เขายอมรับว่าตอนที่กอดชีเหนียงนั้นจิตใจฟุ้งซ่านกระทั่งต้องการใช้ตัวตนนี้ใกล้ชิดชีเหนียงให้มากกว่านี้ยามปกติเขาไม่มีทางกล้าทำเช่นนี้ การใช้ตัวตนนี้สามารถทำสิ่งที่เขาอยากทำให้นางได้โดยไม่ต้องกังวลดังนั้นจึงได้บอกว่าเขาจะช่วยนางสืบเรื่องประวัติชาติกำเนิดของนาง
คราวนี้ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ต้องใช้ตัวตนนี้เสียแล้ว
หลังจากคร่ำครวญจบจ้าวจือชิงรู้สึกว่าบางทีการใช้ตัวตนนี้ช่วยเหลือชีเหนียงก็ใช่ว่าแย่อย่างน้อยคนที่เขาจัดหามาก็ไม่ต้องคอยหลบอยู่ในที่มืดและสามารถช่วยเหลือชีเหนียงได้อย่างเปิดเผย
เมื่อตัดสินใจได้เขาก็แอบส่งข่าวให้อันอี
……
ณเมืองหลวง อันอีเพิ่งที่กลับจากข้างนอกก็ได้รับข่าวจากนายน้อย จึงเร่งออกเดินทางข้ามคืนไปยังอำเภอเฉาคนที่แอบจับตาดูอันอี หลังจากได้ข่าวก็รีบไปรายงานองค์หญิง
“จับตาดูเขาไว้ดูสิว่าเขาต้องการทำอะไร?”
นางแอบหวังว่าสิ่งที่ตนเองคาดคิดจะเป็นเรื่องจริงแต่ก็กลัวว่าตนเองจะคิดมากไป จนสุดท้ายก็ดีใจเก้อ เพียงแต่อันอีมิใช่คนที่ใครก็สามารถสั่งงานได้คนที่เพียงพอจะให้เขายอมรับการลงโทษแต่ไม่ยอมปริปาก นอกจากเขาแล้ว จะมีใครอีก?
อันอีเพิ่งออกไปไม่นานก็รับรู้ว่ามีคนสะกดรอยตามแต่นายน้อยเคยสั่งไว้ หากเป็นคนที่องค์หญิงส่งมาก็ให้เขาทำเป็นไม่รู้เรื่องเมื่อคิดได้เช่นนี้ก็เร่งเดินทางต่อ
……
ในเรือนพักผ่อนเนื่องจากการมาถึงของโจวย่าอวิ๋น ไม่ว่าจะเรื่องเล็กใหญ่ ชีเหนียงก็ยกให้เขาตัดสินใจและสั่งสิงเหล่าซื่อให้เรียนรู้จากโจวย่าอวิ๋นให้มาก
สิงเหล่าซื่อติดตามโจวย่าอวิ๋นเดิมทีเขาถูกเรียกว่าผู้ดูแลใหญ่ แต่พอโจวย่าอวิ๋นโผล่มาทุกคนก็เรียกเขาว่าผู้ดูแล ผู้ดูแลใหญ่อย่างเขากลับถูกผู้ดูแลคนหนึ่งกดศีรษะในใจย่อมเกิดความไม่พอใจ พอนานวันเข้าก็ยากจะเลี่ยงไม่ให้แสดงออกทางสีหน้า
ตอนที่ชีเหนียงอยู่ยังดีหน่อยพอชีเหนียงจากไป เขาก็ไม่ยอมโจวย่าอวิ๋น คนของเรือนพักผ่อนล้วนเป็นพวกพ้องเขา จึงรู้สึกว่าโจวย่าอวิ๋นช่างขัดหูขัดตานัก
แต่มีเฉียงจื่อที่ทนดูไม่ได้และแอบกระซิบเตือนโจวย่าอวิ๋นเล็กน้อยโจวย่าอวิ๋นถึงตระหนักได้ ที่แท้สิงเหล่าซื่อรู้สึกว่าโจวย่าอวิ๋นแย่งงานของเขาไปจึงไม่พอใจ
“พี่สิง!” โจวย่าอวิ๋นเด็กกว่าสิงเหล่าซื่อหลายปีทุกครั้งจึงมักจะเรียกขานเขาว่าพี่ ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่สิงเหล่าซื่อทำเหมือนไม่ได้ยินและยังคงเดินหน้าต่อโจวย่าอวิ๋นเห็นก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังโกรธ จึงส่ายหน้าและวิ่งตามไป
