ขณะที่ ฮวาเสี่ยวซี ยังคงนอนป่วยอยู่บนเตียงภายในจวนอย่างอ่อนแรงท่ามกลางความเงียบสงบในห้องของนางด้านนอกจวนกลับเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเรื่องราวที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดยั้ง อี้หานเฟิงและ อี้จงเหวิน ต้องวิ่งวุ่นจัดการสารพัดเรื่องทั้งสองเร่งแก้ไขข่าวลือที่เกิดขึ้นอย่างหนักหน่วงรวมไปถึงการเตรียมการสำหรับการเดินทางครั้งสำคัญของ ฮวาหยาง พี่ชายใหญ่ของนางและภรรยาของเขา ที่กำลังจะมุ่งหน้าสู่ชายแดน
ฮวาหยางได้รับแจ้งจากอี้หานเฟิงและอี้จงเหวินว่าฮวาเสี่ยวซีป่วยเล็กน้อยไม่อาจออกมาส่งได้ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างเพื่อไม่ให้พี่ชายของนางต้องเป็นกังวลมากเกินไป
เมื่อฮวาเสี่ยวซีฟื้นคืนสติขึ้นมานางก็ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด ความเสียใจเข้าจู่โจมหัวใจนางอย่างหนัก นางเสียใจมากที่ไม่อาจจะได้มีโอกาสส่งพี่ชายใหญ่กับพี่สะใภ้ออกเดินทางด้วยตัวเอง การจากลาที่สำคัญเช่นนี้กลับถูกความป่วยไข้พรากไปจากนางอย่างน่าเจ็บใจ
"ท่านพี่..." เสียงของนางแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความปวดร้าว "ข้าเสียใจเหลือเกิน...ข้าไม่อาจจะได้มีโอกาสส่งพี่ชายใหญ่กับพี่สะใภ้ออกเดินทางด้วยตัวเอง...การจากลาที่สำคัญเช่นนี้กลับถูกความป่วยไข้พรากไปจากข้าอย่างน่าเจ็บใจนัก"น้ำตาคลอเบ้าดวงตาของนางสะท้อนความรู้สึกผิดหวังที่ไม่อาจทำในสิ่งที่หัวใจปรารถนาได้
อี้เฟยหลง รวบร่างนางเข้ามากอดเบาๆซบหน้าลงบนเส้นผมหอมกรุ่นของนางอย่างอ่อนโยน "ไม่เป็นไรนะเสี่ยวซี...อย่าโทษตัวเองเลย" พระองค์ปลอบโยนเสียงทุ้มต่ำ เต็มไปด้วยความอ่อนโยน"พี่ชายเจ้ากับภรรยาเขารู้ดีว่าเจ้าเป็นห่วงพวกเขาแค่ไหนเพียงเจ้าฟื้นขึ้นมาและปลอดภัย นั่นก็คือการส่งที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขาแล้ว"
พระองค์คลายกอดออกเล็กน้อยพยุงใบหน้าซีดเซียวของนางขึ้นมาเช็ดน้ำตาที่ไหลรินด้วยปลายนิ้วเรียว"เจ้าต้องพักผ่อนให้หายดีก่อนสิ่งอื่นใดก็ไม่สำคัญเท่าสุขภาพของเจ้าหรอกนะ"แววตาของอี้เฟยหลงเต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ และความปรารถนาที่จะให้นางหายดีโดยเร็วที่สุด
ฮวาเสี่ยวซีมองสบดวงตาของเขาอย่างแน่วแน่แม้ร่างกายจะยังอ่อนเพลีย แต่ประกายในดวงตานางกลับสดใสขึ้นนางเอื้อมมือขึ้นลูบแก้มเขาอย่างแผ่วเบา "ข้าหายแล้ว...ข้าดีขึ้นมากแล้วท่านพี่" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย"ข้ายังไม่ได้ชดเชยให้ท่านเลย..."
