ตอนที่ 14 นายเป็ผู้ชายของเธอจริงเหรอ (2)
ในเวลานั้นเอง ตระกูลเผยอยู่ในบรรยากาศชุลมุนและคร่ำเคร่ง ส่วนคนที่พวกเขาตามหาแทบพลิกแผ่นดินกำลังนอนอยู่ในห้องพักผู้ป่วยวีไอพี ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมือง สีหน้ายังซีดขาวอยู่บ้าง บนหน้าผากมีผ้าพันแผลพันไว้หนาสะดุดตา
“ทำไมปล่อยให้เธอมีสภาพแบบนี้” เผยจิ่งเหวินคิดไม่ตก ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าวันหนึ่งจะต้องมาช่วยหลานสาวตัวเองถอนฤทธิ์ยาประเภทนั้น อีกทั้งแผลที่หน้าผากเธอก็ถูกกระแทกแรงไม่น้อย ไม่แน่ว่าต่อไปอาจทิ้งรอยแผลเป็ไว้
“เกิดอุบัติเหตุในงานเลี้ยงนิดหน่อยครับ” ฟู่เหิงอี้เผชิญหน้ากับคำถามของเขาและตอบเสียงเรียบ ไม่แข็งกร้าวแต่ก็ไม่ได้ถ่อมตัว
“นายเป็ผู้ชายของเธอจริงเหรอ” เผยจิ่งเหวินกวาดสายตาประเมินเขาและลองถามหยั่งเชิง ชายหนุ่มตรงหน้าท่าทางเ็า มองไม่ออกว่าในใจคิดอย่างไรหรือมีอารมณ์ความรู้สึกอย่างไร คบหากับคนประเภทนี้เป็อะไรที่เหนื่อยสุดๆ
“หากเธอแนะนำผมว่าอย่างนั้น ก็ตามนั้นแหละครับ” ฟู่เหิงอี้ฟังแล้ว ดวงตาดำขลับเป็ประกายก็ไหววูบ เร็วจนไม่มีใครทันสังเกตเห็น มุมปากเรียบเป็เส้นตรงยกขึ้นนิดๆ เห็นได้ชัดว่าเขาพอใจกับประโยคนี้
“เฮอะ แต่ละคนอ้อมค้อมพอกัน” เผยจิ่งเหวินแค่นเสียงในขึ้นจมูก ไม่คิดจะพูดคุยอะไรกับเขาอีก สองมือล้วงกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวแล้วหันหลังเดินจากไป เขาไม่อยากไปสนใจเื่หยุมหยิมกวนใจของพวกหนุ่มสาว
พอเขาเดินจากไปแล้ว เวินเสาอี๋ก็ตามมาถึงติดๆ เธอรายงานฟู่เหิงอี้ว่า “พี่ใหญ่ ตระกูลเผยกำลังตามหาคนอยู่”
“โทรไปหา เล่าไปตามตรงก็พอ” ฟู่เหิงอี้มองดูคนที่กินยาถอนฤทธิ์เข้าไปแล้วนอนหมดสติผ่านกระจก ความรู้สึกในแววตาอ่อนลงไม่น้อย
“เข้าใจแล้ว” เวินเสาอี๋พยักหน้า หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า หาเบอร์ติดต่อของเผยเจียงหลินก่อนกดโทรออก
รอจนเธอวางสายแล้ว ฟู่เหิงอี้ก็ทำท่าจิ้งจอกเ้าเล่ห์ มองเธอยิ้มๆ และพูดว่า “เสาอี๋ มีภารกิจใหม่ให้เธอทำ”
“อะไรเหรอ” เวินเสาอี๋ที่ได้ยินว่ามีภารกิจใหม่ แววตาที่ไร้อารมณ์พลันฉายประกายวิบวับ เห็นได้ชัดว่ารู้สึกสนใจ
ฟู่เหิงอี้มอบหมายคำสั่งเสียงเบา เวินเสาอี๋ที่เมื่อครู่นี้รู้สึกตื่นเต้นก็ค่อยๆ จมดิ่งเหมือนไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไร
“พวกเราต้องเข้าไปในชีวิตของเธอจริงเหรอ” เวินเสาอี๋ไม่ค่อยเข้าใจความคิดของฟู่เหิงอี้ พวกเขายกเป่ยเฉิงพื้นที่ทำเลทองผืนนั้นให้เผยเจียงหลินแล้ว คืนนี้ยังช่วยเผยเย่ว์ชิงให้รอดพ้นจากสถานการณ์คับขันและพาเธอส่งโรงพยาบาล หากบอกเป็การตอบแทนบุญคุณ เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น หลายปีที่รู้จักกันมา เธอไม่เคยเห็น ‘จิ้งจอกหน้ายิ้ม’ ใจบุญสักเท่าไร
“อืม หนีไม่พ้นแล้ว” ฟู่เหิงอี้พยักหน้า น้ำเสียงราบเรียบ แววตาอ่อนโยนดุจสายน้ำ มุมปากยังตวัดโค้งยากจะสังเกตเห็น มองเผินๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่เวินเสาอี๋รู้ว่าตอนนี้เขาตั้งใจที่สุด
“ฉันเข้าใจแล้ว แค่พี่ใหญ่้า ฉันก็จะไปทำ” เวินเสาอี๋พยักหน้า ตอบรับเื่ที่เขามอบหมายให้เมื่อครู่นี้
“เด็กดี กลับไปจะให้พี่รองซื้อลูกอมให้นะ” ฟู่เหิงอี้หัวเราะ ปลอบเธอเหมือนเป็เด็กๆ และก้าวเท้าออกไป
“ฉันไม่อยากได้สักหน่อย” เวินเสาอี๋มองแผ่นหลังเหยียดตรงของเขา ในหัวจินตนาการถึงชายหนุ่มหน้าตายผมเปียคนนั้นแล้ว พลันก็โพล่งขึ้นมาอย่างแหยงๆ
ตระกูลเผยสามคนรุดมาที่โรงพยาบาลในเมือง ตรงดิ่งมาที่ห้องพักผู้ป่วยวีไอพีชั้นห้า มองเห็นผู้หญิงตัวเล็กยืนอยู่เพียงลำพังบริเวณทางเดิน เผยเจียงหลินปรี่เข้าไปถามอย่างเร่งรีบ
“สวัสดีครับ คุณเป็คนโทรหาผมใช่ไหม แล้วลูกสาวผมล่ะ ตอนนี้ลูกสาวผมอยู่ที่ไหน อาการเป็ยังไงบ้าง”
“อยู่ข้างใน นอนอยู่ ไม่เป็อะไรแล้ว” เวินเสาอี๋ตอบคำถามสั้นๆ ง่ายๆ แต่กระชับได้ใจความ ทำให้พวกเขาสบายใจ
“...อ้อ อ้อ ขอบคุณครับ” เผยเจียงหลินเต็มไปด้วยความร้อนใจ หลังจากเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่หน้าตาเรียบเฉย รวมถึงโทนเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ ก็ทำให้เขาใจเย็นลงได้โดยไม่มีสาเหตุ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/239f3a2be3124680b5f0a1f4bb3f35d5