“พี่สิงอย่าเดินเร็วเช่นนั้น ข้าตามไม่ทันแล้วอีกไม่กี่วันข้าก็จะออกจากที่นี่พร้อมกับคณะผู้สอน พี่สิงยังไม่รีบคุยกับข้าเกรงว่าคงไม่ได้เจอข้าอีกนาน”
เมื่อสิงเหล่าซื่อได้ยินก็เงยหน้าขึ้นมองเขาเจ้าหนุ่มนี่มีความคิดชั่วร้ายอะไรอีก? หรือเพราะรู้ว่าตนเองไม่ชอบจึงเตรียมตัวหนี? ไม่ได้! ลั่วฮูหยินสั่งไว้ว่าก่อนที่นางจะกลับมา ห้ามให้โจวย่าอวิ๋นไป หากลั่วฮูหยินกลับมาและไม่เห็นคงต้องกล่าวโทษตนแน่
“ไปไหน? เจ้าห้ามไปไหนทั้งนั้น” เหมือนว่ากลัวเขาจะจากไปก็ไม่ปานสิงเหล่าซื่อยื่นมือคว้าแขนเสื้อของเขาไว้ไม่ปล่อย
โจวย่าอวิ๋นลำบากใจ “พี่สิง เรือนพักผ่อนแห่งนี้นายหญิงแค่ให้ข้ามาช่วยดูเท่านั้น ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มมีแบบแผนทางด้านอำเภอเฉาต่างหากคือสถานที่รับผิดชอบหลักของข้า ข้าเลี่ยงไม่ได้ต้องกลับไป”
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าอำเภอเฉาคือพื้นที่ของเจ้าแต่ลั่วฮูหยินบอกว่าไม่ให้เจ้าไป เจ้าก็ต้องอยู่ที่นี่!” แม้ว่าลึกๆในใจของสิงเหล่าซื่อจะอยากให้เขาไปแต่เขาก็รู้ดีว่าตนเองยังไม่มีประสบการณ์ด้านการดูแลกิจการนักหากโจวย่าอวิ๋นจากไปจริง เขาคนเดียวคงเอาไม่อยู่แน่
ระหว่างที่ทั้งสองคุยกันเฉียงจื่อก็วิ่งหอบลงมาจากบนเขา
“แฮกๆ…แย่แย่แล้ว! แย่แล้ว! มีคนจากข้างล่างภูเขามาหาเรื่อง!”
เพื่อให้ลูกจ้างในเรือนพักผ่อนพักผ่อนได้อย่างสะดวกใจทุกหกวันจะมีวันหยุดหนึ่งวัน วันนี้บังเอิญเป็นวันเปิดกิจการวันแรกหลังวันหยุดซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นวันที่ลูกค้าคึกคักที่สุด คนที่เลือกมาหาเรื่องวันนี้ ต้องจงใจแน่
“เฉียงจื่อเจ้าค่อยๆ พูด ตอนนี้ด้านล่างเขาสถานการณ์เป็นเช่นไร?” ทั้งสามรีบลงจากเขา
เฉียงจื่อส่ายหน้า “ข้าเองก็ฟังไม่ค่อยเข้าใจเหมือนจะบอกว่าเราหมุนกำไรไปหมด จนพวกเขาแทบจะอยู่ไม่ได้แล้วไม่ว่าอย่างไรก็จะประท้วงจนตายอยู่ที่ด้านล่างตีนเขา”
เรือนพักผ่อนจะมีคนที่คอยลาดตระเวนซึ่งเหมือนกับยามรักษาความปลอดภัยของยุคปัจจุบัน มีไว้สำหรับดูแลความปลอดภัยคนเหล่านี้คือกลุ่มพี่น้องที่เก่งกาจด้านต่อสู้ของอดีตค่ายโจรเลี่ยหยางเพียงแต่ว่าเพราะชีเหนียงเคยกำชับกับสิงเหล่าซื่อเรื่องคำมั่นสัญญา คนเหล่านี้จึงทำได้แค่ขวางคนประท้วงไว้อย่างอดทนอดกลั้นมิเช่นนั้น หากยึดเอาตามวิถีเดิม ไม่ว่าอย่างไร พวกเขาคงได้จัดการไปแล้ว
หลังจากวันหยุดวันที่หนึ่งคือการเปิดกิจการอีกครั้ง คนกลุ่มนี้ก็มาหาเรื่องแสดงว่าต้องการทำให้เรื่องราวใหญ่โต รอจนโจวย่าอวิ๋นกับคนอื่นๆ ไปถึงด้านล่างตีนเขาก็พบว่าคนที่เป็นผู้นำกลุ่ม ล้วนคือพวกเถ้าแก่ร้านต่างๆ ในเมืองอัน
