ตอนที่ ๑๗
นับวันจวิ้นเจี๋ยก็เริ่มเก่งทางด้านปามีดสั้นและสิ่งที่เขาถนัดมากที่สุดก็น่าจะเป็การปาเข็มเสียมากกว่าหากว่าเื่เข็มนั้นเขาได้จากหมอที่มารักษาอาการเจ็บป่วนของผู้คนในเรือน
“ท่านหมอขอรับ...ข้าอยากเรียนเื่การฝังเข็มขอรับ”
“นายน้อย...ตอนนี้ท่านยังเด็กและยังมิสามารถจักเรียนรู้สิ่งนี้ได้ขอรับ”
“ข้าทำได้...”
เด็กน้อยเดินไปหยิบยาสมุนไพรมาหลายชนิดมาถือไว้ในมือและนำมาวางไว้ที่ถาดตรงหน้าของหมอยาจากนั้นก็หยิบยาสมุนไพรขึ้นมาที่ละชิ้นพร้อมกับบอกสรรพคุณของตัวยาสมุนพรนั้นๆจวิ้นเจี๋ยเอ่ยออกมาทุกคำไม่มีผิดเพี้ยนจนหมอยาเองถึงกับพูดไม่ออกกับความสามารถของเขา
“และนี่ก็คือยาแก้ท้องอืด...ข้ากล่าวมาทั้งหมดถูกหรือไม่ขอรับท่านหมอ”
“ถูกทั้งหมดเลยขอรับนายน้อย...ท่านไปเรียนมาจากที่ไหนรึ?”
“ข้ามิได้เรียนที่ไหนมาหากแต่ข้าชอบอ่านหนังสือพวกนี้ที่ท่านพ่อของข้านำมา”
หมอยานั้นครุ่นคิดในใจว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมเสียจริงสมแล้วที่เป็ลูกหลานของอ๋องฉีหากเขาสอนเื่การแพทย์ให้กับเด็กน้อยตรงหน้านี้เขาน่าจะทำได้โดยง่ายกระมัง
“นายน้อย้าจักเรียนรู้กับข้าอย่างงั้นรึ”
“แน่นอนท่านหมอข้ารู้อีกว่าท่านเก่งเื่ของพิษ หากว่าท่าน้าที่จักสอนข้าข้าก็จักเต็มใจและเตรียมใจให้พร้อม...”
ผ่านไปอีกสองปีกว่าจวิ้นเจี๋ยอายุได้8 ปีแล้วฝีมือการปามีดสั้นและเข็มพิษนั้นดีเยี่ยม พร้อมกับความเร็วในการวิ่งของเขาอีกนับว่าสามารถเป็มือสังหารที่ยอดเยี่ยมในอนาคตได้
“ดีมากขอรับนายน้อย....”
“มิได้เื่เลยท่านพี่ฉวีลู่...ข้ายังเทียบท่านไม่ติดเลย”
“เหตุใดเล่าตอนที่ข้าอายุเท่านายน้อยข้ายังทำมันมิ ได้เลยขอรับ”
“ท่านพี่ฉวีลู่...ท่านถ่อมตนเกินไปแล้ว...”
ไม่ใช่แค่การฝึกปามีดหรือวิ่งเร็วดั่งนินจาเขายังสามารถล้มสัตว์บางตัวได้อย่างสบายๆ หนึ่งปีที่ผ่านมานั้น ที่เรือนไม่ค่อยได้ซื้อเนื้อสัตว์มาเลย แต่ก็มีรับประทานไม่อั้นเพราะจวิ้นเจี๋ยนั้นจะล่าสัตว์มาหลังจากการฝึกร่างกายอยู่แทบเกือบจะทุกวันเห็นจักได้
“คราวนี้...นายน้อยจักล่าตัวไหนหรือขอรับ...”ฉวีลู่เอ่ยถาม
“ตัวนั้น...คราวนี้ต้องจัดการมันให้ได้”
จวิ้นเจี๋ยไปยังเสือร้ายตัวหนึ่งครั้งที่แล้วเขาพลาดท่าเกือบเอาชีวิตไม่รอดแต่ก็มีฮั่นฉีที่เข้ามาช่วยเอาไว้ได้ทันเวลาครั้งนี้เขาจักไม่บุ่มบ่ามเข้าไปแต่ครั้งนี้มีแผนการที่แยบยลก่อนนั้น
เขาเทสิ่งบางอย่างจากขวดยาเล็กๆลงบนปลายมีดที่แหลมคม...
“นายน้อยกำลังทำสิ่งใดอยู่หรือขอรับ”
“ข้ากำลังเทยาสลบใส่มีด....”
“นายน้อยช่างร้ายกาจยิ่งนัก”
“ขอบใจ...ที่ท่านชมข้า”
มิได้เรียนแค่ศาสตร์ทางด้านต่อสู้และป้องกันตัวเท่านั้น จวิ้นเจี๋ยยังเรียนศาสตร์ทางด้านการรักษาเสริมเข้ามาอีกแต่หากการรักษาก็ต้องมีสิ่งตรงข้ามที่เรียกว่าพิษอยู่ด้วย
การเตรียมการทุกอย่างดูพร้อมสำหรับการล่าเสือพวกเขามิดได้ซ่อนตัวอยู่ตามพุ่มไม้หากแต่อยู่้าของต้นไม้ยากนักที่สัตว์เดินดินจะมองเห็นพวกเขาทั้งสอง
“คราวนี้เ้ามิมีทางรอดได้แน่...”
กล่าวคำบอกลาแก่พระเ้าจบแล้วจิ้นเจี๋ยวปามีดอันแหลมคมไปในทันทีปลายมีดนั้นดิ่งตรงไปด้วยความเร็ว หากมองตามก็ตามแทบไม่ทันหรือความเร็วนนั้นทำให้ศัตรูแทบไม่รู้เลยว่ามีบางสิ่งกำลังเข้าใกล้ตนเอง
ฉึ๊บบ!!
เสียงของปลายมีดแทงเข้ากับเนื้อหนังด้วยความแรงและความคมของมีดนั้นทำให้แทงเข้าไปในตัวเสือจนสุดด้าม
เสือร้ายนั้นยังไม่ทันรู้ตัวเลยว่าตนนั้นถูกมีดแทงปักมายังลำตัว มันนั้นเดินรอบต้นไม้ใหญ่ที่มีจวิ้นเจี๋ยกับฉวีลู่อยู่ไม่นานนักยาเริ่มออกฤทธ์เสื้อร้ายล้มลงนอนไปกับพื้นทันที
พวกเขาทั้งสองคนะโลงมาจากต้นไม้หลังจากการซ่อนอำพลางตัวฉวีลู่ใช้ดาบแทงไปตรงหัวใจของเสือร้ายทันทีที่ลงไปเยียบพื้นหากไม่ทำเช่นนี้แล้วยาหมดฤทธิ์มีหวงตัวใครตัวมันเป็แน่
เพราะขนาดเสือนั้นตัวใหญ่เอาการทั้งสองจึงช่วยกันลากเสือนี้กลับไปยังเรือนใช้เวลาไปครึ่งชั่วยามกว่าจะมาถึงที่เรือน ทั้งสองหยุดพักหอบที่หน้าประตูเรือน
“มีใครอยู่บ้างหรือไม่!”จวิ้นเจี๋ยเอ่ยเรียกใครสักคนที่อยู่บริเวณนั้น
“มีสิ่งใดให้พวกข้ารับใช้หรือขอรับนายน้อย”
จวิ้นเจี๋ยไม่ได้เอ่ยอันใดให้มากความเพียงส่งสายตาไปเหล่าบ่าวไพร่ก็รู้ว่าต้องทำเช่นไรวันนี้ทุกผู้ในเรือนต่างยินดีปรีดากับการที่ตนนั้นจักได้ทานเนื้อเสือทั้งที่ในชีวิตก็มิเคยได้กินมันสักครั้ง
“ท่านแม่...วันนี้ข้าอยากกินซุบที่ท่านแม่เคยทำให้กับข้า....”จวิ้นเจี๋ยเข้าไปโอบกอดคนเป็แม่ พร้อมกับทำเสียงออดอ้อนเพื่อหวังจักพ้นโทษที่ตนนั้นไปล่าเสือ
“จวิ้นเจี๋ย...แม่บอกกี่ครั้งแล้วห้ามไปล่าเ้านี่อีกแม่บอกเ้าไปมิได้มีความหมายใช่หรือไม่ หรือว่าสิ่งที่แม่สอนมันมิได้สำคัญ...อึก...เช่นนี้แล้ว...ผู้ใดอึก..หือๆ...”
