ท่านสามี อย่าโอหัง

    ตอนที่ 44 ตัวตลก

    ตอนที่ 44  ตัวตลก


            “คุณหนูชิว ท่านมีเรื่องอันใดถึงมาที่หุบเขาของเรารึ?”

     

            ชาวบ้านต่างเกรงกลัว ใบหน้าแต่ละคนแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มประจบสอพลอ

     

            ชิวเซียงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ และเอ่ยอย่างไม่ลังเล “คุณหนูข้ามาหาหลิงซานฉิง บ้านของนางอยู่ที่ใด?”

     

            เมื่อชาวบ้านได้ยินว่าพวกนางมาหาหลิงซานฉิง ก็เริ่มสนใจขึ้นมาทันที

     

            จะว่าไปแล้วชิวซิ่วเหมยคนนี้ดูไม่น่ายุ่งด้วยเท่าไหร่ หลิงซานฉิงไปล่วงเกินใครหรือเปล่า? ยังมีวันที่มีคนมาหานางถึงที่ด้วยรึ?

     

            ทันใดนั้น พวกชาวบ้านก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที แม้หลิงซานฉิงจะไม่นับว่าเป็นศัตรูกับพวกเขา แต่เมื่อมีเรื่องสนุก ใครมันจะไม่อยากดูบ้าง ผู้หญิงที่พูดในตอนแรกสุดเดินออกมา “พวกเจ้ามาหาหลิงซานฉิง? ข้าจะพาพวกเจ้าไปที่นั่นเอง”

     

            ชิวเซียงหันกลับไปมองชิวซิ่วเหมย อีกฝ่ายโบกมืออย่างรำคาญ

     

            คนกลุ่มหนึ่งมาถึงหน้าบ้านฉาจื่ออันอย่างอึกทึกคึกโครม ชิวซิ่วเหมยส่งสายตาให้ชิวเซียง “เจ้าไปเคาะประตูแล้วพานังสารเลวคนนั้นออกมาให้ข้า”

     

            ชิวเซียงอาศัยผู้คนจำนวนมากก้าวไปข้างหน้าแล้วถีบประตู แต่ก่อนที่นางจะถีบโดนประตู ประตูก็ถูกเปิดออกจากคนด้านใน นางที่ไม่ทันได้เก็บเท้าก็เกือบล้มหน้าคะมำลงไป

     

            หลิงซานฉิงกำลังจะออกไปที่หมู่บ้านเพื่อเอาขนห่านกลับมา ครั้นเห็นฉากด้านนอกนี้เข้า ก็เลิกคิ้วขึ้น มารวมกันอยู่หน้าบ้านนางแบบนี้ต้องการจะทำอะไรกัน?

     

            เมื่อชิวซิ่วเหมยเห็นคนออกมา ก็พ่นเสียงออกมาอย่างเย็นชาพลางเชิดหน้าขึ้น “เจ้าคือหลิงซานฉิงรึ?” นางใช้สายตาเหยียดหยามมองขึ้นลง “หน้าตาก็ดูงั้น ๆ ยังกล้ายั่วยวนลูกพี่ลูกน้องข้า? ช่างกล้านักนะ ข้าจะบอกอะไรให้ คนที่ลูกพี่ลูกน้องของข้าชอบก็คือข้า ทางที่ดีเจ้าควรอยู่ห่างจากลูกพี่ลูกน้องข้า ไม่เช่นนั้น...”