อี้เฟยหลง เอนกายลงแนบชิดกับนางมากขึ้นพระหัตถ์ยังคงกุมมือบางของนางไว้แน่น"เจ้าจะชดเชยให้ข้าได้อย่างไรกันเล่าเสี่ยวซี" พระองค์เอ่ยถามเสียงพร่าดวงตาเปล่งประกายด้วยความรักใคร่ "การที่เจ้าฟื้นขึ้นมาแข็งแรงและปลอดภัยก็คือการชดเชยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับข้าแล้วนะ" พระองค์โน้มใบหน้าลงจูบซับที่เปลือกตาของนางอย่างอ่อนโยน "ไม่ว่าสิ่งใด...ข้าก็ไม่ปรารถนามากไปกว่าการได้เห็นเจ้าอยู่ตรงนี้ เคียงข้างข้า"
ฮวาเสี่ยวซีส่ายหน้าน้อยๆ "ไม่ได้...ข้าอยากให้ท่านลืมความน้อยใจเมื่อคืนที่ผ่านมาข้าไม่ได้อยากให้ท่านจดจำและเคืองใจกับเหตุการณ์วันนั้นไว้..."นางกล่าวเสียงอ่อนลง แต่ยังคงยืนกรานในความตั้งใจที่จะปลอบโยนเขาให้ถึงที่สุด
อี้เฟยหลง ถอนหายใจแผ่วเบาคล้ายจะยอมแพ้ต่อความดื้อรั้นน่ารักของนาง "โธ่... เสี่ยวซีของข้า"พระองค์พึมพำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเต็มเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู"เหตุใดเจ้าจึงได้น่ารักถึงเพียงนี้เล่า" พระองค์ยิ้มบางๆพลางรวบร่างนางเข้ามาในอ้อมแขนอีกครั้ง "ความน้อยใจนั้นมันหายไปนานแล้วตั้งแต่เจ้าลืมตาขึ้นมามองข้าด้วยแววตาเช่นนี้..."พระองค์เว้นช่วงเล็กน้อยแล้วกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของนาง "เพียงเจ้าหายดี...แล้วครานั้น... ข้าก็ไม่ติดค้างสิ่งใดอีกแล้ว”
"ท่านพี่เฟยหลง..."ฮวาเสี่ยวซีเอ่ยเสียงแผ่ว แต่เต็มไปด้วยความจริงจัง นางสบตาเขาอย่างแน่วแน่"ข้าไม่อยากให้พวกท่านมานึกน้อยใจกันและกันจะได้หรือไม่เจ้าคะ"นางขยับมือที่กุมมือเขาขึ้นมาบีบเบาๆ ราวกับต้องการสื่อความในใจทั้งหมด"ความรักของฮวาเสี่ยวซีมีให้พวกท่านทั้งสามคนเท่าๆ กันข้าไม่อาจจะให้ใครน้อยหรือมากกว่ากันได้เลย"
อี้เฟยหลง มองลึกเข้าไปในดวงตาของฮวาเสี่ยวซีแววตาของพระองค์อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินคำพูดที่จริงใจของนางพระองค์รู้ว่าสิ่งที่นางกล่าวออกมานั้นคือความรู้สึกจากก้นบึ้งของหัวใจและนั่นคือสิ่งที่เขาปรารถนามาโดยตลอด
"เสี่ยวซี..."พระองค์กระซิบตอบเสียงแผ่ว พลางกระชับอ้อมแขนที่โอบกอดนางให้แน่นขึ้น"ข้าเข้าใจแล้ว... และข้าจะไม่น้อยใจเจ้าอีกต่อไป"แววตาของพระองค์ฉายแววแน่วแน่ "ความรักของเจ้ามีค่าสำหรับพวกเราทุกคนและเราจะไม่ทำให้เจ้าต้องลำบากใจอีกแล้ว"พระองค์จูบลงบนเรือนผมนุ่มสลวยของนางอย่างทะนุถนอมเป็นการยืนยันคำมั่นสัญญาจากใจจริง
ฮวาเสี่ยวซี ขยับใบหน้าขึ้นช้าๆริมฝีปากอิ่มประกบเข้ากับริมฝีปากของ อี้เฟยหลงอย่างแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆ คว้านหาลิ้นหนาของเขาด้วยความเร่าร้อน ร่างกายที่ยังคงอ่อนแรงค่อยๆบิดเสียดสีกับร่างกายหนาของสามีอย่างเชื่องช้าแต่เปี่ยมไปด้วยความต้องการที่ยากจะหักห้าม
เพื่อที่จะลบเลือนความน้อยใจที่เคยเกาะกินใจของเขาให้หมดสิ้นและยืนยันความรักที่เท่าเทียมกันของนางที่มอบให้พวกเขาฮวาเสี่ยวซีตัดสินใจที่จะปลอบโยนเขาให้ลึกซึ้งยิ่งกว่าคำพูด นางเอื้อมมือน้อยๆที่ยังคงอ่อนแรง สอดเข้าไปในกางเกงของอี้เฟยหลงอย่างแผ่วเบา พลางลูบไล้เพื่อปลอบประโลมและกระตุ้นความต้องการที่ซ่อนอยู่ของเขานางต้องการให้เขาได้ลืมเลือนความรู้สึกติดค้างเมื่อคืนที่ผ่านมาให้สิ้นนางรักพวกเขาทั้งสามคนอย่างสุดหัวใจ และไม่ต้องการให้เหตุการณ์ใดๆมาทำให้ความสัมพันธ์อันเปราะบางแต่ลึกซึ้งของคนทั้งสี่ต้องสั่นคลอนแม้แต่น้อย
