา จากท้องนภายามทินกรประดับดวงดาราราวอัญมณีที่แข่งกันอวดแสงระยิบระยับ ส่องทะเลหมอกสิ้นหวังที่กำลังเคลื่อนไหวเป็ระลอกคลื่นกระทบเกาะขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่ลอยโดดเด่นท่ามกลางความเวิ้งว้างนั้น
เกาะขนาดใหญ่ที่อาณาเขตพื้นที่สองพันฉิ่ง*ถูกขนานนามว่า ดินแดนผูกวาสนา ทั้งเกาะรายล้อมไปด้วยต้นจื่อเถิงสีม่วงที่ออกดอกบานสะพรั่งงดงาม ขับเน้นสถานที่ให้มีกลิ่นอายเคร่งขรึมลึกลับที่จะดึงดูดให้จิตใจตกเข้าสู่มนตร์ภวังค์ของปีศาจ
ดินแดนผูกวาสนา เมื่อเท้าแตะพื้นพรมหญ้าสีเขียวที่มีดอกไม้สีขาวเล็กๆ น่ารักแซมอยู่ละลานตา ศีรษะของผู้มาเยือนก็จะถูกปกคลุมด้วยม่านจื่อเถิงหลัว มองไม่เห็นท้องนภาที่งดงาม กระนั้นก็ไม่ไร้แสงด้วยมีหิ่งห้อยที่ไม่อาจนับได้ว่าจำนวนเท่าไร บินอ้อยอิ่งอยู่คราคร่ำ บังเกิดภาพดวงดาวมีชีวิตบนแดนดิน
ความงามพิศวงของดินแดนผูกวาสนาไม่ได้หมดเพียงเท่านั้น ยังเลื่องลือว่ามีกลิ่นหอมระรวยระรื่น คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ไม่อาจค้นหาที่มาของความหอมที่แอบแฝงมากับสายลมนั้นได้เลย แม้จะยื่นหน้าสูดดมดอกจื่อเถิงหลัวว่าจะมาจากเ้าสิ่งนี้หรือไม่ กลับพบเพียงอากาศสดชื่นบริสุทธิ์
ก้าวเท้าลึกเข้าไปถึงใจกลางดินแดน แท่นศิลาขนาดใหญ่ที่สูงเหนือต้นจื่อเถิงหลัวคล้ายแค่ศิลาธรรมดาที่ประดับไว้ทื่อๆ ขัดกับความสวยงามที่รายล้อม จนอดคิดไม่ได้ว่านี่คือ ศิลาวาสนาของผู้มีชีวิตทั้งสามภพจริงหรือ ซึ่งมีตำนานเล่าว่า ศิลานี้ดำรงอยู่มาั้แ่า เป็ดั่งที่จดบันทึกของโชคชะตาตามบุญกรรมของผู้มีชีวิตทั้งสามภพ
แต่ความจริง ใครจะรู้ว่ามันเป็เพียงสิ่งที่ใช้กักขังสองเผ่าอสรพิษขาวกับอสรพิษทมิฬไว้ ให้ใช้พิษในตัวหล่อเลี้ยงต้นจื่อเถิงหลัวที่หยั่งรากลึกลงไปใต้ท้องทะเลหมอกสิ้นหวัง ลงทัณฑ์ทรมานเหล่าสัตว์อสูรที่มีความผิด
ถึงทั้งสองเผ่าแบ่งแยกอาณาเขตกันชัดเจน กระนั้นก็ยังเกิดปัญหา ให้ต้องมีการต่อสู้อยู่ร่ำไปเสียทุกครั้ง แม้จะเป็เื่เล็กน้อยก็ตาม ครั้งนี้ก็เช่นกัน แค่มองหน้ากันก็เกิดาแล้ว
ทายาทของเผ่าทั้งสองในร่างอสรพิษขนาดใหญ่จู่โจมถึงที่สุด โรมรันเกี่ยวพันเป็เกลียว ใช้ส่วนลำตัว่บนถึงหัวต่อสู้กัน ร่างสีขาวเผือกสะท้อนแสงวาวคล้ายเปล่งรัศมีอีกชั้นเป็ประกายระยิบระยับราวดวงดาราประดับ อีกร่างอสรพิษสีดำทมิฬ ยามแสงกระทบเผยรายละเอียดเกล็ดงามที่แข็งแกร่งเล่นแสงแวววับดุจสลักจากหินจุยเจีย ทั้งมี่ตัวที่หนากว่าสองเท่าเพราะเป็เพศผู้ที่ทรงพลัง กระนั้นก็มิอาจดูแคลนอสรพิษเผือกสาวได้ นางปราดเปรียวรวดเร็วลงมือได้โเี้ไม่แพ้กัน
เมื่อห้าร้อยปีก่อน ทั้งคู่ที่ไม่ลงรอยกัน ต่อสู้อย่างเอาเป็เอาตายถึงเจ็ดวัน ทำให้ถูกลงโทษอยู่ในร่างเดรัจฉานเดิมจนบัดนี้ แม้จะสะสมตบะบารมีก็ยังไม่สามารถจำแลงกายเป็มนุษย์ได้
ต้นจื่อเถิงหลัวล้มระเนระนาดไปหลายร้อย ความเสียหายไม่อาจประเมินได้ เหล่าบริวารช่วยกันตามประมุขของทั้งสองเผ่าให้มาหยุดยั้ง ทว่าบิดามารดาของทั้งสองกลับเพิกเฉย รอชมว่าบุตรของใครจะมีความสามารถกว่ากัน
แต่ครานี้พวกเขาคิดผิดพลาดมหันตร์ที่ปล่อยปละละเลย เพราะการต่อสู้ด้วยทิฐิ บาดหมางของหนุ่มสาวทั้งสองได้ไปล่วงเกินเทพผู้เฒ่าผิงอันผู้มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของดินแดนผูกวาสนาเข้าโดยไม่ได้เจตนา
อสรพิษสีดำทมิฬเฮยกังฉางแยกเขี้ยวคมสีงา ที่มีเคลือบพิษลักษณะเมือกใสอยู่จำนวนมากจนไหลหยดย้อย หมายจะขย้ำลำคออสรพิษเผือกไป๋ชิงเซียน แต่นางเลื้อยหลบว่องไวอ้อมพันลงเขี้ยวบนตัวเขาได้ก่อน ปีศาจหนุ่มสะบัดลำตัว แหงนหน้าแผดเสียงเกรี้ยวกราด หางยาวฟาดไปมาไร้การควบคุม ซึ่งจังหวะนั้นราวโชคชะตาลิขิตให้ไปล่วงเกินเทพผู้เฒ่าผิงอันเข้าพอดี
เทพเซียนผู้มีตบะแก่กล้าอย่างผู้เฒ่าผิงอัน แค่ปรากฏกายงามสง่าอยู่หน้าศิลาวาสนา รัศมีสีทองอันเจิดจ้าก็โอบล้อมให้สะดุดตา กลิ่นอายมงคลอันบริสุทธิ์ดุจน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ บรรดาอสรพิษสองเผ่าเลื้อยกันมารวมตัวกันต้อนรับอย่างล้นหลาม ซึมซาบกลิ่นอายนั้นให้รู้สึกดีไปทั้งสรรพางค์กายแล้วก้มหัวแสดงความเคารพแก่เขา
“ดินแดนผูกวาสนาจะสงบได้อย่างไร หากทายาททั้งสองเผ่ายังเป็ปรปักษ์กันเช่นนี้” เมื่อกล่าวประโยคอันรันทดใจนี้แล้ว ผู้เฒ่าผิงอันก็วาดมือไปข้างหน้าร่ายอาคมเปิดดูศิลาวาสนาให้ประจักษ์ถึงหนทางแก้ไขปัญหานี้
ศิลาวาสนาที่ดูธรรมดาจนก่อให้เกิดความคิดดูแคลนได้ว่า เป็ของมีอำนาจวิเศษจริงหรือ พลันเรืองแรงปรากฏตัวอักษรที่ยากจะอ่านให้เข้าใจได้เป็จำนวนมาก เหล่าอสรพิษเบือนหน้าหลบแสงนั้นกันจ้าระหวั่น พวกมันถูกศิลาวาสนากักขังไว้ เมื่อแสดงฤทธิ์เดชย่อมกระทบไม่มากก็น้อย
หางขนาดใหญ่ที่กำลังจะฟาดโดนคล้ายถูกชะลอความเร็วไว้ก่อนจะถึงตัวผู้เฒ่าผิงอัน เมื่อท่านได้อ่านชะตาของอสรพิษทั้งคู่ที่เป็ปริศนาธรรมแล้วก็ร่ายปิดศิลา แล้วใช้บ่วงปราณพาฬที่มีลักษณะเหมือนกำลังทองลายฉลุโยนไปในอากาศ
ของวิเศษแสดงเดชแปรเปลี่ยนเป็อสรพิษทองคำเคลื่อนไหวท่ามกลางอากาศประดุจอยู่บนพื้นธรณีจู่โจมรัดอสรพิษทั้งสองไว้ด้วยกันแน่น ที่แม้จะใช้แรงมหาศาลเพียงใดก็ไม่มีวันสลัดหลุดได้