     

            “ลูกพี่ลูกน้องของเจ้าคือใคร?” น้ำเสียงเย็นชาแทรกเข้ามา ปิดกลั้นคำพูดที่ชิวซิ่วเหมยยังไม่ทันได้พูดออกมา ดวงตาทั้งสองของนางจึงฉายแววดุร้าย “ลูกพี่ลูกน้องของข้าคือซือ…”

     

            “แล้วเจ้าคือใคร? ข้ารู้จักเจ้ารึ” หลิงซานฉิงพิงอยู่หน้าประตู นางถามด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย กวาดสายตามองคนมากมายที่มาดูความสนุกด้วยท่าทางเกียจคร้าน พลางหาวออกมาอย่างเบื่อหน่าย

     

            คนที่ไม่มีอะไรทำเหล่านี้ช่างน่าสงสารจริง ๆ

     

            ชิวซิ่วเหมยถูกขัดมาสองครั้ง ในใจก็มีไฟลุกโชนขึ้นมา นางจ้องไปที่หลิงซานฉิงอย่างโกรธเคือง “ลูกพี่ลูกน้องของข้าคือซือหงหยวน ข้าเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา!” นางพูดอย่างรวดเร็วและร้อนรน ราวกับกลัวว่ามีใครมาขัดอีก

     

            หลิงซานฉิงแคะหูอย่างไร้มารยาท “เจ้าคือใคร เกี่ยวอะไรกับข้า หากเจ้ามีเรื่องอะไรก็พูดออกมา หากไม่มีก็กรุณาหลบให้ด้วย”

     

            หลังจากชิวเซียงยืนได้มั่นคงแล้วก็กลับมายืนอยู่ข้าง ๆ ชิวซิ่วเหมย ในเวลานี้เมื่อเห็นท่าทางของหลิงซานฉิงที่มีต่อคุณหนู และเห็นผู้คนมากมายที่คอยสนับสนุนพวกนาง นางก็รู้สึกยกตนข่มท่านขึ้นมาทันที “เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงพูดกับคุณหนูข้าเช่นนี้? เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร? ยั่วยวนคุณชายซือก็อย่างหนึ่ง ยังจะมาถือดีกับคุณหนูข้าอีก นังสารเลวไร้ยางอาย!”

     

            คำว่ายั่วยวนพ่นออกมาจากปากของสองคนนายบ่าว พวกชาวบ้านเองก็ไม่ได้โง่ แต่ละคนมีความสามารถด้านการนินทา เวลานี้ก็พากันคาดเดาขึ้นมา

     

            แต่ก่อนที่พวกเขาจะพูดคุยกัน หลิงซานฉิงก็ตวาดขึ้นมาอย่างรำคาญ “กลางวันแสก ๆ  ไม่มีอะไรทำกันหรือไง? จะคุยกันอยู่ที่นี่ให้ได้เลย”

     

            ขณะพูด นางก็เหลือบมองชิวซิ่วเหมย “คุณหนูชิวใช่หรือไม่? คุณชายซือก็คือลูกพี่ลูกน้องเจ้าอยู่แล้ว เหตุใดเจ้าถึงได้ใส่ร้ายเขาถึงเพียงนี้ ข้าแต่งงานแล้ว หรือจะบอกว่าลูกพี่ลูกน้องเจ้ามีงานอดิเรกที่ไม่เหมือนใครรึ?"

     

            ใครจะมีงานอดิเรกที่เที่ยวไปชอบผู้หญิงแต่งงานแล้วกัน เช่นนั้นคงจะมีปัญหาทางจิตแล้วล่ะ หากพูดออกไปคงตลกน่าดู

     

            เมื่อชิวซิ่วเหมยได้ยินว่านางกล้าใส่ร้ายลูกพี่ลูกน้องตัวเอง ก็โกรธเคืองเพราะความอับอายทันที “เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าใส่ร้ายลูกพี่ลูกน้องข้า”

     

            นางจ้องเขม็งไปที่หลิงซานฉิง นางชังจนอยากกระโจนเข้าใส่และฉีกปากของอีกฝ่าย แต่เนื่องจากมีคนมากมายอยู่รอบ ๆ จึงมิอาจลงมือก่อนได้

     

            พลันสายตานางก็เผยความเจ้าเล่ห์ออกมา และชี้ไปที่ชิวเซียง “เจ้าจงเข้าไปฉีกปากนาง นังสารเลวที่ไม่รู้จักดีชั่วนี่!”

