ตอนที่ 19 นายมีคนที่ชอบไหม (2)
เสิ่นซีโหลวนึกถึงเซียวซู่ที่กอดตนร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดเมื่อวาน จึงเอ่ยปากพูด “งั้นนาย มีคนที่ชอบมากๆ ใช่หรือเปล่า”
แววตาเซียวซู่หม่นหมองลง ใบหน้าเสิ่นซีโหลวที่อยู่ตรงข้ามก็พร่าเลือนไปด้วยเช่นกัน คล้ายว่าเขากำลังหวนคิดถึงอดีตที่นานมาแล้ว สีหน้ามีความหวานชื่นเท่าไร ก็เจือแววเศร้าโศกมากเท่านั้น “ใช่ ฉันกลับมาจากประเทศ M เพื่อไล่ตามเงาคนคนหนึ่ง คนคนนั้นเปล่งประกายรุ่งโรจน์ เป็นความศรัทธาของฉัน”
เซียวซู่พูดประโยคนี้จบ พนักงานเสิร์ฟก็เคาะประตูเดินเข้ามาเสิร์ฟอาหารจานสุดท้าย เมื่อกวาดตามองทั้งคู่รอบหนึ่งพลันรู้สึกว่า ‘แปลกจัง ทำไมบรรยากาศในห้องนี้ถึงได้ชวนเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก’
ทั้งสองกินอาหารมื้อนี้ไปอย่างเงียบงัน จากนั้นก็กลับห้องพักตัวเองที่โรงแรม เสิ่นซีโหลวมองเซียวซู่เดินจากไปอย่างอ้างว้างใจลอย อยากจะพูดปลอบอีกฝ่ายสักเล็กน้อย แต่มานึกๆ ดูแล้ว ตนไม่เคยกระทั่งมีความรัก เลยจำต้องล้มเลิกความคิดไป
ทันทีที่เปิดประตูห้อง ก็เห็นพี่หลี่ที่ไม่เจอหน้ากันสิบกว่าวันนั่งอยู่บนเก้าอี้โซฟา มือกำลังไถหน้าจอโทรศัพท์
“พี่หลี่มาได้ยังไง เจ้าเด็กสองคนนั้นจับกลุ่มเดบิวต์แล้วหรือยัง” เขาพูดพลางถอดเสื้อโค้ตแล้ววางพาดบนตู้เสื้อผ้าตรงประตูทางเข้า
ในมือหลี่เหยียน นอกจากเสิ่นซีโหลวแล้ว ยังดูแลเด็กหนุ่มประเภทร้องเต้นอยู่สองคน รายการประกวดบอยแบนด์ ‘ไรซิ่งสตาร์’ ไม่กี่วันก่อนได้มาถึงรอบชิงชนะเลิศจับกลุ่มบอยแบนด์โค้งสุดท้าย หลี่เหยียนจึงรีบกลับไปเชียร์พวกเขา
“พวกเขามุ่งมั่นกันมาก เดบิวต์ได้ราบรื่น เพียงแต่หลังจากพวกเขาเดบิวต์ สัญญาตัวแทนก็ไม่อยู่ในมือซิงเย่าแล้ว ตอนนี้พวกเขาเป็นบอยแบนด์อิสระ โดยมีบริษัทของฝ่ายผู้จัดรับผิดชอบงานอีเวนต์ในอนาคตของพวกเขา
“ตอนนี้ฉันแค่ต้องรับผิดชอบเรื่องของนายอย่างทุ่มเทแล้วละ”
หลี่เหยียนนึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ จึงวางโทรศัพท์มือถือที่กำลังจะพิมพ์ตอบข้อความ มองไปยังเสิ่นซีโหลวที่ขยับแผ่นมาส์กหน้าอยู่ตรงกระจก ก่อนเขาออกเดินทาง หวังหย่าเวยได้กำชับหลายครั้ง ให้เขาเกลี้ยกล่อมเสิ่นซีโหลวเพื่อไปถ่ายรายการวาไรตี้
แต่เสิ่นซีโหลวปฏิเสธจะเข้าร่วมเรียลลิตี้โชว์มาตลอด บอกว่านี่จะทำให้เขากับคนดูไม่มีช่องว่าง หากผู้ชมคุ้นเคยกับนักแสดงคนหนึ่งมากเกินไป จะไม่มีอารมณ์ร่วมกับบทบาทที่เจ้าตัวกำลังแสดง
ก่อนหน้านั้นบริษัทไม่บังคับ เพราะเงินไม่มาก แต่ตอนนี้ด้วยความฮอตของเสิ่นซีโหลวแล้ว ค่าตัวที่เขาไปเป็นแขกรับเชิญจึงสูงกว่าเมื่อก่อนหลายเท่า
เสิ่นซีโหลวแปะมาส์กบนหน้าเสร็จ พอเห็นสีหน้าลำบากใจของพี่หลี่ซึ่งมองมาที่ตน ก็รู้ว่าบริษัทจะต้องกดดันเขา ไม่ก็คงพูดอะไรกับอีกฝ่ายมาแล้ว “บริษัทได้เตรียมการอะไรอื่นให้ผมเหรอ”
หลี่เหยียนกำลังคิดว่าจะเปลี่ยนความคิดเขาอย่างไรดี กลับถูกถามอย่างตรงไปตรงมา ลังเลอยู่ชั่วครู่ถึงได้เอ่ยปาก “คือว่า บริษัทเตรียมให้นายไปถ่ายรายการวาไรตี้ บอกจะให้นายไปให้ได้”
เขากล่าวเสริมอีกประโยค “นี่เป็นความคิดจากพี่หย่าเวยของนายด้วยเหมือนกัน”
ตอนแรกเขาคิดว่าเสิ่นซีโหลวจะทำหน้าทะเล้น ไม่ก็อ้อนว่าขอไม่ไป นึกไม่ถึงว่าจะได้ยินน้ำเสียงตอบอย่างสบายๆ “ตกลง ผมไป”
ต่อให้เสิ่นซีโหลวไม่อยากไปเข้าร่วม แต่ก็ไม่อยากให้พี่หลี่กับพี่หย่าเวยต้องลำบากใจเช่นกัน บางครั้งเขาคงไม่อาจเลือกทำตามความชอบหรือความไม่ชอบของตัวเองได้ เมื่อบริษัทจ่ายเงินและทรัพยากรดันให้คุณโด่งดัง เป็นธรรมดาที่ฝ่ายนั้นจะต้องการสิ่งตอบแทนจากตัวคุณ นี่เป็นแนวคิดทางธุรกิจที่เรียบง่ายที่สุด ด้วยตัวมันเองไม่มีอะไรถูกหรือผิด แต่สิ่งที่เขาต้องทำก็คือ ขณะกำลังเสาะหาลาภยศชื่อเสียง ต้องยึดมั่นในปณิธานตัวเอง
เสิ่นซีโหลวดึงมาส์กบนหน้าออกแล้วเอ่ย “ขอแค่บริษัทไม่แตะต้องขีดความอดทนเรื่องการแสดงของผม ผมสามารถให้ความร่วมมือกับแผนการของบริษัทได้หมด” คำพูดนี้แม้จะฟังดูเลื่อนลอย แต่หลี่เหยียนก็มองออกถึงความตั้งใจและแน่วแน่ในคำพูดเขา
เสิ่นซีโหลวยังให้สัญญาอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า “ผมรับปากพี่”
ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/2f1434df5d63a2f3418a1dca111e8f2f