ซิ่วเหอนั้นทราบดีว่ายิ่งเด็กคนนี้โตขึ้นก็ยิ่งมีความเป็ตัวเองสูงมากขึ้นไปอีกมีความกล้าหาญเกินกว่าเด็กคนอื่น หากสิ่งที่เขาสั่งสอนไปนั้นจวิ้นเจี๋ยก็รับฟังแต่การปฏิบัตินั้นมันตรงข้ามไปเสียหมด
หากจินซิ่วเหอมิทำเช่นนี้แล้ว..มีหรือจวิ้นเจี๋ยจักยอมอ่อนข้อ
“ท่านแม่...หันมาคุยกับข้าทีเถิด...ท่านแม่ขอรับ...”
“.....”ไม่เอ่ยเื่ใดให้มากความยิ่งเห็นบุตรชายเป็เช่นนี้แล้วซิ่วเหอจึงต้องรีบใช้มารยาของความเป็แม่เสียแล้ว
“ท่านแม่...ข้ายอมแล้วท่านแม่อย่าโกรธข้าอีกเลยขอ รับ ข้าจักไม่ทำเช่นนี้อีกแล้ว”
จวิ้นเจี๋ยนั้นไม่ได้เอ่ยออกไปเสียเปล่าเขาเดินเข้าไปหาจินซิ่วเหอพร้อมกับสวมกอดจากทางด้านหลังใบหน้าของเขาซบเข้ากับแผ่นหลังของผู้เป็แม่...
“เ้าจักสัญญากับแม่ได้หรือไม่...จวิ้นเจี๋ย”
“ขอรับท่านแม่ข้าสัญญา”
หลายวันต่อมาหลังที่จวิ้นเจี๋ยได้สัญญากับซิ่วเหอเอาไว้ว่าห้ามเขาไปล่าเสืออีก แต่หากคราวนี้เขามิได้มาล่าเสือตัวใหญ่แล้ววันนี้เขามาล่าหมูป่าตัวใหญ่แทน
“จักเอาอย่างไรดีขอรับนายน้อย”
“ท่านพี่ฉวีลู่ไปดักเ้านั้นตรงนั้นส่วนข้าจักไปทางนี้ตกลงนะท่านพี่...”
“ขอรับ...”
สุดท้ายแล้วพวกเขาทั้งสองก็สามารถล่าหมูป่าได้อย่างง่ายดายหากเป็ผู้คนทั่วไปแล้วอาจจักล่าได้ยากเพียงเพราะจวิ้นเจี๋ยนั้นมีสิ่งที่คนอื่นไม่มี...นั่นก็คือยาสลบหรือที่เรียกว่าหมอยาแก้พิษ
จบจากการล่าขั้นตอนต่อไปก็คือการนำหมูป่าที่ได้ล่ามานั้นกลับไปยังเรือนคำนวณระยะทางก็ไกลพอสมควรแต่อย่างไรเสียพวกเขาก็ได้ล่ามันมาแล้วก็ควรนำมันกลับไปให้ได้
“ท่านพี่ฉวีลู่...ข้าว่าต้องถึงเรือนตอนตะวันตกดินเป็แน่”
ทางด้านจินซิ่วเหอนั้นยังอยู่ที่เรือนพร้อมกับบ่าวรับใช้อีกห้าคนส่วนฮั่นฉีนั้นถูกเรียกตัวเข้าเมืองของตนไปแล้ว ซิ่ว เหอรู้มาว่าเป็เพียงการทำศึกากับคนของเมืองหลวง
เคร้ง!!!
เสียงถ้วยชามตกกระทบกับพื้นจนแตกเป็เสี่ยงๆซิ่ว เหอที่นั่งเย็บถุงหอมอยู่นั้นจึงรีบลุกขึ้นแล้วเดินไปดูว่าเกิดเื่อันใดขึ้นเขาได้ยินเสียงมาจากทางห้องครัว
“พวกเ้าเกิดเื่อันใดขึ้น!”พอซิ่วเหอเดินมาดูที่ห้องครัวก็เจอกับเหล่าบ่าวรับใช้ที่ถูกมัด
“ท่านซิ่วเหอ...ระวังเ้าค่ะ!!”
ไม่ทันจะได้ตั้งตัวจินซิ่วเหอถูกใครไม่รู้เอาถุงผ้าสีดำครอบมาลงทำให้เขามองไม่เห็นอะไรก่อนที่ตัวของซิ่วเหอจะลอยขึ้นเพราะถูกอีกฝ่ายอุ้ม
แม้จะร้องแหกปากเสียงดังดิ้นรนสุดชีวิตก็มิสามารถหลุดออกไปได้
“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!! ข้าบอกให้ปล่อย!!”
จินซิ่วเหอเขาถูกพาตัวออกมาห่างจากเรือนนั้นพอสมควรผู้ที่นำพาซิ่วเหอมาแล้วค่อยวางตัวเขาลงมาก่อนจะดึงถุงผ้าสีดำที่คลุมหัวอยู่ออก
“....”
หลังจากถูกดึงผ้าคลุมออกแล้วคนที่อยู่ตรงหน้าเขาทำเขาพูดไม่ออกหลี่เฟยเย่...คนผู้นี้กำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเขา
“เฟย...เย่...ใช่เ้าจริงๆรึ”
“หึๆ.....หลายปีมานี้เ้าลืมผัวของเ้าแล้วรึจินซิ่ว เหอ”
น้ำเสียงเช่นนี้การพูดการจาแบบนี้เป็หลี่เฟยเย่ตัวจริงเป็แน่แต่เหตุใดเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้แล้วเขาได้ไงว่าซิ่วเหออยู่ที่เรือนนั้น
“เ้าหาข้าเจอได้เช่นไร...ในเมื่อ....”
“จินซิ่วเหอ...ข้าเป็ผู้ใดเ้าย่อมรู้อยู่แก่ใจมีสามีอยู่แท้ๆเ้ายังกล้าคิดจักมีชู้อย่างนั้นรึ เ้ามันง่ายเสียเหลือกันจินซิ่วเหอ!”
ฟังที่หลี่เฟยเย่พูดซิ่วเหอยิ่งโกรธขึ้นมาเขาลุกขึ้นยืน...เฟยเย่เขากล้าว่าเขาเป็คนง่ายอย่างนั้นรึกล่าวหากันเช่นนี้เ้ามิได้ตายดีเป็แน่
“หลี่เฟยเย่! หากเ้าว่าข้าเป็คนที่ง่ายแล้วแม้ว่าข้ามันจักง่าย!....แต่ข้าก็ง่ายแต่กับเ้าเพียงผู้เดียวได้ยินไหมหลี่เฟยเย่!!”
ฟังดูแล้วถึงกับสะอึกก้อนน้ำลายตัวเองไปทั้งๆอย่างนั้นมีอาการกลื้นไม่ได้คลายไม่ออก....หลี่เฟยเย่ไม่คิดเลยว่าจินซิ่วเหอจักกล้าพูดสิ่งที่เขาไม่คิดคิดมาก่อนว่าเขาจักเอ่ยออกมาจากปากเขา
“ที่ผ่านมา..ข้ามิเคยไปมีอะไรกับผู้ใดหากข้ายังจำขึ้นใจว่ามีเ้าที่เป็สามีของข้าแล้ว เ้ามัน...”