อี้เฟยหลง ถึงกับผงะเล็กน้อยกับสัมผัสที่คาดไม่ถึงของนางแต่ความประหลาดใจนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มที่แล่นไปทั่วสรรพางค์กายอย่างรวดเร็วสัมผัสที่แผ่วเบานั้นปลุกเร้าความปรารถนาที่เขาพยายามกดเอาไว้มาตลอดเวลาที่เฝ้านางป่วยพระองค์รู้ดีว่านางยังคงอ่อนแรงจากการเจ็บป่วยแต่การกระทำของนางกลับเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะเอาใจเขาอย่างเต็มที่
"เสี่ยวซี... เจ้า...เจ้ายังไม่แข็งแรงดีนะ" พระองค์กระซิบเสียงพร่า พยายามรวบรวมสติแต่ลมหายใจกลับขาดห้วง สองมือของพระองค์ยังคงโอบกอดนางไว้แน่นแต่ก็พยายามประคองร่างนางไม่ให้เคลื่อนไหวมากเกินไปดวงตาของอี้เฟยหลงเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชน แต่ก็ยังคงมีความห่วงใยในสุขภาพของนางปะปนอยู่เขาไม่อยากทำให้นางเจ็บปวด หรือทรุดหนักลงไปอีกแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตามสัมผัสอันอ่อนโยนแต่เร่าร้อนของฮวาเสี่ยวซีก็ยากเกินกว่าที่เขาจะปฏิเสธได้เขาโหยหาการปลอบโยนนี้ไม่แพ้กันและรับรู้ได้ถึงความรักที่นางพยายามสื่อสารผ่านทุกสัมผัสพระองค์รู้ว่านี่คือวิธีที่นางแสดงออกถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาสมดุลของความรักระหว่างพวกเขาทั้งสี่
อี้เฟยหลง ถึงกับสำลักคำพูดของนางพระพักตร์แดงก่ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินคำพูดที่ตรงไปตรงมาและช่างยั่วยวนจากฮวาเสี่ยวซีในยามที่นางยังไม่หายดีเต็มที่เช่นนี้
"เสี่ยวซี... เจ้า... เจ้าพูดอะไรออกมากัน!?"พระองค์อุทานเสียงพร่าปนกระแอมเล็กน้อยพลางมองซ้ายมองขวาอย่างห่วงว่าจะมีใครได้ยินคำพูด "จัดหนัก"ของนางหรือไม่ แม้จะรู้ว่าตอนนี้มีเพียงพวกเขาอยู่กันตามลำพัง
ถึงแม้จะเขินอายและตกใจในความกล้าของนางแต่ในส่วนลึกของหัวใจอี้เฟยหลงก็รู้สึกปลาบปลื้มยินดีอย่างยิ่งที่ฮวาเสี่ยวซีแสดงความรักและความปรารถนาที่มีต่อเขาอย่างเปิดเผยและไม่ปิดบังเช่นนี้คำพูดของนางเป็นเหมือนน้ำทิพย์ที่ชโลมใจ ทำให้ความน้อยใจที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น
ฮวาเสี่ยวซี เห็นปฏิกิริยาของเขาก็หลุดหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ เสียงใสกังวานราวกับกระดิ่งนางขยับตัวเข้าใกล้เขามากขึ้น ก่อนจะซบหน้าลงกับอกแกร่งของอี้เฟยหลงอย่างออดอ้อน
"เอาใหม่นะเจ้าค่ะ..."นางเอ่ยเสียงอู้อี้ที่อกเขาแต่แววตากลับซุกซนและเปล่งประกายระยิบระยับเมื่อเงยหน้าขึ้นมอง "ท่านพี่...น้องอายเจ้าค่ะ... น้องพูดไม่ได้..." ฮวาเสี่ยวซีแกล้งทำท่าเอียงอายใช้มือเรียวเล็กๆ ปิดหน้าครึ่งหนึ่ง แต่ดวงตายังคงจับจ้องเขาอย่างไม่ละสายตานางทำเสียงอ้ำ ๆ อึ้งๆ เลียนแบบกุลสตรีในห้องหอที่ขวยเขิน "หญิงในห้องหอ...หากต้องการสามี... ทำอย่างไรหรือเจ้าค่ะ...?" น้ำเสียงสุดท้ายของนางเจือไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นปนยั่วยวนอย่างน่ารักยิ่ง
อี้เฟยหลง หัวใจเต้นรัวเมื่อเห็นท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูของฮวาเสี่ยวซีรอยยิ้มกรุ้มกริ่มปรากฏขึ้นบนพระพักตร์พระองค์ใช้มือข้างหนึ่งเชยคางมนของนางขึ้นมาอย่างอ่อนโยน จนดวงตาของทั้งสองสบกัน
"หึๆ... หญิงในห้องหอหากต้องการสามีหรือ..." อี้เฟยหลงทวนคำของนางเสียงต่ำพร่าดวงตาเปล่งประกายแพรวพราว "ก็ทำเช่นนี้อย่างไรเล่า..."
ไม่รอให้นางได้ตอบหรือแสดงท่าทีใดๆอี้เฟยหลงก็โน้มใบหน้าลงไปประทับจูบลงบนริมฝีปากอิ่มของนางอย่างนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยความลึกซึ้งและร้อนแรง จูบนี้เป็นการตอบคำถาม การปลอบประโลมและการยืนยันถึงความรักที่เขามีต่อฮวาเสี่ยวซี ว่านางไม่จำเป็นต้อง "ชดเชย"สิ่งใดให้เขาอีกแล้ว เพียงความรักและความปรารถนาที่นางมอบให้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเขา