บทที่ 13 การแก่งแย่งชิงดีระหว่างพี่น้อง
จี้หานลั่วแอบดีใจอยู่เงียบ ๆ กับยอดเหรียญดารา 39,969 เหรียญที่มี แต่พอเปิดเข้าไปดูในร้านค้านางถึงกับตาค้าง
ข้าวสารหนึ่งจิน ราคาปาเข้าไป 366 เหรียญดารา
คำนวณตามกำลังซื้อแล้ว
1 เหรียญดารา ก็มีค่าเท่ากับ 1 เฟิน
เงินก้อนโตของนาง กลายเป็แค่เศษเงินไปในพริบตา
จี้หานเวยเก็บอาการผิดหวังของจี้หานลั่วไว้ในสายตา
มุมปากยกยิ้มอย่างได้ใจจนปิดไม่มิด
นางเชิดคางขึ้นสูง “น้องเก้า เป็อะไรไป? หรือว่าข้าจี้ใจดำเ้าเข้าแล้ว?”
“กำลังกลุ้มใจเื่ปากท้องในอนาคตอยู่รึ?”
จี้หานลั่วดึงสติกลับมา เงยหน้าขึ้นส่งยิ้ม “พี่แปด ท่านมีความเข้าใจผิดอะไรต่อท่านพ่อและท่านแม่หรือเปล่าเ้าคะ?”
“จี้หานลั่ว เ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะ”
“พี่แปด ท่านพ่อเป็ผู้มีคุณธรรมสูงส่ง ท่านแม่ก็เมตตาโอบอ้อมอารี จะปล่อยให้ลูกสาวที่แต่งเข้าตระกูลเซี่ยงเพื่อตอบแทนบุญคุณอย่างข้า ต้องอดมื้อกินมื้อได้อย่างไร”
เมื่อเห็นจี้หานเวยยืนอึ้งไป
จี้หานลั่วก็ยิ้มให้เหล่าพี่น้อง ้าจะยุติการเอาชนะคะคานกัน นางจึงเปลี่ยนเื่คุย “พี่เจ็ด พรุ่งนี้ก็จะเป็วันที่ท่านต้องแต่งเข้าจวนไท่ฟู่แล้วนะเ้าคะ”
“พี่ใหญ่ พี่รอง พี่สี่ และพี่ห้าแต่งออกไป ก็ไม่เคยได้กลับมาเยี่ยมบ้านเลย วันหน้าพวกเราพี่น้องอยากจะพบหน้ากันอีก เกรงว่าจะยากแล้ว”
ในยุคสมัยนี้สตรีที่ออกเรือนไปแล้ว หากคิดจะกลับมาเยี่ยมบ้านเดิม ต้องได้รับอนุญาตจากบ้านสามีเสียก่อน
ภรรยาเอกจะกลับมาเยี่ยมบ้านเดิมสักครั้งยังไม่ง่าย
อนุภรรยายิ่งยากกว่าหลายเท่า
จวนจี้กั๋วกงส่งบุตรสาวออกเรือนไปสี่คน ไม่มีใครได้ตำแหน่งภรรยาเอกเลยสักคน
จี้หานหย่าบุตรีสายตรงคนโต ยกให้เป็ชายารองขององค์รัชทายาท มีบุตรีหนึ่งคน
จี้หานเมยบุตรีสายรอง เป็อนุของเว่ยเซียวโจว มีบุตรีหนึ่งคน
จี้หานเสวี่ยบุตรีสายรอง เป็อนุของเซิ่งหน่วนหลิง ซื่อจื่อแห่งจวนเซิ่งกั๋วกง ยังไม่มีบุตร
จี้หานเยียน บุตรีสายรองเป็อนุของหลัวเหลียงเช่อ เสนาบดีกรมกลาโหม
อาจเป็เพราะอำนาจบารมีของจวนจี้กั๋วกงยังไม่มากพอ บุตรสาวที่แต่งออกไปจึงไม่ได้รับความสำคัญ ไม่เคยได้กลับมาเยี่ยมบ้าน ทำได้เพียงให้คนในจวนส่งเทียบเชิญล่วงหน้าเพื่อขอไปเยี่ยมเยียนเท่านั้น
เดิมทีนางตั้งใจจะใช้วาจานี้เตือนสติจี้หานอี
เพื่อให้เห็นคุณค่าของการได้อยู่พร้อมหน้ากัน จะได้เลิกก่อวิวาทะ
แต่คาดไม่ถึงว่าจะกลายเป็การส่งมีดให้จี้หานเวยใช้โจมตี “จริงสิ พรุ่งนี้เป็วันที่พี่เจ็ดต้องออกเรือน น้องเก้า เ้าเตรียมสิ่งใดไว้? เพื่อเติมสินเ้าสาวให้พี่เจ็ดบ้างเล่า?”