ไม่ได้เอ่ยเปล่า....ซิ่วเหอยังไล่ทุบตีหลี่เฟยเย่เหมือนคนที่โกรธกันมาสิบชาติได้
“พอได้แล้ว....”หลี่เฟยเย่รวบตัวซิ่วเหอมากอดเอาไว้แน่น...
พอเ้าตัวถูกรวบตัวเข้ามากอดซิ่วเหอก็รีบซบหน้าลงกับอกแกร่งก่อนที่เขาจะปล่อยให้น้ำสีใสไหลออกมาซิ่วเหอดีใจมากแค่ไหนที่ได้เจอกับหลี่เฟยเย่อีกครั้งหากอีกฝ่ายจักรู้ความรู้สึกเขาหรือไม่นั้น เขาไม่้า
“ข้าคิดถึงเ้า...เฟยเย่หือๆ..อึก..”
ปลิ้ว!!!
เสียงคมมีดที่เสียดสีกับสายลมไม่ดังมากนักเฟยเย่รู้ ตัวทันทีว่าตนกำลังถูกใครบางคนจู่โจมเขาผลักจินซิ่วเหอให้ออกห่างจากตัวเขาทันที ก่อนจะชักดาบขึ้นมาปัดมีดสั้น
ฉึ๊บ!!มีดนั้นถูกคมดาบของเฟยเย่ปัดจนเปลี่ยนทิศ ทางไปปักที่ต้นไม้
“เ้าจักทำอันใดท่านแม่ของข้า!”
เป็จวิ้นเจี๋ยที่ใช้มีดสั้นเข้าจู่โจมหลี่เฟยเย่เขาไม่รอฟังคำตอบจากอีกฝ่ายจวิ้นเจี๋ยดึงมีดสั้นออกมาถือทั้งสองข้างของมือพร้อมกับพุ่งเข้าหาเฟยเย่ทันที ส่วนฉวีลู่นั้นคอยป้องกันซิ่วเหอเอาไว้
ภาพตรงหน้าซิ่วเหอนั้นดูะเืใจของเขายิ่งนักเหตุใดพ่อกับลูกถึงต้องมาฮ่ำหั่นกันเช่นนี้
การต่อสู้ของสองพ่อลูกเป็ไปอย่างดุเดือดไม่มีใครยอมใครหากฝีมือความเร็วของจวิ้นเจี๋ยได้เปรียบกว่าเฟยเย่เล็กน้อยจึงทำให้เฟยเย่เกิดาแตามร่างกาย แต่าแนั้นก็ไม่ได้ลึกแค่เฉือนๆส่วนทางด้านหลี่เฟยเย่นั้นยิ้มในขณะที่ถูกโจมตีอย่างหนักเขาตอบโต้เพียงใช้ฝักดาบและสันดาปเท่านั้น
“เ้ายิ้มเื่อันใดขนาดสู้กับข้า...”
ไม่ทันที่จะเอ่ยตอบคนเป็ลูกชายเขาก็ต้องตั้งรับการโจมตีอีกรอบยิ่งอีกฝ่ายถูกเฉือนด้วยมีดแล้วความเร็วยิ่งเพิ่มสูงขึ้น
“ข้าบอกให้หยุด! หลี่เฟยเย่! จวิ้นเจี๋ย!! แม่บอกให้หยุด!...”
ะโไปก็เท่านั้นทั้งสองคนไม่สนใจด้วยซ้ำว่าคนที่ยืนอยู่จักรู้สึกอย่างไรเมื่อเห็นพ่อลูกต้องมาฆ่ากันเช่นนี้
“ข้าบอกให้หยุด!!!!!”