“เถ้าแก่ทั้งหลายลมอะไรพัดพวกท่านมาหรือ?” โจวย่าอวิ๋นยิ้มแย้มเข้าไปทักทายคนเหล่านี้ เขาเคยเจรจาการค้ากับพวกเขาก่อนหน้านี้ แต่ตอนนั้นคนพวกนี้ไม่เหลียวแลเรือนพักผ่อนด้วยซ้ำ
เถ้าแก่ร้านต่างๆเห็นโจวย่าอวิ๋น ก็รู้ถึงสถานะของเขาดี แต่พวกเขาไม่อยากคุยกับโจวย่าอวิ๋นเถ้าแก่ฝางเจ้าของร้านเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่เป็นผู้นำกลุ่มไม่ไว้หน้าโจวย่าอวิ๋นแม้แต่น้อย
“ข้าไม่คุยกับเจ้าเรียกนายหญิงของพวกเจ้าออกมา!” เถ้าแก่ฝางปัดมือแสดงท่าทีให้รีบเรียกเจ้าของเรือนพักผ่อนออกมา
โจวย่าอวิ๋นเห็นเขาเช่นนี้ก็ไม่ได้โกรธอันใด “เถ้าแก่ฝางไม่ทราบว่าวันนี้พวกท่านมาด้วยเรื่องสำคัญใดหรือ มิสู้เราเข้าไปคุยกันด้านในดีกว่า?”
ก่อนหน้านี้ชีเหนียงได้สั่งให้คนสร้างเรือนไม้ชั่วคราวไว้เพื่อให้สะดวกแก่การเจรจาพูดคุย แน่นอนว่าเผื่อเวลามีคนต้องการใช้เป็นที่พักผ่อนเร่งด่วนด้วย
เมื่อมองไปทางที่โจวย่าอิ๋นชี้ก็สามารถมองเห็นเรือนไม้ที่อยู่ไกลๆ ได้ เถ้าแก่ฝางและพรรคพวกมาก็เพราะอยากทำให้เรื่องราวใหญ่โตแล้วจะไปซ่อนในมุมอับได้อย่างไร
“เจ้าเลิกมาเพ้อเจ้อกับข้าวันนี้เรามาก็เพราะอยากเจอนายหญิงของเจ้า หากนายหญิงของเจ้าไม่ออกมาพวกข้าก็จะไม่ไปไหน!”
สิงเหล่าซื่อเห็นว่าคนพวกนี้ไร้ซึ่งเหตุผลจึงจะเดินหน้าไปเจรจาแต่โจวย่าอวิ๋นกลับห้ามไว้ แล้วกระซิบข้างหูเขา “พวกเขาเป็นเช่นนี้น่าจะมั่นใจว่ามีอะไรที่กุมช่องโหว่ของเรา ข้าจะรั้งพวกเขาไว้ที่นี่ พี่สิงรีบส่งคนไปตรวจดูสิว่าช่วงนี้พวกเขาได้ติดต่อกับใครบ้าง”
สิงเหล่าซื่อรู้ถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้จึงพยักหน้าและพาคนลงไปในเมืองจากทางด้านหลังก่อนจากไปก็ไม่ลืมที่จะกำชับเฉียงจื่อให้ปกป้องโจวย่าอวิ๋นให้ดีในเมื่อคนเหล่านี้มาหาเรื่อง คงไม่ยอมยอมความกันง่ายๆ แน่จะปล่อยให้โจวย่าอวิ๋นเป็นอะไรที่นี่ไม่ได้
“ทุกท่านหากต้องการพบนายหญิงของข้าก็ใช่ว่าจะไม่ได้แต่ถึงอย่างไรก็ควรให้เหตุผลที่เหมาะสมแก่พวกเราสักหน่อย เพราะถึงอย่างไรนายหญิงพวกข้าก็ค่อนข้างยุ่งคงเลี่ยงไม่ได้ต้องไปรายงานก่อน”
เมื่อได้ยินคำพูดประนีประนอมของโจวย่าอวิ๋นเถ้าแก่ฝางกับเถ้าแก่ด้านหลังหลายคนจึงหารือกันไม่กี่คำไม่รู้ว่าคนทั้งหลายกระซิบอะไรกัน เพราะสีหน้าแต่ละคนค่อนข้างตึงเครียด
ผ่านไปนานสักพักเถ้าแก่ฝางก็หันหลังกลับมา “เราเพียงแค่อยากเจรจากับนายหญิงของพวกเจ้าเรื่องเข้าร่วมกับเรือนพักผ่อน”
-----