เมื่อเห็นจี้หานลั่วนิ่งเงียบ
จี้หานเวยยิ่งได้ใจ “พี่เจ็ด ต่อให้ท่านจะคอยเอาใจน้องเก้าแล้วจะได้อะไรขึ้นมา?”
“แม่ของนางตายไปตั้งนานแล้ว นางเป็คนที่จนที่สุดในบรรดาพี่น้องเรา”
“นางไม่มีของดีอะไรออกมาให้หรอก”
“ท่านเอาเวลาไปเอาใจนาง มาประจบเอาใจข้ายังจะดีเสียกว่า”
“ในบรรดาพี่น้องเรา นอกจากพี่ใหญ่กับพี่รอง ก็มีงานแต่งของข้านี่แหละที่ดูดีมีหน้ามีตาที่สุด วันข้างหน้า พวกท่านล้วนต้องพึ่งพาบารมีจวนเหลียงกั๋วกงของข้าทั้งนั้น”
“ใครสนกัน?”
ปกติแล้วคนที่จี้หานอีเกลียดขี้หน้าที่สุดก็คือจี้หานเวย
คราวนี้เมื่อเห็นจี้หานเวยทำตัวลำพองราวกับนกยูงรำแพน นางก็ระงับโทสะไว้ไม่อยู่ “จี้หานเวย เ้าอย่าได้ได้ใจนัก การเติมสินเ้าสาวสำคัญที่น้ำใจต่างหาก”
จี้หานเวยแค่นหัวเราะ “เหอะ พวกน่าสมเพชที่หลอกตัวเองไปวันๆ”
[ฝีมือไม่มากแต่เน้นอารมณ์: สตรีมเมอร์อย่าไปยอม ฟาดหน้ามันเลย มอบรางวัล 999 เหรียญดวงดาว]
[ลมพัดตึง: บวกเลย มอบรางวัล 99 เหรียญดวงดาว]
[...]
“หากข้าสามารถนำของขวัญที่เชิดหน้าชูตาพี่เจ็ดออกมาได้ เ้าจะว่าอย่างไร?” จี้หานลั่วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายแววขุ่นเคือง
นางไม่ชอบแก่งแย่งชิงดีกับพี่น้องในบ้าน
แต่ก็สุดจะทนกับจี้หานเวย
ที่คอยหาเื่ยั่วยุและดูถูกเหยียดหยามไม่เลิกรา
“หึหึ”
จี้หานเวย แค่นหัวเราะเสียงเย็น แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน “น้องเก้า เช่นนั้นเรามาพนันกัน หากเ้าสามารถนำของขวัญเติมสินเ้าสาวที่ทำให้พี่เจ็ดได้หน้าได้ตาออกมาได้”
“ข้าจะมอบเครื่องประดับชุด บุตรมากวาสนาดี ที่เพิ่งอ้อนวอนให้อี๋เหนียงซื้อให้ มอบให้เ้าเป็สินเ้าสาวไปเลย”
“แต่ถ้าเ้าเอาออกมาไม่ได้ เ้าต้องยกเนตรโลหิตนิรันดร์ชุดนั้นให้ข้า?”
“ไม่ได้” จี้หานลั่วปฏิเสธเสียงแข็งทันที
จี้หานเวยยืดอกอย่างลำพองใจ “พวกเ้าดูสิ ข้าบอกแล้วว่านางไม่มีของดีอะไรหรอก”
“เกรงว่าจะทำให้พี่แปดต้องผิดหวังเสียแล้ว” จี้หานลั่วกล่าวด้วยท่าทีสงบนิ่งดุจน้ำ “ข้าเพียงแค่ไม่อยากให้ท่านทำ เนตรโลหิตนิรันดร์ของนายหญิงตระกูลเซี่ยงต้องแปดเปื้อนต่างหากเล่า”
“พี่หญิงเปลี่ยนของเดิมพันเถิด”
ดวงตาของจี้หานเวยกลอกกลิ้งไปมา ประกายความริษยาพาดผ่านวูบหนึ่ง ก่อนจะโพล่งออกมาว่า “เช่นนั้นก็กรีดหน้าที่งดงามดั่งนางจิ้งจอกของเ้าสักแผลเป็ไง?”