     

            ชิวเซียงที่ถีบไม่โดนประตูเมื่อครู่จึงผูกพยาบาทกับหลิงซานฉิง ตอนนี้นางได้รับโอกาสแล้ว จะปล่อยมันไปง่าย ๆ ได้อย่างไร นางพับแขนเสื้อขึ้น เท้าเอว และก้าวไปข้างหน้าด้วยสีหน้าลำพองใจ

     

            สีหน้าหลิงซานฉิงค่อย ๆ เย็นชาขึ้น ชิวเซียงที่ยังหมกมุ่นอยู่กับความตื่นเต้นของการแก้แค้นไม่ทันได้สังเกต นางพุ่งเข้าไปด้วยความเร็วสูงสุด พลางยกมือขึ้นเพื่อจะตบ แต่ไม่นึกเลยว่าหลิงซานฉิงจะเอียงตัวหลบฝ่ามือของนางได้ ในขณะเดียวกันก็ยังจับแขนที่กำลังจะตกลงของนางเอาไว้

     

            ชิวเซียงยังไม่ทันได้ตอบสนองก็ถูกนางจับไว้ และจับมืออีกข้างที่แกว่งมาด้วยความโกรธเคือง

     

            สายตาหลิงซานฉิงฉายแววเหยียดหยามออกมา พลางชำเลืองมองชิวซิ่วเหมยที่สร้างปัญหา และโยนชิวเซียงออกไป

     

            “ว้าย” ร่างกายของชิวเซียงอยู่เหนือการควบคุม รู้สึกตกใจ คงจะไม่ถูกโยนออกไปล้มหน้าทิ่มเช่นนี้หรอกมั้ง?

     

            เมื่อชิวซิ่วเหมยเห็นหลิงซานฉิงโยนชิวเซียงมาทางนาง ก็รู้สึกทั้งตกใจทั้งโมโห นางเหลือบมองหลิงซานฉิงด้วยความโกรธ ไม่มีเวลาคิดสิ่งใดมากก็รีบยกกระโปรงขึ้นแล้วหลบไปอยู่ด้านข้าง ภาพที่หนีหัวซุกหัวซุนนั้นดูตลกอย่างมาก

     

            ชิวเซียงไม่มีแม้แต่โอกาสสุดท้ายในการผ่อนแรงกระแทก นางสูญเสียการควบคุม โซซัดโซเซไปข้างหน้า สุดท้ายก็ล้มหน้าคะมำเหมือนอย่างที่กังวลไว้

     

            “ฮา ฮา ฮา คู่นายบ่าวนี่ช่างน่าสนใจจริง ๆ พวกนางมาที่นี่เพื่อเล่นสินะ”

     

            “นางเพิ่งพูดไปเมื่อครู่ว่านางคือคุณหนูร่ำรวย นี่มันเหมือนคุณหนูร่ำรวยรึ? น่าขันเสียจริง”

     

            “ชู่ว หยุดพูดเถอะ นางกำลังโมโหอยู่เลย”

     

            ใช้ชีวิตมาหลายปี ได้รับการเลี้ยงดูอย่างเอาอกเอาใจและเคารพเชื่อฟัง ชิวซิ่วเหมยไม่เคยอับอายขนาดนี้มาก่อน สายตาเยาะเย้ยของทุกคนทำให้นางหน้าแดงก่ำ ได้แต่ยืนอยู่ที่เดิม จะพุ่งเข้าใส่ก็ไม่ได้ จะกลับไปเลยก็ไม่ได้

     

            เมื่อเห็นว่านายบ่าวสองคนหน้าซีดเผือดด้วยความอับอาย หลิงซานฉิงก็เล่นพอแล้ว จึงเดินไปทางกลุ่มคน พวกชาวบ้านก็เปิดทางให้โดยปริยาย

     

            “เจ้าจะไปไหน เรื่องมันยังไม่จบ!” เมื่อชิวเซียงเห็นหลิงซานฉิงกำลังจะจากไป นางก็รีบลุกขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว สองมือเท้าเอวและยืนตะโกนอยู่ที่เดิม จากนั้นก็มองไปที่ชิวซิ่วเหมยเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ไม่นึกเลยว่าคุณหนูของนางจะมีท่าทางราวกับจะทอดทิ้งนาง และแทบไม่มองนางเลย

     

            หลิงซานฉิงหยุดชะงักครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปจ้องมองชิวเซียงอย่างเย็นชา

     

            ชิวเซียงถอยหลังไปครึ่งก้าวทันที  สีหน้าเผยความขลาดกลัวออกมา

     

            หลิงซานฉิงพ่นลมหายใจอย่างเย็นชาออกมาเบา ๆ พลางหันกลับและเดินจากไป

     

            ตัวเอกไปแล้ว เหลืองเพียงตัวตลกสองตัวที่ไม่มีอะไรให้ดู พวกชาวบ้านต่างแยกย้ายกันพลางพูดคุยหัวเราะ เหลือเพียงสองนายบ่าวยืนอยู่ที่เดิมอย่างเปล่าเปลี่ยว ประหนึ่งตัวตลกจริง ๆ 

     

            ฉาจื่ออันที่อยู่ในบ้านได้ยินการเคลื่อนไหวหยุดลงแล้ว เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

     

            สวีอิงเอ๋อร์เม้มริมฝีปากและลังเลครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจเอ่ยออกมา “คุณชาย เรื่องเมื่อครู่เหตุใดท่านไม่ออกไปรึ?”

     

            เมื่อฉาจื่ออันถูกถามเช่นนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกละอายใจเล็กน้อย และส่ายหน้า “ข้าไม่เก่งเรื่องทำความรู้จักกับพวกเขานะ หากมันไม่ใช่ทางเลือกสุดท้าย ข้าก็คง…” เขาถอนหายใจออกมา “เจ้าอยู่บ้านดูแลเจี่ยนเจี่ยนให้ดี ข้าจะไปเข้าร่วมงานแข่งขันบกกวี อาหารเย็นกินกันเลยไม่ต้องรอข้า”

     

            สวีอิงเอ๋อร์ก็ไม่ควรพูดอะไรอีก นางทำได้แค่เพียงพยักหน้า

     

            วันนี้หลิงซานฉิงทำพู่กันขนห่านในห้องเล็ก ๆ ที่บ้าน ไม่รู้ว่านางถูกสวีอิงเอ๋อร์เคาะประตูกี่ครั้งแล้ว “ซานฉิง มีคนต้องการสั่งพู่กันขนห่าน”


            หลิงซานฉิงจึงต้องหยุดมือที่กำลังตัดขนห่านลง และเดินตามนางออกไป เมื่อเห็นคนที่มีท่าทางราวกับพ่อค้าสองคนยืนอยู่ในลานบ้าน นางก็รีบเดินเข้าไปต้อนรับทันที

     

            “ท่านคงเป็นแม่นางหลิง ยินดีที่ได้รู้จัก”

     

            “แม่นางหลิง ข้าน้อยมาที่นี่เพราะอยากคุยกิจการกับท่าน”

     

            สวีอิงเอ๋อร์ยกน้ำชาเข้ามาสามถ้วยอย่างเอาใจใส่ หลิงซานฉิงพาทั้งสองไปนั่งที่โต๊ะหิน พลางฉีกยิ้มเล็กน้อยตามสูตร "จุดประสงค์ที่ทั้งสองคนมาในครั้งนี้ข้าก็พอรู้อยู่บ้าง พวกเรามาดื่มชาไปด้วยคุยกันไปด้วยเถอะ”

     

            ไม่เพียงแต่สองคนนี้เท่านั้นที่มาหานางเพื่อสั่งซื้อพู่กันขนห่าน แต่ยังมีอีกมากจนหลิงซานฉิงรับมือแทบไม่หวาดไม่ไหว

     

            หลังจากที่พวกเขาจากไป สวีอิงเอ๋อร์ก็นั่งลงพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า “คุณชายฉาใช้พู่กันขนห่านในงานแข่งขันบทกวีด้วย แค่ครั้งเดียวก็ทำให้พู่กันขนห่านขายได้มากมาย คงไม่ต้องกังวลเรื่องกิจการแล้ว”

     

            หลิงซานฉิงโบกมือ “กิจการมากมายมันก็ดี แต่คำสั่งซื้อมากมายขนาดนี้ ข้าเร่งทำออกมาก็ทำได้ไม่มากหรอก และไม่สามารถเลื่อนคำสั่งซื้อออกได้ด้วย”

     

            ขณะพูดนางก็เปลี่ยนบทสนทนาไป “อิงเอ๋อร์ เจ้ากับข้ามาทำพู่กันขนห่านด้วยกันหรือไม่? ข้าจะจ่ายค่าแรงให้ ว่าอย่างไร?” ด้วยวิธีนี้ เคล็ดลับการทำพู่กันขนห่านก็จะไม่ถูกแพร่ออกไปข้างนอก แถมยังเพิ่มปริมาณสินค้าได้มากขึ้นด้วย

     

            แววตาสวีอิงเอ๋อร์เปล่งประกาย แต่ไม่นานมันก็มืดหม่นลงอีกครั้ง นางพูดพลางส่ายหน้า “ซานฉิง พู่กันขนห่านคืองานฝีมือที่มีเอกลักษณ์ของเจ้า ข้าที่เป็นคนนอกจะ…”

     

            “หยุดเลย” หลิงซานฉิงพูด “ในเมื่อข้าต้องการทำพู่กันขนห่านกับเจ้า ก็หมายความว่าข้าไม่ได้มองเจ้าเป็นคนนอก และเจ้าห้ามคิดเช่นนั้นอีก เจ้าอยู่ที่นี่มานานขนาดนี้แล้ว ก็นับว่าเป็นญาติไปแล้วครึ่งหนึ่ง ถึงอย่างไรเจ้าก็ร่วมเพาะเห็ดกับข้าและเห็นฝีมือข้าหมดแล้ว ข้าไม่เคยไม่ไว้ใจเจ้า เจ้ากับข้าร่วมกันทำ ข้าก็ไม่ต้องคอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลา เจ้าคิดว่าอย่างไร?”

     

            หลังจากพูดโน้มน้าวจบ ขอบตาสวีอิงเอ๋อร์ก็แดงเล็กน้อย ก่อนหน้านี้นางคิดว่าหลิงซานฉิงเห็นตัวเองเป็นแค่คนงานของนาง แต่ไม่นึกเลยว่านางจะพูดคำว่าญาติเช่นนี้ออกมา

     

            เมื่อปฏิบัติอย่างจริงใจต่อนางเช่นนี้ ตัวนางจะมีอะไรปฏิเสธได้อีก จึงพยักหน้าอย่างหนักแน่น "ซานฉิง ข้าตกลงจะทำงานร่วมกับเจ้า แต่ข้ายังทำไม่เป็น ตอนที่เจ้าทำ ข้าจะเรียนรู้อยู่ข้าง ๆ"

     

            หลิงซานฉิงตอบรับด้วยรอยยิ้ม จัดการกับปัญหาด้านกำลังคนแล้ว ต่อไปก็เข้าสู่ช่วงการผลิต

     


            ณ อำเภอ

     

            ชายสวมชุดดำใบหน้าเคร่งขรึมผู้หนึ่งเผยนัยน์ตาดุจเหยี่ยวที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็น  จนทำให้ผู้คนไม่กล้ามองไปตรง ๆ เขาแสยะยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา ท่าทางของเขาแฝงไปด้วยกลิ่นอายอันสูงส่ง

     

            ชายสวมชุดดำเหยียบย่ำเข้าร้านภาพวาด สายตาเฉียบคมของเจ้าของร้านเหลือบเห็นคนที่กำลังเดินเข้ามาก็รีบออกไปต้อนรับทันที แต่กลับเห็นเขาส่ายหน้าจึงหยุดฝีเท้าลง

     

            คล้ายกับชายสวมชุดดำมีจุดมุ่งหมายเพื่อมาที่นี่ เขาเดินตรงไปที่ชั้นวางพู่กัน ทันทีที่เข้าไปใกล้ ก็สะดุดตากับพู่กันขนห่านมากที่สุด เขาหยิบพู่กันขนห่านขึ้นมา แววตาพลันเปล่งประกาย

     

            เขากวักมือเรียกเจ้าของร้าน อีกฝ่ายรีบเดินไปอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยรอยยิ้ม “คุณชายอวี๋ ท่านมีสิ่งใดจะสั่งรึ?”

     

            คนผู้นี้คือคุณชายใหญ่ตระกูลอวี๋ อวี๋ซิ่งเยี่ยที่กลับมาจากตัวจังหวัด ทันทีที่เขาเข้าสู่อำเภอหรงอิน เขาก็ได้ยินข่าวเกี่ยวกับพู่กันขนห่าน และเขาตั้งใจมาที่นี่เป็นพิเศษเพื่อมาดูพู่กันขนห่านด้วยตัวเอง

     

            ตอนนี้เขาสำรวจพู่กันขนห่านในมือ และเห็นว่ามันแตกต่างจริง ๆ จึงถามขึ้นว่า “พู่กันขนห่านขายอย่างไร?"

     

            เมื่อเจ้าของร้านได้ยินเช่นนี้ก็เผยรอยยิ้มกว้างออกมา “แทบจะเป็นสินค้าที่พอมาถึงก็ถูกคนแย่งซื้อกันไป นี่คือพู่กันที่เพิ่งนำเข้ามาตอนเช้าวันนี้ คุณชายใหญ่ท่านสนใจรึ?”

     

            สิ้นเสียง ก็มีคู่สร้างคู่สมคู่หนึ่งเดินเข้ามาในร้าน และเดินตรงเข้าไปหาพู่กันขนห่าน

     

            อวี๋ซิ่งเยี่ยเอียงหลบสองสามก้าว สังเกตท่าทางของคู่สร้างคู่สม และถามออกไป “คนที่ทำพู่กันขนห่านคือคนของหมู่บ้านตระกูลฉารึ?”

     

            ตลอดทางที่เขาเดินผ่านมาก็ได้ยินคนชื่นชมไม่น้อย

     

            “ใช่ ใช่ ใช่ คุณชายใหญ่พูดถูกแล้ว คือแม่นางหลิงหลิงซานฉิงแห่งหมู่บ้านตระกูลฉา แม่นางหลิงมีฝีมือตั้งแต่อายุยังน้อย และในอนาคตก็คงเป็นเช่นนี้แน่นอน” เมื่อเจ้าของร้านกล่าวถึงหลิงซานฉิง ท่าทางเขาเต็มไปด้วยการชื่นชม

     

            สายตาดุร้ายของอวี๋ซิ่งเยี่ยฉายแววแปลกใจ และก้าวออกจากประตู พู่กันขนห่านช่างขายดีจริง ๆ แต่มีเพียงผู้หญิงคนนี้คนเดียวที่ทำกิจการนี้ มันคงลำบากเกินไป ไม่สู้เขาไปช่วยผู้หญิงที่กำลังยุ่งอยู่ดีกว่า


            หลิงซานฉิงกำลังทำพู่กันขนห่านอย่างมีความสุข โดยไม่รู้ว่ามีแผนการร้ายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้

    คล้ายกับเรื่องท่านสามี อย่าโอหัง ที่คุณอ่าน

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380