ความจริงแล้วจินฮวาก็จัดว่าเป็คนที่มีทักษะความจำค่อนข้างดี ถึงแม้ทักษะชีวิตบางอย่างของนางจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินเกินไปก็ตาม นางใช้เวลาร่วมหนึ่งเดือนในที่สุดนางก็สามารถอ่านนิทานสำหรับเด็กได้
“หลังจากผ่านอุปสรรคคณานับในที่สุดบัณฑิตหนุ่ม และหญิงงามก็ได้ครองรักกันอย่างมีความสุข”
“อ้ายมาวหลังจากอ่านจบเ้าสรุปว่าอย่างไร”
“เนื้อเื่น่าเบื่อไม่มีความสลับซับซ้อน ไม่มีความหักมุมเลยแม้แต่น้อย บุรุษหนุ่มรูปงามผู้ปราดเปรื่องอิสตรีเลอโฉม มีบุคคลที่สามมาเป็ตัวแปรและจบลงด้วยความสุขของชายหญิง”
ในที่ที่นางจากมาเื่ราวแต่ละเื่ราวมีการเขียนให้สลับซับซ้อนกันไปมาก เื่ราวที่สลับซับซ้อนมากกว่านี้นางเห็นในโทรทัศน์มามากมาย เื่ในนิทานเหล่านี้จึงค่อนข้างน่าเบื่อสำหรับนาง
เหรินจวินเงยหน้าขึ้นจากกองฎีกา “อ้ายมาวนี่เป็หนังสือเด็ก”
“เหตุใดจึงมีแต่ความสมหวัง ไม่มีเื่ไม่สมหวังบ้างหรือ”
อิสตรีที่อยากอ่านเื่ประเภทนั้นเขาก็เพิ่งจะเคยเจอนาง “คงจะเป็เพราะตำนานเหวยกู่กระมัง หนังสือเื่ราวความรักของชายหญิงจึงเป็เช่นนั้น”
จินฮวาที่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกสนใจขึ้นมา นางขยับตัวขึ้นเล็กน้อยเตรียมพร้อมฟัง
“หากข้ามัวแต่วุ่นวายอยู่กับเ้าฎีกากองนี้จะเสร็จเวลาใด”
จินฮวาหน้างอ “เช่นนั้นข้าจะไปถามอวี้ฮวาเอง”
เหรินจวินถอนหายใจ “เ้าเคยได้ยินตํานานด้ายแดงหรือไม่”
“ตํานานด้ายแดงหรือ” ในที่ที่นางจากมาก็มีตำนานนี้อยู่มากมาย หลายความเชื่อ หลายภาษา “แต่ทุกความเชื่อล้วนกล่าวคล้ายกัน “ข้าเคยได้ยิน ที่นิ้วก้อยของเราจะมีด้ายสีแดงที่ไม่อาจมองเห็นได้ผูกเอาไว้ ปลายอีกด้านหนึ่งจะผูกเอาไว้กับเนื้อคู่ของเราใช่หรือไม่”
“อืม จบ”
จินฮวาที่ได้ยินดังนั้นนางก็ยิ่งหน้างอ “หวงตี้เหตุใดท่านจึงชอบรังแกข้านัก”
“สนุก”
จินฮวาที่ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับเส้นเืสีเขียวปูดขึ้นขมับ “ท่านเห็นข้าเป็อะไรกันแน่”
“ข้าเห็นเ้าเป็ภรรยา ภรรยาอยู่ในกำมือสามีไม่ใช่หรือ”
“แต่ข้าคิดว่าข้าตัวใหญ่เกินกว่าจะอยู่ในกำมือผู้ใด”
เมื่อเห็นนางพองขน กางเล็บจนพอใจแล้ว เขาจึงกล่าวต่อ
“เหวยกู่คือบัณฑิตหนุ่ม ที่เพียบพร้อมไปด้วยสติปัญญาและทรัพย์สิน ในวันหนึ่งเขาได้พบชายชราผู้หนึ่งกำลังอ่านตำราประหลาดอยู่ใต้ต้นไม้ เขาถามชายชราผู้นั้นว่าเขากำลังอ่านอะไร ชายชราตอบว่ากำลังอ่านตำราการสมรสของมนุษย์ หลังจากได้ฟังคำกล่าวนี้เขารู้สึกว่าชายชราผู้นี้คงเป็คนวิกลจริต”
“หวงตี้ข้าไม่เข้าใจกล่าวว่าอ่านตำราการสมรสของมนุษย์ เหตุใดจึงโดนมองว่าวิกลจริต”
“วันพรุ่งนี้ข้าจะให้คนหาตำราที่ยาก ขึ้นมาให้เ้าฝึกถอดความ”