มุมปากของจี้หานลั่วกระตุกยิก
อดเป็ห่วงระดับสติปัญญาของพี่สาวต่างแม่คนนี้ไม่ได้จริง ๆ
ในยุคสมัยที่ผู้คนยึดถือคติ ‘ร่างกาย ผิวพรรณ เส้นผม ล้วนได้รับมาจากบิดามารดา มิกล้าทำลาย’ อย่างเคร่งครัด นางกลับกล้าพูดจาต่ำทรามที่ไม่อาจเชิดหน้าชูตาเช่นนี้ต่อหน้าพี่น้องทุกคน
ช่าง...ปัญญานิ่มเสียจริง
“พี่แปด พูดจาอะไรหัดผ่านสมองบ้าง หากคำพูดนี้หลุดรอดออกไป จะทำให้ผู้คนดูแคลนลูกสาวจวนจี้กั๋วกง พาลทำให้พี่น้องคนอื่นพลอยเดือดร้อนไปด้วย...”
“คำพูดเมื่อครู่ ห้ามใครเอาไปพูดมั่วซั่วข้างนอกนะ ไม่อย่างนั้นข้าไม่จบกับพวกเ้าแน่” จี้หานเวยเพิ่งได้สติ รีบหันไปข่มขู่เหล่าพี่น้องก่อนเป็อันดับแรก
จากนั้นจึงรีบแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ “เมื่อครู่ข้าก็แค่ล้อเล่นกับน้องเก้าขำๆ เท่านั้นเอง”
อาศัยจังหวะที่พี่น้องคนอื่น ๆ กำลังมึนงง
นางรีบพูดต่อทันทีว่า “น้องเก้า ถ้าเ้าเอาของขวัญดี ๆ ออกมาไม่ได้ ก็ให้หงโต้วสาวใช้คนสนิทของเ้า ปักชื่อ ‘จี้หานลั่ว’ ของเ้าลงบนพื้นรองเท้า แล้วมอบให้ข้าก็แล้วกัน”
ด้วยวิธีนี้ นางจะได้เหยียบย่ำจี้หานลั่วไว้ใต้ฝ่าเท้าทุกวี่ทุกวัน
“...”
“พี่แปด ท่านทำแบบนี้มันออกจะ...” จี้หานอิงกำลังจะเอ่ยปากช่วยพูดทวงความยุติธรรมให้จี้หานลั่ว แต่ก็ถูกจี้หานเวยตวัดสายตาดุใส่ จนต้องรีบเอามือปิดปากเงียบด้วยความกลัว
สีหน้าของจี้หานอีขรึมลงเล็กน้อย
แต่ในเมื่อเื่นี้ นางมีแต่ได้กับได้ไม่มีเสีย
นางจึงเลือกที่จะไม่ห้ามปราม
จี้หานเวยเก็บสีหน้าของพี่น้องทุกคนไว้ในสายตา ภายในใจยิ่งกระหยิ่มยิ้มย่อง “น้องเก้า ทำไมไม่พูดแล้วล่ะ? หรือว่าไม่กล้า?”
