เสียงนกร้องยามเช้าเล็ดลอดผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาให้ได้ยินตั้งแต่เริ่มรู้สึกตัว
จิ๊บๆๆ
เป็นปกติในทุกวันตั้งแต่ย้ายมาอาศัยในคฤหาสน์กุลศิริบริรักษ์ เธอต้องตื่นมาพร้อมกับแสงแดดยามเช้า เสียงนกร้องและชายบนเตียงที่นอนหันหลังให้กัน
ทว่าวันนี้กลับต่างจากทุกวัน ชายผู้นั้นไม่ได้นอนหันหลังให้เธอตามที่คิด เขานอนสวมกอดเธออยู่ต่างหาก
กรี๊ดดด!!
พลั่ก!!
แสงจันทร์ออกแรงทั้งหมดที่มี ใช้เท้าเล็กๆ เตะบั้นท้ายชายผู้ถือวิสาสะนอนกอดเธอจนตกเตียง
ตุบ!!
“โอ๊ยย” ชายหนุ่มเปล่งเสียงร้องโอดครวญ เจ็บปวดบั้นท้ายรุนแรงหลังกระแทกลงบนพื้นแข็งๆ
“พี่กรคิดจะทำอะไรจันทร์” นับวันเธอยิ่งลืมตัวเผลอใช้วาจากับเขาไพเราะเสนาะหูอยู่บ้าง คงเริ่มเคยชินในการใช้ชีวิตเป็นแสงจันทร์
ทว่าวันนี้ที่แสดงกิริยารุนแรงตั้งแต่เช้าก็เพราะปกติแล้วทั้งคู่ไม่มักการนอนกอดกัน หลังมีเพศสัมพันธ์ในคืนเข้าหอด้วยพิษสุรา เธอและเขาไม่แม้จะถูกเนื้อต้องตัวกัน
“แล้วเธอจะเตะพี่ทำไม” ทิวากรไม่ได้เอ่ยตำหนิเสียงดังเช่นทุกที เขามีท่าทีว่าใจเย็นกว่าที่ผ่านมา ตั้งตัวได้ก็ลุกขึ้นมานั่งบนเตียงใกล้กัน
“ยังโกรธพี่อยู่เหรอ”
“โกรธ?” แสงจันทร์ขมวดคิ้วเข้าหากัน เธอมีเหตุผลอะไรต้องโกรธเคือง
หากเพราะเรื่องที่สามีควงผู้หญิงเดินเล่นในห้างบอกคำเดียวว่าหยุดคิดไปเสีย เธอไม่คิดโกรธและไม่มีความหึงหวงใด เว้นแต่รู้สึกเสียหน้าเพียงเท่านั้นที่ควบคุมคนของตัวเองไม่ได้
“พี่ขอโทษที่ทำให้เธอร้องไห้”
“ระ ร้องไห้?” หรือว่าเขาเห็น...
แสงจันทร์รีบก้มสำรวจกระดาษทิชชูบนพื้นห้อง ที่เธอใช้ซึมซับความเสียใจขณะอ่านเลดี้คาร์ลาเมื่อคืนนี้
‘สะอาดวิบ...นี่เข้าใจผิดคิดว่าฉันร้องไห้เพราะเขางั้นเหรอ’
เธอหมุนศีรษะหันกลับมาสบตาทิวากร เขาขยับเข้ามาใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม มิหนำซ้ำยังใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างจับไหล่เล็กด้วยความแผ่วเบา ใบหน้าหล่ออยู่ห่างเพียงหนังสือสักสองเล่มคั่น...ถือเป็นระยะอันตราย
ตึกตัก ตึกตัก!
เธอได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง สัมผัสได้ว่ามันเต้นแรงไม่เป็นทำนอง
‘เขาเข้าใจผิดคิดว่าฉันเสียใจเพราะข่าวฉาว ปกติแล้วคนอย่างฉันไม่เคยเสียใจเรื่องพรรค์นั้น’
“ตาเธอบวมมากเลยนี่ ไว้พี่ออกไปทำงาน กลับมาจะเอาเจลบำรุงรอบดวงตามาให้นะ”
พึ่บบ!
