ั้แ่วันนั้น มีนก็เริ่มคุ้นเคยกับการมี “พี่คิน” โผล่มาทักทายที่หน้าตึกศิลปศาสตร์เสมอ ไม่ว่าจะเป็ตอนเช้า กลางวัน หรือหลังเลิกเรียน... จนเพื่อนในคณะเริ่มแซว
“เห้ยๆ แฟนมารับอีกแล้วอะ”
“จริงดิ!? กรี๊ด พี่คินตัวจริงหล่อกว่ารูปตั้งเยอะ”
“มีน นายไปทำบุญที่วัดไหนมาได้พี่คินอ่ะ!?”
มีนไม่ตอบอะไร นอกจากหัวเราะเขินๆ พลางยกชีทขึ้นมาบังหน้า ความจริงแล้วเขาก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าพี่คินมาทำไมบ่อยขนาดนี้ แต่เขาก็…ดีใจทุกครั้งที่เจอ
“วันนี้เลิกเร็วเหรอ?”
เสียงทุ้มๆ ของคินดังขึ้นทันทีที่มีนเดินออกจากตึก พร้อมกับยื่นน้ำเปล่าขวดเย็นมาให้
“ครับ… วันนี้อาจารย์ปล่อยเร็ว ขอบคุณนะครับ” มีนรับขวดน้ำมา แล้วเงยหน้าขึ้นมามองพี่คิน ที่วันนี้สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนกับกางเกงยีนส์ลุคสบายๆ แต่ก็ยังดูดีเหมือนนายแบบ
“อยากไปไหนมั้ย เดี๋ยวพี่พาไป” คินถามเสียงเรียบ
“เอ่อ… ไปร้านหนังสือได้มั้ยครับ ผมอยากซื้อพจนานุกรมเพิ่ม”
“พจนานุกรมเหรอ?” คินยกคิ้วขึ้น “เด็กเนิร์ดจังเลยนะเรา”
“ผมเรียนเอกภาษาไงครับ… จะไม่ขยันก็ไม่ไหว” มีนตอบยิ้มๆ
“งั้นพี่พาไป แต่ว่ามีข้อแม้นะ” คินพูดพลางเดินไปข้างๆ แล้วหยุดกะทันหัน
“ข้อแม้อะไรเหรอครับ?” มีนถามอย่างสงสัย
คินยิ้มขำๆ ก่อนจะเอื้อมมือมายีผมเขาเบาๆ
“หลังซื้อเสร็จ ต้องไปกินของหวานกับพี่”
มีนเงียบไปหนึ่งวินาที แล้วหลบตา หน้าแดงเรื่อๆ
“…ครับ ได้ครับ”
หลังจากเลือกพจนานุกรมเสร็จ ทั้งคู่ก็มานั่งที่ร้านคาเฟ่เล็กๆ ในห้างฯ มีนสั่งชานมไข่มุก ส่วนคินเลือกโกโก้เย็น แต่สายตาของเขากลับไม่ได้สนใจเครื่องดื่มเลยแม้แต่นิด — เพราะมันจับจ้องอยู่ที่เด็กน้อยตรงหน้าไม่ละสายตา
“มีน”
“ครับ?”
“รู้ตัวมั้ยว่าพี่ชอบอยู่ใกล้เรา”
มีนเงยหน้าขึ้นมาทันที ใจเต้นแรงแบบไม่ทันตั้งตัว
“เอ่อ… พี่พูดอะไรครับ…”
คินยิ้มบางๆ แล้วพูดต่อ ไม่ละสายตา
“พี่ก็ไม่เข้าใจตัวเองหรอก ทั้งที่มีคนวิ่งเข้าหาตั้งเยอะ แต่ไม่เคยรู้สึกอะไรเลย จนมาเจอเรา… เด็กปีหนึ่งคนเดียว ที่ทำให้พี่อยากมองซ้ำทุกวัน”
มีนนิ่ง เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นแรงของตัวเอง
“แล้ว… มีนล่ะ คิดยังไงกับพี่?”
คำถามนั้นเหมือนหยุดเวลาไปชั่วขณะ มีนมองสบตาคิน ก่อนจะหลบสายตา เขินจนหน้าแดง
“ผม… ยังไม่แน่ใจครับ แต่… ผมดีใจที่พี่อยู่ใกล้ๆ แบบนี้”
คินพยักหน้าช้าๆ พร้อมรอยยิ้มที่อ่อนโยน
“ไม่
เป็ไร พี่ไม่รีบ… แค่ให้พี่อยู่ใกล้ๆ แบบนี้ได้ ก็พอแล้ว”