“...ตกลง”
จี้หานลั่วคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว แล้วก็ตอบตกลงทันที
แค่พื้นรองเท้าคู่เดียว แลกกับเครื่องประดับชุดใหญ่
ใช้เหยื่อตัวเล็กตกปลาตัวใหญ่ ไม่ถือว่าขาดทุน
แต่สิ่งที่นางคาดไม่ถึงคือ
การที่นางรับคำท้าด้วยความหงุดหงิดใจ กลับไปจุดชนวนกระแสการโดเนทถล่มทลายในห้องถ่ายทอดสด ทำให้นางกอบโกยรายได้ไปไม่น้อย
[ลมพัดตึง: สตรีมเมอร์ที่ข้าติดตาม ข้าก็ต้องเปย์ให้สุดตัวสิโว้ย มอบรางวัล 999 เหรียญดวงดาว]
[ฤดูร้อนไม่หนาว: หาเงินค่าขนมได้นิดหน่อยจากการอัดคลิปสตรีมเมอร์ ขอกลับมาคืนกำไรให้สตรีมเมอร์บ้าง จัดให้หนัก อย่าให้เสียชื่อ มอบรางวัล 9,999 เหรียญดวงดาว]
[หลงรักใบหน้าของเ้า: ฆ่าได้หยามไม่ได้ มอบรางวัล 999 เหรียญดวงดาว]
[ฝนตกไม่เก็บผ้า: สตรีมเมอร์ เทหมดหน้าตักไปเลย! ต้องชนะนังพี่สาวตัวดีให้ได้นะ ไม่งั้นเสียใจแย่ที่มีคนดูตั้ง 8 หมื่นกว่าคนคอยเชียร์อยู่เนี่ย มอบรางวัล 99 เหรียญดวงดาว]
เพียงชั่วข้ามคืน จี้หานเวยก็ป่าวประกาศเื่การเดิมพันไปทั่ว ราวกับอยากให้คนทั้งเมืองหลวงแห่มาดูความขายหน้าของจี้หานลั่วใจจะขาด
เื่การแก่งแย่งชิงดีระหว่างพี่น้องตระกูลจี้ แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว
วันรุ่งขึ้น
ก่อนที่จี้หานอีจะเข้าพิธีส่งตัว
ลานเรือนเต็มไปด้วยความคึกคักจอแจ
เหล่าดรุณีน้อยกว่าสามสิบชีวิต เบียดเสียดกันจนลานเรือนที่เคยกว้างขวางดูแคบไปถนัดตา
คุณหนูเหล่านี้ บ้างก็เป็บุตรีสายตรงจากตระกูลที่ฐานะด้อยกว่าเล็กน้อย บ้างก็เป็บุตรีสายรองจากตระกูลขุนนางชั้นสูงในเมืองหลวง
ตระกูลขุนนางในเมืองหลวงนั้นมีความสัมพันธ์ซับซ้อนเกี่ยวพันกันด้วยการแต่งงาน
เหล่าดรุณีที่มาในวันนี้ ไม่มากก็น้อยล้วนมีความเกี่ยวดองกับจวนจี้กั๋วกงทั้งสิ้น
บ้างก็มาเพื่อร่วมชมความครึกครื้น
บ้างก็มาเพื่อหวังประจบสอพลอเกาะแข้งเกาะขาจี้หานเวย
และยังมีบางส่วนที่มาเพราะมีใจปฏิพัทธ์ต่อจี้หานโม่
แต่ส่วนมากแล้ว ล้วนมาเพื่อรอดูเื่สนุกของจี้หานลั่ว
เพราะอย่างไรเสียเซี่ยงเฉิงหลี ในอดีต ก็เคยเป็ถึงนายน้อยแห่งจวนกั๋วกงผู้สูงศักดิ์ที่สุดในเมืองหลวง
การที่บุตรีสายรองของจวนจี้กั๋วกง สามารถทำให้บุรุษผู้เป็ดั่งความภาคภูมิแห่ง์ในกาลก่อน ยอมใช้เนตรโลหิตนิรันดร์มาสู่ขอเพื่อให้เป็ นายหญิงผู้ดูแลเรือน ของตระกูลเซี่ยงได้นั้น เรียกได้ว่าทำให้เหล่าบุตรีสายรองทั่วทั้งเมืองหลวง ต่างพากันอิจฉาตาร้อนจนแทบกระอักเื
หลังจากที่จี้หานเวยดึงเช็งกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของทุกคนจนได้ที่แล้ว
นางก็ยื่นถุงพกใบหนึ่งไปตรงหน้าจี้หานอี
“พี่เจ็ด นี่คือน้ำหอมยวนิญญา ที่นำเข้ามาจากแคว้นเหลียงสู่แคว้นเสวียนเชียวนะเ้าคะ ล้ำค่าหายากยิ่งนัก น้องขอมอบให้เพื่อเติมสินเ้าสาวแก่ท่านเ้าค่ะ”