เฮยกังฉางกับไป๋ชิงเซียนถูกผลึกตบะพลังอำนาจไว้เมื่อครั้งที่ถูกลงโทษเมื่อห้าร้อยปีก่อน จึงพ่ายแพ้ให้แก่บ่วงปราณพาฬได้ง่ายดาย ทั้งสองร่างดิ้นขลุกขลัก บ่วงปราณพาฬก็กำราบโดยแผ่ความร้อน ทำให้บริเวณที่ถูกรัดส่งเสียงฉ่า มีควันพวยพุ่งเป็กลุ่มใหญ่ เพราะเนื้อที่กำลังถูกย่างสด ความเ็ปที่ได้รับทำให้ทั้งสองหยุดการเคลื่อนไหวพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย
“ทั้งที่ยังอยู่ในการลงโทษ พวกเ้ายังอาจหาญก่อเื่ทะเลาะวิวาทจนดินแดนผูกวาสนาได้รับความเสียหายอีก เช่นนี้แล้ว ข้าคงต้องใช้ทัณฑ์เคราะห์กรรม”
ทัณฑ์เคราะห์กรรม! อสรพิษทั้งสองแลกเปลี่ยนสายตาตื่นตระหนกให้แก่กัน แล้วสะบัดหน้าไปคนละทิศทาง ยิ่งทำให้การตัดสินใจของผู้เฒ่าผิงอันดูเหมาะสมมากที่สุด
“ท่านเทพผิงอันได้โปรด”
อสรพิษเผือกเลื้อยเข้ามาด้วยความเร็ว กลุ่มหมอกบังตาก่อนจะสลายก็ปรากฏร่างเพรียวงามของราชินีเผ่าไป๋เสอ นางคุกเข่าโขกศีรษะขอความเมตตาจากผู้เฒ่าผิงอันให้เปลี่ยนเป็โทษที่เบากว่านี้
ราชินีเผ่าเฮยเสอเห็นก็รีบทำเช่นนั้นเหมือนกัน แม้จะไม่ชอบใจที่ตนต้องเป็ทัพเสริม แต่เพื่อบุตรชายไม่ต้องรับทัณฑ์เคราะห์กรรม นางก็ยินยอมละทิ้งศักดิ์ศรี ราชันทั้งสองเผ่าได้แต่ส่ายหน้าหนี ทิฐิที่ค้ำคอยันสองขาพวกเขาไม่ให้คุกเข่าลงเช่นเดียวกับภรรยา
เทพผู้เฒ่าผิงอันกวาดสายตาที่เปี่ยมด้วยความอารี พิจารณาความเป็ปรปักษ์ทั้งสองเผ่าแล้ว นับว่าต้องจัดการเื่ตึงมือ
ย้อนไปในอดีตกาลหลายพันปี ปีศาจที่บำเพ็ญตบะทั้งสองเผ่าแย่งชิงอาณาเขต ปั่นป่วนจนวุ่นวายไปหมด อวี่หวงต้าตี้ประมุขผู้ปกครองภพ์จึงมีพระบัญชาให้นำทั้งสองเผ่ามากักขังไว้ที่ดินแดนผูกวาสนา ทำหน้าที่คายพิษหล่อเลี้ยงต้นจื่อเถิงหลัวที่เป็ค่ายพิพากษาอสูรชั้นต่ำที่ถูกคุมขังไว้คุกทะเลหมอกสิ้นหวัง
ทั้งสองเผ่ามีอาณาเขต หน้าที่รับผิดชอบชัดเจนแล้ว กระนั้นก็มิอาจลบความเป็คู่อริของรุ่นทายาทที่สืบทอดผ่านการสั่งสอนได้ ไม่วายเข็ดหลาบหาเื่วิวาทได้ตลอด บัดนี้ใช้ทัณฑ์เคราะห์กรรม ชะตาระหว่างทั้งสองจะเปลี่ยนแปลง
ผู้เฒ่าผิงอันร่ายประทับตราบนลำคอด้านหน้าอสรพิษไป๋ชิงเซียน แสงเจิดจ้าค่อยๆ หรี่ลงเผยรูปดอกท้อเล็กสีชมพูส่วนอสรพิษเฮยกังฉางถูกตรารูปดอกท้อสีขาวที่กลางกระหม่อม ในใจของหนุ่มสาวทั้งสองขุ่นเคืองกับการกระทำของผู้เฒ่าผิงอันแล้ว ยิ่งได้รู้ว่า ทัณฑ์เคราะห์กรรมเป็ไปในรูปแบบนั้น จะต่างอะไรกับฆ่าพวกเขาให้ตายทั้งเป็บนโลกมนุษย์เล่า แม้พ้นทัณฑ์ได้กลับมาอยู่ในดินแดนผูกวาสนาก็ยังต้องแบกรับความอัปยศไปชั่วอสงไขย
“ทัณฑ์เคราะห์กรรมระหว่างเฮยกังฉางกับไป๋ชิงเซียน จงไปเกิดร่วมภพร่วมชาติ เป็คู่อาภัพชะตารัก”

*1 ฉิ่ง เท่ากับ 100 ไร่