นางอมแก้มอย่างไม่พอใจ “เหตุใดจึงถูกมองว่าเป็อย่างนั้น”
“เขาตอบว่าอ่านตำราการครองเรือนของมนุษย์ หมายความว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ไม่ใช่หรือ”
“หากเขาไม่ใช่มนุษย์เช่นนั้นเขาเป็อะไรหรือหวงตี้ “
“เขาคือผู้เฒ่าจันทรา”
“ผู้เฒ่าจันทราคือผู้ใด”
“ตามตำนานกล่าวว่าผู้เฒ่าจันทราเป็เทพเซียนาุโท่านหนึ่งในสรวง์ ผู้เฒ่าจันทราทำหน้าที่ดูแลด้ายแดง และวาสนาให้แก่ผู้อื่น”
จินฮวาพยักหน้าอย่างเข้าใจ “เหวยกู่เป็อย่างไรต่อหรือ”
“ผู้เฒ่าจันทรากล่าวกับเขาว่าอิสตรีสกปรก ที่เป็เพียงลูกแม่ค้ายากจนคือคู่ครองของเขา อีกทั้งในวันสมรสนางจะมีแผลเป็ที่กลางศีรษะอีกด้วย และผู้เฒ่าจันทราก็หายตัวไป หลังจากที่เขาได้ฟังคำกล่าวนี้เขาก็โกรธมาก จึงจ้างคนให้ไปสังหารนางเสีย”
ฟังมาถึงตรงนี้จินฮวาทุบโต๊ะ “แล้วอย่างไรต่อ”
“หลายปีผ่านไปเขาสอบเป็จอหงวนได้สำเร็จ และกำลังจะอภิเษกกับลูกเ้าเมืองท่านหนึ่ง ในตอนที่ส่งตัวเข้าหอ เขาได้พบว่าสตรีที่เขาสมรสด้วยมีแผลที่กลางศีรษะ ในตอนนั้นเขาจึงสะกิดใจกับคำกล่าวของผู้เฒ่าจันทราขึ้นมา จึงไปเรียกคนรับใช้ที่เขาสั่งให้ไปสังหารมาสอบถามดู และคนรับใช้จึงสารภาพว่าเขาสังหารนางไม่ลง จึงทำเพียงแค่รอยแผลที่กลางหน้าผากนางแทน หลังจากนั้นเขาจึงเชื่อว่าชายชราผู้นั้นคือผู้เฒ่าจันทรา จากนั้นเขาจึงทำพิธีขอขมานางและมารดา และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ด้วยเื่ราวบุรุษ สตรีอยู่ภายใต้ความเชื่อความศรัทธาเื่ผู้เฒ่าจันทรา จึงมักเขียนให้พวกเขามีวาสนาต่อกัน”
นางจึงนึกคำพูดที่นางเคยได้ยินเขาคุยกับหลินหรานวันนั้นขึ้นมาได้ “หากมีวาสนาไกลกันพันหลียัง หากไร้ซึ่งวาสนาแม้อยู่แค่ตาก็ไม่อาจมองเห็น คำกล่าวนี้คงใช้ได้กระมัง ถึงอย่างไรข้าออกจะรู้สึกว่าตำนานนี้มันออกจะไม่ยุติธรรมกับสตรีเอาเสียเลย หากผู้ใดสังหารข้า ข้าคงไม่มีวันให้อภัยเป็แน่...หวงตี้หากสะบั้นวาสนาตนเองจะเป็อย่างไรหรือ”
“ข้าไม่ค่อยสนใจเื่เหล่านี้นัก แต่หากทำลายลิขิตที่์มอบให้ บ่วงกรรมคงหนักหนาไม่น้อย อีกทั้งหากได้พบแล้วคงต้องจากลาในไม่ช้า หากมีวาสนาไกลกันพันหลียัง หากไร้ซึ่งวาสนาแม้อยู่แค่ตาก็ไม่อาจมองเห็น หากมีผู้ใดสะบั้นวาสนา พานพบ จากลาคงเป็เช่นนั้นกระมัง”
“หวงตี้ท่านว่าจะมีผู้ใดสะบั้นวาสนาตนเองหรือไม่”
“เ้าคิดว่าจะมีคนทำเช่นนั้นได้จริงๆ หรือ...อาจจะมีเ้าลองไปหาตำราดู ข้าจะได้ตรวจเทียบฎีกาเสียที”
จินฮวาอมแก้มเล็กน้อย ก่อนนางจะหันไปหาตำราดูต่อ
“เกอเกอ เส้าเส่า”
เสียงใสกังวานดังมาจากหน้าตำหนัก
“กงกงลงกลอนตำหนักให้แ่า”
คำใบ้เื่นี้มีชื่อจริงๆ ว่า "บ่วงกรรมรักนิรันดร์กาล"