ไม่แค่นั้นทิวากรยังดึงร่างเล็กเข้าสวมกอด
ตึกตัก ตึกตัก!
เพราะอะไรแสงจันทร์ถึงสัมผัสความอบอุ่นได้จากร่างกายของเขา หัวใจเธอเหตุใดถึงเต้นไม่เป็นจังหวะยิ่งกว่าเดิม เมื่อได้รับไออุ่นจากอ้อมกอดซึ่งแตกต่างกันยิ่งกับทุกความรู้สึกที่ผ่านมา
“พี่ไม่อยากเห็นเธอร้องไห้อีกเลย”
“ทะ ทำไมเหรอ” เธอถามเสียงสั่น รู้สึกตื่นเต้นชอบกลในใจอยากรู้คำตอบของอีกฝ่าย
“ไม่รู้สิ แค่กลัวว่าเธอจะเสียใจจนช็อกเข้าโรงพยาบาลเพราะคลั่งรักพี่มั้ง”
“ฮะ!” แสงจันทร์ผละตัวออกห่างเล็กน้อย สบตาชายหนุ่มในระยะประชิด
“หมายถึงฉันเป็นฝ่ายคลั่งรัก?”
“ใช่สิ เธอร้องไห้หนักขนาดนั้นไม่เรียกคลั่งรักจะเรียกอะไร”
คล้ายว่าเขากำลังเข้าใจผิดมหันต์ อย่างนี้แสงจันทร์ต้องบอกความจริงให้รับรู้หรือเปล่า ว่าที่เธอร่ำไห้เมื่อคืนเพราะเข้าถึงความรู้สึกหรือเรียกอีกอย่างว่าอินกับนิยาย
“อะ เอ่อ”
“เพราะความสัมพันธ์ของเรามันไม่ปกติ เราเป็นสามีภรรยาที่คนหนึ่งคลั่งรักส่วนอีกคนแค่ทำตามหน้าที่ คนทำตามหน้าที่อย่างพี่จะไม่ว่าอะไรอีกแล้ว น้องจันทร์จะรักพี่แค่ไหนก็ตามใจเลย”
“ฮะ!” เข้าใจว่าทิวากรเป็นพวกหลงตัวเอง แต่ไม่คิดว่าเขาจะอาการหนักเพียงนี้
“ตอนนี้พี่เปิดใจให้เธอ ตกลงไหม”
“..? ..” รายนี้เพียงแต่ขมวดคิ้วจนเกิดปมเป็นคำตอบ นี่คือเรื่องบ้าบอในโลกแห่งความจริง ผู้ชายคนนี้คือมนุษย์ที่หลงตัวเองที่สุดเท่าที่เคยเจอมา
สักครู่ก็คล้ายว่าทิวากรได้สติ เขาคิดว่าตัวเองคงยังตื่นจากความฝันไม่เต็มทีถึงได้พูดพร่ำคำหวานปานน้ำผึ้ง
พึ่บบ!
เขาลุกจากเตียงแสดงท่าทีประหม่าต่างจากคุณหมอกรในทุกวัน
“พะ พี่หมายถึง เปิดใจแบบแค่เปิดใจให้เธอคลั่งรักให้เต็มที่ ไม่ได้เปิดใจให้เธอเข้ามาในหัวใจพี่ เข้าใจนะ”
หลังจากนั้นก็แสดงท่าทีเหมือนอับอาย ด่วนย้ำเท้าหันหลังเดินเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็วพร้อมเสียงปิดประตู
ปัง!!
“เขาปัญญาอ่อนขนาดนี้ แต่ทำไมหัวใจฉันถึงเต้นแรงนะ”
คลั่งรักเหรอ...พ่อคนหลงตัวเอง